ตอนที่แล้วตอนที่ 2: ลากมันออกไปแล้วตัดหัวมันซะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 4: การกลับเข้าไปอีกครั้ง

ข้างนอกนั้นร้อนมาก ในขณะที่ภายในคุกใต้ดินนั้นทั้งเย็นและชื้น

 

ขณะที่เหยินปาเชียนถูกลากเข้ามา เขาเห็นหนูจำนวนหนึ่งวิ่งไปมาตลอดแนวพื้น

 

 

 

คุกใต้ดินทั้งสองฝั่งเรียงรายไปด้วยประตูโลหะ ป้องกันไม่ให้เขาเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้องขัง

 

ไม่นานนัก เขาก็ถูกโยนเข้าไปในห้องขัง คนที่โยนเขาเข้าคุกบอกกับผู้คุมขังว่า “ช่วยดูแลนักโทษให้ดี ๆ ตามที่พระองค์ประสงค์ อย่าฆ่ามันด้วยความคึกคะนองเด็ดขาด”

 

 

 

เมื่อเขาได้ยินประโยคนั้น ทำให้อาการตัวสั่นหนาวลึกลงไปกระดูกสันหลังของเหยินปาเชียน

 

ถ้าหากชายคนนั้นไม่กำชับกับผู้คุมขัง แสดงว่าเขาจะไม่สามารถมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้อย่างนั้นเหรอ ?

 

เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ ความหวาดกลัวก็วนไปทั่วจิตใจของเขา

 

ปัง ! ประตูโลหะถูกปิดอย่างแรง เหยินปาเชียนถูกทิ้งไว้ในห้องขังที่มีหน้าต่างสูง 20 เซนติเมตรและกว้างหนึ่งเมตร

 

เหยินปาเชียนทรุดตัวลงไปในกองฟางบนพื้น

 

 

 

สิ่งที่เขาประสบในวันนี้มันกระตุ้นจิตใจเล็ก ๆ และบอบบางให้เต้นนานมากเกินไป

 

 

 

หลังจากเขาสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก เขาก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขาอีกครั้ง

 

เขาหวังว่าหญิงสาวคนนั้นจะพบเขาเร็วกว่านี้ เพื่อที่เขาจะได้โน้มน้าวใจนางและได้รับโอกาสในการแสดงออกถึงประโยชน์ในตัวเขา

 

 

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าความรู้ ประสบการณ์ และปัญญาของเขาแตกต่างจากผู้คนในโลกนี้โดยสิ้นเชิงทักษะของเขาที่ไม่มีใครเหมือนจะทำให้ตัวเขาอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม เขาจะต้องพลิกสถานการณ์ปัจจุบันที่เขาสามารถถูกหัวออกได้ทุกเมื่อเช่นนี้ให้จงได้

 

ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป เขาทิ้งตัวลงบนกองฟางและคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาควรจะพูดกับหญิงสาวคนนั้น

 

เขารู้สึกหนาวขึ้นมา เหยินปาเชียนคว้าฟางออกมาหนึ่งกำมือ และวางไว้บนตัวของเขาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

 

เสียงหนูร้องจี๊ด ๆ ดังออกมาจากรูตรงมุมผนัง ทำให้เขาขนลุกซู่

 

หลังจากที่ความหวาดกลัวหนูได้หายไป เขาก็ถอนหายใจพร้อมกับคิดว่าดาวโลกของเขานั้นดีแค่ไหน ในขณะนั้น เขาก็ยังคิดหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป

 

 

 

มีช่องเล็ก ๆ ที่ด้านล่างของประตูโลหะ มื้อเย็นของเขาถูกผลักเข้ามาในห้องขังที่เขาอยู่

 

มีถ้วยน้ำเกลือและอาหารที่ดูคล้ายกับขนมปังข้าวโพด อาหารที่ดูคล้ายกับขนมปังข้าวโพดนั้นหนามากจนทำให้ช่องคอของเขาเป็นแผลขณะที่เขากินและกลืนมันลงไป

