ตอนที่แล้วบทที่ 10 : หลี่หู่ กับรถฮาเล่ที่ซ่อนอยู่
ทั้งหมดรายชื่อตอน

บทที่ 11 : ใครโง่ กันแน่

 

ผู้แปล : แปลนิยายกากๆ

ปรับสำนวน : ไม่ได้ปรับ

ตรวจคำผิด : ไม่ได้ตรวจ

 

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เมฆค่อยๆ จางหายไป หลงเหลือไว้เพียงแค่แสงแดดที่สดใส

 

หลังจากฤดูหนาว,ท้องฟ้าเหนือเมืองแฟลกสแตฟฟ์เหมือนจะสดใสขึ้น หลี่หู่เงยหน้าขึ้นและเพลิดเพลินไปกับท้องฟ้าสีคราม

 

เแสงแดดอาบชุ่มไปทั่วพื้นดินและพัดพาความอบอุ่นมา “ดีจริงๆ,ฤดูใบไม้ผลิที่นี่” ฮันส์เป่าลมอุ่น ๆ ใส่มือและพูดว่า “ฤดูใบไม้ผลิของบิ๊กฟ็อกซ์น่าจะมาให้เร็วกว่านี้!”

 

“ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว แล้วฤดูการสืบพันธุ์ของนายล่ะ?” น้ำเสียงที่หยาบดังขึ้นมาจากข้างหลังพวกเขา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะ “ถ้าเป็นงั้น แมว,หมาตัวเมียในแฟลกแสนฟฟ์คงต้องเจอกับภัยพิบัติแน่”

 

หลี่ หู่ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้และอยากจะล้อเลียนฮันส์ แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลา หน้าที่ของหลี่ หู่ในตอนนี้คือเป็นพันธมิตรของฮันส์

 

วินาทีต่อมาความสนุกสนามจบลงขณะที่เสียงขรึมยังพูดต่อว่า “โอ้นายคงสนุกกับเจ้าเหลืองข้างๆ สินะ นายมีรสนิยมดีนี่”

 

เมื่อรู้ว่านี่เป็นการเยาะเย้ยเรื่องสีผิวของเขา หลี่หู่ก็เริ่มโกรธ

 

มีผู้คนจำนวนมากในอเมริกาที่เป็นชอบแบ่งแยกเชื้อชาติ แต่เนื่องจากกฎหมายที่ความเข้มงวด ทำให้พวกเขาทำได้แค่แสดงพฤติกรรมอันหยาบคายและพูดคำแย่ๆ ออกมา

 

ฮันส์มองไปรอบๆ เห็นชายร่างใหญ่ “แรมบิสปากของนายยังดูใหญ่เหมือนเดิมเลยน่ะ เดี๋ยวฉันจะใช้เงินที่ได้จากการขายเก้าอี้นวด จ่ายค่าผ่าตัดริมฝีปากให้นายที่ประเทศไทยเอง”

 

หลี่ หู่พยักให้แรมบิส และพูดว่า “ไม่ต้องขอบคุณเขาหรอก นายรู้ไหมว่าฮันส์เป็นคนใจกว้างมาก”

 

ด้านข้างแรมบิส มีชายสองคนที่สูงถึงเจ็ดฟุตและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ดูผ่านๆ แล้วคนพวกนี้ไม่ต่างจากหมีดำ

 

เมื่อหลี่ หู่พูดจบ หนึ่งในนั้นก็ถ่มน้ำลายออกมา “เก็บปากไว้กินข้าวนะสาวน้อย !”

 

“แบร์รีอย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากน่า” ฮันส์ตอบขณะที่ผลักเขาออกไป “นายเป็นแค่ผู้ติดตาม!”

 

“ในประเทศจีนมีกล่าวที่ว่า ผู้ชายที่แท้จริงจะไม่ใส่ต่างหู” หลี่ หู่พูดต่อ “ถ้าเราพูดตามตรรกะแล้ว นั่นก็หมายความว่าคนที่ใส่ต่างหูไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ .”

 

“อยากจะสู้ก็เข้ามา!”

 

“เชี่ย!”

 

“ฉันอยากจะตะครุบคอเจ้าเหลืองนี่!”

