ตอนที่แล้วตอนที่ 13: การต่อสู้ คือจุดแข็งเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 15: เรารวยแล้ว

ในวันแรก ห้องใต้ดินได้ถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว และในวันที่สอง น้ำแข็งที่ถูกผลิตก็ได้นำมาเก็บไว้ในห้องใต้ดิน

 

เหยินปาเชียนพาคนจำนวนหนึ่งไปทำความสะอาดสวนสัตว์ พวกเขาถูกสั่งให้ค้นหาดินประสิวตามมุมของสวนสัตว์ โดยเฉพาะตามบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนงานจำนวนมาก ตามมุมบ้านจะมีดินประสิวเป็นชั้น ๆ อยู่

 

เขาได้แบ่งงานให้ชายจำนวนหนึ่งไปรวบรวมดินประสิวมา แล้วแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อผลิตเป็นน้ำแข็งต่อไป โดยน้ำแข็งที่ละลายหมดแล้ว จะเหลือดินประสิวสีขาวทิ้งไว้เพื่อให้ของพวกเขานำไปใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

 

ในหมู่ชายสิบคน จะมีอยู่หกคนที่ไปตักน้ำมาผลิตน้ำแข็ง อีกสองคนมีหน้าที่ในการนำน้ำแข็งลงไปห้องใต้ดิน ในขณะที่อีกสองคนที่เหลือจะรอรับน้ำแข็งแล้วนำไปจัดเรียงให้เรียบร้อย

 

เมื่อเทียบกับจำนวนก้อนน้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นแล้ว อุณหภูมิในห้องใต้ดินได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ผลสุดท้าย ทำให้มือของชายสองคนที่อยู่ในห้องใต้ดินนั้นเย็นเฉียบและบวมเป่ง พวกเขาหนาวตัวสั่นตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว

 

เมื่อได้เห็นเช่นนี้ เหยินปาเชียนอยากจะถามพวกเขาว่าพวกเขาไม่มีสมองกันรึไง ? พวกเขาสวมเสื้อกั๊กไม่มีแขนขณะทำงานในห้องใต้ดินเนี่ยนะ ? ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นน้ำแข็งมาก่อน แต่ก็รู้ว่ามันเย็นหนิ ทำไมถึงไม่สวมเสื้อเพิ่มอีกซักชั้นล่ะ ?

 

หลังจากที่ถามออกไป เขาก็ได้รู้แล้วว่าคนงานเหล่านี้มีแต่เสื้อผ้าแบบนี้เท่านั้น แม้จะเป็นช่วงที่หนาวที่สุดในรอบปีของที่นี่ก็ไม่ถือว่าหนาวสำหรับพวกเขาเลย

 

เหยินปาเชียนยอมสลับหน้าที่กับพวกเขาอย่างหมดหนทาง นอกจากนี้ พวกเขาได้ไปหยิบผ้าปูที่นอนสองผืนมาห่อไว้รอบตัวเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มือของพวกเขาที่ทนต่อการโดนน้ำแข็งกัดเพราะการที่พวกเขาจับก้อนน้ำแข็งด้วยมือ เขาจึงฉีกผ้าออกอีกสองชิ้นเพื่อให้พวกเขาห่อมือไว้ ซึ่งอาจใช้ประโยชน์ได้บ้าง เขาอนุญาติให้ชายทั้งสองซึ่งมือได้รับบาดเจ็บ ไปหาน้ำมันงูในห้องครัวแล้วทาแก้อาการเจ็บปวด (น้ำมันงู คือน้ำมันนวดแก้อาการปวดเมื่อยชนิดหนึ่ง โดยน้ำมันงูสกัดจากงูน้ำในประเทศจีน)

 

ในต้าเย่า มีน้ำมันงูอยู่มากมาย

 

เมื่อถึงกลางคืน เหยินปาเชียนได้จัดแบ่งงานในวันที่สามไว้ให้ หลังจากนั้น เขาได้กอดเงิน 100 ตำลึงและครีมโคลนดำไว้กับตัวบนที่นอน เขาไม่สามารถหลับได้เลยไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

 

เงิน 100 ตำลึง เมื่อไหร่ที่เขาพบสถานที่ปล่อยของ เขาจะรีบแลกมันเป็นเงินให้ได้มากที่สุดตลอดชีวิตของเขาอย่างรวดเร็ว

 

เขาไม่แน่ใจว่าเขาหลับไปนานแค่ไหน เหยินปาเชียนเพิ่งรู้สึกตัวว่าสิ่งรอบตัวเขาและห้องนั้นได้เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์

 

เขาได้กลับมายังดาวโลกอีกครั้ง

 