 

 

 

เหยินปาเชียนใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อกินอาหารที่ดูคล้ายกับขนมปังข้าวโพด จากนั้น เขาก็นอนลงบนกองฟางเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและคิดหาวิธีแก้ปัญหา เขาไม่ได้ลองถามหาข้อมูลจากผู้คุมขังที่ยืนอยู่ข้างนอกเพราะเขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ จะดีสำหรับเขามากกว่าที่จะรักษาความพยายามของเขาไว้ต่อไป

 

 

 

ด้วยฟางที่ปกคลุมร่างกายของเขา เขารู้สึกอบอุ่น หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หลับลึก มีเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นมากเกินไปในวันนี้

 

เหยินปาเชียนคิดว่าหญิงสาวคนนั้นจะมาพบกับเขาก่อนเป็นอันดับแรก

 

เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องรอถึงสามวัน นางยังคงไม่มีเจตนาที่จะมาพบกับเขา

 

 

 

เขากังวลใจเล็กน้อย เป็นไปได้มั้ยว่าอีกฝ่ายจะลืมเขาไปแล้ว ? เขาจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ ?

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงผลลัพธ์นั้น เขารู้สึกว่าให้ตายไปเลยยังจะดีต่อเขากว่านี้เสียอีก

 

อย่างไรก็ตาม กังวลไปก็ไม่ได้อะไรสำหรับเขาในตอนนี้ ชีวิตของเขาเหมือนลูกไก่ในกำมือ

 

เขาทำได้แค่ปลอบใจตัวเอง และอดทนรออยู่ในห้องขัง

 

ผ่านไปอีกคืน ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้น เขาก็รู้สึกได้ถึงแสงแดดที่สว่างมาก แสงแดดส่องผ่านเปลือกตาของเขา

 

การที่เขาใช้เวลาอยู่ในห้องขัง ทำให้เขาคุ้นชินกับความสว่างในนั้น เขาจึงรู้ตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องขังอีกต่อไป

 

เหยินปาเชียนลืมตาขึ้นทันที จากนั้น เขาก็มีอาการตาพร่าเนื่องจากความสว่างของแสงรอบตัวเขา ดังนั้นเขาจึงรีบหลับตาลง

 

 

 

ตอนที่เขาใช้เวลาอยู่ในห้องขัง เขาแทบจะไม่ได้รับแสงสว่างจากภายนอกห้องขังเลย

 

เขาใช้มือสัมผัสร่างกายตัวเอง ฟางบนร่างกายของเขายังคงอยู่ แต่ภายในห้องอาจไม่สว่างมากนัก

 

เขาใช้มือเพื่อสัมผัสสิ่งรอบตัวเขา เขาสัมผัสพื้นอันเงาขลับที่มีการจัดวางช่องเป็นอย่างดี

 

“นี่คือ…พื้นกระเบื้องหรอ ?” เหยินปาเชียนคิดถึงความเป็นไปได้ เขายื่นมือออกและสัมผัสสิ่งรอบตัว และแล้ว เขาได้สัมผัสกับขาโต๊ะที่ทำมาจากไม้ มันคือโต๊ะคอมพิวเตอร์ของเขา

 

“เรากลับมาแล้วหรอ !?” เหยินปาเชียนมีความสุขเป็นอย่างมาก จึงตะโกนเสียงดังลั่น

 

เขาพยายามที่จะหยุดความตื่นเต้นและค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือห้องที่คุ้นเคยซึ่งมีผนังที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเนื่องจากการสูบบุหรี่ โต๊ะคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ และเตียงที่ไม่เป็นระเบียบ ทุกอย่างดูคุ้นหูคุ้นตาไปหมด

 

และตอนนี้ เขาได้นอนอยู่บนกองฟางที่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์แล้ว

 

“เรากลับมาแล้ววว ! เรารอดชีวิตกลับมาแล้วเว่ยยย !” เหยินปาเชียนกระโดดขึ้นมาจากพื้น

 

