ตอนที่แล้วDND.45 - สละตนเพื่อหนึ่งคน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDND.47 - เพราะข้าแกร่งกว่าเจ้า

DND.46 - มงกุฎศักดิ์สิทธิ์


เมื่อศิษย์อสูรในสำนักรู้ว่าซือหยูซ่อนตัวจากไปชี่เซียงและองครักษ์เฉินยังไง ชื่อเสียงของเซี่ยจิงหยูคงจะมัวหมองทันที

นางเป็นชนชั้นขุนนางที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง นางไม่ยอมให้ฟางฉิงโจวสัมผัสตัวเพื่อคงความบริสุทธิ์เอาไว้จนคิดปลิดชีวิตตนเอง แต่ในตอนนี้นางเต็มใจใช้ร่างกายงดงามราวหยกกอดซือหยู

“ศิษย์พี่...เซี่ย...”

ซือหยูมักจะใจเย็นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ในหัวของเขาว่างเปล่า

ในชีวิตก่อน หากมีเรื่องเข้าใจผิดกับสตรี เขาเพียงแค่ใช้ถ้อยคำหวานให้พวกนางสุขใจและหาโอกาสสลัดทิ้งไป

แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้กับเซี่ยจิงหยูเพราะเป็นนางที่สละความบริสุทธิ์เพื่อช่วยเขา หากเขาไม่มีเซี่ยนเอ๋อเป็นคู่หมั้นเขาคงจะกล้ารับผิดชอบนาง แต่ฉินเซี่ยนเอ๋อคือคู่หมั้นของเขา นางที่เสียพ่อไปคงทนรับการสูญเสียคู่หมั้นอีกมิได้แน่

เซี่ยจิงหยูเช็ดน้ำตา ผิวนางยังคงสะท้อนแสงยามค่ำคืน มันเป็นแสงที่หม่นหมองราวกับดอกบัวยามใบไม้ร่วง ทั้งน่าหลงใหลและดูเย็นชา

นางบอกซือหยูว่าอย่าใส่ใจ นางท่องประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงอนาคต

ในตอนนั้นมีเสียงฝีเท้าจากด้านนอกใกล้เข้ามา

“หยูเอ๋อ พ่อเข้าไปได้ไหม?”

เซี่ยจิงหยูใจหายใจที นางมองซือหยูอย่างซับซ่อน อ่อนโยน และสิ้นหวัง

“ได้ค่ะ ข้าตื่นแล้วท่านพ่อ”

สิ่งที่นางต้องเจอ ท้ายสุดก็ต้องเจอ เป็นไปไม่ได้ที่นางจะซ่อนซือหยูในกระโจมนี้

เซี่ยหลินฉวนกังวลว่าลูกสาวกำลังหวาดกลัวข้างในกระโจม แต่เขากลับเห็นชายที่ใบหน้าเหน็ดเหนื่อยและดูราวกับขอทานนั่งอยู่กับเตียงลูกสาว เขาที่เป็นพ่อของเซี่ยจิงหยูรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า!

เมื่อมองเขาก็รู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มผู้นี้มาก!

“ซือหยู!”

เซี่ยหลินฉวนตกตะลึงอีกครั้ง เขาถูกผู้อาวุโสฉินช่วยหนีไปจากเฟิงหลินแล้วมิใช่หรือ? ทำไมเขามาอยู่ที่นี่?

แต่ก็มีอีกหนึ่งคำถามที่ทำให้เขาโกรธเกรี้ยว! หากลูกสาวเขานอนเปลือยกายบนเตียง แล้วซือหยูไปอยู่บนเตียงกับนางได้ยังไง?

ลูกสาวเขาบริสุทธิ์ผุดผ่อง เซี่ยหลินฉวนเชื่อว่านางจะไม่ทำอะไรที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย เห็นได้ชัดว่านางปกป้องซือหยูและแสร้งหลับ แต่ในตอนนั้นเองซือหยูก็อยู่ร่วมเตียงกับนาง!

เซี่ยหลินฉวนตกใจมาก! ความบริสุทธิ์ของลูกสาว….

