ตอนที่แล้วตอนที่ 25: สามก๊ก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 27: นำเอาสิ่งของกลับมา

เมื่อตื่นขึ้นจากการนอนหลับ เหยินปาเชียนได้กลับมายังห้องนอนในอพาร์ทเม้นท์แห่งใหม่แล้ว

 

เขาเดินไปรอบ ๆ บ้าน ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เขารู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยเพราะเขาอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว เทียบไม่ได้กับความมีชีวิตชีวาและความตื่นเต้นในโลกอีกฝั่งเลย

 

ถึงแม้เขาจะไม่ได้ขาดเงินแล้วในตอนนี้ แต่ชีวิตของเขาที่นี่ก็สะดวกสบายมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ชีวิตของเขาในโลกอีกฝั่งกลับทำให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกนั้นไปเสียแล้ว

 

เพราะเขาเป็นคนพิเศษและไม่มีใครเทียบได้ในโลกนั้น

 

แต่บนดาวโลก เขาเป็นเพียงแค่สามัญชนคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรโดดเด่นในตัวเหยินปาเชียนเลยแม้แต่น้อย

 

เขาถอนหายใจพร้อมกับหยิบมือถือไปชาร์จแบต

 

เขาเปิดคอม ฯ ขึ้นมา ด้วยจอคอม ฯ ขนาด 34 นิ้ว ทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าจอคอม ฯ ขนาด 21 นิ้วอันเดิม เมื่อเขาดูหนังเสร็จแล้ว เขาจึงมาเปิดมือถืออีกรอบ มีสายที่ไม่ได้รับสองสายด้วยกัน

 

อดีตเพื่อนร่วมงานของเขาได้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว

 

ทั้งสองสายนั้นมาจากเฉินชิ่งนั่นเอง

 

เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาไม่รีบที่จะโทรกลับไป มันจะเป็นเรื่องบังเอิญมากหากเขาโทรกลับทุก ๆ 10 วันหลังจากหายตัวไปทุกครั้ง

 

หลังจากออกไปเดินเล่นและรับประทานอาหารเช้าแล้ว เหยินปาเชียนก็กลับบ้าน เขาได้เปิดคอม ฯ และค้นคว้าวิธีปลูกมันเทศอีกครั้ง

 

เขารู้แล้วว่าจะต้องทำอะไรบ้างหลังจากที่ได้รับข้อมูลมาแล้ว เหยินปาเชียนขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อมันเทศกว่า 10 กิโลกรัม แถมเขายังนำเบียร์และขนมกลับบ้านได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

 

ขณะที่เขาเปิดประตู เหยินปาเชียน ได้ยินเสียงออกมาจากภายในอพาร์ทเม้นท์ของเขา

 

“ขโมยหรอ ?” ความคิดก็พุ่งเข้ามาในหัวของเหยินปาเชียน และแล้ว เขาก็นึกออกว่านั่นน่าจะเป็นเสียงแม่บ้าน

 

คนที่อยู่ข้างในได้ยินประตูเปิดด้วยเช่นกัน เสียงจากภายในได้เงียบลง แล้วเด็กสาววัย 20 ปี ก็ยื่นหน้าออกมาดูและหดกลับไปด้วยความรวดเร็ว

 

“คุณป้าขา มีคนมาค่ะ มาดูหน่อยสิคะว่าใช่เจ้าของบ้านมั้ย ?” เหยินปาเชียนได้ยินไม่ชัดเท่าไรนัก

 

หลังจากนั้น หญิงสาววัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นมา เธอเห็นเหยินปาเชียนและยิ้มให้เขา “กลับมาแล้วหรอคะคุณเหยิน”

 

พวกเขาเคยพบกันที่บริษัทจัดหาแม่บ้าน แต่ก็เคยพบกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

 

“กลับมาแล้วครับ ทำงานกันให้เต็มที่เลย ไม่ต้องห่วงผมหรอกนะครับ” เหยินปาเชียนยิ้มออกมา เขาไม่เคยถูกใครเรียกโดยใช้คำนำหน้าว่าคุณเลย เขารู้สึกค่อนข้างดีทีเดียว

 

เขาวางของที่ซื้อมาไว้ด้านข้างโซฟาในห้องนั่งเล่น แล้วเขาก็นั่งบนโซฟาและเปิดทีวีดู มีละครมาใหม่ด้วย แต่แล้วความคิดของเหยินปาเชียนก็หายไปจากหน้าจอทีวี

 

เมื่อสักครู่ เขากำลังคิดเกี่ยวครีมโคลนดำและบางครั้งเขาก็คิดถึงโลกอีกฝั่ง ต่อมา เขาก็คิดถึงเรื่องสามก๊ก

 

หลังจากนั้น เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาต้องทำพัดลมธรรมชาติ รวมถึงการตั้งร้านด้วย เขารีบขับรถออกจากบ้านไปอีกครั้ง ที่แรกที่จะไปคือร้านตีเหล็กที่ทำเครื่องประดับ

 

“มีเงินมั้ยครับ ?”

