ตอนที่แล้วตอนที่ 24: การจองร้าน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 26: เพื่อนร่วมรุ่น

เขาได้กลับไปที่สวนสัตว์ เช้าวันรุ่งขึ้น พลทหารมายังสวนสัตว์เพื่อรายงานให้ทราบว่าจักรพรรดินีทรงเรียกเขาเข้าเฝ้า

 

ในครั้งนี้ พลทหารที่มาหากลับไม่ใช่ฉีหู แต่เป็นคนที่เหยินปาเชียนไม่รู้จัก เมื่อเขามาถึงสวนสัตว์ เขาถามหาและตามหาตัวเหยินปาเชียนไปทั่ว

 

เหยินปาเชียนกำลังจะอุ้มกุ๋นกุ่นขึ้นมาเล่นด้วย กุ๋นกุ่นก็พยายามดิ้นออกจากมือเขา

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นพลทหารที่เดินทางมาถึง เหยินปาเชียนเดินออกไปทักทายเขาและถามออกมาทันที “ข้าคือเหยินปาเชียน บอกข้าได้มั้ยว่าพระองค์ทรงเรียกข้าเข้าเฝ้าด้วยเหตุอันใด ?”

 

“จงตามข้ามาตามที่ข้าสั่ง แล้วหยุดถามอะไรไร้สาระ” พลทหารพูดด้วยน้ำเสียงอันจองหอง

 

พวกเขาเดินเข้าไปในพระราชวังและมาถึงห้องโถงพระราชวังหลังเดิมที่เหยินปาเชียนมาเมื่อครั้งก่อน เขาไม่รู้ว่าห้องโถงในพระราชวังแห่งนี้มีไว้เพื่ออะไร แต่ดูเหมือนว่าองค์จักรพรรดินีคงจะโปรดปรานที่นี่เป็นอย่างมากทีเดียว

 

“กราบถวายบังคมฝ่าบาท” เหยินปาเชียนเห็นจักรพรรดินีที่สวมชุดสีแดงกำลังนอนบนอยู่บนโซฟาโดยปล่อยผมลงมา

 

ภายในห้องโถงพระราชวังนั้นหนาวเย็นมาก นั่นเป็นเพราะว่ากะละมังน้ำแข็ง 2 อันถูกวางไว้ภายในนั่นเอง

 

“ก้าวออกมาพูดข้างหน้าข้า สำหรับเจ้า เจ้าสามารถก้าวเข้ามาหาข้าได้” จักรพรรดิบอกด้วยเสียงอันเฉื่อยชา

 

เหยินปาเชียนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับลดศีรษะลงเล็กน้อย แล้วรอให้จักรพรรดินีพูดอะไรออกมาก่อน

 

“ครั้งก่อน เจ้าบอกว่าเจ้ามีพืชผลที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างอุดมสมบูรณ์โดยใช้ที่ดินเพียงเล็กน้อยใช่หรือไม่ ? เจ้าพูดจริงงั้นรึ ? หรือว่าเจ้าพูดปดกันแน่ ?” จักรพรรดินีถามออกมา

 

หัวใจของเหยินปาเชียนเต้นไม่เป็นจังหวะ คราวที่แล้วที่เขากล่าวถึงเรื่องนี้ จักรพรรดินีไม่ได้มีปฏิกิริยาแต่อย่างใด หลังจากที่เพิ่งได้คุยกับผู้ดูแลฉีมา ทำให้เขารู้ว่าแคว้นต้าเย่านั้นขาดแคลนผลผลิตอาหาร เขาพยายามที่จะคิดให้ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

เพราะการที่จักรพรรดินีได้ถามเขาถึงเรื่องนั้น เขาจึงตอบนางอย่างละเอียดในทันที “พืชชนิดนี้เรียกว่ามันเทศขอรับ มันสามารถเจริญเติบโตได้อย่างอุดมสมบูรณ์โดยใช้ที่ดินเพียงเล็กน้อย โดยผลผลิตจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของพื้นดินนั้น ๆ แต่ทว่า แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ก็สามารถผลิตมันสำปะหลังได้อย่างน้อย 3,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ พืชชนิดนี้มีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นก็คือ มีความต้องการพื้นที่ในการเจริญเติบโตที่ต่ำมาก จะปลูกบนที่ราบหรือบนภูเขาก็ได้ ต้าเย่านั้นมีที่ราบไม่กี่แห่ง และด้วยเหตุนี้ พืชชนิดนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารได้อย่างดีเยี่ยมขอรับ”