หลังจากได้ยินเสียงดัง เย่ฉวนกับศิษย์อสูรก็รีบมาที่กระโจมเซี่ยจิงหยู พวกเขาตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่ได้เห็น

เซี่ยจิงหยูนอนเปลือยกายกับซือหยูงั้นเหรอ? คนข้างนอกกระโจมต่างนิ่งงัน!

เมื่อมีสายตาหลายคู่มองเข้ามาใบหน้าเซี่ยจิงหยูก็แดงก่ำ นางที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมิอาจทนต่อสายตาที่จ้องมองเข้ามาได้

“พวกเจ้าทุกคนออกไป!”

เซี่ยหลินฉวนตื่นตระหนกราวกับมีลาวาที่พร้อมปะทุตลอดเวลา

เย่ฉวนนำศิษย์อสูรออกไปทันที เขาเฉลียวฉลาดและระวังตัวเสมอ เขาต้องทำให้ศิษย์ไม่กระจายเรื่องซือหยูในกระโจมออกไป! หากไป่ชี่เซียงรู้เข้าเขาจะทำลายสร้อยหยกที่ทำให้พวกเขาทั้งหมดถูกสังหาร! แต่มันก็ยากที่จะรักษาความลับเช่นนี้

เซี่ยหลินฉวนเต็มไปด้วยความโกรธ เขามองลูกสาวและรู้สึกว่าสิ่งที่นางทำช่างไม่คุ้มค่า เขาเจ็บปวดจากไฟพิโรธในใจ

เพื่อช่วยซือหยู ชายที่นางรู้จักได้ไม่นาน นางต้องสละเพียงนี้เชียวหรือ? ในตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่านางเสียความบริสุทธิ์ให้ซือหยู แม้ว่าพวกเขาจะยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ชื่อเสียงของลูกสาวเขามัวหมองไปหมดแล้ว!

บุรุษผู้ใดกันจะวิวาห์กับสตรีที่นอนเปลือยกายกับชายอื่น? เมื่อเขามองซือหยูหัวใจของเขาก็ลุกเป็นไฟด้วยความโกรธแค้น!

แม้ว่าเขาจะโกรธมากเขาก็เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดของซือหยูไปเสียทั้งหมด หากซือหยูมีทางเลือกอื่นเขาคงจะไม่มีทางเข้ามาในกระโจมนี้

เขาข่มความโกรธและพูดด้วยความเย็นชา

“ซือหยู! บอกข้ามา เจ้าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”

ซือหยูพูดเชิงขออภัย

“ข้าให้ท่านเซี่ยตัดสินใจ!”

“ดี!”

เซี่ยหลินฉวนคิดอยู่ชั่วครู่

“ไม่มีทางใดที่จะรักษาชื่อเสียงของลูกสาวข้าได้อีกแล้ว นอกจากเจ้าต้องแต่งงานกับนาง!”

เซี่ยจิงหยูรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางหน้าแดงและยืนกรานไม่ยอมรับ

“ไม่..ท่านพ่อ! เขา...”

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูไม่ได้รู้จักกันมายาวนาน เซี่ยจิงหยูไม่มีความรู้สึกต่อซือหยูมากนัก นางเพียงแค่ประทับใจเขา นางไม่ได้คิดที่จะแต่งงานกับซือหยู

“ฮื่ม! เจ้ายังมีทางเลือกอีกรึ? เราต้องให้ซือหยูตัดสินใจเอง!”

เซี่ยหลินฉวนจ้องลูกสาว เขาใช้โอกาสนี้เพื่อกอบกู้ลูกสาว หากเขาไม่ใช้โอกาสนี้บังคับซือหยูให้แต่งงานกับลูกสาวแล้วลูกสาวเขาจะไปแต่งงานกับชายอื่นได้ยังไง?

แน่นอนว่าลูกสาวของเขางดงามมาก มีบุรุษหลายคนหมายตานางอยู่ ไม่ยากที่นางจะแต่งงาน แต่ถ้าหากนางอยากจะแต่งงานกับผู้ที่มีศักดิ์ศรีเท่ากัน เรื่องนี้จะทำให้นางไม่บริสุทธิ์!

