ตอนที่แล้วตอนที่ 16: การจับจ่ายใฃ้สอยครั้งใหญ่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 18: ซื้อหมีแพนด้าสองตัว

หลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้ว เหยินปาเชียนได้โทรหาครอบครัวของเขา ตลอดมา เขาจะโทรคุยกับครอบครัวทุก ๆ ครึ่งเดือน แต่คราวนี้ เขาไม่ได้โทรหาครอบครัวเกือบเดือนแล้ว

 

เขาได้ยินเสียงผู้หญิงรับสาย หลังจากนั้น ก็มีเสียงผู้หญิงบ่นออกมา “นี่แกยังจำได้ด้วยหรอว่าต้องโทรหาแม่น่ะ ฮ้ะ !?”

 

“ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่งน่ะแม่ ผมได้จัดตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนผมแล้ว และผมก็ทำงานหนักทุกวันด้วยแม่” เหยินปาเชียนหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา

 

“บริษัทหรอ ? บริษัทอะไรของแก ? นี่แกเอาเงินจากไหนมาจัดตั้งบริษัทกันน่ะ ?” เมื่อแม่ของเหยินปาเชียนได้ยินคำว่า “บริษัท” เธอก็ลืมเรื่องการดุด่าว่าพูดลูกชายของเธอไปในทันที เธอกลัวว่าลูกชายของเธออาจถูกโกงได้

 

“ผมจัดการเรื่องเทคโนโลยี ส่วนเพื่อนผมมันจะจัดหาเงินทุนให้น่ะแม่ แม้แต่บริษัทร่วมทุนก็มุ่งหมายที่จะลงทุนในบริษัทของพวกผมเป็นอย่างมากเลยนะแม่” เหยินปาเชียนมิได้พูดความจริงแต่อย่างใด

 

การที่เขาบอกว่าแม่ว่าบริษัทร่วมทุนได้ลงทุนในบริษัทของเขานั้น ง่ายกว่าการอธิบายว่าครีมโคลนดำมันคืออะไร

 

เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่สามารถบอกจำนวนเงินที่แท้จริงในกระเป๋าได้

 

หลังจากที่พูดคุยกันเป็นเวลานาน แม่ของเขาก็ยังคงสงสัย เหยินปาเชียนพูดต่อ “ผมได้โอนเงิน 300,000 หยวนเข้าบัญชีของแม่แล้วนะ แม่กับพ่อก็เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ได้เต็มที่เลยนะ”

 

“แกไม่จำเป็นต้องโอนเงินให้แม่หรอก พ่อกับแม่ไม่ได้ต้องการเงินเลย” แม่ของเหยินปาเชียนบ่น อย่างไรก็ตาม เธอยังคงรู้สึกดีใจที่ลูกชายของเธอโอนเงินให้ 300,000 หยวน ซึ่งนั่นพิสูจน์ได้ว่าลูกชายของเธอหาเงินได้จริง และญาติพี่น้องก็จะไม่ดูถูกเขาอีกต่อไปในอนาคต

 

“เก็บไว้ให้ตัวเองกับงานแต่งของน้องชายแกก็แล้วกัน” แม่ของเขาพูดออกมา

 

“แม่ไม่จำเป็นต้องเก็บเงินเพื่อจัดงานแต่งให้ผมแล้วนะ ผมยังมีเงินอยู่ที่ตัวอีกเยอะ และผมก็ไม่ได้โอนเงินให้แม่ทั้งหมดหรอก ถ้าน้องอยากได้อะไร ผมจะซื้อให้น้องเองนะแม่” เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ หลังจากพูดคุยกันต่ออีกสิบนาที แม่ของเขาก็เตือนเขาว่าอย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแล้วก็วางสายไป

 

 

 

ในตอนบ่าย เหยินปาเชียนออกไปทำธุระอีกครั้ง

 

คนงาน 10 คนทำงานกันหนักมาก และเหยินปาเชียนได้บอกพวกเขาด้วยตัวเองก่อนว่าเขาจะไม่กดขี่ข่มเหงพวกเขา ดังนั้น เขาจึงต้องทำตามสัญญาของเขาให้ได้