เขาสัมผัสสิ่งที่อยู่ในมือ ทั้งครีมโคลนดำและเงินแท่งยังอยู่ดี เหยินปาเชียนยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นภาพกองเงินที่เขาจะมีโอกาสได้รับ

 

เหยินปาเชียนล้มตัวลงนอนบนเตียง สักพักหนึ่งเขาก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

 

เขาไม่รู้ว่านอนหลับไปนานแค่ไหน เหยินปาเชียนได้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตู

 

หลังจากวางเงินและครีมโคลนดำไว้ข้างตัว เหยินปาเชียนรีบสวมกางเกงในและเสื้อกล้ามเพื่อไปเปิดประตู ด้านหลังประตูคือเฉินชิ่ง ผู้มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

 

เมื่อได้เห็นเหยินปาเชียน เฉินชิ่งจึงต่อยไปที่อกหมัดนึง “ในที่สุดนายก็เปิดประตูซักที วันสองวันนี้ เรากังวลแทบตายจนเกือบจะพังประตูแล้วนะเว้ย”

 

เหยินปาเชียนก้าวไปด้านข้างเพื่อให้เฉินชิ่งเข้าห้อง เขากวาดสายตาและได้เห็นกล่องที่หุ้มด้วยฉนวนอยู่บนพื้น เขาเปิดมันเพื่อให้รู้ว่ามีอาหารอยู่ข้างในซึ่งมันก็เย็นชืดหมดแล้ว ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกอุ่นใจ

 

“เราสบายดี..รึเปล่านะ ?” เหยินปาเชียนหัวเราะออกมา

 

เฉินชิ่งมองดูเขา ผิวของเขาดูผ่องใส เมื่อเทียบกับสิบวันก่อนหน้านี้ ถือว่าเขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก ในที่สุด เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ

 

 

 

ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่มั่นใจ แต่เฉินชิ่งก็รู้ว่าทุกคนย่อมมีความลับของตัวเอง ถ้าเหยินปาเชียนไม่ได้พูดอะไร มันคงจะไม่ดีถ้าเขาถามลึกลงไป

 

“แผลของนายเป็นยังไงบ้าง ? นายอยากจะไปตรวจที่โรงพยาบาลมั้ย ?” เฉินชิ่งถาม

 

เหยินปาเชียนยกเสื้อกล้ามของเขาขึ้นและเปิดแผลให้ดู “หายดีแล้วล่ะ”

 

“ความสามารถในการฟื้นตัวของนายนั้นเร็วมากเลย” เฉินชิ่งยิ้มแฉ่ง “ดีแล้วล่ะที่นายหายดี พ่อเราอยากจะเลี้ยงข้าวนายคืนนี้ ท่านต้องการแสดงความขอบคุณน่ะ”

 

“เยี่ยมไปเลย !” เหยินปาเชียนหัวเราะออกมา เขามีความคิดเกี่ยวกับครีมโคลนดำ อย่างไรก็ตาม เขาต้องการจำนวนมาก และเฉินชิ่งก็ไม่ได้มีเงินชนิดนั้น เฉินชิ่งยังจำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากพ่อของเขา ชื่อเสียงของพ่อของเฉินชิ่งดีมากในเมืองนี้ และจะน่าเชื่อถือมากขึ้นที่จะหาเขามากกว่าที่จะหาคนอื่น

 

“ยังมีอีกเรื่องนึงที่เราต้องบอกนาย พวกเขาจับคนที่แทงนายตอนนั้นได้แล้วนะ แต่ว่าเราไม่สามารถจัดการคนวางแผนได้ในตอนนี้” เฉินชิ่งลังเลก่อนที่จะบอกเหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าเพื่อให้รู้ว่าเขาเข้าใจแล้ว

 

“แต่ไม่ต้องกังวลไป เราจะจ่ายหนี้ให้แน่นอนถ้าเรามีโอกาสนะ”

 

เฉินชิ่งมองค้างไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนสบายดี เขาจึงกลับไปทำงานต่อ

 

เหยินปาเชียนต้องการกลับไปนอนต่อ แต่เขาไม่สามารถหลับได้หลังจากที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงมาครึ่งวัน เขาจึงลุกขึ้นจากเตียง กินข้าว แล้วก็ออกไปซื้อไฟทีหลัง

 

เขาจะนำเงิน 10 แท่งออกมาไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการแปลงให้เป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะขายมัน เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่จะก่อให้เกิดปัญหา

 

หลังจากเดินร่อนเร่เกือบครึ่งวัน เหยินปาเชียนได้หยิบไฟ น้ำมันเบนซิน และเลื่อยขนาดเล็ก จากนั้นเขาก็เลื่อยแท่งเงินจากกึ่งกลาง และใช้ไฟเพื่อทำให้ละลาย

 

