ตอนที่แล้วตอนที่ 7: ท่านไม่รู้หรอว่าท่านกำลังเป็นตัวตลกอยู่ ?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 9: การทำน้ำแข็ง

เมื่อเหยินปาเชียนกลับถึงบ้าน เขาไม่สามารถนอนต่อได้อีก เขาจึงเปิดคอมพิวเตอร์ของเขาและเริ่มทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับดินประสิว

 

เหยินปาเชียนบิดขี้เกียจเมื่อถึงตอนเช้า นอกเหนือจากการค้นคว้าเกี่ยวกับดินประสิวแล้ว เขายังหาข้อมูลเกี่ยวกับหมีขั้วโลกอย่างละเอียด

 

ดินประสิว หรือที่เรียกกันว่าโพแทสเซียมไนเตรต เมื่อผสมเข้ากับน้ำ ดินประสิวจะเริ่มละลายและดูดซับความร้อนไว้เป็นจำนวนมาก เป็นผลทำให้น้ำแปรสภาพเป็นน้ำแข็ง

 

แหล่งค้นพบมีอยู่มากมาย นอกจากในเหมืองดินประสิวแล้ว ยังสามารถพบได้ที่บริเวณมุมของหมู่บ้านและบริเวณคอกหมูด้วย

 

ตราบใดที่ในโลกนั้นมีสสารพวกนี้อยู่ เหยินปาเชียนคาดว่าพวกเขาสามารถหามันได้ในบริเวณใกล้เคียงสวนสัตว์ บางทีอาจอยู่บริเวณบ่อมูลสัตว์ในสวนสัตว์ก็เป็นได้

 

เหยินปาเชียนตัดสินใจซื้อดินประสิวในเผื่อไว้ในกรณีที่เขาไม่สามารถหาดินประสิวในอีกโลกได้

 

นอกจากเขาจะต้องแก้ปัญหาในส่วนของหมีขาวแล้ว เขายังจะต้องผลิตน้ำแข็งภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนั้นอีกด้วย ในที่สุด เขาจะต้องพิสูจน์ความสามารถของเขาให้ได้เพื่อที่จะไม่ถูกลากออกไปตัดหัวในครั้งนี้แหละครั้งหน้า

 

เหยินปาเชียนหยิบมือถือขึ้นมา และเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ มือถือได้ดับไป เขาวางมันไว้ข้างตัวเพื่อชาร์จและคลานขึ้นไปบนเตียงเพื่อเตรียมตัวนอนอีกครั้ง

 

เขารู้สึกสับสนที่เขาคิดถึงทั้งโลกอีกฝั่งและโลกของเขาพร้อมกัน

 

วันหนึ่งในโลกนั้นมีระยะเวลาเท่ากับ 3 วันในโลกของเขา 10 ปีในโลกนั้นหมายความว่า ในโลกของเขาได้ผ่านไปแล้ว 30 ปีนั่นเอง เขาสงสัยว่าการเคลื่อนที่ไปยังอีกโลก แล้วอายุขัยของเขาจะเป็นไปตามนั้นหรือเปล่า ?

 

แถมกิเลนยังมีอยู่จริงในโลกนั้นด้วยหรอ ? ถ้าเขาโพสต์รูปกิเลนในโลกออนไลน์ มันจะเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงหรือเปล่านะ ? เขาคิดว่าทุกคนจะต้องคิดว่าภาพนี้ถูกแต่งด้วยโฟโต้ชอปแน่นอน

 

ในขณะที่เขาคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ จนเขาได้หลับไปโดยไม่รู้ตัว

 

เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็เปิดมือถือแล้วพบว่าตอนนี้เวลา 8 โมงเช้าแล้ว

 

มีสายที่ไม่ได้รับ: เฉินชิ่งได้โทรมาหาเขาสองสาย และอดีตเพื่อนร่วมงานของเขาโทรมาหนึ่งสาย

 

เหยินปาเชียนขยับมุมปาก เขาอยู่ในบริษัทเป็นเวลาหนึ่งปีและมีแค่คนรู้จักแต่ไม่สนิทตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนี้ ดังนั้น เขาคิดว่าอดีตเพื่อนร่วมงานของเขาต้องโทรมาหาเขาเพื่อให้เขาเก็บสัมภาระของเขาออกไปอย่างแน่นอน

 

