ตอนที่แล้วตอนที่ 14: การเปิดเผย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 16: การจับจ่ายใฃ้สอยครั้งใหญ่

ทุกคนนั่งหลังพิงเก้าอี้ พ่อของเฉินชิ่งสีหน้าดูเอาจริงเอาจัง คนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้เป็นแค่เพื่อนของลูกชายเท่านั้น แต่ยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาอีกด้วย

 

“เราอยากจะให้พวกพ่อร่วมมือยังไงบ้าง ?”

 

“ผมจะจัดหาสินค้ามาให้ แล้วให้คุณพ่อเป็นผู้จัดหาเงินทุน ผมจะทำการศึกษาค้นคว้าก่อนแล้วก็จะวิเคราะห์องค์ประกอบต่อไป หลังจากนั้น ผมจะหาส่วนผสมทดแทนที่เหมาะสมแล้วจึงทำการผลิตครับผม” ใบหน้าของเหยินปาเชียนดูเอาจริงเอาจังเช่นกัน

 

“แล้วเรามีสูตรมั้ยล่ะ ?” พ่อของเฉินชิ่งถามอีกครั้ง

 

“ตอนนี้ผมยังไม่มีครับ แต่ผมจะหามาให้ ผมจะไปร้านขายยาและซื้อวัตถุดิบมา แต่ทว่า เนื่องจากส่วนผสมที่ขาดแคลน ผมจะต้องใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนระหว่างที่ผมกำลังทำการศึกษาค้นคว้า มันเป็นที่ยอมรับได้ถึงแม้ว่ายาจะขาดประสิทธิภาพบางประการไปก็ตาม แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่มียาตัวไหนในตลาดที่มีผลเทียบเท่ากับครีมตัวนี้ ผลของยาแผนปัจจุบันไม่สามารถเทียบได้แม้แต่ 10% ของครีมนี้ด้วยซ้ำ ถ้าผมสามารถลอกเลียนแบบผลของครีมนี้ได้ซัก 50% ก็ใช้ได้แล้วล่ะครับ” เหยินปาเชียนพูดสิ่งที่เขาคิด

 

แน่นอนว่าเขาไม่มีสูตร แต่เขาเชื่อว่าเขาสามารถหามาได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างในมือของเขาที่สามารถใช้เพื่อแลกเปลี่ยนกับแคว้นต้าเย่าได้

 

ยกตัวอย่างเช่น ส่วนผสมที่ใช้ต้มเหล้า แคว้นต้าเย่ายังขาดแคลนเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือจะเป็นยาปฏิชีวนะจำพวกเพนิซิลลิน หรือไม่ก็ยาชา เป็นต้น

 

เขามีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถดึงความสนใจของแคว้นต้าเย่าได้ สิ่งที่เขาจะเสนอนั้นสามารถผลิตได้ง่าย และมีศักยภาพในการทำตลาดมากกว่าครีมโคลนดำเสียอีก อย่างไรก็ตาม โคลนสีดำนั้นมีราคาสูงมาก ดังนั้น อัตราการผลิตจะต้องต่ำมากอย่างแน่นอน

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้อธิบายไปแล้วว่าเขาสามารถหาสูตรและส่วนผสมที่จำเป็นได้ พ่อของเฉินชิ่งก็รู้สึกอุ่นใจ

 

 

ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก็อยู่ตรงนี้แล้ว เมื่อสูตรและส่วนผสมที่จำเป็นถูกวิเคราะห์แล้ว การศึกษาค้นคว้าในตัวผลิตภัณฑ์และการหาส่วนผสมทดแทนที่เหมาะสมก็จะทำได้ง่ายขึ้น

 

ตราบใดที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถตกลงกันได้แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการเปิดตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ผลของยานี้สามารถปิดปากผู้ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ได้

 

 

เขายังคิดถึงเรื่องอื่นด้วย ทหารจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดสำหรับยาตัวนี้

 

 

ด้วยยาตัวนี้ มีอยู่หลายองค์กรที่เขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้

 

“แล้วผลข้างเคียงของยาตัวนี้ล่ะ ?” พ่อของเฉินชิ่งถามอีกครั้ง

 

“เอิ่มมม.. เท่าที่ผมรู้นะ มันจะทำให้เกิดอาการคันที่รุนแรงไปพร้อมกับรักษาแผลให้หายอย่างรวดเร็ว ส่วนผลข้างเคียงอื่น ๆ ผมจะต้องทำการศึกษาค้นคว้าเพื่อค้นหามันต่อไปครับ”

 

พ่อของเฉินชิ่งมองเหยินปาเชียนด้วยความชื่นชม

 

เหยินปาเชียนนำเสนอความคิดของเขาได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ ดูเหมือนว่าเขาจะทำการบ้านมาดี

 

 

เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างเก่งทีเดียว

 

พ่อของเฉินชิ่งยังคงเงียบไปชั่วขณะ เขาเคาะนิ้วบนโต๊ะเบา ๆ เขามักจะเคลื่อนไหวโดยจิตใต้สำนึกในขณะที่คิดในสิ่งที่สำคัญ