 

“มีครับผม คุณอยากจะทำอะไร ? สร้อยคอหรือแหวนดีครับ ?”

 

“ผมอยากจะซื้อแค่เงิน แล้วหลอมให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ น่ะครับ” หลังจากเหยินปาเชียนพูดจบแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจเหยินปาเชียนอีกเลย

 

แต่เขาก็ยังถามเหยินปาเชียน “คุณจะเอาเท่าไหร่หรอครับ ?”

 

เหยินปาเชียนได้คิดคำนวณอยู่พักหนึ่ง เงินบนโลกนั้นไม่แพงเลย แต่ที่โลกอีกฝั่งนั้น กำลังซื้อก็ยังใช้ได้ทีเดียว แน่นอนว่าเงิน 80 ตำลึง 4,000 กรัมก็เพียงพอแล้ว แต่การซื้อเพิ่มอีกนิดก็ไม่ได้เสียหายอะไร

 

“50 ชั่งครับ” เหยินปาเชียนชูห้านิ้วออกมา

 

50 ชั่ง เท่ากับ 500 ตำลึง 25,000 กรัม ซึ่งราคาแค่ 100,000 หยวนเท่านั้นเอง

 

ถ้านี่คือหนึ่งเดือนที่แล้วล่ะก็ เขาคงไม่สามารถจ่ายได้แม้แต่ 10,000 หยวนด้วยซ้ำ

 

ในตอนนี้ บัตรธนาคารของเขาเหลือเงินอีกประมาณ 7-8 แสนหยวน หลังจากหักค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์และแบ่งให้แม่ของเขาแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องเงินจำนวนนี้เสียเท่าไหร่

 

หลังจากได้ยินว่าเป็นเงินมูลค่า 25 ชั่ง เจ้าของร้านก็เกิดความกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

 

เงิน 50 ชั่ง 25 กิโลกรัม แม้ว่าเขาจะต้องยอมสูญเสียเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว

 

ก่อนที่เหยินปาเชียนจะเข้ามาในร้าน เขาได้ตรวจสอบอัตราค่าเงินแล้ว ณ วันนี้ เงิน 1 กรัมมีมูลค่าน้อยกว่า 4.1 หยวน หลังจากต่อรองราคากับเจ้าของร้านแล้ว เขาก็ทำการวางเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 115,000 หยวน

 

แม้ว่าเขาจ่ายเงินเพิ่มอีก 10,000 หยวน เขาก็รู้ว่าเขาไม่น่าจะหาร้านอื่นที่มีเงินอยู่ในสต็อกได้อีกแล้ว

 

 

 

หลังจากที่วางเงินมัดจำและรับใบเสร็จแล้ว เขาก็ได้ตกลงกับเจ้าของร้านเพื่อให้หลอมเงินให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเขาจะมารับในอีกสองวันข้างหน้า

 

หลังจากนั้น เขาก็ไปซื้อโยโย่และพัดลมมือบีบเพื่อนำกลับมาศึกษา เขาอยากจะเห็นว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะทำสิ่งของเทียบเท่าพัดลมธรรมชาติที่เชื่อถือได้ ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนในโลกอีกฝั่งเช่นนั้น

 

เมื่อถึงเวลาที่เขากลับบ้าน แม่บ้านทั้งสองคนก็ออกจากบ้านไปแล้ว บ้านอยู่ในสภาพที่สะอาดหมดจด

 

เหยินปาเชียนหายใจอย่างสบายปอด แล้วก็หยิบโยโย่และพัดลมมือบีบ เขาเริ่มถอดชิ้นส่วนเพื่อดูองค์ประกอบภายในเพื่อที่เขาจะได้ศึกษาวิธีการสร้างพัดลมธรรมชาติ

 

หลังจากศึกษาไม่กี่ชั่วโมง เขาเกิดไอเดียคร่าว ๆ แล้ว เขาจะต้องรอจนกว่าเขาจะกลับไปยังโลกอีกฝั่ง ก่อนที่เขาจะได้ใครสักคนมาทดลองใช้ไอเดียของเขาและดูว่ามันทำงานได้ตามที่คาดการณ์หรือเปล่า