 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถตอบแทนพวกเขาด้วยเงินได้

 

หลังจากคิดเรื่องนั้นแล้ว เหยินปาเชียนรู้สึกว่ามันยังดีกว่าการให้อาหารพวกนั้น

 

 

เหยินปาเชียนได้เจอร้านอาหารขึ้นชื่อร้านหนึ่งและได้ซื้อไก่​อบ​ยัด​ไส้ เนื้อหมักซอส และสันคอหมูมา เขาได้ซื้ออาหารมาเพียงพอสำหรับสิบคนงานเพื่อจัดงานเลี้ยง

 

อาหารในโลกนั้นแย่กว่าดาวโลกมาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีเครื่องเทศหรือสูตรอาหารต่าง ๆ ที่ถูกปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายชั่วอายุคน

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าอาหารของดาวโลกจะต้องทำให้คนพวกนั้นยกจานเลียจนเกลี้ยงอย่างแน่นอน

 

ส่วนความคิดที่ว่าจะเอาเหล้าไปยังโลกนั้น เหยินปาเชียนล้มเลิกความคิดนั้นไปหลังจากที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

 

ส่วนอาหาร เขาสามารถบอกพวกนั้นว่าเขาทำด้วยตัวเองได้ ในทางตรงกันข้าม เขากลับไม่สามารถบอกพวกนั้นว่าเขาทำเหล้าเองได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผลิตเหล้าได้ในหนึ่งถึงสองวัน

 

 

 

ในคืนนั้น เมื่อเหยินปาเชียนเข้านอน เขาก็ผูกอาหารใบใหญ่สองถุงไว้กับตัวด้วยเชือก เมื่อเขาตื่นขึ้นมา อาหารสองถุงได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับเขาในห้องในต่างโลก

 

แสงแรกที่ดูสลัว ๆ ได้ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง

 

เหยินปาเชียนใส่เสื้อผ้าหยาบ ๆ ของเขา วางสิ่งของและอาหารไว้ด้านหนึ่งอย่างเรียบร้อย แล้วจึงงออกจากบ้านไป

 

อากาศบริสุทธิ์ได้พุ่งเข้ามากระทบหน้าของเขา

 

อากาศที่ไร้มลพิษนั้นมีกลิ่นที่ดีทีเดียว

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่จะได้อยู่ที่นี่เป็นเวลาสามวัน ถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป เขาจะไม่ได้รับอากาศที่เป็นมลพิษอย่างหนักบนดาวโลกอีกต่อไป

 

 

คนในโลกนี้นอนหลับกันตั้งแต่หัวค่ำและตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่ ในตอนนี้ ผู้คนเริ่มทำกิจวัตรประจำวันแล้ว

 

เหยินปาเชียนไปดูห้องเก็บน้ำแข็งใต้ดินและสังเกตเห็นได้ว่าหนึ่งในสามของห้องนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งแล้ว และนี่คือน้ำแข็งบางส่วนหลังจากที่ใช้กับหมีขาวแล้ว

 

มันจึงแสดงให้เห็นว่าคนงานไม่อู้งานกันเลยในตอนที่เขาไม่อยู่

 

 

อย่างไรก็ตาม แผ่นน้ำแข็งรูปกะละมังนั้นรวบรวมได้ไม่ง่ายเลย เหยินปาเชียนได้พิจารณาว่าเขาควรจะทำกล่องทรงสี่เหลี่ยมส่วนหนึ่งเอาไว้ทำน้ำแข็งหรือไม่

 

คนงานเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นานหลังจากที่เหยินปาเชียนมาถึงห้องเก็บน้ำแข็ง ทุกคนทักทายเขา เมื่อเขายังเด็ก เขาก็ไม่เคยเข้ารับตำแหน่งผู้นำมาก่อน แม้แต่ตำแหน่งหัวหน้าห้องก็ตาม เหยินปาเชียนผู้ซึ่งเคยเป็นแต่ผู้ตาม ในตอนนี้เขารู้สึกดีมาก

