ตอนที่แล้วตอนที่ 10: คนป่าเถื่อน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 12: ครีมโคลนดำ

เมื่อหญิงสาวคนนั้น ซึ่งก็คือองค์จักรพรรดินี ได้มาถึงสวนสัตว์แล้ว นางได้เห็นคนงานหลายคนกำลังทำน้ำแข็งและวางน้ำแข็งไว้รอบตัวหมี

 

 

เหยินปาเชียนเห็นกลุ่มคนที่กำลังเข้ามาจากระยะไกล เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาจึงเดินไปข้างหน้าสองก้าวและแสดงความเคารพตามคนอื่น “กราบถวายบังคมฝ่าบาท”

 

การขยับตัวเพียงเล็กน้อยได้ทำให้เขาแสดงความเจ็บปวดออกมาทางสีหน้า

 

 

จักรพรรดินีได้เหลือบมองท้องของเขา เลือดจากบาดแผลของเขาซึมผ่านผ้าพันแผลและทำให้เสื้อผ้าที่หยาบกร้านของเขาเป็นคราบ

 

“เกิดอะไรขึ้น ?” จักรพรรดินีถามออกมาอย่างเย็นชา

 

“ข้าเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน เขาเป็นเช่นนี้หลังจากที่อยู่แต่ในห้องทั้งวันทั้งคืนขอรับ” พลทหารสองนายรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งและตอบคำถาม

 

“ข้าทำตัวข้าเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาทั้งนั้น” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

“เปิดแผลให้ข้าดูทีสิ !” จักรพรรดินียังคงอยู่ที่เดิม การที่นางบอกว่าเกิดอะไรขึ้นก็เพราะได้มองไปเห็นบาดแผลของเขา

 

เหยินปาเชียนกัดฟันด้วยความเจ็บปวดขณะที่ดึงเสื้อขึ้น เผยให้เห็นผ้าพันแผลที่เปื้อนเลือดอยู่ข้างใน เมื่อเขาเห็นจักรพรรดินียังจ้องมองเขาอยู่ เขาจึงถอดผ้าพันแปลออกมา

 

บาดแผลไม่ได้ใหญ่มาก และก็เรียบเนียนมากด้วยเช่นกัน บาดแผลกว้างประมาณสองนิ้ว อันที่จริง ดูเหมือนว่ามันไม่ได้เกิดจากพลทหารสองนาย ถ้าบาดแผลเกิดจากทหารสองนายจริง มันคงจะใหญ่กว่านี้มาก

 

 

จากการเหลือบดูแค่ครั้งเดียว จักรพรรดินีทราบได้ทันทีว่าบาดแผลถูกเย็บแล้ว

 

 

“เจ้าทำแผลด้วยตัวเองรึ ?” จักรพรรดินีได้ถามออกมา

 

“ใช่แล้วขอรับ !” เหยินปาเชียนตอบคำถามอย่างออกนอกหน้า

 

“เจ้านี่ฝีมือดีนะ กลวิธีที่เจ้าใช้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว หลังจากนี้ ข้าอยากให้เจ้าสอนกลวิธีนี้ให้กับกองทัพของพวกเรา และบอกทุกคนให้รู้ว่านี่เป็นวิธีการรักษาแผล” ประโยคสุดท้ายที่จักรพรรดินีพูดออกมา ได้สื่อถึงผู้คนที่อยู่รอบข้างนางนั่นเอง

 

จากนั้น นางก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดต่อ “ห้าวันที่ข้าให้เจ้าไปได้ครบกำหนดแล้ว และข้าก็มาที่นี่เพื่อดูว่าเจ้าจะทำอย่างไร มาดูกันว่าหัวของเจ้าจะได้อยู่บนบ่าต่อไปหรือไม่”

 

 

“ได้เลยขอรับ !” เหยินปาเชียนยังคงก้มหัวลง หายใจเข้าด้วยความเจ็บปวด เขาเดินตามหลังจักรพรรดินี อย่างไรก็ตาม เขายังคงรักษาระยะห่างจากนางเพียงเล็กน้อย

 

 

พวกเขาได้มาถึงด้านข้างกรงแล้วจึงมองลงมา เจ้าหมีนั้นร่าเริงอยู่ในกองน้ำแข็ง ดูเหมือนว่ามันจะมีความสุขเป็นอย่างมาก

 

 

ทันใดนั้น จักรพรรดินีก็กระโดดลงไปในคอก ชุดสีแดงของนางนั้นสะบัดปลิวพริ้วไหวไปในอากาศ

 

 

เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็วและรีบก้มหัวลงอีกครั้ง จักรพรรดินีกระโดดขึ้นไปในอากาศสูงอย่างน้อยสามเมตร ทำให้เหยินปาเชียนตกใจกลัว และสิ่งที่ทำให้เขากลัวยิ่งกว่า ก็คือการที่เขาได้เห็นต้นขาอันเรียวยาวที่อยู่ใต้ชุดของจักรพรรดินีในตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองเพียงนิดเดียว

 

เขาหวาดกลัวการที่จะถูกตัดหัวเพราะได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นเป็นอย่างมาก

 

เขารู้เป็นอย่างดีว่าประเพณีทางสังคมในโลกนี้เป็นอย่างไร

 

 

ถ้าเขาอยากจะดูต้นขาขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ เมื่อเขากลับไปที่ดาวโลก เขาก็สามารถหาดูในคอมฯ หรือทีวีของเขาได้

 

หากเขาถูกตัดหัวเพราะสาเหตุนี้ มันคงจะไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเป็นอย่างมาก

 

 

เขามองไปรอบตัวด้วยหางตา เขารู้สึกสบายใจเมื่อเห็นผู้คนที่อยู่รอบตัวเขาไม่ได้มีการตอบสนองที่ผิดปกติแต่อย่างใด

 

จักรพรรดินีได้ลงมาถึงพื้นในคอกหมี แล้วจึงเดินไปหาเจ้าหมี

 

“พระองค์จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามอย่างอ่อนโยน เขาไม่รู้ถึงระดับความแข็งแกร่งในโลกนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็นคนที่อยู่รอบตัวเขาไม่ได้วิตกกับเรื่องใดเลย เขาก็คาดเดาได้ว่าจักรพรรดินีต้องมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน

 

“พระองค์ทรงเป็นผู้มีความแข็งแกร่งเป็นเลิศแห่งต้าเย่าเลยนะ แค่สัตว์เลี้ยงตัวน้อยจะทำให้พระองค์บาดเจ็บได้อย่างไรกัน ?” ซินเจ๋อเงยหน้าขึ้นและตอบมาราวกับว่าเธอไม่พอใจกับข้อสงสัยของเหยินปาเชียนในตัวองค์จักรพรรดินี

 

เหยินปาเชียนตอบเธออย่างเชื่อฟังว่า “อ๋ออ” และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เขาได้เทความสนใจให้กับจักรพรรดินีไปหมดแล้ว

 

ผู้มีความแข็งแกร่งเป็นเลิศแห่งต้าเย่างั้นเหรอ ? นางแข็งแกร่งขนาดไหนกันล่ะเนี่ย ?

 

ในขณะที่จักรพรรดินีได้เข้าใกล้ตัวหมีขาว หมีขาวที่เห็นว่ามีผู้บุกรุกอาณาเขตของมัน มันจึงคำราม แล้วก็โยนก้อนน้ำแข็งไปก้อนหนึ่ง และได้กระโจนเข้าหาจักรพรรดินี

 

แรงมหาศาลจากหมีตัวใหญ่มหึมาที่พุ่งเข้าชนด้วยน้ำหนักตัวประมาณร้อยกิโลกรัม ทำให้หัวใจของเหยินปาเชียนถึงกับแข็งทื่อเลยทีเดียว

 

เหยินปาเชียนประมาณการจากที่ได้เห็นจักรพรรดินีซึ่งสูง 1.7 เมตร อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับหมีขาว นางดูตัวเล็กไปเลย ราวกับว่านางจะถูกเหยียบจนตัวแบนด้วยการหวดเพียงครั้งเดียว

 

ขณะที่เผชิญหน้ากับหมีขาวที่พุ่งเข้าชน จักรพรรดินีไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะถอยหลังกลับแต่อย่างใด นางยื่นฝ่ามือสีขาวบริสุทธิ์ดั่งดอกลิลลี่ออกมา… แล้วก็ตบเข้าให้

 

ฝ่ามือของจักรพรรดินีได้แหวกอากาศผ่านอุ้งเท้าหน้าของเจ้าหมียักษ์ และตบบนใบหน้าที่เดือดดาลของมัน

 

เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของเจ้าหมีกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชในทันที ร่างของมันหมุนขึ้นไปกลางอากาศหนึ่งรอบก่อนที่จะตกลงสู่พื้น

 

จากนั้น จักรพรรดินีก็ได้คว้าขนของเจ้าหมีและยกมันขึ้นด้วยมือขวาของนาง เมื่อเห็นว่าเจ้าหมียังคงกล้ากัดฟันขู่ นางได้ตบหน้ามันอีกครั้งด้วยฝ่ามือซ้าย

 

หลังจากที่ได้รับลูกตบจากจักรพรรดินีไปสองครั้ง ความเดือดดาลของเจ้าหมีก็ลดลงทันที

 

 

แม้แต่เหยินปาเชียนก็รู้สึกเจ็บแทนเมื่อมองดูหมีที่ถูกตบ

 

ถ้าการตบของนางสามารถส่งหมีที่มีน้ำหนักร้อยกิโลกรัมขึ้นไปบนอากาศได้ แรงตบของนางจะทรงพลังมากขนาดไหนกัน ?

