ตอนที่แล้วตอนที่ 17: การล้อมกรอบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 19: เลี้ยงอาหารมื้อค่ำ

หลังจากที่เดินผ่านเขตที่พักอาศัยของข้าราชสำนักแล้ว จำนวนคนโดยรอบก็เริ่มหนาแน่นขึ้น

 

เหมือนกับที่เขาได้เห็นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คนในต้าเย่าเกือบทั้งหมดนั้นแข็งแกร่งและตัวสูง

 

พลเรือนชายส่วนใหญ่จะสวมเสื้อกั๊กมีกระดุมที่เผยหน้าอกสีทองแดงที่ดูแข็งแกร่งให้เห็น กางเกงขาสั้น และรองเท้าหญ้า ทุกคนจะมีซิกแพคบทหน้าท้องด้วย

 

ส่วนพลเรือนหญิงจะสวมเสื้อคลุมหน้าอกและหน้าท้อง กางเกงขาสั้น และในบางครั้งพวกเธอสวมกระโปรงสั้นที่ทำจากหนังสัตว์อีกด้วย พวกเธอยังมีรูปร่างผอมเพรียวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังกาย

 

ชาวพื้นเมืองต้าเย่าส่วนใหญ่จะเป็นนักล่า ดังนั้น เสื้อผ้าดังกล่าวจะช่วยให้การเคลื่อนไหวสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ อากาศที่นี่ร้อนมากถึงมากที่สุด อุณหภูมิระหว่างวันอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส

 

มันจะเย็นขึ้นมาบ้างหากแต่งตัวแบบนั้น

 

คนส่วนใหญ่ที่เหยินปาเชียนได้เจอจะถือมีดสั้นและธนูล่าสัตว์ติดตัวไว้ด้วย มันทำให้เหยินปาเชียนที่อาศัยอยู่ในดาวโลกที่ปลอดภัยและเงียบสงบได้รู้สึกว่า ที่นี่ไม่มีความปลอดภัยเอาซะเลย

 

แม้แต่ในประเทศจีนยุคโบราณเองก็ยังมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองดาบ หอก ธนู หรือหน้าไม้ก็ตาม

 

แต่ที่นี่ อาวุธสามารถพบเจอได้ทุกหนทุกแห่ง

 

หลังจากเดินระยะไกล้ ๆ เหยินปาเชียนก็ได้เห็นความไม่สงบอีก

 

ในครั้งนี้ เป็นความขัดแย้งกันระหว่างชนพื้นเมืองจำนวนหนึ่งกับเจ้าของร้านค้า ด้านหลังเจ้าของร้านค้านั้นมีผู้ชายที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งกำลังถือดาบ อย่างไรก็ตาม ผิวหนังของพวกเขาดูดีกว่าและตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อย เสื้อผ้าของพวกเขาไม่เหมือนใครในต้าเย่าที่เขาเคยพบเห็น

 

“นั่นมันพวกคนจากแคว้นหยูนนี่หว่า ไอ้พวกชาติชั่วเห็นแก่ตัวเอ๊ย” ผู้ดูแลฉีได้มองหน้าเหยินปาเชียนและพูดกับเขา เห็นได้ชัดว่าเขามีความคับแค้นใจเป็นอย่างมาก

 

ทั้งคู่ยังไม่ทันเดินผ่านไป แต่คนทั้งสองกลุ่มก็เริ่มต่อสู้กันแล้ว

 

ทันใดนั้น การตะลุมบอนก็ได้เกิดขึ้น ไม่ถึงนาที ก็มีคนปลิวออกมาและล้มกระแทกพื้นอย่างหนัก เขาลุกขึ้นยืนขึ้น และวิ่งกลับเข้าไปตะลุมบอน

 

เหยินปาเชียนมองไปที่แขนขาเล็ก ๆ ของตัวเองและคิดว่าเขาอาจจะเอาชนะผู้หญิงไม่ได้ด้วยซ้ำ ช่างน่าหดหู่ใจจริง ๆ

 

