ตอนที่แล้วตอนที่ 19: เลี้ยงอาหารมื้อค่ำ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 21: น้ำแข็งใส

เหยินปาเชียนรีบพุ่งไปหาผู้ดูแลคนอื่น ๆ และทำความเคารพ เขาตะโกนเรียกคนงานให้มาเข็นรถเข็นน้ำแข็งแทนเขาและเดินตามพลทหารเข้าไปในพระราชวัง

 

มีทางเดินระหว่างประตูพระราชวังและสวนสัตว์ หลังจากที่ตรวจสอบก้อนน้ำแข็งกับลักษณะของมันแล้ว พวกเขาก็ได้เข้ามาในพระราชวัง

 

ครั้งก่อนที่เหยินปาเชียนมาที่นี่ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดที่จะรักษาชีวิตตัวเองไว้ และไม่ได้มีอารมณ์ที่จะมองไปรอบ ๆ พระราชวัง

 

ในตอนนี้ เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

 

ถ้าให้พูดง่าย ๆ สิ่งปลูกสร้างในต้าเย่าจะดูบ้านนอก แต่สิ่งปลูกสร้างในพระราชวังส่วนใหญ่ทำมาจากหิน แถมยังมีการแกะสลักที่เรียบง่ายซึ่งทำให้ความบ้านนอกของต้าเย่ายิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก แต่เหยินปาเชียนพบว่ามันน่าสนใจจริง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม สวนที่ดูสวยสดงดงามแบบนั้นมีอยู่มากมายบนดาวโลก ส่วนทิวทัศน์ที่ดูบ้านนอกและแปลกประหลาดในต่างแดนแบบนี้เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเขา

 

 

 

พวกเขาได้มาถึงทางเข้าพระราชวังแล้ว และพวกเขาก็ยืนรออยู่ข้างหน้า พลทหารที่เคยพาพวกเขามาเมื่อก่อนหน้านี้ ได้ป่าวประกาศการมาถึงของพวกเขาให้พระองค์ทราบ

 

หลังจากนั้นไม่นาน พลทหารคนนั้นก็วิ่งไปหาทุกคนและโบกมือเรียก “ส่งน้ำแข็งเข้ามาข้างในได้เลย”

 

จากนั้นเขาก็สั่งเหยินปาเชียน “ตามข้ามา”

 

หลังจากที่แยกจากคนอื่น ๆ แล้ว พลทหารคนนั้นก็พูดกับเหยินปาเชียน “พระองค์ต้องการให้เจ้าจัดเตรียมอาหารที่แปลกใหม่ ทำให้ดีล่ะ”

 

“ขอบคุณมาก !” เหยินปาเชียนกล่าวขอบคุณ “ข้าควรจะเรียกท่านว่าอย่างไรดี ?”

 

“เรียกข้าว่าฉีหู่ก็แล้วกัน” พลทหารยิ้มออกมา

 

“พี่ฉีและผู้ดูแลฉีเป็นคนตระกูลเดียวกันเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความอยากรู้

 

“พวกเรามาจากฐานที่มั่นเดียวกันน่ะ”

 

ทั้งสองคนคุยกันอยู่พักหนึ่ง และเหยินปาเชียนก็นึกขึ้นมาได้ “นอกจากพระองค์แล้ว มีใครอาศัยอยู่ในพระราชวังอีกบ้าง ? ขณะที่ข้าเดินเข้ามาในพระราชวัง ข้าแทบจะไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียว”

 

“ก็จะมีคนรับใช้ คนงาน แล้วก็ทหารแบบข้านี่ไงล่ะ” พี่ฉีตอบ

 

เหยินปาเชียนรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือไม่มีขันทีในโลกนี้

 

 

 

หลังจากเดินมานานกว่าสิบนาที พวกเขาก็มาถึงลานขนาดใหญ่ที่มีผู้คนกำลังทำงานกันอย่างวุ่นวายอยู่สิบกว่าคน

 

ที่นี่คือห้องครัวหลวงแห่งพระราชวัง ซึ่งใช้ในการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับองค์จักรพรรดินีโดยเฉพาะ หากมีคนจากพระราชวังหรือแขกอื่น ๆ ห้องครัวแห่งนี้ก็จะเป็นผู้รับผิดชอบด้วยเช่นกัน

 

ส่วนอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้คุ้มกัน คนรับใช้ในพระราชวัง และคนงานจะถูกจัดเตรียมมาจากที่อื่น

 

ผู้ดูแลห้องครัวหลวงนั้นตัวสูงและอ้วนท้วม เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าพ่อครัวทุกคนเป็นแบบนั้นหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นแบบนี้

 