ในสายตาของคนอื่น ดูเหมือนว่าเขาน่าสงสารมากกว่าที่จะไปถึงจุดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนเคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว

 

หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่ เหยินปาเชียนมาถึงบริษัทเดิมของเขาเพื่อรับค่าจ้างและนำสัมภาระของเขากลับมา

 

บริษัทเก่าของเขาอยู่ในอาคารพาณิชย์ซึ่งใช้เวลาขับรถจากบ้านของเขาไปประมาณครึ่งชั่วโมง

 

แม้ว่าหลายคนเห็นเหยินปาเชียนเดินเข้าไปในออฟฟิศ แต่ก็ไม่มีใครทักทายเขาและดูเหมือนพวกเขาไม่รู้จักเหยินปาเชียนเลยพวกเขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นเหลือบมองนิดหน่อย และมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่อยู่ด้านข้างของพวกเขาหลังจากที่เหยินปาเชียนเดินผ่านไป

 

 

 

เขามาถึงหน้าห้องผู้จัดการ; เขาเคาะประตูและเดินเข้ามาเมื่อเขาได้ยินคำว่า “เชิญค่ะ”

 

ภายในห้องมีผู้หญิงใส่แว่นที่อยู่ในวัยสี่สิบ เธอเงยหน้าขึ้นและเมื่อได้เห็นเหยินปาเชียน ท่าทางของเธอก็เย็นชาลง “คุณได้ขาดงานโดยไม่ขออนุญาติ คุณถูกเชิญออกแล้วค่ะ ไปที่แผนกการเงินและรับค่าจ้างของคุณไป จากนั้น มาเก็บสัมภาระของคุณคืนไปและออกไปจากออฟฟิศ”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้ารับแล้วหันหน้าไปทางซ้าย

 

ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเขายอมง่าย ๆ โดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ก้มหน้าลงและจัดการเอกสารของเธอต่อไป

 

หลังจากเสร็จงาน เหยินปาเชียนยืนอยู่ข้างนอกและได้มองไปที่ออฟฟิศของเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะก้มหน้าลง

 

เขาเหลือบไปขณะที่เดินผ่านโต๊ะของเขาและเห็นว่าที่นั่งของเขามีพนักงานใหม่มานั่งอยู่ เนื่องจากเขาไม่ต้องการสัมภาระของเขาคืนอีกต่อไป เขาจึงปล่อยให้พวกนั้นทำอะไรก็ได้ที่เห็นสมควร

 

ไม่มีเรื่องของความเกลียดชังภายในองค์กร ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีใครเยาะเย้ยเขาเป็นพิเศษ

 

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ตัวเขานั้นเทียบกับอากาศไม่ได้หรอก อากาศยังเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่การมีตัวตนของเขาก็ไม่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไปแต่อย่างใด

 

เหยินปาเชียนหัวเราะตัวเองขณะที่เขากำลังลงบันได

 

เขาได้พบร้านขายเคมีภัณฑ์และได้ซื้อโพแทสเซียมไนเตรตมา 25 กิโลกรัม และกลับไปที่ห้อง จากนั้นเขาก็ไปที่ร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ และท้ายที่สุด เขาก็ไปที่ร้านขายยาสัตว์เพื่อซื้อวิตามินบีที่ใช้ในการรักษาอาการท้องอืด เขายังสังเกตเห็นอีกว่าหมีตัวนั้นกำลังขนร่วง ดังนั้นยานี้น่าจะมีประโยชน์

 

เขาโทรหาเฉินชิ่งหลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว

 

“เราตามหานายมาหลายวันแล้ว คืนนี้เราไปสนุกกันดีมั้ย ?” เฉินชิ่งถามขึ้นมาก่อนจะวางสาย

 

เหยินปาเชียนรู้ดีในนิยามของคำว่าสนุกคือการไปสนุกสนานในบาร์เหล้า

 

เฉินชิ่งเป็นชายที่มีเสน่ห์และร่ำรวย และเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ อยู่เสมอ โอกาสที่เขาจะกลับมาโดยไม่มีสาว ๆ ติดมือเลยเมื่อเขามาที่บาร์เหล้านั้นหายากมากทีเดียว

 