 

 

 

ในวันที่สอง เหยินปาเชียนใช้เวลาทั้งหมดที่หน้าจอคอม ฯ เพื่อดู “สามก๊ก” ตอนนี้เขาสามารถรื้อฟื้นเรื่องราวที่คลุมเครือทั้งหมดที่เขาลืมมานานได้แล้ว

 

ในวันที่สาม เขาได้โทรหาเฉินชิ่งในที่สุด

 

“นี่นายเก็บตัวอีกแล้วหรอ ?” เฉินชิ่งโวยวายผ่านโทรศัพท์

 

“ก็เพื่อหาสูตรครีมโคลนดำยังไงล่ะเพื่อน สถานที่ที่ผู้รับผิดชอบอาศัยอยู่นั้นค่อนข้างห่างไกลแถมยังอยู่ในภูเขาอีกต่างหาก เรารีบโทรกลับหานายทันทีที่กลับมาถึงเลยนะ” เหยินปาเชียนรู้สึกผิดที่เขาตอบกลับมา

 

ลึก ๆ แล้ว เขารู้ว่าเขาจะไม่สามารถติดต่อเฉินชิ่งได้บ่อยครั้งในอนาคต เป็นเพราะจำนวนวันที่เขาหายตัวไปยังโลกอีกฝั่งมักจะสอดคล้องกันเสมอ ทุกครั้งที่เขาอยู่บนดาวโลกเป็นเวลา 3 วันแล้วก็จะหายตัวไปเป็นเวลา 9 วัน

 

“เป็นยังไงบ้าง นายได้รับสูตรมารึยัง ?” เฉินชิ่งถามออกมา

 

“ยังเลย แต่อีกไม่นานหรอก”

 

“คืนนี้เราไปสนุกกันป่าว ?”

 

“ไปกินข้าวกันเถอะ เราจะไม่ไปที่บาร์อีกแล้ว” เหยินปาเชียนส่ายหน้าอย่างนุ่มนวล

 

หลังจากที่นัดเวลากับเฉินชิ่งแล้ว เขาเข้าเน็ตสักพักหนึ่งเพื่อค้นหายาและเตรียมการแลกเปลี่ยนกับครีมโคลนดำ ด้วยการที่คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่เคยเห็นหิมะมาก่อน เหยินปาเชียนเดาว่าที่นั่นคงจะมีสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน ด้วยเหตุนี้ เหยินปาเชียนก็ได้พบปัญหาทั่วไปที่แก้ไขได้ยากและจำใส่ใจ

 

หลังจากนั้น เขาก็ไปซื้อเครื่องเทศ รวมถึงพริกไทย โป๊ยกั๊ก งา ยี่หร่า อบเชย ผงชูรส และเครื่องเทศ 13 ชนิด เขาได้ซื้อมาเป็นถุงใหญ่

 

เขาได้ซื้อเมล็ดพริกไทย เมล็ดโป๊ยกั๊ก เม็ดยี่หร่า และเมล็ดอบเชยโดยเฉพาะ และเตรียมการปลูกในโลกอีกฝั่ง งาและยี่หร่ามีอยู่แล้วในรูปของเมล็ดพันธุ์ ถึงแม้ว่าโป๊ยกั๊กนั้น ในตลาดจะขายเฉพาะที่ผ่านกระบวนการมาแล้วก็ตาม เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไม่สามารถงอกและเจริญเติบโตได้อีกต่อไป

 

ด้วยสิ่งเหล่านี้ เขาจะสามารถทำอาหารที่รสชาติค่อนข้างอร่อยได้ในโลกนั้น

 

เขาเอาของที่ซื้อมาใส่รถ และรับเงิน 50 ชั่ง ซึ่งจัดว่าเยอะทีเดียว และทั้งหมดได้ละลายแยกเป็น 2-3 ชิ้น

 

เหยินปาเชียนไม่มีเวลามากพอที่จะตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเงิน เขาทำการจ่ายเงินและนำเงินขึ้นรถทันที แล้วเหยินปาเชียนก็เดินทางไปยังร้านอาหารที่เขาได้นัดหมายกับเฉินชิ่ง

 

หลังจากรอเป็นเวลานานอยู่ในรถและเล่นมือถือไปพลาง ๆ มีเสียงเคาะหน้าต่างรถ เขาหันไปและเห็นเฉินชิ่งซึ่งกำลังส่งสัญญาณให้เขาออกมาจากรถ

 