โดยเฉพาะพ่อครัวที่นี่ พวกเขาศึกษาอาหารทุกประเภทและลิ้มรสชาติของอาหารทุกประเภทอยู่เป็นประจำทุกวัน มันไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะอ้วนจากการที่พวกเขาต้องลองชิมอาหารทุกจาน

 

“ท่านผู้ดูแลโกว เขาคนนี้คือเหยินปาเชียนผู้มาจากสวนสัตว์ พระองค์มิทรงอยากพระกายาหารในวันนี้ โปรดยินยอมให้เขาจัดเตรียมอาหารที่แปลกใหม่ด้วย” ฉีหู่แนะนำเหยินปาเชียนให้กับผู้ดูแลห้องครัวหลวง

 

หลังจากได้รับคำสั่งของฉีหู่แล้ว สีหน้าของชายอ้วนนั้นก็เปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นยืนทันที “จะให้คนจากสวนสัตว์มาจัดเตรียมอาหารเนี่ยนะ ? เจ้าตั้งใจจะทำอาหารมื้อนี้ให้ใครกันแน่ ?”

 

“ระวังปากหน่อยผู้ดูแลโกว” พี่ฉีเตือนด้วยเสียงอันเข้ม

 

ผู้ดูแลโกวรู้ได้ว่าคำพูดของเขาดูเหมือนจะเป็นการว่ากล่าวต่อพระองค์ เขาจึงรีบตอบกลับ “ข้ามิได้เจตนาเช่นนั้น ข้าหวังว่าท่านจะไม่ว่ากล่าวข้านะ”

 

“ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวทั้งสองวันนี้ พระองค์จึงมิทรงอยากพระกายาหารและมิทรงเสวยพระกายาหารกลางวันมากนักในวันนี้” ฉีหู่กล่าวต่อ

 

“เป็นความผิดของข้าเอง !” ผู้ดูแลโกวก้มหัวลง “ไม่ว่ายังไง ความไม่อยากอาหารของพระองค์ก็เป็นความผิดของห้องครัวหลวงอยู่ดี สภาพอากาศที่ร้อนไม่ได้มีผลกับความด้อยประสิทธิภาพของพวกเราหรอก”

 

“ผู้ดูแลเหยินมาจากต่างแคว้นและเขาเชี่ยวชาญในการทำอาหาร เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงต้องการให้เขาเตรียมอาหารที่แปลกใหม่แก่พระองค์”

 

“ห้องครัวหลวงขอน้อมรับคำบัญชา” ผู้ดูแลโกวกำมือขึ้นและตอบกลับ

 

จากนั้น ก็รีบวิ่งไปหาเหยินปาเชียนและพูดออกมา “เอาเลย ใช้สิ่งที่เจ้าต้องการได้เลย ลองดูซิว่าเจ้าจะทำอาหารที่แปลกใหม่แบบไหนออกมา”

 

เหยินปาเชียนมองเห็นได้ว่าถึงแม้ผู้ดูแลโกวจะยอมรับคำสั่งด้วยคำพูด แต่เขาก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ลึก ๆ อย่างไรก็ตาม ห้องครัวหลวงเป็นพื้นที่ของเขา และเขามีความเชื่อมั่นในทักษะการทำอาหารของตัวเองมาก

 

ถ้าเป็นพ่อครัวชั้นยอดคนอื่นที่แสดงทักษะการทำอาหารออกมา เขาอาจจะเต็มใจมองดูและเรียนรู้จากเขาก็เป็นได้

 

พวกเขารู้สึกไม่ดีกับการที่ผู้ดูแลจากสวนสัตว์จะมาทำอาหารถวายแด่องค์จักรพรรดินี

 

ก่อนหน้านี้ เหยินปาเชียนเห็นว่าเขาไม่ได้พูดประชดประชันและได้ยอมรับในความผิดพลาดของตนเองในทันที ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างประทับใจเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายกลับไม่ชอบเขา ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปญาติดีกับเขา

 

มันคงจะดีตราบใดที่เขาเตรียมอะไรบางอย่างที่ทำให้องค์จักรพรรดินีพอใจได้

 

ส่วนหลักของห้องครัวหลวงเป็นห้องที่กว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีห้องเล็ก ๆ อีกสองห้องอยู่ข้าง ๆ อีกด้วย

 

เหยินปาเชียนเดินเข้าไปในห้องที่ใหญ่ที่สุดและชำเลืองมอง มีผักชนิดที่เขาเคยเห็นและไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อยู่ด้านข้างห้องครัวอีกด้วย

 

สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของเหยินปาเชียน นั่นคือเครื่องเทศ

 