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มพูด “เราน่ะมีผลิตภัณฑ์ แต่ไม่มีทุน ส่วนพ่อน่ะมีทุน แต่ไม่มีผลิตภัณฑ์ ดูเป็นข้อเสนอที่ดีมากเลยนะ แต่ก็มีหลายอย่างที่เราต้องใส่ใจ อย่างเช่น การสร้างห้องปฏิบัติการ การตั้งโรงงาน ไหนจะอย่างอื่นอีก แน่นอนว่ามีคนร่ำรวยอยู่มากมาย แต่เราน่ะเป็นคนเดียวที่มีครีมตัวนี้อยู่ เพราะฉะนั้น พ่อจึงรู้สึกว่าพวกเราควรจะแบ่งหุ้นออกเป็น 40 ต่อ 60 ถึงจะดี เป็นส่วนของพ่อ 40% และส่วนของเรา 60% ก็แล้วกัน”

 

เหยินปาเชียนรู้สึกทึ่ง เขาไม่คิดว่าพ่อของเฉินชิ่งจะเสนอข้อตกลงอันยอดเยี่ยมนี้ให้กับเขา ในตอนแรก เขาคิดว่าเขาจะได้ 50% หรืออาจจะเป็นส่วนของเขาแค่ 40% เสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขากลับได้ถึง 60% ในขณะที่อีกฝ่ายได้เพียง 40% เท่านั้น

 

ข้อเสนอของพ่อของเฉินชิ่งดีกว่าที่เขาคิดไว้

 

เขาได้พูดสิ่งที่ดีออกมาอย่าง ‘มีคนร่ำรวยอยู่มากมาย แต่เราน่ะเป็นคนเดียวที่มีครีมตัวนี้อยู่’

 

พ่อของเฉินชิ่งวางนามบัตรบนโต๊ะ และพูดสิ่งที่เขาจะพูดในการเจรจาครั้งนี้ทั้งหมด

 

เมื่อพ่อของเฉินชิ่งเห็นสีหน้าของเหยินปาเชียน เขาหัวเราะและพูดออกมา “ถึงแม้ว่านี่จะเป็นธุรกิจ แต่ก็ยังมีอีกหลายช่องทางที่พ่อสามารถทำเงินได้ ไม่จำเป็นต้องคัดค้านหลักการของตัวเองในเรื่องของเงิน ในการทำธุรกิจ การได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในข้อตกลงทางธุรกิจนี้ พ่อไม่ค่อยสนใจเรื่องเงินหรอก แต่ในทางกลับกัน ผลกระทบจะเกิดขึ้นหลังจากที่เข้าสู่ตลาดแล้ว ในขณะเดียวกัน เราก็ได้ช่วยชีวิตของเฉินชิ่งไว้ และนั่นเป็นความปรารถนาดีที่พ่ออยากจะตอบแทน อย่างไรก็ตาม พ่อขอกำหนดให้หุ้นของเรา 20% เป็นเงินปันผลนะ”

 

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า พ่อของเฉินชิ่งกลัวว่าเหยินปาเชียนอาจเข้ามาแทรกแซงกิจการหลังจากได้รับอำนาจต่อรองในหุ้นที่เหนือกว่า ถ้าหุ้นของเขา 20% ถูกกำหนดให้เป็นเงินปันผล ส่วนของเขาก็จะเท่ากับพ่อของเฉินชิ่งพอดี

 

เขาตอบกลับ “คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเข้าแทรกแซงธุรกิจนี้อยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป และผมเองก็ไม่อยากจะแทรกแซงธุรกิจนี้มากเกินไป ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่าครับ ดังนั้น ผมจึงเป็นแค่หุ่นเชิดในธุรกิจนี้เท่านั้นแหละครับ”

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนพูดจบ ทั้งสองฝ่ายไม่มีอะไรจะหารือเพิ่มเติม

 

ในที่สุด พ่อของเฉินชิ่งก็พูดสรุป “นับตั้งแต่ที่ได้มีการตกลงกันแล้ว พวกเราควรจะทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พรุ่งนี้เราจะทำสัญญากัน เราต้องไปรับสูตรและส่วนผสมที่จำเป็นมา โดยจะเขียนลงไปในสัญญาอย่างชัดเจน จะว่าไป พ่อพอดูออกนะว่าเราต้องการเงินในตอนนี้ พ่อจะจ่ายเงินให้เราล่วงหน้า 2 ล้านหยวนก่อนก็แล้วกัน เงินจำนวนนี้สามารถหักออกจากเงินปันผลทีหลังได้”

 

 

 

เหยินปาเชียนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน พ่อของเฉินชิ่งรู้ว่าเขาต้องการเงิน ยังมีอะไรที่เขาสามารถพูดเกี่ยวกับพ่อของเฉินชิ่งได้อีกไหม ?