 

“ลองดูสิ ฉันอยากกำจัดคู่แข่งออกไปเหมือนกัน” ฮันส์ล้อเลียน

 

ที่หลี่ หู่ไม่กลัวว่าคนพวกนี้จะทำร้ายเขา เป็นเพราะเขาได้อ่านกฎของการประมูล เขารู้ว่าถ้ามีคนทะเลาะกันจะไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลได้

 

“ดูสิว่าแกจะทำหน้าอย่างนี้ได้ไปถึงเมื่อไหร่” แรมบิสชี้หน้าของฮันส์ ขณะที่เขากำลังเดินออกไป เขาก็พูดว่า “อย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆ!”

 

ฮันส์ตอบด้วยการยกนิ้วกลางขึ้น

 

การประมูลนี้จะเริ่มเวลา 8.00 น. และจะสิ้นสุดก่อนเที่ยง

 

หลี่ หู่มองไปรอบ ๆ เขาตระหนักว่า แม้จะมีโกดังน้อยกว่าการประมูลครั้งก่อนหน้า แต่คนก็เยอะกว่าการประมูลครั้งก่อน ดูคร่าวๆ แล้ว น่าจะมีประมาณ 70 ถึง 80 คน

 

“ส่วนใหญ่จะเป็นนักล่าสมบัติของแฟลกแสนฟฟ์ แต่มูลค่าของฮาร์เลย์มันไม่ใช่ต่ำๆ เพราะงั้นนักล่าจากเมืองอื่นก็มาที่นี่ด้วย” ฮันส์อธิบาย

 

“แล้วแรมบิสมาจากไหน?”

 

“นั่นคือไอ้ลูกหมาจากฟีนิกซ์ พวกอีโก้สูง หยิ่งและงี่เง่าอย่าไปสนใจพวกนั้นเลย” ฮันส์พูดด้วยความโกรธ “แต่พวกมันมีรู้จักเยอะมาก เราควรระวังตัวไว้ด้วย”

 

ผู้จัดประมูลยังคงเป็นคาวบอยแก่จากการประมูลครั้งก่อน หลี่ หู่นึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนและพบว่าแม้แต่บทพูดเปิดงานก็ยังเหมือนเดิม:

 

“เอาล่ะทุกๆ คน เราจะ – เริ่มการประมูล –ผมจะให้ทุกคนเข้าไป-ที่โกดัง เพราะฉะนั้นใครอยากรู้ว่ามีของอะไรอยู่บ้าง แค่เข้าไปดูมัน!”

 

เมื่อประตูโกดังเปิดขึ้น เหล่านักล่าสมบัติก็ได้ทำการค้นหา

 

ในห้องแรกมี ยามาฮ่าสองคัน แต่หลี่หู่รู้ว่าเครื่องยนต์ถูกถอดออกซึ่งทำให้มันไร้ค่า แต่ด้วยผ้าคลุมที่ปกมันเอาไว้มากกว่าครึ่ง ทำให้ดูเหมือนว่ามันยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

 

ฮันส์รู้สึกตื่นเต้นขณะที่เหลือบไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์สองคัน “นี่เป็น ยามาฮ่า ร๊อคสตาร์และ ยามาฮ่าอาร์โร่ ทั้งสองรุ่นน่าจะมีสภาพค่อนข้างดี เราน่าจะเสนอเงินชื้อโกดังนี้?”

 

“ไม่ เราจะไม่เสนอราคากับโกดังนี้” หลี่ หู่ส่ายหัว

 

“ทำไมหล่ะเ ราอาจจะได้ประโยชน์จากมัน!”

 

“นี่ไม่ใช่เป้าหมายของเราบิ๊กฟ็อกซ์” หลี่ หู่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “เรามีเป้าหมายเดียวเท่านั้นนั่นคือฮาร์เลย์อย่าลืมสิ่”

 

ทุกคนต่างเห็นยามาฮ่าสองคันนี้ ฮันส์ประเมินราคาของมันไว้ประมาณ 5,000 เหรียญ

 

ตามหลักเกณฑ์การลงทุนชื้อโกดัง ซึ่งเขาจะต้องชื้อมันด้วยราคาที่ไม่เกินครึ่งของมูลค่าสินค้า ทำให้โกดังนี้มีราคาประมาณ 2,500 เหรียญ

 

หลังการนั้น การประมูลเริ่มขึ้น “100 เหรียญเป็นราคาเริ่มต้น มีใครยินดีเสนอราคา 200 เหรียญ … “

 

“1,000 เหรียญ!” มีคนตะโกนขึ้น เมื่อหลี่ หู่หันไปทางต้นเสียง เขาก็เห็นใบหน้าอันยิ้มแย้มและกระหายของแรมบิส

 

“สุภาพบุรุษที่สวมแว่นตากันแดดคนนั้น ได้ยกราคาขึ้นเป็น1,000 เหรียญ มีใครจะให้ 1,100เหรียญมั้ย? ” เขาพูดขึ้น ขณะที่เขาชี้ไปที่แรมบิส

 

“ฉัน!”