 

เมื่อจักรพรรดินีได้ยินสิ่งเหล่านี้ นางก็ลุกขึ้นนั่งทันที

 

“เจ้าพูดจริงงั้นรึ ?” จักรพรรดินีถามด้วยเสียงเบา ๆ

 

“จริงแท้แน่นอนขอรับ ข้าน้อยมิได้พูดปดแต่ประการใด” เหยินปาเชียนตอบพร้อมกับลดศีรษะลง

 

“ข้าจะหามันเทศได้จากไหนบ้าง ?”

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยอยากได้ที่ดินซักหมู่ ใกล้สวนสัตว์เพื่อที่ข้าน้อยจะได้ปลูกมันเทศที่นั่น แล้วพวกเราจะได้เห็นผลของมันใน 4 เดือนขอรับ” เหยินปาเชียนไม่กล้าที่จะบอกว่าเขามีมันเทศอยู่ในมือแล้วตอนนี้ และบอกนางว่าเขาจะเอามาให้ในสองวันข้างหน้า มันจะพลาดเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้น เขาจึงให้คำตอบที่คลุมเครือกับนางไป
(เกร็ดความรู้: หมู่ (亩: mǔ) คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน โดย 1 ไร่ = 2.4 หมู่)

 

“ก็ย่อมได้ ข้าจะอนุมัติคำขอของเจ้า ข้าจะรอสักเดือนสองเดือนเพื่อดูว่าพืชมหัศจรรย์ของเจ้าจะใช้การได้หรือไม่ หากเจ้าทำสำเร็จ เท่ากับว่าเจ้าช่วยเหลือแคว้นต้าเย่าได้มาก และข้าจะตอบแทนเจ้าตามที่เจ้าต้องการ แต่หากเจ้าทำพลาดล่ะก็ เจ้าคงจะรู้ถึงผลของการพูดปดต่อข้าว่าเป็นเช่นไรสินะ” จักรพรรดินีพูดอย่างเนือย ๆ

 

“มิต้องกังวลแต่อย่างใดขอรับฝ่าบาท ข้าน้อยจะไม่เอาหัวของข้าเองมาเสี่ยงแน่นอนขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับ

 

“จงทำมันให้ดีล่ะ” จักรพรรดินีพยักหน้าตอบรับ

 

หลังจากนางพูดจบแล้ว นางก็เอนหลังลงบนโซฟา จากนั้นนางก็พูดต่อ “เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถเล่าเรื่องได้ใช่มั้ย ? ไหนเข้าใกล้ ๆ แล้วเล่าให้ข้าฟังซักเรื่องนึงสิ”

 

“ขอรับ !” เหยินปาเชียนก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย จากตำแหน่งของเขาในตอนนี้ เขาสามารถเห็นจักรพรรดินีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดวงตารูปอัลมอนด์ที่งดงามของนางนั้นหรี่ลงเล็กน้อย และสีหน้าของนางก็ดูสงบเสงี่ยม ในตอนนี้ หน้าตาที่แลดูน่าหวาดกลัวกลับแลดูอ่อนโยนมากทีเดียว

 

ชุดสีแดงโอบล้อมเรือนร่างของนางไว้อย่างแนบแน่น เผยให้เห็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของนาง

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนกวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างของนางแล้ว เขาก็ก้มหน้าลงและเริ่มคิดเรื่องที่จะเล่าให้นางฟัง

 

เรื่องไซอิ๋วเหรอ ? นี่เป็นเรื่องที่เขาโปรดปราน แต่เขารู้สึกว่าเขาไม่ควรจะเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง จักรพรรดินีอาจจะไม่ชอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลิงที่สร้างความหายนะบนสวรรค์รึเปล่านะ ?