และบรรดาสาว ๆ ที่กำลังมองหาความสนุกสนานในบาร์เหล้ามักจะมาพร้อมกับเพื่อน ๆ เหยินปาเชียนถูกมองว่าเป็นคนที่สุภาพเรียบร้อย และอย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจเท่าไรนัก นอกจากนี้ เขายังอยู่กับเฉินชิ่งและรอรับรางวัลในช่วงเวลาอันมีค่านี้

 

เหยินปาเชียนจำเป็นต้องพักผ่อนจากการที่เขาได้รับความตึงเตรียดมากเกินไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็สามารถใช้โอกาสนี้ในการผ่อนคลาย “ก็ดีนะ นายเลือกเลยว่าจะไปไหน”

 

“ได้เลย เรากำลังยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวเราจะส่งข้อความบอกนายว่าจะไปไหนกี่โมงนะ”

 

 

 

ในคืนนั้นเหยินปาเชียนมาถึงร้านที่เฉินชิ่งส่งให้ และรออยู่หน้าทางเข้าบาร์ที่เพิ่งเปิดใหม่

 

มีรถคันหนึ่งขับผ่านไป แล้วเฉินชิ่งก็มาถึงในไม่กี่นาทีหลังจากที่เหยินปาเชียนมาถึง

 

“เปลี่ยนรถใหม่แล้วหรอ ?” เหยินปาเชียนยักคิ้วขึ้น ก่อนหน้านี้เฉินชิ่งขับรถยี่ห้อ Buick อยู่ และตอนนี้เขาได้เปลี่ยนไปขับรถ Audi Q7 แล้ว

 

“เมื่อไม่นานมานี้ พ่อเรากับพ่อเจียงหนานมาพบกัน แล้วยังไงต่อรู้มั้ย พวกเขาตัดสินใจมอบรถคันนี้ให้เป็นของขวัญยังไงล่ะ” เฉินชิ่งยิ้มแฉ่ง

 

“โอ้ว..คุณพ่อของพวกนายได้พบกันหรอ ! ยินดีด้วยนะเพื่อน” เหยินปาเชียนยิ้มกว้าง เขามียินดีกับเฉินชิ่งอย่างสุดซึ้ง

 

“เพราะงั้นจึงมีเวลาเที่ยวเล่นอีกไม่มากแล้วในอนาคตอันใกล้นี้ งั้นเรามาใช้เวลาสนุกสนานให้คุ้มค่าในตอนที่เรายังทำได้กันเถอะเพื่อน” เฉินชิ่งเอื้อมแขนไปกอดคอเหยินปาเชียน ทั้งสองกอดคอกันพร้อมกับเดินเข้าไปในบาร์เหล้า

 

“กำหนดวันแต่งงานไว้รึยังล่ะ ?” เหยินปาเชียนถามออกมาขณะที่พวกเขาเดินเข้าไป

 

“วันที่ 1 ตุลาคมพวกเราจะแต่งงานกัน” เฉินชิ่งตอบกลับ

 

“ยินดีด้วยนะเพื่อน..ยินดีด้วย..”

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้นั่งอยู่ในบาร์เหล้า สายตาของเหยินปาเชียนจ้องมองไปที่แก้วเหล้าในขณะที่เฉินชิ่งกำลังพูดและกวาดสายตามองหาเหยื่อไปรอบ ๆ

 

“สองคนนั้นใช้ได้นะเนี่ย !” เฉินชิ่งยักคิ้วขึ้น ไม่นานเขาก็พูดว่า “น่าเสียดาย เรามากับเพื่อนชายเนี่ยสิ”

 

เพื่อที่จะได้พบกับความสนุกสนานในบาร์ การแสดงออกของคนเราต้องดูดี การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องเล็ก แต่การกระทำที่หยาบคายจะทำให้โดนตบกลับมาได้ เหยินปาเชียนได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้มาสองสามครั้งแล้ว

 

เขากำลังล่าเหยื่อไปเรื่อย ๆ

 

หลังจากนั้นไม่นาน เด็กเสิร์ฟก็มาเสิร์ฟเหล้าสองแก้ว “คุณคะ นี่มาจากโต๊ะเบอร์ 57 ค่ะ”

 

ทั้งคู่มองไปทางที่เด็กเสิร์ฟบอก ที่โต๊ะนั้นมีผู้หญิงสามคนอายุราว 20 ต้น ๆ พวกเธอค่อนข้างดูดีทีเดียว ผู้หญิงคนหนึ่งยกแก้วของเธอเพื่อแสดงว่าเธอสนใจพวกเขา