 

ราคาของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไปถึง 1,500 เหรียญ

 

ฮันส์ก็อยากเสนอราคาด้วย แต่หลี่ หู่เอาแต่ส่ายหัว ในตอนนี้เอง แรมบิสก็ได้เดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับเยาะเย้ย “นายจะไม่เสนอราคาหน่อยรึไง?”

 

“ฉันคิดว่าพวกเขาไม่มีเงิน” หนึ่งในผู้ติดตามของแรมบิสเสริม

 

“ถ้านายไม่มีเงิน นายก็ควรกลับบ้านไปส่ะ ” ลูกน้องอีกคนอื่นพูดขึ้น

 

“เหมือนหมาโง่ที่หิวโหยจนน้ำลายไหล เมื่อมันเห็นกระดูก นายจะรออะไรอยู่ละ นายก็น่าจะรู้ว่าโกดังนี้มันยอดเยี่ยมแค่ไหน นี้ไม่สมเป็นนายเลย” แรมบิสส่ายหัว ก่อนจะยกมือขึ้นและตะโกนว่า ” 2,000 ดอลลาร์!”

 

นักประมูลชี้ไปที่เขา “ราคาได้ขึ้นเป็น 2,000เหรียญแล้วตอนนี้ … “

 

“2,500!” ฮันส์สวนขึ้น

 

หลี่ หู่มองไปที่ฮันส์ และเห็นเขาส่ายหัว พร้อมกับกระซิบเขา “ไม่ต้องหวง ฉันรู้ดีกว่ากำลังทำอะไร “

 

“3,000!” แรมบิสยกระดับราคาขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ลังเล

 

ฮันส์ยักไหล่และกล่าวว่า “เอาละตอนนี้เรามารอดูกันว่าใครจะเป็นหมา ใครจะเป็นเหยื่อ “

 

โกดังที่สองมีชิ้นส่วนรถและคาดว่าจะมีรถจักรยานยนต์ด้วย ทำให้การประมูลมีราคาสูงเหมือนกับโกดังแรก ก่อนแรมบิสจะชนะไปด้วยราคา 2,800 เหรียญ

 

ที่โกดังที่สามปรากฏขึ้น และเห็นรถจักรยานยนต์เด่นชัด แต่ทางฝั่งแรมบิสได้เงียบลง เพราะเขาไม่ใช่เศรษฐี  เงินทั้งหมดที่เขานำมาด้วยเกือบจะหมดแล้ว

 

คราวนี้ราคาเริ่มลดลงเล็กน้อยและโกดังขายไปที่ 2,500 เหรียญ เมื่อมันมาถึงโกดังที่สี่ราคาลดลงอีกและถูกขายไปในราคา 2,000 เหรียญ

 

เมื่อมาถึงโกดังล่าสุด หลี่ หู่ ได้ก็หันไปกระซิบกับบิ๊กฟอกซ์ “อันนี้!”

 

โกดังนี้แตกต่างจากโกดังทั้งหมด มันไม่มีชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์โผล่ออกมา ทำให้การประเมิณมูลค่าของโกดังนี้ถูกประเมิณไว้ต่ำมาก

 

“400 เหรียญนี่เป็นโกดังแห่งสุดท้ายและอย่างที่เราทุกคนรู้ดีว่า เรามักทิ้งสิ่งที่ดีที่สุดไว้เป็นอย่างสุดท้าย มีใครจะเสนอราคา 500เหรียญมั้ย”

 

“500!” ฮันส์ลุกขึ้นยืนและตะโกนขึ้น

 

*ตอนล่าสุดอยู่ที่ 25 นะครับ

คะแนน 1.0/5. จาก 1 ผู้ให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...