ตอนที่แล้วตอนที่ 9: การทำน้ำแข็ง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 11: ผู้ควบคุมคนงาน

โลกนี้เพียงแค่ล้าสมัย แต่ผู้คนก็ไม่ได้โง่เท่าไรนัก

 

ผู้ดูแลพาคนงานจำนวนหนึ่งไปกับเขาเพื่อแบกน้ำแข็ง พวกเขาใช้ตาข่ายในการใส่น้ำแข็งและแบกมันไว้ด้วยคานไม้ แล้วจึงนำน้ำแข็งไปวางไว้ข้างตัวหมีขาว

 

หลังจากที่พวกเขาวางน้ำแข็งก้อนที่สามไว้แล้ว หมีขาวก็ลุกขึ้นมาจากลำธารและกอดก้อนน้ำแข็งไว้ มันกลิ้งไปกลิ้งมาพร้อมกับน้ำแข็ง แล้วก็ร้องด้วยความดีใจอย่างไม่หยุดหย่อน

 

เห็นได้ชัดว่าหมีขาวนั้นมีความสุขมาก ๆ ราวกับเด็กน้อยได้เข้าอาบอบนวด หรือการที่ได้เข้าห้องแอร์ขณะที่อุณหภูมิข้างนอกห้องร้อนราว 40 องศา มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริง ๆ

 

เมื่อก้อนน้ำแข็งสิบกว่าก้อนถูกนำเข้ามาในรั้ว หมีขาวได้ล้อมตัวเองไว้ด้วยผนังน้ำแข็ง มันเข้าไปนั่งอยู่ข้างในแล้วฮัมเพลงอย่างสบายใจเฉิบ

 

“มันได้ผลล่ะ มันได้ผลจริง ๆ ด้วยล่ะ !” ผู้ดูแลดีอกดีใจเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าพวกเขาจะลองให้อาหารมันแล้ว แต่สภาพของหมีขั้วโลกก็แตกต่างไปจากสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายแบบที่เป็นมาก่อนในช่วงเดือนที่ผ่านมา

 

“เร็วสิ..ถามเขาสิว่าเราควรจะทำอะไรต่อ..เร็วเข้า” ผู้ดูแลใช้เท้าสะกิดคนงานและตะคอกใส่

 

เหยินปาเชียนเฝ้าดูคนงานจากภายในบ้าน เขารู้สึกทนไม่ได้เมื่อเห็นพวกเขาไม่ทำอะไรต่อ

 

ทำอะไรต่อหรอ ? ก็ให้อาหารมันสิ ถามมาได้ ! ตอนนี้หมีตัวนั้นสบายดีแล้ว ทำไมพวกนั้นถึงไม่ให้อาหารมันล่ะ ? สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้จะทำให้น้ำแข็งละลายในไม่ช้านะ !

 

“ช่างมันเหอะ เดี๋ยวข้าไปดูให้เอง” เหยินปาเชียนยกมือเพื่อหยุดชายสองคนที่อยู่หน้าเขา “พวกท่านทั้งสองคนตามมาช่วยข้าที !”

 

เหยินปาเชียนนั้นตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อในตอนที่พลทหารและคนงานช่วยพาเขาไปที่คอกหมี แผลที่บริเวณช่องท้องของเขาก็เปียกชื้นเล็กน้อยเช่นกัน

 

แผลของเขาอาจจะมีเลือดออกอยู่ก็เป็นได้

 

แต่นั่นเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือเจ้าหมีขาว

 

เหยินปาเชียนไม่สนใจผู้ดูแลที่เดินมาหาและพิงไปที่กำแพงเพื่อมองดูเจ้าหมี

 

หมีขาวกำลังนอนอยู่ตรงกลางกองน้ำแข็ง และกอดก้อนน้ำแข็งไว้อย่างเหนียวแน่น ราวกับก้อนน้ำแข็งเหล่านี้เป็นคู่ขาของมัน

 

ในตอนนี้ ก้อนน้ำแข็งได้ละลายลงเหลือเพียงสองในสามของขนาดเดิมแล้ว

 