ซือหยูยืนกรานขอโทษ

“ท่านเซี่ย ข้ายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้! เซี่ยนเอ๋อคือคู่หมั้นของข้าและข้าทำเช่นนี้กับนางไม่ได้!”

เซี่ยจิงหยูที่กังวลสบายใจขึ้นเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ นางกลัวว่าพวกเขาจะต้องแต่งงานกันท่ามกลางความวุ่นวายนี่

แต่นางก็ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อโดนปฏิเสธแล้วจิตใจนางก็ไม่ได้สงบลงอย่างที่คิด นางกลับผิดหวังที่ซือหยูปฏิเสธนาง

เซี่ยหลินฉวนข่มความโกรธไม่ได้อีกแล้ว เขากัดฟันและพูดทีละคำอย่างชัดเจน

“เพราะเจ้า ชื่อของลูกสาวข้าจึงเสื่อมเสีย หากเจ้าไม่แต่งงานกับนาง แล้วเจ้าจะชดใช้นางยังไง?”

“ข้า...”

ซือหยูคิดอะไรไม่ออก เขาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพูดอย่างจริงใจ

“ท่านเซี่ยและศิษย์พี่เซี่ย โปรดให้เวลาข้าไตร่ตรอง หลังจากงานประชุมศักดิ์สิทธิ์จบลงแล้วข้าจัดการเรื่องงานแต่งงานกับเซี่ยนเอ๋อ ข้าจะอธิบายเรื่องกับพวกท่าน”

เซี่ยหลินฉวนโกรธจัด เขามิอาจรั้งให้เรื่องมันยาวไปกว่านี้ เขาให้ซือหยูคิดวิธีชดใช้ แต่ซือหยูกลับไม่ตอบว่าจะทำอะไร

ท้ายสุดลูกสาวของเขาที่อ่อนโยนและไม่อาจทนบังคับให้ซือหยูแต่งงานกับนางก็เกลี้ยกล่อม

“ท่านพ่อ...สะสางเรื่องนี้หลังจากซือหยูแต่งงานกับเซี่ยนเอ๋อเถอะ”

เซี่ยหลินฉวนโกรธมาก แม้เขาจะยืนกรานเพื่อสิทธิ์ของลูกสาว...นางกลับไม่เข้าข้างเขา!

“ซือหยู! ข้าจะจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ! เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่!”

เซี่ยหลินฉวนกระทืบเท้าออกไป

เซี่ยหลินฉวนไม่เข้าใจ ดยุคเซี่ยนหยูไร้อำนาจไปแล้วซึ่งทำให้ซือหยูจะไม่สำเร็จอะไรที่ยิ่งใหญ่เลยในอนาคต

ลูกสาวเขาทั้งดูดีและสง่างาม ตัวเขาเองก็มีพลังระดับเจ็ดที่จะช่วยซือหยูบ่มเพาะพลังได้ แล้วทำไมซือหยูยังหนักแน่นที่จะแต่งงานกับฉินเซี่ยนเอ๋อ?

เมื่อพ่อนางเดินไปไกลแล้วนางก็พูดอย่างอ่อนโยน

“ข้าคิดมากเรื่องพ่อข้าเลย ข้ามิต้องการให้เจ้ารับผิดชอบสิ่งใด ข้าเพียงหวังให้เจ้าดูแลเซี่ยนเอ๋อให้ดี”

ซือหยูทั้งหวั่นไหวและละอายใจ

“ข้าติดหนี้ดยุคเซี่ยนหยู ก่อนเขาตาย เขาฝากลูกสาวไว้กับข้า ข้ามิอาจทิ้งเซี่ยนเอ๋อไปไหนได้ หากเรื่องทุกอย่างคลี่คลาย ข้าจะกลับมาชี้แจงกับศิษย์พี่เซี่ย”

นางรับฟังความลำบากของซือหยู นางตระหนักได้ว่าทุกอย่างเพราะเขานั้นรู้สึกเคารพนับถือดยุคเซี่ยนหยูเป็นอันมาก ความผิดหวังในใจนางค่อยๆลบเลือน นางเริ่มเข้าใจซือหยูมากขึ้น

ทุกคนคิดว่าซือหยูทะยานหนีไปด้วยปีกที่มาโอบอุ้ม ใครกันจะคิดว่าเขาจะยืนหยัดต่อสู้กับตระกูลราชวงศ์?