เขาได้ลิ้มรสทีละอย่าง เขาลองชิมเกลือ น้ำตาลทรายแดง ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหวาน ผลไม้ที่มีรสเผ็ด และรากที่ดูเหมือนขิง นอกจากนี้เขายังได้ลองชิมซอสเนื้อรสชาติแปลก ๆ อีกด้วย เครื่องเทศเหล่านี้คือวัตถุดิบทั้งหมดที่สามารถพบได้ในห้องครัวหลวงแห่งนี้

 

มันขาดแคลนมากกว่าที่เหยินปาเชียนคิดไว้

 

เขาเชื่อว่าบ้านของคนธรรมดาทั่วไปในประเทศจีนจะมีเครื่องเทศมากกว่าห้องครัวหลวงนี้เสียอีก

 

เช่นเดียวกัน กลุ่มพ่อครัวในห้องครัวหลวงจ้องมองเหยินปาเชียนด้วยความเย่อหยิ่งเล็กน้อย พวกเขาอยากเห็นว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง เหยินปาเชียนภูมิใจที่เขาคนที่มีทักษะการทำอาหารธรรมดา เขาไม่สามารถทำอาหารให้อร่อยได้โดยใช้เครื่องเทศพวกนี้อย่างแน่นอน

 

แล้วยิ่งเหยินปาเชียนที่ไม่คุ้นเคยกับรสชาติของวัตถุดิบพวกนี้ เขาจะทำอะไรกับวัตถุดิบพวกนี้ได้บ้าง ?

 

“เป็นยังไงบ้างล่ะ ? เจ้ากำลังจะทำอะไร ?” ผู้ดูแลโกวถามด้วยโทนเสียงที่ต่ำลงมา

 

เหยินปาเชียนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “แค่เครื่องเทศเพียงไม่กี่อย่างนี้ มันไม่เพียงพอที่จะทำจาจังเมียนด้วยซ้ำ” (เกร็ดความรู้: จาจังเมียน คือ บะหมี่คลุกกับซอสผัด เป็นอาหารจีน-เกาหลี คนเกาหลีจะเรียกจาจังเมียนหรือจาจังมย็อน ส่วนคนจีนจะเรียกจ๋าเจี้ยงเมี่ยน ซึ่งจาจังเมียนของทั้งสองประเทศมีรสชาติที่แตกต่างกัน อาหารที่เหยินปาเชียนพูดถึงคือจ๋าเจี้ยงเมี่ยน แต่คนไทยจะคุ้นชื่อจาจังเมียนมากกว่า จึงใช้ชื่อนี้แทนจ๋าเจี้ยงเมี่ยน)

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด ผู้ดูแลโกวลุกขึ้นทันที “ก็มีแค่ของพวกนี้เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ แม้แต่ในพระราชวังเซี่ย แคว้นหยูน หรือแคว้นเฉินก็มีแค่เครื่องเทศพวกนี้เท่านั้นแหละ อย่าจับผิดสิ่งต่าง ๆ ของพวกเราเลย เจ้าน่ะไร้ฝีมือต่างหาก”

 

เหยินปาเชียนยิ้มกว้าง ไม่มีอะไรที่ใช้ได้กับทักษะการทำอาหารของเขาเลย แต่ถ้าเขาสั่งซื้อสิ่งของทั้งหมดด้วยตัวเอง ทางเลือกก็จะมีมากขึ้น

 

นอกจากนี้ พระราชวังเซี่ย แคว้นหยูน และแคว้นเฉินมีแค่ของพวกนั้นรึไงกัน ? เหยินปาเชียนนั้นไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ

 

ท่านเป็นแค่พ่อครัวของห้องครัวหลวงแห่งต้าเย่า ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าพระราชวังของแคว้นอื่น ๆ มีเครื่องเทศตัวไหนบ้าง ?

 

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวกันอีกว่ายังคงมีแคว้นอื่น ๆ อยู่ทางตะวันตกของมหาจักรวรรดิเซี่ย และทางใต้ของแคว้นเฉิน แคว้นเหล่านี้อาจจะได้รับเครื่องเทศมาจากภูมิภาคอื่น ๆ ก็เป็นได้

 

แม้ว่าเหยินปาเชียนจะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม การที่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลย ทำให้ผู้ดูแลโกวนั้นโกรธเหลือทน

 

เขามาจากสวนสัตว์ แต่เขาได้มายังห้องครัวหลวงเพื่อจัดเตรียมพระกายาหารถวายแด่พระองค์ แถมเขายังคิดว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพออีก ? มันคงทำให้พวกเขาฉุนเฉียวน่าดู

 

หากมีความสามารถล่ะก็ เข้ามาจัดการห้องครัวหลวงได้เลย

 

ผู้ดูแลโกวทำจิตใจให้เย็นลงและตอบกลับอย่างเย็นชา “เจ้าจะเอาอะไร ?”