 

น่าสะพรึงกลัวสุด ๆ

 

 

แต่ที่น่ากลัวที่สุด เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีไม่ได้ออกแรงเต็มที่แต่อย่างใด

 

หลังจากที่ได้รับลูกตบเบา ๆ ไปสองครั้ง หมีขาวซึ่งเหยินปาเชียนสงสัยว่าจะเป็นหมีขั้วโลกได้นอนตัวสั่นอยู่บนพื้น

 

 

เมื่อจักรพรรดินีได้เห็นเจ้าหมีนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น นางจึงเดินไปทางกำแพงคอก นางได้กระโดดจากตรงนั้นขึ้นไปข้างบนกำแพงอย่างง่ายดาย จากนั้น นางก็กระโดดเพียงเล็กน้อยออกมาจากคอก

 

 

“ฝ่าบาททรงพลังมาก !” เหยินปาเชียนรีบก้มหัวลงและกำมือไว้ เขาต้องการจะพูดต่ออีกนิดหน่อย แต่เขาไม่เคยพูดประจบใครมาก่อน และเขาไม่รู้จะพูดอะไร เขาจึงพูดได้แค่ “ทรงพลังจริง ๆ” เท่านั้น

 

“ใช้ได้เลย มันดูมีพละกำลังขึ้นมาบ้างแล้ว อย่างน้อยที่สุดมันก็สามารถกัดฟันขู่ข้าได้ล่ะนะ” จักรพรรดินีพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบ

 

เหยินปาเชียนยิ้มกว้าง สิ่งที่เจ้าหมีต้องแลกกับการกัดฟันขู่ของมัน คือความเสียหายที่รุนแรงมาก เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าเจ้าหมียังคงเหลือฟันอยู่กี่ซี่หลังจากเจอฝ่ามือของจักรพรรดินีตบเข้าให้

 

โชคดีที่จักรพรรดินีได้พิสูจน์ความแข็งแรงของเจ้าหมีตัวนี้แล้ว เขาจึงสามารถรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้แล้ว

 

“เอาล่ะ จงบอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกับก้อนน้ำแข็งเหล่านี้ เจ้าทำมันได้อย่างไร ?”

 

“มันคือดินประสิวขอรับ เมื่อดินประสิวละลายในน้ำ มันจะดูดซับความร้อนเอาไว้ หากมีดินประสิวมากพอ อุณหภูมิของน้ำจะลดลงไปที่จุดเยือกแข็งขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

เขาไม่รู้ว่าจักรพรรดินีเข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่า นางพูดแค่ “ดูเหมือนว่าเจ้าทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ควบคุมคนงานก็แล้วกัน โดยที่เจ้าจะมีหน้าที่ในการทำน้ำแข็งให้ข้า”

 

 

“แล้วก็ดูแลเจ้าหมีตัวนี้ให้ดีด้วย”

 

“ขอรับ !” เหยินปาเชียนพยักหน้าตอบรับ

 

“ผู้ดูแลฉี จัดเตรียมกำลังคนให้เขาด้วย” หลังจากที่องค์จักรพรรดินีได้สั่งการ ผู้ดูแลสวนสัตว์ก็พยักหน้าทันที

 

“ข้าจะมอบรางวัลให้แก่เจ้าด้วยเงิน 100 ตำลึง และครีมโคลนดำหนึ่งกล่อง ซินเจ๋อ..ไปที่คลังยาแล้วเอาครีมโคลนดำมาให้เขากล่องนึง” จักรพรรดินียังคงออกคำสั่งต่อไป

 

“เจ้าค่ะ ฝ่าบาท”

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีพูด ก้อนหินขนาดใหญ่ในใจของเขาก็ถูกยกออกไป เงิน 100 ตำลึงงั้นเหรอ ? ถ้า 1 ตำลึงเท่ากับ 50 กรัม 100 ตำลึงก็จะเท่ากับ 50,000 กรัมสินะ ? เงินหนัก 1 กรัมมีมูลค่า 3-4 หยวน (1 หยวนจีน เท่ากับ 4.76 บาทไทย) ใช่มั้ยล่ะ ? ด้วยเงินประมาณ 200,000 หยวน ในที่สุดเขาก็มีเงินสดสำรองอยู่ในมือแล้ว แม้ว่าจะไม่เพียงพอสำหรับเขาที่จะนำไปซื้อบ้าน แต่ก็เพียงพอสำหรับเขาที่จะอยู่รอดได้ เขาไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจเรื่องการหางานไปอีกพักหนึ่ง