เขาไม่จำเป็นต้องละลายมันจนหมด ตราบใดที่พื้นผิวละลาย และไม่สามารถเห็นรูปทรงเดิมได้ก็เพียงพอแล้ว

 

หลังจากที่ทำงานหนักตลอดช่วงบ่ายในการละลายเงินครึ่งแท่ง เหยินปาเชียนได้รับสายจากเฉินชิ่ง เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ ถือครีมโคลนดำไว้ และออกเดินทางไปยังโรงแรม

 

ที่หน้าประตู เขาได้เห็นเฉินชิ่งยืนรอเขาอยู่

 

“ทำไมนายถึงเอาของขวัญมาด้วยล่ะ ?” เฉินชิ่งเห็นสิ่งของในมือของเขาและตบที่ไหล่ของเขาทันที “ชิ้นนี้ของเราใช่ม้า ?”

 

“มันเป็นของขวัญก็จริง แต่มันต่างจากที่นายคิดอยู่นะ” เหยินปาเชียนตอบอย่างลึกลับ

 

 

 

ทั้งคู่คุยกันอยู่ในห้องส่วนตัว เจียงหนานมาถึงคนแรกและพ่อแม่ของเฉินชิ่งก็มาถึงหลังจากนั้นไม่นาน พ่อแม่ของเฉินชิ่งได้กล่าวขอบคุณเหยินปาเชียนซ้ำหลายครั้งแล้วจับมือเขาไว้ตอนที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อเพื่อนกันนะ ?

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหยินปาเชียนจะร่ำรวยหรือไม่ก็ตาม พ่อแม่ของเฉินชิ่งก็พอใจกับเพื่อนของลูกชายคนนี้มาก ในตอนนี้ เหยินปาเชียนดูน่าคบหาไม่ว่าใครจะมองเขาแบบไหนก็ตาม

 

ระหว่างรับประทานอาหาร พวกเขาได้ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหยินปาเชียนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาได้รู้ความจริงที่ว่าเหยินปาเชียนเพิ่งออกจากงาน และเขาสนใจที่จะพาเหยินปาเชียนไปร่วมงานกับบริษัทของพวกเขา

 

เหยินปาเชียนปฏิเสธอย่างชาญฉลาด และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยิ้ม “เพราะผมจะเป็นเพื่อนกับเฉินชิ่ง ผมจึงมีแผนธุรกิจมาพูดคุยกับทุกคน แถมผมยังต้องการที่จะปรึกษากับลุงเพื่อให้เขาแนะนำด้วยเหมือนกันครับ”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด เฉินชิ่งก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

 

พ่อของเฉินชิ่งไม่รู้ว่าเขากำลังจะสื่ออะไร เขาตระหนักถึงสถานการณ์ของเหยินปาเชียน และจากมุมมองของเขา ดูเหมือนเหยินปาเชียนไม่มีข้อได้เปรียบใด ๆ ที่จะคุยธุรกิจกับเขาเลย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาเป็นเพื่อนของเฉินชิ่ง จึงไม่เสียหายอะไรที่จะรับฟัง ถ้าเขาสนใจจริง ๆ เขาอาจจะลงทุนเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณก็เป็นได้

 

แม้ว่าเขาจะไม่สนใจ แต่เขาก็สามารถให้คำแนะนำได้

 

พ่อของเฉินชิ่งเชื่อว่าเขายังคงมองการณ์ไกลเพียงเล็กน้อย

 

“พูดมาเลย” พ่อของเฉินชิ่งพูดอย่างเคร่งขรึม

 

เหยินปาเชียนเปิดกล่องไม้และโชว์ครีมโคลนดำข้างใน

 

สิ่งนี้ได้ดึงความสนใจของพวกเขา “มันคืออะไรเนี่ย ?”

 

“ครีมโคลนดำครับ ก่อนหน้านี้ผมเจอมันโดยบังเอิญ แต่ยังไม่เคยลองใช้เลยครับ ผมนึกถึงสิ่งนี้ตอนที่ผมยังเจ็บปวดอยู่ครับ”

 

“มันใช้ทำอะไรได้เหรอ ?”