ฝูงชนที่สวมชุดเครื่องแบบได้โผออกมาอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ด้วยดาบที่อยู่ในมือ ทำให้ทั้งสองกลุ่มแยกย้ายสลายโต๋ ชาวพื้นเมืองและผู้คนที่อยู่ข้างหลังพ่อค้าทุกคนได้แยกย้ายกันไป ส่วนหัวหน้า ก็ไม่ได้ขยับตัวและอยู่นิ่งกับที่

 

“ข้าคิดว่าจะไม่มีใครสนใจพวกนั้นซะอีก ?” เหยินปาเชียนเกิดความสับสน

 

“ไม่มีใครสนใจหรอกถ้าพวกเขากำลังล้อมกรอบกันอยู่ แต่ถ้าการทะเลาะวิวาทกลางถนนแบบนั้น คนอื่นก็ต้องสนใจอยู่แล้วเป็นธรรมดา” ผู้ดูแลฉีตอบกลับ

 

“หลังจากถูกจับกุม พวกนั้นจะโดนอะไรบ้างล่ะ ?

 

“ก็ถูกเฆี่ยน 10 ครั้ง ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกน่ะ พวกนั้นจะต้องทายาและพักผ่อนซักวันก่อนที่จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ข้าคิดว่าชาวหยูนพวกนั้นต้องนอนอยู่บนเตียงอีกซักวันสองวันล่ะนะ” ผู้ดูแลฉีแกล้งหัวเราะในขณะที่เขายินดีกับความโชคร้ายของพวกเขา

 

ทำไมพวกนั้นถึงไม่ล้อมกรอบล่ะ ?

 

“ไอ้พวกนั้นมันปอดแหกจะตาย !” คำพูดของผู้ดูแลฉีเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม

 

“ถ้าพวกมันปฏิเสธการล้อมกรอบ พวกมันก็จะถูกคนอื่นเหยียดหยาม แต่พวกมันสนใจที่ไหนล่ะ” ผู้ดูแลฉีอธิบาย “ชาวหยูนต่างจากพวกเรานะ พวกมันสนใจเรื่องเงินมากกว่า”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าเพราะมันเหมือนกับที่ดาวโลกเลย สังคมได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่จะก้าวหน้าบนโลกโดยการละทิ้งศีลธรรมแทนที่จะทนต่อความยากจน

 

“พวกนั้นก็ทนไม่ไหว จึงโต้เถียงกันและต่อสู้กันอยู่ทุกวัน” เหยินปาเชียนสงสัยว่าทำไมแคว้นต้าเย่าถึงเกลียดชังพ่อค้าเหล่านั้นมากจนไม่ยอมเรียนรู้อะไรจากพวกเขาเลย

 

“มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันหรอกนะ แต่ทว่า คนธรรมดาแบบไหนกันที่สามารถทนต่อการเฆี่ยนตีแล้วไปซื้อยามาทาต่อได้เลย ? ไหนพวกเขายังจะต้องนอนบนเตียงตลอดทั้งวันอีก นอกจากนี้ ทำไมไม่จ้างคนคุ้มกันล่ะ ? ข้าราชสำนักยังไม่ต้องการที่จะกดดันพวกเขามากเกินไป ถ้าพวกเขาถูกกดดันมากเกินไปแล้วจะเหลือใครมาซื้อสินค้าล่ะ ?”

 

เหยินปาเชียนเข้าใจแล้ว ผู้คนในต้าเย่าเกลียดชังความโลภของพ่อค้าเหล่านี้ แต่พวกเขาไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีพวกนั้น

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพราะแคว้นต้าเย่าขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

 

ความต้องการขั้นพื้นฐานของพวกเขากว่าครึ่งนั้น อย่างเช่น เสื้อผ้า และอาหารจากแหล่งภายนอก

 

พ่อค้าเหล่านั้นได้ยึดจุดอ่อนจุดนี้ เพียงแค่นี้ พวกเขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว ในทำนองเดียวกัน พวกเขาก็ไม่กล้ากดดันแคว้นต้าเย่ามากเท่าไรนัก

 

เมื่อเหยินปาเชียนเดินต่อไป เขาชื่นชมทัศนียภาพในโลกนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้สูง 2 ชั้น ระหว่างบ้านทุกหลัง มีกำแพงหินเป็นกำแพงกั้นบ้าน เหยินปาเชียนเดาว่ากำแพงหินนี้มีไว้เพื่อป้องกันไฟ ในกรณีที่บ้านถูกไฟไหม้ ก็จะไม่ลุกลามเป็นวงกว้าง