 

เฉินชิ่งยกแก้วขึ้นเพื่อตอบรับ เมื่อเด็กเสิร์ฟไปแล้ว ทั้งสองคนก็ถือแก้วและย้ายไปที่โต๊ะนั้น

 

หลังจากแนะนำตัว พบว่าผู้หญิงทั้งสามคนเป็นคนท้องถิ่นและรู้จักกันในช่วงที่เรียนมัธยม พวกเธอกำลังเรียนอยู่ต่างประเทศและเพิ่งกลับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

 

เฉินชิ่งพูดเก่งและใช้เวลาไม่นาน เขากำลังคุยกับผู้หญิงสามคนอย่างมีชีวิตชีวา

 

เหยินปาเชียนฟังการสนทนาของพวกเขาและแทรกมุขตลกเป็นบางครั้ง

 

หากไม่มีอะไรติดขัด คืนนี้จะเป็นคืนที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ได้เกิดเหตุร้ายขึ้น: ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่ คนสองกลุ่มที่อยู่ใกล้พวกเขาเริ่มมีปากเสียงกัน เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ และไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก

 

คำด่าจะได้ยินทุก ๆ ครึ่งนาที และในเวลาไม่นาน พวกเขาก็เริ่มสู้กัน

 

มีคนประมาณห้าถึงหกคนที่เกี่ยวข้อง และโต๊ะได้ล้มลงขณะที่พวกเขาสู้กัน โต๊ะของเหยินปาเชียนก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน; พวกเขาต้องการที่จะย้ายโต๊ะเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากลูกหลง

 

ในขณะนั้น หนึ่งในพวกนั้นได้หลุดมาตรงที่พวกเขาอยู่ เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นกำลังจะชนเขา เฉินชิ่งกันเขาไว้และจึงค่อย ๆ ผลักเขาออกไป

 

“พวกมันเอาด้วยหวะ เล่นแม่งเลย !” มีคนตะโกนเสียงดังออกมาและโยนขวดไวน์ในมือไปทางเหยินปาเชียน

 

“เฮ้ย !” เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับความโชคร้ายที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้

 

“เข้าใจผิดแล้ว เราไม่รู้จักพวกมันนะ !” เฉินชิ่งยกมือทั้งสองข้างขึ้นขณะที่เขาถอยกลับ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเจตนาร้ายและต้องการอธิบายไปพร้อมกัน

 

“เฮ้ย !” เหยินปาเชียนตะโกนอีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายไม่เพียงแค่วิ่งไปหา แต่ยังเอามีดพกออกจากกระเป๋าและแทงไปทางเฉินชิ่งด้วย

 

เหยินปาเชียนก้าวไปข้างหน้าและปกป้องเขาโดยไม่รู้ตัว เขายื่นมือทั้งสองข้างพยายามคว้ามือของอีกฝ่ายที่ใช้มีด เขารักเพื่อนสนิทคนเดียวของเขา

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนประเมินความเร็วของตัวเองสูงเกินไป มีดของอีกฝ่ายแทงเข้าไปที่หน้าท้องก่อนที่เขาจะตอบโต้ได้ทัน

 

เหยินปาเชียนกุมท้องของตัวเองไว้ เหมือนเขาจะด่าออกมา แต่ความเจ็บปวดทำให้เสียงของเขาถูกหยุดไว้

 

“มีคนถูกแทง ! มีคนถูกแทง !” มีคนด้านข้างตะโกนออกมา

 

เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งสองกลุ่มได้หนีไปในทันที

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนตื่นขึ้นมา เขาก็นอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยมีเฉินชิ่งอยู่เคียงข้างเขา

 

เขาเจ็บหน้าท้อง แต่เขาก็ยังพอพูดได้บ้าง

 

“ตื่นแล้วหรอ ? หิวน้ำมั้ยเพื่อน ?” เฉินชิ่งถามด้วยความเป็นห่วง

 

“เราหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย ?” เหยินปาเชียนอยากรู้ว่าเขานอนหลับไปนานแค่ไหนแล้ว

 

“นายสลบไปเกิน 20 ชั่วโมงเลยนะ ที่สำคัญที่สุดคือนายถูกฉีดยาชาแล้ว หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง และนายต้องดูแลตัวเองให้ดีจากการบาดเจ็บภายนอก ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยนายไว้ในครั้งนี้ !”