 

เรื่องซ้องกั๋ง (108 วีรบุรุษเขาเหลียงซาน) ล่ะเป็นไง ? อย่าดีกว่า เขาไม่ควรเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับกลุ่มโจรที่ก่อการจลาจล

 

แล้วเรื่องความฝันในหอแดงล่ะ ? ไม่อ่ะ เขายังไม่เคยอ่านเลย

 

ดูเหมือนว่าเขาจะเล่าได้แค่เรื่องสามก๊กให้นางฟังได้เท่านั้น มันเป็นเรื่องที่เขาประทับใจมากที่สุด เขาได้ดูละครทีวีอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่สามารถนึกถึงบทพูดต้นฉบับได้ทั้งหมด แต่เขาก็ยังพอเล่าเรื่องได้บ้าง

 

นอกเหนือจากสี่สุดยอดวรรณกรรมนี้ เขาก็ยังรู้จักเรื่องตำนานนางพญางูขาว และเรื่องม่านประเพณีอีกด้วย ส่วนเรื่องอื่นที่เหลือ เขาก็นึกไม่ออกแล้ว

 

หลังจากที่ตัดสินใจเล่าเรื่องสามก๊กแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้กระแอมไอออกมาและพูดออกมา “ฝ่าบาท ต่อไปนี้ ข้าจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีนยุคโบราณให้ฟังนะขอรับ”

 

 

 

“น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบูรพา

คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย

ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย

สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน

 

เกาะกลางชล คนตัดฟืนผมขาว เฒ่าหาปลา

สารทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน

สรวลสุราขุ่น ป้านใหญ่ ให้ตำนาน

เก่า ๆ ใหม่ ๆ เสพสราญ ว่ากันไป…..

 

สารทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน

สรวลสุราขุ่น ป้านใหญ่ ให้ตำนาน

เก่า ๆ ใหม่ ๆ เสพสราญ ว่ากันไป…..

 

 

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนร่ายลำนำสามก๊ก (แยงซีรี่ไหลสู่บูรพา) จบแล้ว จักรพรรดินีก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา “ถึงจะฟังดูดีก็เถอะ แต่ข้าก็แอบรู้สึกหดหู่นะ”

 

เหยินปาเชียนยิ้มออกมา จากนั้นเขาจึงเริ่มเล่าเรื่องราวในตอนที่ 1 “สามวีรบุรุษสาบานในสวนท้อ ชัยชนะจากการปราบโจรผ้าเหลืองในสนามรบ”

 

ในบางครั้ง จักรพรรดินีก็จะถามเหยินปาเชียนเกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ เป็นระยะ เช่น สิบขันที เต้เหี้ยน โลติด กองซุนจ้าน เป็นต้น

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้อธิบายจนจักรพรรดินีได้ยินคำว่า “ขันที” นางให้ความเห็นว่า “ข้าได้ยินว่ามีขันทีอยู่ในพระราชวังหลวงของมหาจักรวรรดิเซี่ย ในฐานะผู้ครองแคว้นต้าเย่า ข้าจะทำให้พลเมืองของข้ามีมลทินมิได้เป็นอันขาด”

 

เมื่อเหยินปาเชียนกล่าวถึงโฮเฮากับตังไทฮอ จักรพรรดินีถามด้วยความสับสนว่า “เพราะเหตุอันใด ผู้หญิงถึงมีส่วนร่วมในการปกครองไม่ได้ล่ะ ?”

 

“อืมม.. จีนในยุคโบราณผู้หญิงนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในการปกครองขอรับ”

 

“ก็ตัดหัวคนที่คัดค้านไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ด้วยวิธีนี้จะต้องใช้ได้อย่างแน่นอน” จักรพรรดินีกล่าวด้วยความรังเกียจ

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าคำพูดนี้มีความหมายหลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว มีคนในประวัติศาสตร์จีนที่ทำในสิ่งที่นางพูดและประสบความสำเร็จ ดูเหมือนว่าจักรพรรดินีพระองค์นี้จะมีทัศนคติแบบเดียวกับพระนางอู่เจ๋อเทียน

 

(พระนางอู่เจ๋อเทียน คือจักรพรรดินีองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน)

 

 

 

ในช่วงบ่าย หลังจากที่จักรพรรดินีได้เสวยพระกายาหารและเหยินปาเชียนดื่มน้ำแล้ว ในเวลาต่อมาเขาก็เรื่องต่อ

 

ในตอนที่จะเริ่มเล่า จักรพรรดินีทำท่าเหมือนจะขัดจังหวะเหยินปาเชียน แต่แล้ว นางก็ไม่ได้พูดอะไรและฟังเรื่องเล่าของเหยินปาเชียนอย่างใจจดใจจ่อ