 

ในทำนองเดียวกัน ป้ายของร้านค้าทั้งสองฝั่งมีสัญลักษณ์ แต่ต่างจากตัวอักษรจีน

 

เหยินปาเชียนไม่เข้าใจงานเขียนโบราณ และไม่รู้ว่าเหมือนกับงานเขียนโบราณของราชวงศ์ใด

 

สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนตาเปิดกว้างมากที่สุด คือรถม้าที่เคลื่อนผ่านไปเป็นครั้งคราว ในตอนนี้ พวกเขายังคงพิจารณารถม้ากันต่อไป

 

สัตว์ประหลาดส่วนใหญ่ที่ลากรถม้ามักจะดูคล้ายกับแพะ แต่ขนาดตัวของพวกมันใหญ่เท่า ๆ กับวัวเลยทีเดียว

 

ครั้งหนึ่ง เขาได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนกวางลากรถม้ามาแล้ว

 

“เอ๊ะ ?” สายตาของเหยินปาเชียนก็หยุดลงที่ข้างถนนแห่งหนึ่งทันที เขาเห็นเจ้าอ้วนสองตัวที่มีเชือกจูง และกำลังเล่นอยู่ข้างถนน

 

ตัวของพวกมันมีสีดำและสีขาว รูปร่างของพวกมันกลมเกือบจะเท่าลูกบอล การเคลื่อนไหวของพวกมันเชื่องช้าและพวกมันมีวงกลมสีดำสองวงที่แขวนอยู่บนหัวของพวกมัน

 

พวกนี้มันหมีแพนด้าไม่ใช่เหรอ ? ทำไมพวกมันถึงโดนผูกไว้ที่นี่ล่ะ ?

 

“รอก่อน !” เหยินปาเชียนตะโกนและวิ่งไปที่ด้านข้างหมีแพนด้า

 

หมีแพนด้าทั้งสองตัวมีขนาดเล็ก และเมื่อพวกมันลุกขึ้นยืนตัวจะสูงเท่าหัวเข่า แถมพวกมันยังดูงู่มง่ามมากอีกด้วย หมีแพนด้าตัวหนึ่งกำลังปีนขึ้นไปบนหลังของอีกตัวหนึ่ง และเมื่อหมีแพนด้าอีกตัวเคลื่อนที่ไป มันจึงร่วงลงมาจากหลังทันที

 

มันหงายท้องและหันไปมอง มันเห็นเหยินปาเชียนมองมาที่มันแล้วแลบลิ้น และแสดงความน่ารักบ้องแบ๊วออกมา

 

“ตัวนี้คือหมีดอกไม้ เนื้อมันไม่อร่อยหรอกนะ” ผู้ดูแลฉีพูดโพล่งออกมาขณะที่เหยินปาเชียนเดินตรงไปที่หมีแพนด้า

 

“เนื้อมันไม่อร่อยหรอ ?” เหยินปาเชียนหัวเราะออกมา ถ้าผู้ดูแลฉีกล้ากินหมีแพนด้าบนดาวโลกล่ะก็ แม้ว่าเขาจะไม่ถูกประหารชีวิตโดยการยิงเป้าก็ตาม แต่เขาก็ถูกลงโทษโดยคนอื่น ๆ จนกว่าเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการฆ่าตัวตาย

 

ผู้ดูแลฉีก็พยักหน้าอย่างจริงจัง “พวกมันอยู่กันมากบนภูเขา รสชาติไม่อร่อย นอกจากนี้ พวกมันก็ไม่ค่อยจู่โจมผู้คน คนทั่วไปไม่สนใจมันหรอก”

 

ทำไมพวกมันถึงโดนผูกไว้ที่นี่ล่ะ ? หรือพวกมันเอาไว้ขาย ?” เหยินปาเชียนถูกยั่วใจแล้ว ถ้าเขาสามารถเลี้ยงหมีแพนด้าได้สองตัว ก็คงเหมือนฝันที่เป็นจริง ชาวต้าเย่าจะไม่สามารถเข้าใจความรักของชาวจีนที่มีต่อหมีแพนด้าได้เลย

 

หลังจากยืนยันแล้วว่าสองตัวนี้ขาย เหยินปาเชียนมุ่งหน้าไปที่ร้านและตะโกนออกมา “มีใครอยู่มั้ยคร้าบ ?”