 

เหยินปาเชียนส่ายหน้าเล็กน้อย เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้ดูแลโกวรู้สึกแย่ แต่เครื่องเทศที่พวกเขามีนั้นไม่เพียงพอ มันมีน้อยเกินไป

 

ผู้ดูแลโกวยิ่งโกรธมากขึ้นอีกเมื่อเขาได้เห็นท่าทีของเหยินปาเชียน “ตราบใดที่สิ่งที่เจ้าต้องการนั้นมีอยู่จริง ข้าจะหาให้เจ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้ามันไม่มีอยู่จริง แค่ยอมรับว่าเจ้านั้นไร้ทักษะฝีมือในการทำอาหาร และรีบกลับไปที่สวนสัตว์ของเจ้าให้ไวจะดีที่สุด”

 

“มีผงชูรสมั้ย ? มีพริกไทยมั้ย ? มีโป๊ยกั้กมั้ย ? มียี่หร่ามั้ย ? มีซอสงามั้ย ? มีพริกป่นมั้ย ? มีอบเชยมั้ย…” เหยินปาเชียนพูดชื่อเครื่องเทศเรียงกัน 7-8 ชนิด พร้อมกับนับนิ้วตาม จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและถามออกมา “ท่านมีเครื่องเทศพวกนี้มั้ยล่ะ ? มีแค่อย่างสองอย่างที่พูดมาก็ยังดี”

 

ผู้ดูแลโกวถึงกับตะลึง และหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาจึงถามเหยินปาเชียน “สิ่งที่พูดมามันคืออะไรบ้าง ?”

 

เหยินปาเชียนได้บรรยายรสชาติของเครื่องเทศที่เขาพูดมา ผู้ดูแลโกวนั้นโกรธจัดหลังจากได้ฟังสิ่งที่เขาบรรยาย “นี่เจ้าล้อข้าเล่นอยู่เหรอ ? โคตรไร้สาระ สิ่งที่พูดมาทั้งหมดข้าไม่เคยได้ยินและไม่มีอยู่จริงในโลกหรอก ถ้าไม่ติดว่าวันนี้พระองค์กำลังรอเจ้า ข้าจะเค้นความจริงจากเจ้า”

 

“นั่นแหละคือเหตุผลที่ข้าบอกว่าสิ่งที่ท่านมีมันไม่เพียงพอยังไงล่ะ” เหยินปาเชียนยังคงส่ายหน้าและแสดงสีหน้าราวกับว่า ผมน่ะไม่ได้ผิด แต่คุณน่ะมีความรู้น้อยเกินไปต่างหาก ทำให้ผู้ดูแลโกวระเบิดทันที

 

“เจ้าไปเอาสิ่งเหล่านี้มาให้ข้าดูว่าเป็นของจริงตามที่เจ้าอ้างหรือไม่ มิฉะนั้น เจ้าได้โดนดีแน่ ถึงแม้ว่าข้าจะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อพระองค์ ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ไปแน่” ผู้ดูแลโกวขึ้นเสียงดังลั่นจนฝุ่นจากหลังคาปลิวลงมา

 

พ่อครัวคนอื่น ๆ ในห้องครัวหลวงก็ด่าทอเขาด้วยเช่นกัน

 

“เจ้ามาจากไหนกันแน่ แล้วทำไมเจ้าถึงพูดจาไร้สาระออกมา ? อย่าคิดว่าเจ้าจะอาศัยคำสั่งของพระองค์เพื่อเข้ามาวิจารณ์ห้องครัวหลวงได้”

 

“สิ่งที่เจ้าพูดถึงไม่มีอยู่จริงหรอก”

 

“พูดจาเหลวไหลไร้สาระในห้องครัวหลวงโดยไม่ได้รู้เลยว่าทุกคนมาทำอะไรอยู่ที่นี่ทุกวัน”

 

“เป็นแค่ผู้ดูแลสวนสัตว์แท้ ๆ จะทำอาหารเป็นเรอะ ?”

 

อารมณ์ของพวกเขาดูฉุนเฉียวกันมาก และพวกเขาก็เริ่มด่าทอเหยินปาเชียน

 

สิ่งที่เหยินปาเชียนพูดถึงนั้นถือว่าแปลกหูแปลกตาในโลกของพวกเขา เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาเชื่อว่าเหยินปาเชียนพูดจาเหลวไหลไร้สาระ ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีไม่แยแสของเขาได้ยั่วยุให้ผู้คนเกลียดเขายิ่งขึ้นไปอีก

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...