“ทำน้ำแข็งตามขั้นตอนที่บอกไว้ก่อนหน้านี้เพิ่มอีก วางน้ำแข็งไว้ในกะละมังใบใหญ่เพื่อให้มันละลายใต้แสงอาทิตย์ หลังจากที่น้ำแข็งละลายและระเหยหมดแล้ว ให้ใช้ผงสีขาวที่เหลืออยู่เพื่อทำน้ำแข็งเพิ่ม แล้วก็เอาปลากับเนื้อสัตว์ไปให้หมีขาวกินเป็นอาหารด้วย” เหยินปาเชียนสั่งการพวกเขา

 

“เข้าใจแล้ว !” คนที่นี่ทำตามคำพูดของเขาราวกับเป็นคำสั่งขององค์จักรพรรดิ์ และแก่งแย่งหน้าที่กันเพื่อทำตามคำสั่งการของเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นพยานให้กับเหยินปาเชียนที่ได้ทำน้ำแข็งด้วยผงสีขาวและรักษาหมีขาวได้สำเร็จ

 

 

 

ณ ห้องโถงใหญ่ มีหญิงสาวสวมชุดที่เย็บปักถักร้อยด้วยสีแดงเข้มพร้อมกับสวมมงกุฎสีทองบนศีรษะของนาง ซึ่งกำลังเพลิดเพลินอยู่กับก้อนน้ำแข็งที่เปล่งประกาย ด้วยความรู้สึกสดชื่นที่ปลายนิ้วของนาง ดูเหมือนจะโดนใจนางเป็นอย่างมาก

 

ข้างใต้ที่นั่งของนาง คนหลายสิบคนสวมเสื้อคลุมและชุดเกราะชนิดต่าง ๆ พากันกระซิบ สายตาของพวกเขาทุกคนได้จ้องไปที่กะละมังน้ำแข็งที่อยู่ตรงกลางห้องโถง

 

“สิ่งนี้ชายคนนั้นเป็นคนทำขึ้นมางั้นรึ ?” หญิงสาวถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย

 

“ใช่ขอรับฝ่าบาท ข้าน้อยได้เห็นเขาเปลี่ยนน้ำให้เป็นน้ำแข็ง” ผู้คุ้มกันที่ได้เดินทางกลับมาก่อนพร้อมกับก้อนน้ำแข็งได้คุกเข่าลงข้างหนึ่ง

 

“ยอดเยี่ยมมาก” มุมของปากของหญิงสาวขยับขึ้น นางถือก้อนน้ำแข็งไว้ในมือพร้อมถามว่า “พวกเจ้าคิดเห็นเช่นไร ?”

 

“ขอข้าน้อยลองหน่อยขอรับ” ชายผู้ร่างใหญ่กว่าเพื่อนที่สวมชุดเกราะได้ก้าวไปข้างหน้าและสัมผัสก้อนน้ำแข็งที่อยู่บนพื้น หลังจากนั้นเขาก็กอดมันแน่ ๆ และแสดงถึงความรู้สึกที่ดีออกมา “เย็นใช้ได้เลย !”

 

“ขอลองบ้างสิ”

 

“ข้าขอลองด้วย”

 

“ข้ายศสูงกว่า ต้องให้ข้าก่อนสิ !”

 

ในไม่ช้า กลุ่มคนได้รวมตัวกันเข้ารุมล้อมชายรูปร่างกำยำ เขาพยายามจะต่อต้าน แต่หมัดทั้งสองข้างของเขาไม่สามารถรับมือกับฝ่ามือมากมายนับไม่ถ้วนได้ และแล้วเขาก็ถูกเตะออกมาจากฝูงชนพร้อมกับรอยเท้าบนก้นของเขาในที่สุด

 

ขณะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินไปกับก้อนน้ำแข็งอยู่บนเก้าอี้สูง นางไม่จำเป็นต้องระแวงเกี่ยวกับการแย่งชิงที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพราะน้ำแข็งในมือของนางกำลังจะละลายเป็นน้ำในไม่ช้า

 

“เอาล่ะ หยุดสู้กันได้แล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเฉื่อยชาหลังจากผ่านไปสักพัก กลุ่มคนได้กระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว

 

มีแค่คนเดียวที่เหลืออยู่ เขาได้ถูก้อนน้ำแข็งที่ละลายไปแล้วครึ่งหนึ่งลงบนใบหน้าของเขาพร้อมกับพูดพึมพำขึ้นมา “เย็นมาก เย็นจริง ๆ ด้วย”

 

สักครู่ต่อมา เขาฝืนใจวางมันกลับไปที่เดิมและก้าวถอยหลังกลับมา

 