 

คนที่ออกมาเป็นชายร่างสูงและดูกำยำ เขามีรอยแผลเป็นที่น่ากลัวอยู่บนใบหน้า

 

นอกจากนี้ยังมีเจ้าของร้านที่เป็นชาวต้าเย่าบนถนนสายนี้ พวกเขาครอบครองร้านค้าประมาณครึ่งหนึ่ง สิ่งที่พวกเขาขายไม่ต่างกับพ่อค้าต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่จะขายสินค้าจากภูเขา

 

“หมีดอกไม้พวกนี้อายุเท่าไหร่ ? ขายยังไง ?”

 

“เด็ก ๆ สองตัวนั้นมีอายุประมาณ 3-4 เดือน ท่านสามารถซื้อด้วยเงิน 3 ตำลึง” เขาตอบขณะที่ยืนพิงประตู

 

“เงิน 3 ตำลึงเองเหรอเนี่ย ?” เหยินปาเชียนนิ่งไปสักครู่ ราคาถูกมาก ราคายังไม่ต่างกับการซื้อน้องหมาบนดาวโลกเลย

 

“ท่านผู้ดูแลฉี เราพาพวกมันกลับไปเลี้ยงได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนหันหน้าไปถาม

 

“เจ้าจะเลี้ยงพวกมันก็ย่อมได้ แต่พวกมันกินจุมากเลยนะ” ผู้ดูแลไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเหยินปาเชียนจึงต้องการซื้อเจ้าหมีดอกไม้สองตัวนี้

 

“ข้าอยากได้สองตัวนี้” เหยินปาเชียนไม่ใส่ใจแม้แต่ราคาและซื้อสองหมีแพนด้าทันที

 

“แต่ข้าขอฝากพวกมันไว้กับท่านก่อนนะ แล้วข้าค่อยกลับมารับพวกมัน”

 

“ได้เลย” ชายร่างสูงและกำยำพยักหน้า

 

เหยินปาเชียนส่งมอบเงิน ขณะที่เขาเดินอยู่ เขาก็หัวเราะคิกคักกับตัวเองเป็นครั้งคราว เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีโอกาสเลี้ยงหมีแพนด้า

 

เมื่อมาถึงเขตไป๋ฉีแล้ว มีร้านค้าจำนวนมากที่ขายอาวุธประเภทต่าง ๆ ทั้งดาบ มีด ธนูและลูกศร

 

ในบางร้านจะมีขวาน มีดทำครัว และอุปกรณ์ทำฟาร์มขายด้วย

 

เหยินปาเชียนพบร้านค้าและอธิบายจุดประสงค์ของเขาที่มาที่นี่ เขาต้องการทำกล่องโลหะ 5 ใบ โดยทำสองขนาด เป็นขนาดใหญ่ใบนึงและขนาดเล็กใบนึง ส่วนใบเล็กจะวางไว้ข้างในใบใหญ่

 

ตราบใดที่ทุกใบมีที่จับก็เพียงพอแล้ว

 

เหยินปาเชียนขอออกมาอย่างหนึ่ง ถ้ามันมีความทนทานและไม่เป็นสนิมได้ง่ายก็จะดีมากเลย

 

กล่องประเภทนี้ทำได้ง่ายและไม่ว่าร้านไหนก็สามารถผลิตได้

 

“หนึ่งชุดเป็นเงิน 1 ตำลึงครึ่ง และห้าชุดเป็นเงิน 7 ตำลึง” เจ้าของร้านพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา

 

“ตกลง” ผลิตภัณฑ์โลหะของโลกนี้มีราคาแพงกว่าที่ดาวโลกเล็กน้อย ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร

 

เหยินปาเชียนจ่ายเงินครึ่งหนึ่ง และภารกิจของเขาถือว่าสำเร็จแล้ว

 