ตอนแรกเขาเกือบจะถูกตัดหัวโดยใครสักคน หลังจากนั้น เขาอยู่ในห้องขังมืด ๆ เป็นเวลาสามวัน ในที่สุด เขาก็ได้กลับมาอยู่ในบ้านของเขาแห่งนี้แล้ว ความสุขที่เขารู้สึกได้ในตอนนี้ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เลย เขาบรรยายความสุขของเขาได้ด้วยการตะโกนและกระโดดไปมา

 

หลังจากเขาได้ตะโกนและกระโดดไปมาอย่างมีความสุขก็ผ่านไปแล้วสิบนาที จิตใจของเขาก็สงบลงเมื่อมีคนมาเคาะประตูห้องของเขา

 

 

 

“เชี่ยละ ! นี่เราหายตัวไป 3 วันแล้วหรอเนี่ย แล้วที่บริษัทจะทำอะไรกับเราบ้างล่ะเห้ย ?” หลังจากที่จิตใจสงบลง เหยินปาเชียนก็ต้องเผชิญกับปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ อีก

 

“ช่างมันเถอะ..โชคดีแค่ไหนแล้วที่เราอุส่ามีชีวิตรอดกลับมาได้ ถ้าเราโดนไล่ออกจริง ๆ เราก็ค่อยหางานอื่นทำก็ได้นี่หว่า” เหยินปาเชียนปลอบใจตัวเองทันที

 

และแล้ว หลังจากที่ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมา เขาก็ไม่มองทุกสิ่งให้เป็นเรื่องร้ายแรงอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการที่เขามีชีวิตรอดกลับมาได้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้แล้วหล่ะ

 

 

 

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขามีความคิดเช่นนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังหยิบมือถือขึ้นมาเช็คอยู่ดี

มันถูกปิดอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ

 

เขารีบชาร์จแบตทันที และทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

 

เขารู้สึกดีมากที่ได้กลับมาอยู่ในบ้านหลังนี้ แม้กระทั่งเตียงที่สกปรกโสโครกก็ยังทำให้เขารู้สึกดีได้ในตอนนี้ เหยินปาเชียนกอดผ้านวมของเขา กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงแล้วก็ถอนหายใจออกมา

 

หลังจากที่กลิ้งอยู่บนเตียงไปได้สักพัก เขารู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างทิ่มเข้าให้

 

 

 

ตอนนั้นเองเขาก็ได้รู้ว่ายังมีกองฟางติดอยู่บนตัวของเขา

 

“นี่คือฟางจากอีกโลกหนิ – เราล่ะสงสัยจริง ๆ ว่ามันมีเชื้อแบคทีเรียอยู่มั้ย” เหยินปาเชียนพูดพึมพำพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออก เขาเดินไปที่กระจกและมองดูภาพที่สะท้อนใบหน้าของเขา

 

ยังมีเศษฟางติดอยู่บนหัวของเขาอีกด้วย

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก มีใครบางคนเคาะประตูอีกครั้ง

 

เหยินปาเชียนรีบใส่กางเกงและเปิดประตูออก ชายวัยกลางคนกำลังยืนอยู่ข้างนอกห้องของเขา

 

“ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว ผมพยายามติดต่อคุณอยู่สองวัน แต่คุณก็ปิดมือถือ คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ ? ถ้าคุณหายไปนานกว่านี้ล่ะก็ ผมคงได้โยนสิ่งของของคุณทุกอย่างทิ้งออกไปข้างนอกแน่” ชายวัยกลางคนพูดด้วยความหยาบคาย

 

“ผมคิดว่ายังมีเวลาอีกตั้งหนึ่งสัปดาห์กว่าจะถึงวันจ่ายค่าเช่าไม่ใช่รึไง ? ทำไมคุณต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ?” เหยินปาเชียนยังคงเอิบอิ่มไปกับความสุขที่รอดตายได้อย่างฉิวเฉียด และตอบกลับด้วยความสบายใจ

 

“คุณจะบ้ารึไง ? นี่มันเลยวันจ่ายค่าเช่ามาสองวันแล้วนะคุณ” ชายวัยกลางคนตอบ

 

“ห่ะ….?” เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดพลาดไป จากนั้นเขาจึงถามอย่างจริงจังว่า “เอ่อ..วันนี้วันที่เท่าไหร่นะครับ ?”