 

 

เหล่าคนงานอยากจะทำงานต่ออีกสักพักก่อนที่จะรับประทานอาหารเช้า

 

“ถ้าข้าต้องการจะหลอมอะไรซักอย่าง ข้าจะต้องไปที่ไหนเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ถ้าเจ้าต้องการปลอมโลหะล่ะก็ เจ้าจะต้องไปที่เขตไป๋ฉี ที่นั่นมีโรงงานตั้งอยู่เยอะ” มีคนเข้าใจในสิ่งที่เหยินปาเชียนต้องการจะสื่อและตอบคำถามเขา

 

“การออกจากสวนสัตว์แห่งนี้ยุ่งยากรึเปล่า ?”

 

“บอกให้ผู้ดูแลฉีรู้ว่าเจ้ากำลังจะออกไปและเอาแผ่นกระดาษที่ได้มาก่อนที่จะออกไป”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าและพูดกับทุกคน “สำหรับการทำงานหนัก ข้าจะเลี้ยงทุกคนในงานเลี้ยงคืนนี้เอง”

 

“ขอรับ !” ขวัญกำลังใจของทุกคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด

 

โดยปกติแล้ว อาหารเช้าของเหยินปาเชียนจะเป็นโจ๊กใส่ผัก หรือไม่ก็ข้าวคลุกผัก เมื่อนำผักมาหุงรวมกัน มันก็คงจะไม่อร่อยเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม อาหารของเขาเรียกได้ว่าพอใช้ได้แล้วในโลกนี้ ส่วนอาหารที่จัดเตรียมสำหรับคนงานนั้นแย่กว่าเขาเสียอีก

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนได้ไปหาผู้ดูแลฉี “ท่านผู้ดูแลฉี ข้าต้องการออกไปทำกล่องโลหะซักสองสามชิ้นน่ะ”

 

 

“ข้าก็ต้องออกไปข้างนอกเพื่อทำธุระเหมือนกัน ถ้าเจ้าไม่รีบร้อนอะไรล่ะก็ เจ้ารอไปพร้อมข้าได้มั้ย” ผู้ดูแลฉีตอบกลับ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยสิ” เหยินปาเชียนยิ้มออกมา

 

 

เขาไม่เคยรู้เลยว่าทางเข้าสวนสัตว์อยู่ตรงไหน ดังนั้นมันจะดีมากหากเขาสามารถออกไปกับผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเมืองและวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

มิฉะนั้น เขาอาจรุกรานชาวบ้านและอาจทะเลาะวิวาทกันเพราะการขาดความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเขาเอง

 

 

 

หลังจากทำงานในมือเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ดูแลฉีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ซึ่งทำมาจากผ้าที่มีคุณภาพสูงกว่าและพาเหยินปาเชียนออกไป

 

สวนสัตว์นั้นเชื่อมต่อกับพระราชวังหลวง แต่มีทางออกทางอื่นซึ่งถูกเฝ้ายามโดยพลทหารจำนวนหนึ่ง

 

ผู้ดูแลฉีชี้เหรียญตราที่เอวของเขา และพาเหยินปาเชียนออกจากสวนสัตว์ไป

 

“ครั้งต่อไปถ้าเจ้าออกจากสวนสัตว์ด้วยตัวเองล่ะก็ เจ้าจะต้องพกแผ่นกระดาษไว้ อย่าทำมันหายล่ะ มิฉะนั้น เจ้าจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก” ผู้ดูแลฉีได้เตือนเหยินปาเชียน

 

“การเข้าออกที่นี่เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิดไว้นะเนี่ย”

 

“เจ้าคิดว่าการรักษาความปลอดภัยแบบไหนล่ะที่ควรจะเป็น ?”

 

“เจ้าไม่คิดหรอว่าควรจะมียามมากกว่านี้ และการตรวจสอบควรจะละเอียดมากขึ้นกว่านี้มั้ย ? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนแอบเข้าสวนสัตว์ล่ะ ?”