“ฝ่าบาท ชายผู้นั้นมีพรสวรรค์ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งคือต้นกำเนิดของเขาที่ค่อนข้างน่าสงสัย ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าจัดการก่อนที่จะส่งเขากลับมาหาท่านล่ะขอรับ ?” ชายร่างกำยำได้เสนอสุดพลังเสียง

 

“ข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกฝนคน ภายใต้การดูแลของเจ้า เขาอาจจะถูกทรมานจนตายภายใน 2 วันได้นะ” มีคนรีบโต้กลับทันที

 

หยุดเถียงกันได้แล้ว ชายคนนี้ค่อนข้างมีประโยชน์ ข้าจะให้เขาอยู่ในวังแห่งนี้” มุมปากของหญิงสาวกระตุกขณะที่เธอสั่งให้ทุกคนหยุดพร้อมกับยกมือห้าม

 

เมื่อคนอื่น ๆ ได้ยินนางพูด ก็พากันเงียบกริบ

 

ห้องโถงพระราชวังเต็มไปด้วยชายและหญิงที่มีลักษณ์ที่โดดเด่นซึ่งได้แสดงความเคารพต่อหญิงสาว

 

“พาทูตของประเทศหยูนเข้ามา ! ข้าได้ข่าวมาว่าเขามีอะไรจะบอกกับข้า” หญิงสาวพูดด้วยความเฉื่อยชา

 

“พาทูตของประเทศหยูนเข้ามา !” คนที่อยู่ตรงประตูเรียกขึ้นโดยทันที

 

หลังจากนั้นไม่นาน ชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดยาวถูกพาเข้ามา เขาทักทายหญิงสาวด้วยการคำนับ “ด้วยความเคารพ ฝ่าบาท ข้ามีนามว่าเก๋อชิง เป็นทูตแห่งประเทศหยูน ข้าหวังว่า…”

 

“พอแล้ว เผยสิ่งที่เจ้าต้องการพูดออกมา เจ้าได้ส่งข้อความมามากมาย ซึ่งข้าสามารถคาดเดาได้เลยว่าเจ้ากำลังจะสื่ออะไร” นางขัดจังหวะเขาอย่างไม่สบอารมณ์

 

เก๋อชิงยังคงไว้ซึ่งความเคารพปลอม ๆ ของเขา แต่ได้ด่าอยู่ในใจ “คนป่าเถื่อน”

 

เขายืดหลังตรงและพูดว่า “ฝ่าบาท ข้ามาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อเจรจาปัญหาเรื่องพ่อค้าตระกูลจางและตระกูลหง ประเทศที่มีชื่อเสียงอย่างประเทศของท่านได้เข้าจับกุมพ่อค้าของเราโดยมิชอบด้วยเหตุผล และยิ่งไปกว่านั้นยังส่งพวกเขาเข้าไปในคุกด้วย ไหนจะเรื่องสินค้าที่ถูกยึดอีก…”

 

เก๋อชิงกำลังพูดอย่างอ้อมค้อม แต่ใจความสำคัญของเขานั้นชัดเจน: ไม่มีเหตุผลที่ท่านจะต้องกักตัวพ่อค้าของประเทศเราที่ตั้งร้านค้า และยึดสินค้าของพวกเขาโดยไม่มีคำอธิบายที่เหมาะสม การที่ท่านทำเช่นนี้ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับพ่อค้าในประเทศของข้า ประเทศหยูนจะไม่เพิกเฉยต่อการจับกุมเช่นกัน ซึ่งเหตุผลที่ข้าถึงถูกส่งมาที่นี่ก็เพื่อคัดค้านการตัดสินของท่าน หากท่านไม่อธิบายสถานการณ์ ปล่อยพ่อค้าที่ถูกกักตัวออกมา และคืนสินค้าของพวกเขาทันทีล่ะก็ ประเทศหยูนไม่ลังเลที่จะแสวงหาความยุติธรรม แม้ว่ามันจะเป็นหนทางที่นำไปสู่สงครามก็ตาม

 

หญิงสาวได้ยื่นแขนออกไป ทาสรับใช้ของนางคนหนึ่งได้ออกมาเช็ดให้แห้งทันที

 

จากนั้นหญิงสาวก็ถามต่อว่า “เจ้ามาที่นี่นานแค่ไหนแล้ว ?”