“เรียกข้าว่าจิงหยู บอกเรื่องเซี่ยนเอ๋อหน่อยได้ไหม?”

ซือหยูพนักหน้า

หลังจากหนึ่งชั่วโมง นางทั้งรู้สึกพอใจและเป็นห่วง

นางยินดีที่เซี่ยนเอ๋อปลอดภัยและหนีไปยังเฟิงหวง เฟิงหวงเป็นแคว้นที่แกร่งมิยิ่งหย่อนไปกว่าเฟิงหลิน ดังนั้นแล้วเฟิงหลินจะคุกคามเซี่ยนเอ๋อไม่ได้อีก

แต่นางกังวลซือหยูที่แน่วแน่จะเข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์เพื่อล้างแค้น โอกาสที่เขาจะได้ลำดับหนึ่งช่างน้อยนิด และเขาอาจจะต้องจบลงอย่างน่าสงสาร

เมืองหลวงเป็นพื้นที่ขององค์ชายลำดับหนึ่ง หลังจากงานประชุมศักดิ์สิทธิ์จบลงบัญชาศักดิ์สิทธิ์ที่ซือหยูมีจะหายไป จะไม่มีอะไรขวางองค์ชายลำดับหนึ่งให้สังหารซือหยูได้อีกแล้ว

หากซือหยูใช้คนเต็มกำลัง แม้ซือหยูจะมีพลังระดับเก้าก็ต้องพบจุดจบแห่งความเศร้า

ซือหยูต้องต่อสู้ขณะแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย หากเขาไม่ได้ลำดับหนึ่ง สิ่งที่รอคอยเขาจะมีเพียงแต่ความตายเท่านั้น

ซือหยูไม่ได้ข้อมูลมากนัก เขารู้แค่ว่าในวันที่พวกเขาหนีออกมา ดยุคเซี่ยนหยูถูกองค์ชายลำดับสามช่วยไว้และยังมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็เสียแขนไปหนึ่งข้าง

เรื่องนี้ทำให้ซือหยูดีใจมาก แต่อีกเรื่องที่ได้ยินก็ทำให้เขาเศร้าหมอง เพราะองค์ชายลำดับสองถูกสังหาร นั่นทำให้ดยุคเซี่ยนหยูต้องถูกประหารในอีก 10 วัน!

นั่นเป็นวันที่งานประชุมศักดิ์สิทธิ์จบลง! ซือหยูไม่มีเวลาอีกแล้ว ซือหยูต้องได้ลำดับหนึ่งในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ให้จงได้! เขาจะต้องได้ที่หนึ่ง มิเช่นนั้นดยุคเซี่ยนหยูจะถูกประหาร!

“วันที่เหลืออยู่ให้ข้าประลองกับเจ้าเถอะ เราจะได้เรียนรู้ด้วยกัน ข้าหวังว่าจะทำให้เจ้าเพิ่มพลังได้มากขึ้น มิเช่นนั้นด้วยพลังระดับนี้ โอกาสที่เจ้าจะถึงสามสิบอันดับแรกจะมีน้อยนิด มิต้องพูดถึงลำดับหนึ่งเลย”

เซี่ยจิงหยูหวั่นไหวเพราะความแน่วแน่ของต่อดยุคเซี่ยนหยูของเขา นางจึงคิดสนับสนุนด้วยพลังทั้งหมดที่มี

ซือหยูส่ายหัวเบาๆ

“ไม่!”

“ทำไมกัน?”