 

“มันช่วยในการหยุดเลือดออกและเร่งการรักษาบาดครับ” เหยินปาเชียนแนะนำสรรพคุณตัวครีม

 

“แล้วประสิทธิภาพของมันเป็นยังไงบ้างล่ะ ?” พ่อของเฉินชิ่งยักคิ้วขึ้น เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่สนใจในสิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย

 

ธุรกิจของเขาเองไม่มีการเชื่อมโยงกับวงการการแพทย์เลย คงจะไม่เหมาะสมสำหรับเขาที่จะรีบก้าวลงไปในวงการที่เขายังไม่เคยเข้าไป

 

“จุดเด่นคือประสิทธิภาพของมันครับ มิฉะนั้น ผมจะไม่เอามันออกมาให้ดูแน่นอนครับ” เหยินปาเชียนตอบอย่างแข็งขัน

 

สิ่งนี้ถือว่ามีราคาแพงในโลกนั้น แต่ก็ไม่ถือว่าหายากมากนัก ถ้าเขานำมันมายังโลก การตั้งราคาแพงจะไม่ใช่ปัญหาเลย

 

โดยเฉลี่ยแล้ว อาจใช้เวลาวันสองวันหรือจนกระทั่งสิบวันกว่าจะลุกขึ้นจากเตียงหลังจากการผ่าตัดได้ ระยะเวลาการพักฟื้นที่ยาวนานอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้ ยิ่งไปกว่านี้ ก็ไม่ต้องเสี่ยงกับโอกาสในการติดเชื้อในช่วงระยะเวลาการพักฟื้นนั้นด้วย

 

ครีมโคลนดำนี้สามารถรักษาบาดแผลได้ในระยะเวลาสั้น ๆ มันทำให้ผู้ป่วยหายความทุกข์ทรมานโดยสมบูรณ์แบบและไม่มีความจำเป็นต้องใช้เวลาการพักฟื้นจากบาดแผลนานมากนัก

 

เหยินปาเชียนล้วงมีดปอกผลไม้ที่เขาเตรียมไว้ ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตาตื่นใจของทุกคน เขาเฉือนแขนของตัวเองอย่างแรงและเลือดสดได้ไหลออกมา

 

“เหยินปาเชียน นายอะไรของนายน่ะ ?” เฉินชิ่งตกใจ

 

การแสดงออกของพ่อของเฉินชิ่งและแม่ของเฉินชิ่งเปลี่ยนไปอย่างมาก สร้างบาดแผลให้ตัวเองที่โต๊ะอาหารเนี่ยนะ ? นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน ?

 

“ซี๊ดดด !” เหยินปาเชียนหายใจเข้าเต็มปอดด้วยความเจ็บปวด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยกมือขึ้น “ไม่ต้องห่วง เรารู้ขีดจำกัดของเราดีน่ะ”

 

เหยินปาเชียนโชว์บาดแผลของเขา “ทุกคนได้เห็นแผลของผมแล้วใช่มั้ยครับ”

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ใช้ผ้าเช็ดเลือดแล้วใช้นิ้วของเขาเพื่อควักครีมโคลนดำเพื่อทาคลุมแผล

 

เหยินปาเชียนยิ้มและบอกว่า “ไม่ต้องห่วง ได้เวลาดูความมหัศจรรย์แล้ว”

 

ต่อมา เขาก็รู้สึกสดชื่นซึ่งเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงบนแขนของเขา ในที่สุด ก็เริ่มรู้สึกชาและอาการชานั้นทำให้เขาขับเหงื่อเย็น ๆ ออกมา

 

หลังจากช่วงระยะหนึ่ง ความรู้สึกเหล่านี้ก็ลดลง และเหยินปาเชียนก็สามารถพักได้ ในตอนนี้ ครีมโคลนดำบนแขนของเขาได้ตกสะเก็ดเป็นสีดำ

 

เหยินปาเชียนฉีกสะเก็ดออกมาให้ทุกคนดู เนื้ออ่อนได้สร้างขึ้นบนแผลแล้วนั่นเอง

 

“เอาล่ะ สิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นแล้วครับผม” เหยินปาเชียนยิ้มออกมา เขาใช้ทิชชู่เปียกเพื่อทำความสะอาดคราบเลือดและโชว์บาดแผลส่วนที่เหลือ

 

เฉินชิ่งลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปทางเหยินปาเชียนเพื่อดูรอยแผลของเขา เขาเรียกร้องว่า “สุดยอดมาก !”

 

ตั้งแรกพ่อของเฉินไม่ค่อยเชื่อ เพียงแค่ต้องการรักษาหน้าของลูกชายเท่านั้น มิฉะนั้น เขาคงจะเดินออกไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าแผลของเหยินปาเชียนได้รับการรักษาแล้ว เขาก็ตกตะลึงทันที

 

ทุกคนสัมผัสแขนของเหยินปาเชียน พวกเขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก แผลนั้นได้หายไปแล้ว

 

เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แผลยังคงมีความยาว 10 เซนติเมตร และก็มีเลือดออกบนแผลเยอะมากทีเดียว

 

ทุกคนมองดูกล่องสีดำครั้งที่สอง และคราวนี้ สายตาของพวกเขานั้นต่างออกไป ยากล่องนี้ไม่ใช่ยาธรรมดาทั่วไป แต่มันคือทองอันล้ำค่า

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...