 

“ก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากเลยล่ะ ! สวนสัตว์เป็นของพระองค์ ไม่มีใครไปที่นั่นหรอก !” ผู้ดูแลฉีหัวเราะโพล่งออกมา

 

เมื่อพวกเขาออกมาจากสวนสัตว์แล้ว มีทางเดินลูกรังเป็นตัวทักทายพวกเขา มีป่าไม้ทั้งสองด้านของทางเดินลูกรัง ขณะที่เดินต่อไปตามทางเดิน พวกเขาได้มาถึงเขตที่อยู่อาศัย

 

“นี่คือที่ที่ข้าราชสำนักอาศัยอยู่” ผู้ดูแลฉีชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่และหรูหราทั้งสองด้านของทางเดินและพูดออกมา

 

หลังจากเดินไปเรื่อย ๆ เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงความวุ่นวายดังมาจากข้างหน้า เห็นได้ชัดว่ามีคนสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่

 

หรือยิ่งกว่านั้น คนหนึ่งนั่งคร่อมอีกฝ่ายขณะที่กำลังซ้อมเขา

 

 

ทั้งสองคนสวมเสื้อผ้าปัก ทำให้เห็นว่าเขามาจากตระกูลที่ร่ำรวย ขณะที่ยืนอยู่ด้านข้าง คนที่เข้ามาดูการต่อสู้ดูเหมือนจะเป็นคนรับใช้ของทั้งสองคน

 

ผู้ดูแลฉีพาเหยินปาเชียนมาพบกับความวุ่นวาย ราวกับว่าเขาไม่ได้พบสิ่งที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เหยินปาเชียนหันไปดูการต่อสู้ครั้งนี้ หมัดทุกหมัดที่พุ่งเข้าเนื้อนั้นเต็มไปด้วยพลัง เขาได้ยินเสียงของหมัดที่เชื่อมโยงไปถึงใบหน้าของบุคคลได้อย่างชัดเจน เหยินปาเชียนรู้สึกเจ็บปวดสำหรับคนที่โดนหมัด

 

ทันใดนั้น ผู้ชายคนที่ได้ขึ้นคร่อม ก็ถูกแก้แค้นโดยการเตะสุดแรงเกิด ชายคนนั้นลอยขึ้นไปในอากาศและชนเข้ากับกำแพง ซึ่งได้สร้างหลุมขนาดใหญ่ขึ้น

 

 

เหยินปาเชียนหายใจด้วยลมเบา ๆ เมื่อเห็นภาพนี้

 

“ไม่มีใครสนใจพวกเขาเลยเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ไม่เห็นจะมีอะไรที่ต้องห่วงไม่ใช่รึไง ? พวกเขาแค่ต่อสู้กันเท่านั้นเอง” ผู้ดูแลฉีพูดออกมาราวกับว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด

 

ทำไมถึงไม่มีใครช่วยเหลือพวกเขาเลยล่ะ ?

 

“แน่นอนว่า พวกเขากำลังล้อมกรอบกันอยู่ ถ้ามีคนเข้ามาช่วยคนใดคนหนึ่งล่ะก็ คนที่ได้รับความช่วยเหลือจะต้องถูกเยาะเย้ยอย่างแน่นอน” ผู้ดูแลฉีอธิบาย

 

ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เตือนเหยินปาเชียนว่า “ถ้ามีคนมาพบเจ้าเพื่อล้อมกรอบล่ะก็ ไม่ต้องกลัว และจัดการมันซะ ไม่ว่ามันจะเป็นข้าราชสำนักหรือสามัญชน เพียงแค่จัดการมันให้ได้ก็พอ”

 

เหยินปาเชียนคิดว่า “การล้อมกรอบ” อาจหมายถึงการต่อสู้กันตัวต่อตัว ถ้าจะตีความวลีนี้ให้ถูกต้อง ใครก็ตามที่ก้าวออกจากกรอบล่ะก็ จะถือว่าพ่ายแพ้การต่อสู้ในครั้งนี้

 

 

“แต่ข้าราชสำนักสามารถถูกจัดการได้ด้วยเหรอเนี่ย ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความแปลกใจ

 

“เจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้ถ้าเขามาพบเจ้าเพื่อล้อมกรอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ล้อมกรอบเขา ถ้าได้รับอนุญาตล่ะก็ ข้าราชการระดับสูงทั้งหมดจะเหนื่อยแย่เลย”

 

เหยินปาเชียนยิ้มกว้าง การล้อมกรอบนั้นดูคล้ายกับการท้าดวลของบางประเทศในยุคโบราณ

 

หากข้าราชสำนักที่ปลุกปั่นได้มองหาใครสักคนที่จะล้อมกรอบ บุคคลนั้นจะได้รับอนุญาตให้แก้แค้นได้ และหลังจากฟังคำพูดของผู้ดูแลฉี เหยินปาเชียนรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องกลัวที่จะทำการแก้แค้นแต่อย่างใด

 

เขามองร่างกายของตัวเอง ไม่กี่วันนี้ คนที่เขาได้พบในโลกนี้ทั้งตัวสูงและร่างใหญ่โต แขนของพวกเขาหนาและมีกล้ามเนื้อมากพอที่จะใช้เดินเป็นขาได้ เขาเดาได้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะพวกนั้นได้เลย แม้ว่าเขาจะแยกตัวเป็นหลายร่างก็ตาม

 

หลังจากรับรู้ถึงการมีอยู่ของวัฒนธรรมการต่อสู้ข้างถนนในโลกนี้ เหยินปาเชียนได้คิดว่าเขาควรพกปืนไฟฟ้าหรือสเปรย์พริกไทยติดตัวไว้หรือไม่

 

“ปรกติแล้วข้าราชการจะหาคนเพื่อล้อมกรอบบ่อยแค่ไหนเหรอ ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้ารุกรานพวกนั้น ?”

 

ถ้าหากว่าสามัญชนอย่างข้าไปรุกรานข้าราชการล่ะก็ สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ ข้าราชการพวกนั้นจะส่งทหารมาปรับทัศนคติ ข้าราชการจะล้อมกรอบโดยตรงได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเป็นข้าราชการด้วยเช่นกัน”

 

“ข้าราชการจะล้อมกรอบกันเองด้วยหรอเนี่ย ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความอยากรู้

 

 

“แน่นอน มีการต่อสู้ในห้องโถงขององค์จักรพรรดินีเกือบทุกวัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พระองค์เห็นควรให้ผู้พิทักษ์แห่งแคว้น และผู้พิชิตแห่งภาคเหนือเพื่อล้อมกรอบบนกำแพงพระราชวัง ในวันนั้น พื้นที่ใต้กำแพงพระราชวังเต็มไปด้วยผู้ชมมากมาย บางคนก็ไปตั้งแต่วันก่อนหน้าเพื่อจองจุดที่ดีที่จะดูการต่อสู้”

 

ในตอนแรก เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินเรื่อง “การล้อมกรอบ” เขารู้สึกอึดอัดผิดปกติ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้ฟังผู้ดูแลฉีแล้ว เขาก็มีความเข้าใจโดยตรงเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางสังคมที่กล้าหาญของแคว้นต้าเย่า แม้ว่าเขาจะรู้ว่าประชาชนต้าเย่าเป็นที่รู้จักในฐานะที่กล้าหาญจากการดื่มเหล้าก่อนหน้านี้กับผู้ดูแลฉี แต่ตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าพวกเขาเป็นคนกล้าหาญมากแค่ไหน

 

เมื่อเขาคิดถึงการต่อสู้ในห้องโถงขององค์จักรพรรดินี และพระองค์ทรงอนุญาติให้ต่อสู้กันได้ในกำแพงพระราชวัง เขารู้สึกปวดฟันขึ้นมาทันที

 

โชคดีที่การต่อสู้ไม่ได้เป็นดั่งมหากาพย์อย่างพายุดาบดวลสะท้านฟ้า

(“พายุดาบดวลสะท้านฟ้า” หรือ “The Duel” คือภาพยนตร์จีนกำลังภายในของฮ่องกง)

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...