ตอนที่แล้วตอนที่ 5: เดินแก้ผ้ากลางถนน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 7: ท่านไม่รู้หรอว่าท่านกำลังเป็นตัวตลกอยู่ ?

หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงฝีเท้า

 

เขาแอบชำเลืองมองเห็นคนเดินผ่านเป็นแถว

 

 

 

ที่ด้านหน้าของกลุ่มเป็นหญิงสาวที่สวมชุดสีแดงเข้มอันงดงามที่ถูกตกแต่งรอยเย็บด้วยด้ายสีทอง ผมของนางถูกมัดไว้ด้วยความเรียบง่าย

 

นางคือหญิงสาวในวันนั้น

 

“แลดูนางจะชอบสีแดงจริง ๆ นะเนี่ย” เหยินปาเชียนพึมพำกับตัวเอง เมื่อได้เห็นพระราชวังที่สลับซับซ้อน เขาคิดว่านางคงจะเป็นจักรพรรดิของที่นี่

 

เช่นเดียวกับเหยินปาเชียนที่มองนางอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหญิงสาวกวาดไปทางเขาด้วยความเย็นชาความคมกริบและเยือกเย็นของนางได้ทิ่มแทงเขาด้วยสายตา เขาจึงรีบลดศีรษะลงทันที

 

เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนยืนอยู่ข้าง ๆ โดยสวมแค่กางเกงในตัวเดียว ทำให้นางตกตะลึงสายตาของนางก็ยิ่งเย็นยะเยือกลงไปอีก

 

คนอื่นที่เหลือก็แอบหัวเราะเยาะในสิ่งที่เห็น ซึ่งทำให้ครึ่งล่างของร่างกายเขาดูดีขึ้นขณะที่พวกเขาเดินผ่านไป

 

ไม่มีอะไรที่สามารถช่วยได้เลยตั้งแต่เหยินปาเชียนใส่กางเกงในสีแดงสะดุดตาแล้ว เขาจงใจเปลี่ยนเป็นตัวนี้เพื่อปัดเป่าความโชคร้ายออกไปโดยเฉพาะ

 

หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในพระราชวัง เขาก็ถูกลากเข้ามาด้วย

 

เขาถูกคุมตัวให้นอนลงกับพื้นในตอนที่เขาเข้ามา ด้านข้างเขาก็คือผ้านวมของเขานั่นเอง

 

ใต้ตัวเขาคือพรมขนาดยาว ซึ่งยาวไปข้างหน้าอีกเก้าก้าวและก็มีโซฟาด้วย

 

“มันเกิดอะไรขึ้น ?” หญิงสาวได้ถามออกมาขณะที่นอนอยู่บนโซฟา พร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้นประคองศีรษะของนางไว้

 

“กราบบังคมทูลรายงานฝ่าบาท พวกเราเจอเขาในสภาพเช่นนี้เมื่อพวกเราจะเข้าไปพาเขาออกมา ผู้คุมขังบอกว่าไม่มีใครเข้ามา และไม่ทราบเลยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร แถมมีผ้านวมเข้ามาในห้องเพิ่มอีกผืนด้วยเช่นกันขอรับ !” พลทหารนายหนึ่งที่ลากเขามาได้รายงานไป

 

“หืม ? เอาล่ะ ถึงตาเจ้าพูดแล้ว” หญิงสาวสั่งอย่างเนิบ ๆ

 

เหยินปาเชียนยังไม่แน่ใจว่านางกำลังคุยกับใครอยู่ จนพลทหารที่อยู่ข้างหลังเริ่มเขาใช้กำลังกับเขา”พระองค์กำลังถามเจ้าอยู่ ทำไมเจ้าจึงไม่ตอบ ?”

 

เหยินปาเชียนได้คิดคำตอบดี ๆ สำหรับคำถามนี้ไว้แล้ว นับตั้งแต่ที่เขาถูกนำตัวออกมาจากคุก เขาตั้งใจที่จะอธิบายเรื่องนี้ว่าตัวเขานั้นมีนิสัยแปลก ๆ ชอบกัดเสื้อผ้าขณะที่กำลังนอนหลับ และเขาได้กินเสื้อผ้าของตัวเองเข้าไป แล้วถ้านางเอาผ้าสักมาให้เขากินจริง ๆ เขาก็คงจะบ้าตายแน่ ๆ

 

“เสื้อผ้าของข้าขาดหมดแล้วขอรับ” เหยินปาเชียนคิดคำตอบขณะที่ก้มหัว “เพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิ่งของที่ผลิตในประเทศของข้านั้นถูกทำให้สลายไปตามธรรมชาติหลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่ง ข้าสวมเสื้อผ้าเหล่านี้มานานแล้ว และมันได้สลายตัวในช่วงสองวันที่ข้าอยู่ในคุกขอรับ”

 

หญิงสาวยักคิ้วขณะที่เธอฟัง แต่นางกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกมา

 

นางตอบกลับอย่างเยือกเย็น “พูดอะไรออกมาน่ะ..ไร้สาระ”

 

“ฝ่าบาททรงพระปรีชาเป็นเลิศ !” เหยินปาเชียนกล่าวออกมาด้วยความกล้าหาญปลอม ๆ ของเขา

 

“แล้วสิ่งของชิ้นนี้มันมาได้ยังไง ?”