ต่อจากนั้น เหยินปาเชียนและผู้ดูแลฉีเดินทางไปรอบ ๆ เมืองและซื้อสินค้าอย่างอื่นอีกไม่กี่อย่าง

 

ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสัตว์ในสวนสัตว์ และจะถูกส่งตรงไปยังสวนสัตว์เมื่อถึงเวลา เหยินปาเชียนคิดถึงเจ้าตัวน้อยสองตัว และได้สั่งซื้อใบไผ่จำนวนหนึ่งด้วย

 

ในตอนแรก เขาต้องการจะจ่ายเงิน แต่ผู้ดูแลฉีก็หยุดเขาไว้

 

ปริมาณการบริโภครายเดือนของสวนสัตว์นั้นสูง และการสั่งซื้อใบไผ่สำหรับหมีแพนด้าถือว่าไม่สำคัญเมื่อได้เปรียบเทียบแล้ว เจ้านายยิ้มอย่างเปิดเผย หลังจากอธิบายว่าเหยินปาเชียนกำลังจะเลี้ยงหมีดอกไม้สองตัว เขาบอกว่าเขาจะส่งใบไผ่ทุกเมื่อที่เขาส่งมอบอาหารสำหรับสัตว์อื่น ๆ

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเป็นเพียงเด็กตัวน้อยเท่านั้น และสิ่งที่เขาต้องสั่งคือใบไผ่จำนวนน้อย ๆ ก็เพียงพอแล้ว

 

ท้ายนี้ เขาได้ซื้อเครื่องดื่มชั้นต่ำ เนื่องจากเขาต้องการที่จะให้รางวัลแก่ความพยายามของคนงานทั้งสิบคน จะมีแต่อาหารแล้วไม่มีเครื่องดื่มได้ยังไงกัน ?

 

ไวน์นี้เรียกว่า [ไวน์ผลไม้มีหนาม] และมีสีแดงปนอยู่ด้วย เหยินปาเชียนลองจิบ; รสชาติจืดชืดมาก เขาประเมินว่าปริมาณแอลกอฮอล์จะอยู่ที่ประมาณน้อยกว่า 10% นอกจากนี้ รสชาติของมันยังแปลกมากอีกด้วย

 

ว่ากันว่ามันทำมาจากผลไม้บางชนิด และเงินสองตำลึงสามารถซื้อได้ครึ่งถัง เป็นเงินประมาณ 15 ชั่ง (9,000 กรัม) แม้ว่าราคาจะไม่ได้ถูก แต่เมื่อเปรียบเทียบเงินสองตำลึงกับเครื่องดื่มหนึ่งชั่งแล้ว มันถูกกว่ากันมาก

 

ในตอนเที่ยง พวกเขาสุ่มหาที่รับประทานอาหารกลางวัน อย่างไรก็ตาม รายได้ของผู้ดูแลฉีไม่สูงมาก และในปัจจุบัน เหยินปาเชียนก็อาศัยเงินรางวัลของจักรพรรดินีอยู่ เขาไม่รู้ว่าเขาจะได้รับค่าจ้างเมื่อไหร่

 

สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนตกใจก็คือ โลกนี้มีแฮมเบอร์เกอร์ด้วย

 

แม้ว่าส่วนผสมที่ใช้มีความแตกต่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็เป็นแฮมเบอร์เกอร์อยู่ดี

 

เนื้อสัตว์ที่แทรกกลางมีรสชาติของเนื้อแกะที่เข้มข้น ถึงแม้ว่ารสชาติจะธรรมดา แต่เนื้อก็สดและนุ่ม เหยินปาเชียนค่อนข้างชอบเลยทีเดียว และได้กินแฮมเบอร์เกอร์สองลูกติดต่อกัน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาเอง

 

สำหรับขนมปังที่ห่อเนื้ออยู่ มันทำมาจากธัญพืชชั้นต่ำและไม่อร่อยเลย แต่ก็มีรสชาติที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง

 

ในตอนนี้ เหยินปาเชียนยังคงถามเกี่ยวกับครีมโคลนดำและที่ที่เขาสามารถซื้อได้

 

ทางด้านเฉินชิ่งก็ยังคงรอสูตรกับวัตถุดิบอยู่เช่นกัน

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...