 

 

ด้วยสถานการณ์ของเขาในปัจจุบัน – การที่เขาจะต้องหายตัวไปเป็นเวลา 9 วัน – มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหางานทำ

 

“อ้อ..จะว่าไป..ในวันนั้นเจ้าบอกว่าเจ้ารู้วิธีทำอะไรซักอย่างนึงหนิ” จักรพรรดินีนึกถึงสิ่งที่เหยินปาเชียนเคยบอกไว้เมื่อก่อนหน้าในทันที

 

“ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่าบาทให้สำเร็จลุล่วงไม่ว่าอะไรก็ตาม ข้าได้ศึกษาเรื่องต่าง ๆ มาแล้ว ข้ารู้บางอย่างเกี่ยวกับการเกษตร การหลอม การทำอาหาร และธุรกิจขอรับ”

 

“ถ้าอย่างนั้น เจ้าอยู่ที่นี่สักพักก็แล้วกัน ! ในอนาคต ข้าจะมอบภารกิจให้เจ้าปฏิบัติ แล้วข้าจะมอบรางวัลให้แก่เจ้าหากทำสำเร็จลุล่วง” หลังจากพูดจบ จักรพรรดินีก็ได้เดินทางกลับไปพร้อมกับผู้ติดตาม

 

หลังจากที่องค์จักรพรรดินีได้เดินทางกลับไป เหยินปาเชียนก็เริ่มคิดลึกลงไปอีก 1 ตำลึงเท่ากับ 50 กรัม แล้ว 100 ตำลึงก็เท่ากับ 50,000 กรัม มีอะไรผิดพลาดรึเปล่าเนี่ย ? เดี๋ยวก่อนนะ 100 ตำลึงมันแค่ 5,000 กรัมเองนี่หว่า ? นั่นหมายความว่าเราจะมีแค่ 20,000 หยวนเองเหรอเนี่ย ? เหยินปาเชียนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเขาดีใจไปก่อนเมื่อสักครู่นี้ ครูสอนคณิตศาสตร์ของเขาไม่สามารถตายตาหลับได้อย่างแน่นอน

 

เมื่อผู้ดูแลฉีได้เห็นร่างของจักรพรรดินีลับสายตาไป เขาก็หันกลับมาด้วยรอยยิ้มอันน่าขนลุกและถามออกมา “บอกชื่อของเจ้าให้ข้ารู้ได้มั้ย ? เพราะต่อไปเราจะต้องอยู่ด้วยกันที่นี่ พวกเราก็ควรจะสนิทกันไว้นะ”

 

“ขอรับท่านผู้ดูแลฉี ! ข้ามีนามว่าเหยินปาเชียนขอรับ !” เหยินปาเชียนกำมือไว้และตอบอย่างสุภาพ ราวกับว่าผู้ดูแลฉีกำลังคิดหาวิธีที่จะสับเขาออกเป็นชิ้น ๆ อย่างไรอย่างนั้น

 

 

เหยินปาเชียนไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องที่เขาได้ช่วยชีวิตผู้ดูแลฉีไว้

 

หยดน้ำมักจะกลับคืนสู่น้ำพุด้วยความกตัญญู ต่างกับการช่วยชีวิตที่ไม่สามารถแลกคืนกันได้ เพราะฉะนั้น ผู้ดูแลฉีอาจจะมอบชีวิตคืนให้แก่เหยินปาเชียนหากเขาเอ่ยถึงเรื่องนี้

 

 

ไม่ว่าจะเป็นยุคโบราณหรือยุคปัจจุบันก็ตาม ก็มีคนเช่นนี้อยู่มากมายเต็มไปหมด

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องสุภาพมากนักก็ได้ มาสิ..ข้าจะจัดเตรียมกำลังคนให้กับเจ้าเอง จากนั้นเราค่อยไปดื่มด้วยกันนะ” ด้วยความเป็นกันเองของเขา ผู้ดูแลฉีได้ดึงเหยินปาเชียนไปพร้อมกับเขา

 

“เดี๋ยวก่อนสิ..ข้ายังไม่หายเจ็บเลยนะ !” เหยินปาเชียนยิ้มอย่างขมขื่น

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่ะ ก็แค่อาการเจ็บปวดเล็กน้อยเอง พระองค์ยังไม่ได้มอบครีมโคลนดำให้กับเจ้างั้นเหรอ ? เจ้าจะต้องดีขึ้นหลังจากใช้มันอย่างแน่นอน” ผู้ดูแลฉีหัวเราะเบา ๆ

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...