 

เหยินปาเชียนรู้โดยไม่ต้องมองว่านางกำลังจะสื่อถึงผ้านวมของเขานั่นเอง

 

นี่เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่สามารถอธิบายได้เลย

 

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากอธิบายถึงสิ่งที่อธิบายไม่ได้ เป็นไงเป็นกัน เขาจึงกัดฟันตอบไปว่า “มันลอยมาจากฟ้าขอรับ แบบเดียวกับที่ข้าได้ปรากฏตัวที่นี่ จู่ ๆ ผ้าผืนนี้ก็ปรากฏขึ้นมา ข้าคิดว่าคงจะมีใครบางคนกำลังช่วยข้าจากการแข็งตายขอรับ”

 

“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างเยือกเย็น

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจ โชคดีที่หญิงสาวไม่ได้สอบถามเขาต่อ สิ่งที่เขาสามารถทำได้คือยึดมั่นในคำอธิบายก่อนหน้านี้เป็นหลัก เนื่องจากเขาไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว

 

“ลากมันออกไปแล้วตัดหัวมันซะ” หญิงสาวสั่งด้วยเสียงอันหนักแน่น

 

เหยินปาเชียนนั้นตกตะลึง เขากำลังจะถูกตัดหัวอีกแล้วเหรอเนี่ย ?

 

เหยินปาเชียนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เขาได้สู้กับทหารที่ลากเขาเข้ามา เขาได้ตะโกนว่า “ฝ่าบาท..ข้าเป็นผู้มีพรสวรรค์..ข้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่เป็นประโยชน์กับฝ่าบาท ข้ารู้ว่าที่ดินส่วนไหนเหมาะสำหรับการผลิตอาหารเป็นจำนวนมากด้วยนะ !”

 

ไม่มีวิธีใดที่เขาจะสามารถต่อต้านความแข็งแกร่งของทหารสองนายที่อยู่ด้านข้างเขาได้เลย เขาถูกลากไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

 

หญิงสาวนั้นดูไม่ตื่นเต้นเลยเมื่อได้ยินเขาพูดเกี่ยวกับการผลิตอาหาร

 

เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะถูกลากออกจากประตูพระราชวัง เหยินปาเชียนตะโกนอย่างสิ้นหวังว่า “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดฝ่าบาท ! หากท่านให้โอกาสข้า ข้ายินดีทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ !”

 

เหยินปาเชียนพยายามพูดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เขาได้รับการไว้ชีวิต

 

“โอ้ว ?” หญิงสาวพูดออกมาอย่างนุ่มนวล “เอามันกลับมา !”

 

เหยินปาเชียนถูกลากกลับเข้าไปในวังอีกครั้งตัวเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 

นี่มันผ่านมาแค่กี่วันเอง ? นอกจากการรอคอยการถูกตัดหัวอยู่ในคุกแล้ว เหยินปาเชียนยังเฉียดตายหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง เหยินปาเชียนรู้สึกว่าตัวเขาคงจะเป็นคนนักเดินทางต่างโลกที่น่าสังเวชที่สุดเท่าที่เคยมีมาก่อน

 

“เจ้าบอกว่าเจ้าอยากได้โอกาสงั้นรึ ?” หญิงสาวถามโดยไม่ไตร่ตรอง

 

“ใช่แล้ว..ข้าสามารถทำให้ได้ทุกอย่าง หากฝ่าบาทให้โอกาสข้า” เหยินปาเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งใจหลังจากที่เขากลัวแทบตาย

 

“งั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า หากทำได้ดี เจ้าจะได้อยู่ต่อ แต่หากทำพลาดขึ้นมาล่ะก็ เจ้าคงจะรู้ผลที่ตามมาสินะ” หญิงสาวกล่าวอย่างไร้อารมณ์

 

จิตใจของเหยินปาเชียนกำลังสับสนวุ่นวาย เขาคิดอยู่ในใจ “ข้ารู้แล้ว..ข้ารู้ ข้าจะต้องถูกตัดหัว ตัดหัว และถูกตัดหัวอยู่ดีใช่มั้ย ท่านไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้จะพูดแล้วหรอ ?

 

ว่าไงนะ..ได้ผลแล้ว เขาได้พูดออกไปอย่างภักดีว่า “ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ฝ่าบาทพึงพอใจแน่นอนขอรับ”

 

“ซินเจ๋อ !” หญิงสาวเรียกอย่างนุ่มนวล

 

“เจ้าคะ !” แม่ทัพหญิงตอบรับพร้อมคุกเข่าข้างหนึ่ง เหยินปาเชียนรู้จักนางมาก่อน

 

“พามันไปที่สวนสัตว์ป่า มีเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดมันกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยสาเหตุบางอย่าง พาชายคนนี้ไปตรวจสอบและทำการรักษาเด็กน้อยของข้า ถ้าเขาทำได้ จงไว้ชีวิตเขา แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ตัดหัวมันได้เลย”