 

ช่วงที่เหลือของวันนั้น เหยินปาเชียนได้เล่าเรื่องราวในตอนที่ 11 เขาเล่าว่าเล่าปี่ช่วยเหลือขงหยงไว้ และลิโป้พ่ายแพ้แก่โจโฉได้อย่างไร

 

เขาเล่าจนลิ้นและปากแห้ง แต่เขาก็ยังมีพลังเต็มเปี่ยม ตลอดที่ผ่านมา เขาชอบสามก๊กมาก แต่เขาไม่ค่อยคุยเรื่องนี้กับคนอื่นเท่าไรนัก ตอนนี้เขาได้พบกับคนที่ไม่เคยฟังเรื่องนี้มาก่อน และเขาก็สามารถแสดงออกถึงความชอบของเขาได้ในที่สุด ยิ่งเขาเล่ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เขาเกิดความตื่นเต้นและเพลิดเพลินมากขึ้นไปอีก

 

เล่าไปเล่ามา เขาก็เริ่มเดินไปเดินมาพร้อมกับแสดงท่าทางด้วยมือเป็นบางครั้ง

 

จักรพรรดิมิไม่ได้สนใจการเล่นตลกของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่นางเห็นว่าการแสดงออกด้วยท่าทางของเขาตลกมากและริมฝีปากของนางก็ยิ้มออกมา น่าเสียดายที่เหยินปาเชียนได้จมปลักอยู่ในโลกของสามก๊กแล้วเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มของนาง

 

ข้างด้านจักรพรรดินีมีคนรับใช้สองคน แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้ให้ความคิดเห็นเหมือนจักรพรรดินี แต่พวกเธอดูหลงใหลในเรื่องนี้ พวกเธอกัดฟันด้วยความตื่นเต้นขณะดำเนินเรื่องอยู่ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวเพียงไม่นาน พวกเธอก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

 

และแล้ว ท้องฟ้าก็มืดลง เหยินปาเชียนก็หยุดเล่าเมื่อเห็นสีของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไป

 

“เรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว” จักรพรรดินีพูด จากนั้นนางจึงบอกเหยินปาเชียนให้กลับไปพักผ่อนและมาเล่าต่อในวันรุ่งขึ้น

 

เหยินปาเชียนตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในคืนนี้ เขากำลังจะกลับไปที่ดาวโลก แล้วในวันรุ่งขึ้นเขาจะมาเล่าต่อได้ยังไงกัน ? เขารีบพูดออกมา “ฝ่าบาท พรุ่งนี้ข้าน้อยจะต้องเตรียมการต่าง ๆ เพื่อการปลูกมันเทศและข้าน้อยยังต้องทำความสะอาดที่ดินแปลงนี้ด้วย ยังไงซะ การผลิตอาหารก็เป็นรากฐานที่สำคัญของแคว้นที่ยิ่งใหญ่นะขอรับ พวกเราไม่ควรพึ่งพาพวกพ่อค้าสามหาวอีกต่อไปแล้ว ในตอนนี้ การมีแหล่งอาหารที่ยั่งยืนจึงความสำคัญที่สุดขอรับ”

 

จักรพรรดินีมองไปที่เหยินปาเชียนด้วยความลุ่มหลง แล้วนางก็พูดออกมา “สิ่งที่เจ้าพูดนั้นมีเหตุผล การดำรงชีวิตของพลเมืองของพวกเราเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในขณะนี้ ข้าจะบอกว่า ให้เจ้ากลับไปจัดเตรียมสิ่งที่เจ้าเรียกว่า ‘มันเทศ’ เสียก่อน หลังจากที่เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้ว กลับมาเล่าเรื่องให้ข้าฟังต่อด้วย แล้วก็อย่าลืมเรื่องการเดิมพันของเจ้ากับห้องครัวหลวงซะล่ะ”

 

คนรับใช้ทั้งสองมองไปที่เหยินปาเชียนด้วยดวงตาที่ดูเศร้าใจ เขากำลังเล่าถึงตอนสำคัญของเรื่องพอดีเลย

 

พวกเขาหวังให้เหยินปาเชียนจะกลับมาเร็ว ๆ เพื่อเล่าเรื่องต่อ

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...