 

“พวกที่ก่อเรื่องล่ะ !” เหยินปาเชียนนึกถึงเหตุการณ์ในบาร์และรู้สึกขุ่นเคืองใจ อีกฝ่ายไม่ได้ตาบอด เฉินชิ่งได้ยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่ามันเป็นความเข้าใจผิด แต่อีกฝ่ายยังคงพุ่งเข้าไปข้างหน้าและแทงเขา

 

นอกจากนี้ ก่อนที่เขาจะหมดสติ เขาเห็นคนอื่น ๆ หนีออกจากที่เกิดเหตุพร้อมกับคนก่อเหตุ ถ้าไม่เกี่ยวข้องอะไร พวกเขาจะหนีทำไมล่ะ ?

 

เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้กำลังตามตัวเขาและเฉินชิ่ง

 

เขาไม่ค่อยทำให้ใครไม่พอใจ ดังนั้น เป้าหมายของพวกมันคือเฉินชิ่งอย่างแน่นอน

 

“ขอโทษที่พานายมาเกี่ยวข้องในครั้งนี้ ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงเกิดขึ้นกับนายนะ มิฉะนั้นเราคงจะสูญเสียนายไปแล้ว” เฉินชิ่งพูดขณะที่จับมือเหยินปาเชียน

 

“อย่าทำหน้าตาน่าขยะแขยงแบบนั้นดิ” เหยินปาเชียนแตะไหล่เขา”ถ้าไม่ใช่เพราะเราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป เราก็คงจะหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วล่ะ”

 

เขาไม่อยากจะพูดในสิ่งที่เขาต้องการพูดในตอนแรก ตราบใดที่เฉินชิ่งรู้ดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เขาอาจแก้ปัญหาในกรณีนี้ได้

 

ธุรกิจของพ่อของเฉินชิ่งไม่ใช่เล็ก ๆ และมีอิทธิพลค่อนข้างมากในเมืองนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่ได้กังวลที่ลูกชายของเขาตกอยู่ในอันตราย

 

“ตัวตนที่แท้จริงของคนเราจะเผยออกมาหลังจากดื่มเหล้าเข้าไปล่ะนะ !” เฉินชิ่งหัวเราะเบา ๆ

 

“เราจะออกจากที่นี่ได้เมื่อไหร่หรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“หมอบอกว่านายต้องอยู่เฝ้าดูอาการอีกวันสองวัน ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่าที่เป็นในวันนี้ล่ะก็นะ ตอนนี้ก็พักผ่อนอย่างสบายใจอยู่ที่นี่ก่อนนะ”

 

“ไม่ได้หรอก เราต้องออกจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้” เหยินปาเชียนตอบกลับ ตอนนี้ก็ผ่านไป 40 ชั่วโมงแล้ว เขารู้ดีว่าเขาจะถูกเคลื่อนย้ายทุก ๆ สามวัน เขาต้องออกจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ มิฉะนั้น ก็จะทำให้เกิดเรื่องน่าสยดสยองในเวลากลางวันหากเขาหายตัวไปจากเตียงของโรงพยาบาล

 

“แผลของนายยังมีเลือดออกอยู่ และแผลจะฉีกถ้านายเคลื่อนย้ายตัวนะเพื่อน” เฉินชิ่งเกลี้ยกล่อมให้เขาพักอยู่ที่นี่

 

“ช่วยเราจัดเตรียมการทำเรื่องออกในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า แล้วก็เอารถเข็นมารับเรากลับด้วย” เหยินปาเชียนตอบอย่างดื้อรั้น

 

“ได้เลย..เราจะคุยกับหมอให้นะ อ้อ..จริงด้วยสิ เจียงหนานมาเยี่ยมนายด้วย แต่นายหลับอยู่ และเธอต้องกลับไปทำงานต่อ นี่คือช่อดอกไม้ที่เธอนำมาให้ล่ะ !” เฉินชิ่งได้ยื่นช่อดอกไม้ให้เหยินปาเชียน

 

“ถ้าให้เงินปลอบใจล่ะก็ คงจะเป็นประโยชน์กว่านี้”

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ตอนนี้เรามีแฟนเพจให้ติดตามนิยายตอนใหม่ล่าสุดกันแล้วน้า

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...