 

“ข้าได้รับภารกิจเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองเป็นเวลา 3 เดือนขอรับ” เก๋อชิงตอบกลับ

 

“อืม..ลากมันออกไปแล้วตัดหัวมันซะ !” หญิงสาวได้ออกคำสั่งเนิบ ๆ

 

“แม้จะอยู่ในภาวะสงครามก็ตาม ประเทศต่าง ๆ ก็จะไม่ประหารนักการทูต นอกจากนี้ ข้ามาที่นี่เพียงเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและรายละเอียดข้อดีข้อเสียต่าง ๆ ฝ่าบาทไม่กลัวว่าท่านอาจจะถูกบุกรุกด้วยความโกรธแค้นของประเทศหยูนงั้นรึ ?” เก๋อชิงรีบตะโกนออกมา

 

หญิงสาวไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย

 

เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และบุคลากรทางทหารจำนวนมากได้จับตามองในสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนได้เยาะเย้ยเก๋อชิง ฟันสีขาวได้เผยให้เห็นความน่าสยดสยองของพวกเขา

 

“ฝ่าบาท…ท่านได้เลือกเส้นทางสู่ความหายนะแล้ว…ฝ่าบาท…องค์จักรพรรดินีแห่งประเทศต้าเย่า…” เก๋อชิงตะโกนสุดพลังเสียขณะที่กำลังถูกลากออกไป

 

ผู้คนที่อยู่ในห้องโถงได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของเขาล่องลอยไปไกลก่อนที่จะหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน

 

“แจ้งให้ประเทศหยูนทราบด้วยว่าทูตของพวกเขาได้เสียชีวิตลงจากการเจ็บป่วยอย่างฉับพลัน บอกให้พวกนั้นส่งทูตมาใหม่” หญิงสาวได้สั่งการ

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

“เจ้าหนุ่มจิ๊กกะโล่นั่นกล้าดียังไงถึงพูดเกี่ยวกับการทำสงคราม ? แม้ว่าจักรพรรดิของเขามีความกล้าหาญของประเทศหยูนทั้งหมด แต่เขาก็ไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอก” มีใครบางคนพูดเยาะเย้ยออกมา

 

“พ่อค้าของประเทศหยูนกดราคาขนสัตว์อย่างรุนแรง ขายสินค้าที่ด้อยคุณภาพในราคาสินค้าคุณภาพสูง และผสมทรายลงไปในข้าวที่ขายให้กับพวกเรา ตระกูลจางและตระกูลหงเป็นตระกูลที่ย่ำแย่ที่สุด ถ้าพวกนั้นยังกล้าที่จะปฏิบัติกับพวกเรา ประชาชนคนต้าเย่าราวกับเป็นคนโง่หลังจากเหตุการณ์นี้ พวกเราอาจจะฆ่าพวกนั้นทั้งหมดก็ได้” อีกคนหนึ่งแนะนำ

 

“ถ้าเราฆ่าพวกนั้นหมด จะไม่มีพ่อค้ามาที่นี่เลยนะ” ใครบางคนปฏิเสธทันที “ต้าเย่ามีพื้นที่เป็นภูเขาและพื้นที่ราบน้อยมาก พวกเราเน้นไปที่การล่าสัตว์มากกว่าการเกษตร ดังนั้น เราจึงต้องพึ่งพาพ่อค้าเพื่อนำทรัพยากรจำนวนมากเข้ามา”

 

“เราอาจจะพึ่งพาคนพวกนั้นไม่ได้ทุกอย่างใช่มั้ย ? ถ้าเราสามารถผลิตทรัพยากรเหล่านี้ได้เองก็จะดีมากเลย”

 

“ผลิตด้วยตัวเองหรอ ? เจ้าทำได้มั้ยล่ะ ? วิธีการของข้าคือ เราควรจะเอามันมาจากคนพวกนั้นด้วยการบีบบังคับ”

 

“เอาล่ะ หยุดเถียงกันได้แล้ว มีอะไรอีกรึเปล่า ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเจ้าทุกคนก็ออกไปได้” หญิงสาวได้ลุกขึ้นจากที่นั่ง

 

เมื่อทุกคนออกจากห้อง หญิงสาวคนนั้นก็บอกว่า “ซินเจ๋อ..พาข้าไปที่สวนสัตว์ทีสิ”

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ตอนนี้เรามีแฟนเพจให้ติดตามนิยายตอนใหม่ล่าสุดกันแล้วน้า

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...