 

“เจ้าค่ะ !” แม่ทัพหญิงรับคำสั่ง จากนั้นนางก็สั่งการทหารสองนายที่อยู่ข้างหลังเหยินปาเชียน “คว้าตัวมันแล้วตามข้ามา”

 

 

 

เหยินปาเชียนคิดเกี่ยวกับภารกิจของเขา “สวนสัตว์งั้นหรอ ? มีเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดสินะ ?” ดูเหมือนว่าเขาจะได้ไปดูสัตว์

 

เขาไม่เคยพูดเลยว่าเขามีความรู้เกี่ยวกับการรักษาสัตว์

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการไปตรวจสอบ ถ้าเขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้วเขาก็จะยื้อเวลาออกไป 2-3 วัน และกลับไปยังโลกของเขาเพื่อปรึกษาสัตวแพทย์และนำยากลับมา การทำแบบนี้น่าจะเป็นผลดี

 

พระราชวังที่พวกเขาออกมาค่อนข้างลึกลับซับซ้อน หลังจากที่ออกจากพระราชวัง พวกเขาก็เดินลึกเข้าไปอีก และหลังจากที่ข้ามผืนป่าไป ก็มาถึงสถานที่ที่ที่เรียกว่า “สวนสัตว์” ในที่สุด ชายรูปร่างกำยำหน้าตาโหดเหี้ยมซึ่งมีอาวุธขนาดใหญ่แนบอยู่รอบเอวเดินเข้ามาหาพวกเขา เขาดูคล้ายกับพ่อค้าขายเนื้อมากกว่าผู้ดูแลสวนสัตว์ ผู้ดูแลสวนสัตว์กล่าวในลักษณะที่ก้าวร้าว เขาซักถามผู้คุ้มกันของเหยินปาเชียนก่อนที่จะนำพาพวกเขาเข้าไป

 

สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าสวนสัตว์นั้นดูจะเป็นอะไรที่มากกว่าสวนสัตว์ที่ดาวโลก อย่างไรก็ตาม สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและไม่ได้ถูกขังไว้ในกรง

 

ที่นี่มีพื้นที่เปิดมากมาย มีกำแพงล้อมรอบสวนสัตว์ ภายในซึ่งมีพื้นที่สำหรับสัตว์จำนวนมากที่จะเดินไปมาได้อย่างอิสระ

 

มีเพียงสัตว์ตัวเล็ก ๆ และสัตว์ปีกที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรง

 

ขณะที่เหยินปาเชียนกำลังเดินอยู่ก็ได้เห็นกระต่ายที่มีดวงตาสีแดงซึ่งมีขนาดเท่าหมาป่าและมีเขี้ยวอยู่เต็มปาก เขายังได้สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายกับฮิปโปโปเตมัส และเสือสองตัวที่มีเขี้ยวยาวออกมาจากปากของพวกมันอีกด้วย พวกมันดูคล้ายเสือเขี้ยวดาบแต่มีเขี้ยวสั้นกว่าเพียงเล็กน้อย

 

เขาเดินต่อไป เขามีความมั่นใจอย่างนึง: สัตว์ในโลกนี้แตกต่างจากสัตว์บนดาวโลก

 

ตัวอย่างเช่น กระต่ายมีเขี้ยวที่มีหน้าตาน่ากลัวได้กระโจนเข้าหาพวกเขาขณะที่เดินผ่านมา แล้วมันก็กระแทกเข้ากับกรง

 

ถ้ามีคนบอกเขาว่ามันไม่กัดหรอก เหยินปาเชียนคงตายก่อนที่เขาจะเชื่อเสียอีก

 

 

 

“เรามาถึงแล้ว ที่นี่แหละ” คนข้างหน้าได้หยุดตรงหน้ากำแพงที่สูงหนึ่งเมตร

 

เหยินปาเชียนมองไปรอบ ๆ ก่อนที่จะรับรู้ว่าทุกคนกำลังจ้องมองเขา เขาเดินไปข้างหน้าสองก้าวและมองข้ามกำแพง

 

มีกรงล้อมรอบเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 เมตร และอยู่ใต้พื้นดินประมาณ 3 เมตร หากนับจากกำแพง มีลำธารเล็ก ๆ ไหลไปตามด้านข้างกรง มีรั้วโลหะที่น้ำไหลเข้าไหลออก

 

ในลำธารมีหมีขาวที่มีขนาดตัวกว่าสองเมตรครึ่งนอนคว่ำท้องอยู่ น้ำจากลำธารปกคลุมร่างอันมหึมาของมันเพียงครึ่งเดียว

 

“เด็กน้อยจริง ๆ ด้วย !” เหยินปาเชียนเยาะเย้ย เขามีการสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนที่หญิงสาวคนนั้นบอกว่าเด็กน้อยแล้ว เขารู้ดีว่าผู้หญิงแบบนั้นไม่มีทางที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทั่วไปอย่างหมาหรือแมวอย่างแน่นอน

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ตอนนี้เรามีแฟนเพจให้ติดตามนิยายตอนใหม่ล่าสุดกันแล้วน้า

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...