 

 

 

“วันนี้วันที่ 17 แล้ว แต่คุณต้องจ่ายค่าเช่าภายในวันที่ 15 นะ”

 

เหยินปาเชียนก้มหัวลงและคิดคำนวณในใจ วันนั้นเป็นวันที่ 8 วันที่เขาไปยังโลกที่เขาเองก็ไม่รู้จัก วันนี้เป็นวันที่ 17 ซึ่งนั่นหมายความว่า ผ่านไปแล้ว 10 วัน เขาอยู่ในโลกนั้นเป็นเวลา 3 วัน และเขาก็กลับมาที่นี่ได้อย่างลึกลับ

 

 

 

ถ้างั้น..ระยะเวลาหนึ่งวันบนโลกนั้นก็เท่ากับสามวันบนโลกนี้สินะ ?

 

 

 

“เอาแล้วไง..งี้ก็เหมือนกับว่าเราโดดงานเลยอ่ะดิ” เหยินปาเชียนหัวเราะทั้งน้ำตา ถ้าเขาหายตัวไปเพียงแค่สามวันเขาก็ยังพอแก้ตัวได้บ้าง แต่นี่หายไป 10 วันพอดี เขาต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน

 

 

 

“เดี๋ยวผมใช้แอพ WeChat โอนค่าเช่าให้คุณทีหลังนะครับ” เหยินปาเชียนบอกกับเจ้าของบ้านเช่าและปิดประตู

 

 

 

เขาเปิดมือถือและดูวันที่ มันคือวันที่ 17 กรกฎาคม จริง ๆ ด้วย

 

จากนั้น เขาก็เปิดดูทุกข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน มีสายที่ไม่ได้รับมากมาย หนึ่งในนั้นถูกส่งมาจากเจ้านายหญิงวัยกลางคน และบางส่วนถูกส่งมาจากเพื่อนร่วมงานของเขา มีเพียงไม่กี่ข้อความถูกส่งมาจากเพื่อนสนิทของเขา

 

เมื่อเขาเปิดแอพ WeChat เขาก็ได้เห็นข้อความที่ยังไม่ได้อ่านด้วยเช่นกัน

 

 

 

“คุณอยู่ที่ไหน ? ทำไมคุณไม่มาทำงาน ?”

 

“เจ้านายกำลังโกรธแล้ว รีบกลับมาทำงานเลยนะ”

 

“คุณไปอยู่ที่ไหนมา ?”

 

“คุณถูกไล่ออกแล้ว มาที่สำนักงานแล้วรับค่าจ้างของคุณไป”

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้เห็นข้อความนี้ เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะโทรหาเจ้านายหญิงวัยกลางคนทันที

 

 

 

ตลอดมา เธอไม่ชอบเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เขาได้หายตัวไปเป็นเวลา 10 วันแล้ว เธอก็คงจะใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างในการจัดการเขา

 

เอาเถอะ เขาจะเข้าไปที่ออฟฟิศในวันรุ่งขึ้นเพื่อรับค่าจ้างของเขา หาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสักสองสามวัน แล้วจึงหางานใหม่

 

“ว่าแต่..เราไปที่นั่นได้ยังไง ? แล้วเรากลับมาที่นี่ได้ยังไง ?” เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงคำถามเหล่านี้ เมฆหมอกก็เข้าปกคลุมจิตใจของเขา

 

 

 

ถ้าหากเขาไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้ เขาคงจะวิตกกังวล เพราะเขาไม่รู้เลยว่าจะถูกส่งไปยังโลกนั้นอีกเมื่อไหร่

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ตอนนี้เรามีแฟนเพจให้ติดตามนิยายตอนใหม่ล่าสุดกันแล้วน้า

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...