เหยินปาเชียนลงจากรถ และในตอนที่เขากำลังจะพูด เขาก็เกิดอาการสับสนขึ้นมา มีหญิงสาวคนหนึ่งมากับเฉินชิ่งด้วย

 

มันไม่แปลกเลยที่มักจะมีหญิงสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่เคียงข้างเฉินชิ่งอยู่บ่อยครั้ง และพวกเขาก็ยังตามมาด้วยกันพร้อมกับรับประทานอาหารร่วมกับเหยินปาเชียน จนถึงทุกวันนี้ นอกจากเจียงหนานแล้ว เหยินปาเชียนก็ยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ปรากฏตัวเป็นครั้งที่สองเลย

 

แต่หญิงสาวคนนี้ทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกค่อนข้างประหม่าเลยทีเดียว

 

ที่เขาแปลกใจก็คือ เธอคือเพื่อนร่วมรุ่นมหาลัย ชื่อว่าต่งไห่ฉิง

 

เมื่อเห็นเหยินปาเชียน ต่งไห่ฉิงได้เปิดริมฝีปากสีเหมือนเชอร์รี่ขึ้น เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน

 

“ทั้งสองคนรู้จักกันหรอ ?” เฉินชิ่งสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของพวกเขา เขาจึงถามพร้อมกับยิ้มออกมา

 

“ก็ใช่ ! เธอคือเพื่อนร่วมรุ่น” เหยินปาเชียนยิ้มแผ่ว ๆ

 

สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ต่งไห่ฉิงถูกผู้ชายไล่ตามอยู่เสมอ เธอเป็นที่ดึงดูดใจใครหลายคน ในขณะที่เขาเป็นเพียงคนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่มีใครเหลียวแล

 

เขาตกใจกับความบังเอิญเช่นนี้

 

ต่งไห่ฉิงนั้นตกใจยิ่งกว่า เหตุผลที่เธอยังจำเหยินปาเชียนว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอนั้น ก็เพราะว่าครั้งหนึ่งเธอเคยรู้สึกดี ๆ กับเขานั่นเอง หลังจากที่เธอได้ทราบข่าวคราวแล้ว เธอก็พูดขึ้นมา “เหยินปาเชียนไม่เห็นจะหล่อ ไม่เห็นจะรวย แถมยังไม่มีอำนาจอีกต่างหาก ทำไมนายถึงเจอกับคนแบบเขาได้ล่ะ ?”

 

ดังนั้น เรื่องนี้ก็ไม่เคยถูกนำมาพูดอีกเลย

 

แม้ว่าเหยินปาเชียนจะไม่รู้ตัวมาก่อน แต่เธอก็ยังคงจำได้ดี นั่นก็เพราะการที่ครั้งหนึ่งเธอเคยสนใจในตัวเหยินปาเชียนอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ความรู้สึกที่เธอได้รับจากเขาเป็นเพียงความรู้สึกธรรมดา ยิ่งกว่าธรรมดาซะอีก หากเพื่อนร่วมห้องของเธอได้เป็นเพื่อนกับคนอย่างเขาก็คงจะไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก

 

ด้วยเหตุนั้น หลังจากที่ได้เห็นว่าเพื่อนของเฉินชิ่งคือเหยินปาเชียนแล้ว เธอก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

 

เหยินปาเชียนดูคล้ายกับสมัยที่เขาอยู่มหาลัย เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ถือว่าเขาเป็นคนที่ดูดีและมีเคราเพียงเล็กน้อย สไตล์การแต่งตัวก็ดูธรรมดา และมีต้นทุนไม่เกิน 300 หยวนแน่นอน

 

แต่ทว่า รถที่เขาขับคือรถ Audi A6L ซึ่งมีราคาอย่างน้อย 5-6 แสนหยวนเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ เขายังเป็นเพื่อนของเฉินชิ่งอีกด้วย

 

ส่วนเฉินชิ่งนั้น เธอไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก เธอรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายของคนร่ำรวย และมีรายได้ที่สูงมาก

 

เหยินปาเชียนและเขาคือเพื่อนที่ดี แถมเขาก็ยังมีรถดี ๆ ขับอีกด้วย เขาอาจจะไม่ธรรมดาไปซะทั้งหมดใช่มั้ยล่ะ ?

 

ในตอนนี้ ต่งไห่ฉิงมีความคิดเพียงอย่างเดียวอยู่ในใจของเธอ เธอได้คาดคะเนผิดพลาดไปแล้วในตอนนั้น

 

การเนียนเป็นหมูเพื่อที่จะกินเสือของเหยินปาเชียนนั้นเป็นเรื่องที่น่าเชื่อมาก

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...