 

ทั้งเจ้าภาพและแขกรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับอาหารมื้อนี้ ทั้งสองฝ่ายออกจากร้านอาหารด้วยความพึงพอใจ

 

 

เฉินชิ่งเป็นคนขับรถ ขณะที่พ่อและแม่ของเฉินชิ่งนั่งอยู่ที่ด้านหลังรถ

 

 

“ลูกรู้สึกยังไงบ้าง ?” พ่อของเฉินชิ่งถามโดยทันที

 

 

“รู้สึกดีเลยครับ !” เฉินชิ่งตอบด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย ตั้งแต่เขายังเด็ก เขาไม่เคยต้องการเงินเลย และจนถึงตอนนี้ เขาไม่รู้ถึงความสำคัญของเงินเลย จากที่ได้ดูแล้ว ธุรกิจนี้เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งครอบครัวของเขาและเหยินปาเชียน ดังนั้น เขาจึงรู้สึกค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

“พ่อจะเป็นผู้นำและทำธุรกิจนี้ก่อน ซึ่งจะไม่ทำให้ลูกซึ่งขาดประสบการณ์ต้องเจอกับความสะเทือนใจในธุรกิจ และรักษาความสัมพันธ์ของลูกกับเหยินปาเชียนไว้ได้เมื่อธุรกิจมีเสถียรภาพแล้ว พ่อจะส่งต่อให้ลูกนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ ผมพอใจกับงานปัจจุบันของผมมากแล้วครับ” เฉินชิ่งยิ้มแฉ่ง

 

 

“ถ้างานของลูกเพียงพอกับค่าใช้จ่ายประจำวันของลูกล่ะก็ พ่อก็ดีใจด้วยนะ” พ่อของเฉินชิ่งหัวเราะเบา ๆ

เฉินชิ่งก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนกลับมาถึงบ้าน เขาก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

 

 

ผลกำไรที่เขาทำในครั้งนี้เยอะกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

 

การจ่ายเงินล่วงหน้าจำนวน 2 ล้านหยวน เป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับเขา ด้วยเงินจำนวนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอื่นอีกต่อไป

 

เขาสามารถซื้อรถและบ้านได้ และเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ นี่อีกต่อไป

 

 

และเมื่อยาได้รับการพัฒนาและเข้าสู่ตลาดแล้ว เขาสามารถทำเงินได้แม้กระทั่งนอนอยู่บนเตียง

 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ ก่อนอื่นเขาต้องไปเอาสูตรและส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับครีมโคลนดำ

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นก้อนเงินในห้องน้ำของเขา เขาโยนมันออกไป

 

 

ตอนนี้เขากำลังจะได้รับเงิน 2 ล้านหยวน เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งละลายเงินอีกต่อไป เขาจะนำกลับไปที่แคว้นต้าเย่า และดูว่ามีอะไรคุ้มค่าที่จะซื้อบ้าง

 

 

ค่ำคืนได้ผ่านไป วันที่สอง เหยินปาเชียนได้รับสายและรีบนั่งรถแท็กซี่ไปที่ออฟฟิศของพ่อของเฉินชิ่ง

 

ออฟฟิศของพ่อของเฉินชิ่งกินพื้นที่เท่ากับอาคารพาณิชย์สองชั้นในตัวเมือง

 

 

เฉินชิ่งรอเขาอยู่ที่ชั้นแรก เมื่อพวกเขาพบกัน พวกเขาก็กอดคอกันเดินขึ้นไปบนอาคาร

 

 

สัญญานี้อีกฝ่ายได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว เหยินปาเชียนเหลือบมองแล้วจึงเซ็นสัญญา ความต้องการเฉพาะที่ระบุไว้ในสัญญาคือการที่เขาต้องจัดหาสูตรและส่วนผสมภายในเวลาครึ่งปี มีเพียงไม่กี่ข้อที่เขาต้องการจดเอาไว้

 

เขาไม่กังวลว่าเขาจะถูกโกงแต่อย่างใด

 

หากโลกนั้นครอบครองสิ่งที่ดีอย่างเช่นครีมโคลนดำล่ะก็ คงจะมีสิ่งที่ดีอย่างอื่นที่กำลังรอคอยเขามาค้นพ้บอย่างแน่นอน

 

ถ้าหากตระกูลเฉินฉ้อโกงเขาล่ะก็ เหยินปาเชียนจะขาดทุนเพียงเล็กน้อย แต่พวกเขาจะต้องประสบความทุกข์อย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

 

 

ในตอนนี้ เขาสนใจแค่เงิน 2 ล้านหยวนเท่านั้น ซึ่งเป็นความกังวลหลัก ๆ ของเขาตอนนี้

 

หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว เงินก็ได้ถูกโอนตรงไปยังบัญชีธนาคารของเหยินปาเชียน

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นตัวเลขในข้อความในมือถือของเขา เขาคำสี่คำได้เข้ามาในหัว – หมดห่วงแล้วโว้ยยย !

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...