เซี่ยจิงหยูขบริมฝีปาก

ซือหยูพูดอย่างสุขุม

“องค์ชายลำดับหนึ่งจะสังหารข้าทันทีหากข้าเข้าเมืองหลวง เขาจะต้องแอบส่งมือสังหารมาแน่นอน”

“หากพวกเขารู้ว่าข้าอยู่กับพวกท่าน เขาจะต้องสังหารทุกคนเพื่อปกปิดความจริง! ข้ามิอาจลากพวกท่านทั้งหมดมาตายกับข้า”

ซือหยูพูดช้าๆ

ตัวตนของไป่ชี่เซียงยืนยันคำพูดของซือหยูได้เป็นอย่างดี

แม้เซี่ยจิงหยูจะเข้าใจ แต่นางก็เก็บคำพูดไม่ได้อีกแล้ว

“แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อ? หากเราไม่ปกป้องเจ้า แล้วใครจะปกป้องเจ้า?”

ซือหยูมาจากหมู่บ้านยากจน คนที่แกร่งที่สุดที่เขารู้สึกมีเพียงดยุคเซี่ยนหยู เซี่ยจิงหยูไม่คิดว่าซือหยูจะมีคนอื่น

“ยังมีอีกหนึ่งคน!”

ซือหยูตาเป็นประกาย

เช้าถัดมา คณะสำนักเซี่ยนหยูเดินทางเข้าเมืองหลวงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซือหยูปลอมตัวเป็นข้ารับใช้และปะปนไปกับผู้คน เขาแอบปิดบัญชาศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผากเอาไว้

ศิษย์อสูรทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเพราะเซี่ยหลินฉวนเตือนหลายต่อหลายครั้ง พวกเขามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงอย่างช้าๆ

ท่ามกลางฝูงชน ไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉินแอบสังเกตการมาของพวกเขาอยู่นาน องครักษ์เฉินส่ายหัวเบาๆ

“ดูเหมือนเขาจะไม่ได้อยู่กับพวกนั้นจริงๆ เราเสียเวลาทั้งคืน!”

ไป่ชี่เซียงโกรธมาก

“ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์! มันหนีรอดจริง! เราต้องกลับไปรายงานกับองค์ชายหนึ่ง!”

หลังจากเข้าเมืองหลวง ซือหยูก็มองซือหยูด้วยอารมณ์หลากหลาย ดวงตาราวหิมะของนางสั่นราวกับสูญเสียบางสิ่ง ความเศร้าหมองกัดกินจิตใจของนาง

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูมิได้กล่าวคำอำลาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครจับได้ พวกเขาเพียงส่งสายตาอำลา...ที่อาจจะเป็นการลาจากครั้งสุดท้าย

หากซือหยูมิได้ชนะและสวมมงกุฎศักดิ์สิทธิ์...เขาคงหลีกหนีความตายไม่พ้น

ซือหยูให้โอกาสที่ไม่มีใครมองอยู่หลบหายไป เซี่ยจิงหยูไหล่สั่นและเศร้าโศกจากใจ

“ทำไมกัน...หยูเอ๋อ ทำไมเจ้าต้องทรมานตัวเองเช่นนี้?”

เซี่ยหลินฉวนมีพลังระดับเจ็ด เขาจะไม่รู้ว่าซือหยูจากไปแล้วได้อย่างไร?

เขาลูบไหล่ลูกสาวอย่างแผ่วเบาและถอนหายใจ

“เจ้าควรบังคับเขาให้อยู่ต่อ เขาให้คุณค่ากับผู้คนมาก หากเจ้าเอาความตายมาขู่เขา เขาจะต้องอยู่กับพวกเราแน่นอน”

ดวงตานางเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน

“ท่านพ่อ ปล่อยเขาไปเถิด ข้ามิอยากเป็นดั่งสวรรค์ที่ลิขิตชะตาเขาเช่นนี้”

*************

ที่หายไปเพราะผู้แปลถูกอุบัติเหตุรถชน ช่วงนี้อาจจะแปลช้าหน่อย หายดีแล้วจะกลับมาลงปกติเช่นเคยจ้า(ประมาณ 1 สัปดาห์) ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ - Banshee

************

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด