ตอนที่แล้วตอนที่ 220 ความแน่วแน่ (FREE)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 222 สิ้นสุด (FREE)

ตอนที่ 221 ดาบที่แท้จริง? (FREE)


ดวงตาของ ฟาง เจิ้งจือ สว่างขึ้นอีกครั้ง

ในทางกลับกันใบหน้าของ หยิง ซาน นั้นซีดขาวราวกับความตาย เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในร่างกายของ ฟาง เจิ้งจือ ที่ปะทะเข้ากับพลังของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อย่างไรก็ตาม เขาไม่เข้าใจ ทำไมคนที่อยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์ถึงมีพลังมากมายขนาดนี้?

อัจฉริยะ...

แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะ แต่สิ่งที่ผิดปกติแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?

หยิง ซาน นั้นเต็มไปด้วยความตกใจอย่างยิ่ง

ที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าคือพลังอันยิ่งใหญ่นั้นตกลงมาใส่หัวอีกครั้ง แน่นอนว่ามันเป็นพลังของ ฟาง เจิ้งจือ

พลังที่ไร้ขีดจำกัดพุ่งใส่ตัวเขาราวกับทะเล

มือของ หยิง ซาน ที่ปะทะเข้ากับดาบของ ฟาง เจิ้งจือ เริ่มไม่มั่นคง

"ตูมมม!"

ดาบและมือแยกออกจากกัน

หินบนพื้นกลายเป็นผุยผงราวกับถูกทำลายโดยน้ำตกจากฟากฟ้า มีรอยขนาดลึกปรากฎขึ้นที่ด้านล่าง ภายในรอยนั้นมีดาบจำนวนนับไม่ถ้วนปักอยู่

หยิง ซาน ถูกบังคับให้ถอยออกมาถึง 5 ก้าว

ในขณะที่ ฟาง เจิ้งจือ นั้นอยู่ที่เดิมและถือดาบไว้ในมือ

เขาไม่ได้ถอยหลังไปแม้แต่ก้าวเดียว

แน่นอนว่าฉากนี้นั้นทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก

จากนั้นช่วงเวลาที่ ฟาง เจิ้งจือ โจมตีถึงช่วงเวลาที่ หยิง ซาน นั้นถอยกลับ นั้นราวกับผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งที่จริงนั้นเรื่องเกิดแค่ชั่วพริบตา

"หยิง ซาน ... ถูกบังคับให้ต้องถอย?!"

"มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!"

"คนที่อยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์ยบังคับให้คนที่อยู่ในระดับอภินิารต้องถอยหนี?"

ทุกคนจ้องเขม็งไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปดด้วยความตกใจ

แม้กระทั่ง เหยียน ซิว ที่เชื่อมั่นในตัว ฟาง เจิ้งจือ ยังไม่เชื่อ เขาเชื่อมั่นใน ฟาง เจิ้งจือ แต่เขาไม่ได้เชื่อว่า ฟาง เจิ้งจือ จะชนะ

แต่ตอนนี้…

ฟาง เจิ้งจือ ชนะจริงๆ เขาบังคับให้ หยิง ซาน ต้องถอยไป ขณะที่ตัวเขายืนนิ่ง

ดวงตาของ หนานกง มู่ เป็นประกาย ความสงบของเขานั้นพังทลายลง เขาฝาหความหวังทั้งหมดไว้ที่ ฟาง เจิ้งจือ  อย่างไรก็ตามความหวังทั้งหมดเกิดจากสมองของ ฟาง เจิ้งจือ

ไม่ใช่เพราะพลังที่ ฟาง เจิ้งจือ มี

อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ กลับมีพลังเหนือกว่า เขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร?

ซิง ฉิงซุย ถือดาบเอาไว้ในมือของเขา ตัวของเขานั้นท่วมไปด้วยเลือด  แต่สิ่งที่เขาสงสัยตอนนี้คือ ฟาง เจิ้งจือ เอาชนะ หยิง ซาน ได้ยังไง?

ปากเล็กๆของ ปิง หยาง เองก็อ้าออกเล็กน้อย นางนั้นร่างกายแทบแตกสลายจากความเหนื่อยล้า แต่นางยังไม่หมดสติ

หลังจากที่ตัวนางเองได้ลิ้มรสพลังของ หยิง ซาน ด้วยตัวเอง ฝ่ามือนั้น แม้จะสวมชุดเกราะเปลวเพลิง ก็ไม่สามารถป้องกันได้

ถึงอย่างนั้น ฟาง เจิ้งจือ กลับสามารถบังคับให้ หยิง ซาน ถอยหนีไปได้?

"เขาทำได้ยังไง ... " ปิง หยาง นั้นต้องการถามออกมาจริงๆ แต่คำพูดนั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอ

ด้วยเหตุผลบางอย่างหลังจากตอนที่อยู่บนสะพานแตกหัก ศิลาแฝด หรือ บ้านหินก็ตาม นางรู้สึกในใจเสมอมา ตราบเท่าที่ ฟาง เจิ้งจือ ต้องการจะทำอะไร เขาจะสามารถทำมันได้สำเร็จแน่นอน

มันไม่มีเหตุผล

แม้มันดูไม่สมเหตุสมผลมาก อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ นั้นเป็นคนที่หาเหตุผลไม่ได้อยู่แล้ว

ฟาง เจิ้งจือ จับดาบในมือแน่น

แน่นอน เขารู้ว่าทำไม ถ้าวัดกันด้วยเรื่องระดับพลัง แน่นอนว่าเขาต้องแพ้ แต่ถ้าเป็นเรื่องความแข็งแกร่งละก็ เขาเชื่อว่าเขาไม่มีทางแพ้แน่นอน

นี่เป็นความเชื่อมั่นลึกๆของเขา

แต่น่าเสียดาย…

ความมั่นใจของเขาได้พบเข้ากับปัญหา

แน่นอนเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะหยุด หลังจากชนะ เขาต้องการจะใช้โอกาสนี้เพื่อชิงความได้เปรียบ โจมตีต่อทันที อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำได้ เพราะปัญหาเล็กๆนั้นเกิดขึ้นดาบที่อยู่ในมือ

มันหัก

"แกร้ก!"

ทันใดนั้นดาบสีทองในมือก็เกิดรอยร้าวจากด้ามไปถึงปลาย ก่อนที่แต่ละชิ้นส่วนจะตกลงไปที่พื้น

ดาบ…

มันเป็นของจริงไม่ใช่หรือ?

คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวของ ฟาง เจิ้งจือ อีกครั้ง

เขาไม่มีหนทางที่จะตรวจสอบ

ถ้าดาบเล่มนี้เป็นของจริง

ทำไมมันถึงถูกทำลายได้? หรือจริงๆแล้วดาบนี้ได้พังไปนานแล้ว?

ฟาง เจิ้งจือ มองไปยังดาบในมือและเริ่มคิด

ในทางตรงกันข้ามเมื่อเหล่าผู้เข้าสอบมองไปยังดาบที่อยู่ในมือของ ฟาง เจิ้งจือ ...

พวกเขาไม่คิดแบบนั้น

พวกเขาไม่ได้พิจารณาว่าดาบเล่มนี้เป็นของจริงหรือของปลอม สิ่งที่พวกเขากังวลมากขึ้นจะทำยังไงกับดาบที่หักนี้ดี?

ความรู้สึกนี้ยากมากที่จะอธิบาย ราวกับความหวังที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ ถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ดังโคร่ม หัวใจของพวกเขารวมถึงทั้งตัวราวกับถูกแช่แข็ง

ความคิดของ หยิง ซาน นั้นตรงข้ามกับคนอื่น

ความรู้สึกเย็นเยือกในหัวใจของเขาราวกับถูกเผาไหม้ให้อบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

"จะต่อสู้ได้ยังไง ... ใช้ดาบหัก?" หยิง ซาน มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

ทุกคนมองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ เช่นเดียวกัน

จากนั้นพวกเขาก็กัดฟัน และดึงดาบออกมาถือเอาไว้ในมือ

ทีละอัน ทีละอัน ดาบแต่ละอันปรากฎขึ้นต่อหน้า ฟาง เจิ้งจือ  มีอันหนึ่งเป็นดาบสีดำสนิท มันคือดาบอุกกาบาต ของ ซิง ฉิงซุย

"ดาบของข้าสามารถใช้ได้!" เสียงของ ซิง ฉิงซุย ดูเหมือนค่อนข้างอ่อนแอ อย่างไรก็ตามการแสดงออกของเขามีความมุ่งมั่นมาก สำหรับผู้ใช้ดาบ ดาบนั้นเปรียบเสมือนชีวิต

ซิง ฉิงซุย เสนอดาบตัวเองให้ ฟาง เจิ้งจือ  นั้นหมายความว่าเขาฝากชีวิตของเขาไว้ในมือของ ฟาง เจิ้งจือ

ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้รับดาบ

เขากำลังคิดอยู่ จากสะพานที่แตกหัก ไปยังแผ่นหินศิลาแฝด ภาพลวงตาในบ้านหิน ฉากต่างๆผุดขึ้นมาในใจของเขา

สะพานแตกหัก ...

แต่จริงๆแล้วยังไม่พัง!

สิ่งหนึ่งคือแสงสว่าง สิ่งหนึ่งคือความมืด ศิลาแฝด

"ข้าเข้าใจแล้ว!" ดวงตาของ ฟาง เจิ้งจือ เริ่มลุกวาวขึ้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าแต่ละด่านของโลกแห่งเซียนนั้นหมายถึงอะไร

"ออกมา ถ้าเจ้าอยากออกไปจากโลกแห่งเซียน!" ฟาง เจิ้งจือ ตะโกนดังขึ้น

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วฟ้า

ทำให้ผู้ทดสอบต่างรู้สึกตกใจ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า ฟาง เจิ้งจือ ตะโกนอะไรออกมา ออกมา? ใครออกมา? อาจเป็นเพราะว่าสมองของเขากระทบกระ้ทือนอย่างรุนแรงหลังสู้กับ หยิง ซาน หรือเปล่า?

ในโลกแห่งเซียนนี้ อย่าบอกนะว่ามีคนอื่นอีกนอกจากพวกเรา?

สายลมพัดเบา ๆ ...

นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอื่นใดอีก

ใบหน้าของ ฟาง เจิ้งจือ เริ่มพร่ามัว

อย่าบอกนะว่าข้าคิดผิด?

นี้มันเป็นไปไม่ได้...

"โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่ เจ้าไม่อยากออกไปข้างนอกงั้นหรือ?" ฟาง เจิ้งจือ ตะโกนขึ้นอีกครั้งอย่างไม่พอใจ

สายลมยังคงพัดต่อไป โลแห่งเซียนยังคงเงียบงันเหมือนเคย

ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ทดสอบมองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ราวกับเขาเป็นคนงี่เง่า

อย่าบอกนะว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ?

"มันคงเหงานะถ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครกลาวถึงเจ้า หรือพาเจ้าออกไปดูทิวทัศน์อันงดงาม? " เสียงของ ฟาง เจิ้งจือ ตะโกนขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากเสียงของตัวเขาก็ไม่มีคำตอบใดๆ

"มีใครอยู่ที่นี้งั้นหรือ?"

"เขาบ้าไปแล้วหรือ? จะมีคนอาศัยอยู่ที่โลกแห่งเซียนได้ยังไง? "

"เขาพูดกับใครกัน?"

ผู้ทดสอบต่างไม่เชื่อ โลกแห่งเซียนเป็นมิติพิเศษ ที่ถูกควบคุมโดยราชวงศ์ จะไม่มีใครรู้เลยหรือว่ามีคนอยู่ข้างใน?

หยิง ซาน มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ อย่างสับสน เขาไม่รู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ ทำอะไรอยู่ อย่างไรก็ตามมีเรื่องหนึ่งที่เขารู้อย่างชัดเจน เขาต้องฆ่า ฟาง เจิ้งจือ ให้เร็วที่สุด

เวลาใกล้จะหมดลง เขาเสียเวลาอีกไม่ได้แล้ว

แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีมากมาย

อย่างไรก็ตาม ...

แล้วยังไงล่ะ?

นี่เป็นหน้าที่ของเขา นี่เป็นหน้าที่สุดท้าย ก่อนที่เขาจะตาย เขาต้องทำให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องเสียสละมากแค่ไหนก็ตาม

จากนั้น หยิง ซาน เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ร่างของเขาโก่งโค้งเล็กน้อย ราวกับคันธนูที่พร้อมจะยิง การจู่โจมนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

ถ้าชนะ เขาก็เสมือนราชา

ถ้าแพ้ เขาก็จะล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ ยังคงตะโกนออกมาอยู่ "ออกมาเถอะ ตราบที่เจ้ายินดีที่จะออกมาข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดี ข้าจะดูแลเจ้า รักเจ้า และจะถือเจ้าไว้ในมือของข้า ... "

เมื่อ ปิง หยาง ได้ยินเช่นนั้นนางแทบจะไม่อยู่เฉย ใบหน้าเล็กๆของนางเริ่มแดงเดือดแล้วตะโกนว่า "เจ้าไร้ยางอาย!"

ท่าทีของ เหยียน ซิว เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ในทางกลับกันการแสดงออกของ หนานกง มู่ ค่อนข้างแปลกไป หรือที่ ฟาง เจิ้งจือ กล่าวถึงจะเป็นผู้หญิง?

ดาบที่ ซิง ฉิงซุย ถือเริ่มสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีกำลัง แต่เขาก็เสียใจ ทำไมเขาถึงคิดจะให้ดาบของตัวเองกับคนแบบนี้กันกันนะ?

ร่างที่โก่งโค้งของ หยิง ซาน เริ่มชะงัก

ความรู้สึกอัปยศพลั่งพลูออกมาทั่วร่าง เขาไม่เข้าใจ ในฐานะรองหัวหน้า 1 ใน 10 เขตแดนปีศาจอย่างเขาถึงกับพ่ายแพ้ให้กับคนแบบนี้?

เห็นได้ชัดว่ามันช่างไร้สาระ

นอกจานี้ท่าทีของเจ้าโรคจิตนั้นยังดูร่าเริงมาก

อัจฉริยะ ...

ปีศาจ

โรคจิต!

คำพูดพวกนั้นเกิดขึ้นในจิตใจของ หยิง ซาน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ในที่สุด หยิง ซาน ก็เริ่มเคลื่อนไหว ร่างของเขารวดเร็วราวกับฟ้าแลบ เขาไม่สามารถทนดูเจ้าโรคจิตตรงหน้านี้ได้อีกแล้ว

มันยังคงเป็นเป้าหมาย เป้าหมายที่เขาต้องกำจัด

"มาเถอะ มาอยู่ในอ้อมกอดของข้า  ข้าจะพาเจ้าออกไปดูโลกที่แสนกว้างใหญ่ ภูเขาและแม่น้ำมากมายนับไม่ถ้วน มีแต่ข้าที่ทำให้เจ้ามีความสุขได้! " ฟาง เจิ้งจือ ยังคงพูดต่อไป

ในขณะเดียวกัน หยิง ซาน เข้าจู่โจมแล้ว

ความเร็วของเขานั้นเร็วมาก ไม่มีใครสามารถตอบบสนองได้ทัน ร่างของเขาเป็นเหมือนสายหมอก เงายังคงอยู่ในจุดที่เขายืนอยู่

นี่เป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา

อย่างไรก็ตาม ...

มีบางอย่างปรากฎขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเร็วกว่าเขาเสียอีก

รูปร่างที่โผล่มาจากหินที่แตกร้าว มันส่องแสงเลือนลางแล้วลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นก็พุ่งลงมา ทิ้งร่องลอยของความงดงามไว้บนฟ้า

ในทั่สุดก็ลงมาอยู่ในมือของ ฟาง เจิ้งจือ

ร่างของ หยิง ซาน ที่พุ่งเข้ามาชะงักทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ นั่นเป็นอาการตกใจที่ออกมาจากข้างใน ทุกคนที่ได้เห็นฉากนี้ ต่างก็ตกใจ

ในขณะนี้ผู้สอบทั้งหมดก็จ้องมองด้วยตาของพวกเขา

แม้แต่คนที่สงบเสงี่ยมอย่าง หนานกง มู่ ก็อ้าปากค้าง

ร่างของ ซิง ฉิงซุย สั่นสะท้าน ดาบอุกาบาตของเขาร่างหลุดจากมือตกลงกระทบกับพื้นด้วยเสียงที่ดังก้อง

มีเพียงแววตาของ เหยียน ซิว เท่านั้นที่ยังสงบอยู่ อย่างไรก็ตามในความสงบนั้นยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆซ่อนอยู่ นั่นเป็นความรู้สึกของความสุขที่ออกมาจากหัวใจ

สายตาของ ปิง หยาง จับจ้องไปที่ ฟาง เจิ้งจือ  ใบหน้าของนางแดงก่ำ นางไม่อยากจะเชื่อเรื่องลึกลับที่เกิดขึ้นนี้ "อย...อย่าบอกนะ...ว..ว่าเขา ...พูดกับดาบ?!"

สายตาของทุกคนจ้องมองไปยัง ฟาง เจิ้งจือ  หรืออาจจะพูดได้ว่าสายตาของทุกคนนั้นจ้องไปที่มือขวาของ ฟาง เจิ้งจือ

เพราะขณะนี้ในมือของ ฟาง เจิ้งจือ นั้นถือดาบอยู่

ดาบที่ปรากฎขึ้นอย่างไม่ธรรมดา แต่รูปร่างนั้นกลับธรรมดา ไม่มีการตกแต่งที่ด้าม ไม่มีการแกะสลักลวดลาย

จากด้ามดาบถึงปลายดาบนั้นเป็นสีดำสนิท มันูเหมือนมีคุณภาพเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามคุณภาพดูเหมือนจะด้อยลงที่ปลายดาบ

เพราะปลายดาบนั้นเป็นสีม่วง หรือก็คือแผลเป็นสีม่วง มันเป็นสีม่วงที่ราวกับปีศาจ...

ดูเพียงแค่ครั้งเดียวก็พอจะคาดเดาได้ว่า แผนเป็นสีม่วงนี้ไม่ได้เป็นของดาบ

มันเหมือนกับเป็นคราบเลือดบนใบดาบทำให้คนที่เห็นอยากจะเช็ดมันออกเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม ดาบเล่มนี้หลบซ่อนอยู่ใต้หินเป็นเวลาช้านาน

จะมีคราบเลือดได้อย่างไร?

สำหรับแผลเป็นสีม่วงที่ปลาย ผู้คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้สนใจมัน

ยกเว้น ฟาง เจิ้งจือ

ฟาง เจิ้งจือ รู้ดีว่าคราบเลือดนั้นคืออะไร มันเป็นเลือดของจักรพรรดิปีศาจ เพราะในพริบตาที่ดาบนั้นเข้ามาอยู่ในมือ ฉากต่างๆที่เคยเกิดขึ้น ก็ปรากฎขึ้นมาในจิตใจทันที

การฟันครั้งหนึ่งที่ทำให้โลกตกตะลึง

ทิ้งแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ในเมืองเงาเลือด มันแบ่งเมืองออกจนกลายเป็น 2 ส่วน

รวมถึงทำให้ จักรพรรดิปีศาจ ซี่ คง ตกตายลงในที่สุด

อย่างไรก็ตามการตายของเขาก็ได้ทิ้งเลือดไว้บนดาบ มันเป็นคำสาป คำสาปแช่งบนเลือดที่จะคงอยู่ตลอดไป

คำสาปนั้นเป็นคำสาปง่ายๆ เมิ่ง เทียน จะไม่สามารถใช้ดาบนี้ได้อีกตลอดชีวิต

ฟาง เจิ้งจือ ค่อนข้างไม่เข้าใจ ทำไมจักรพรรดิปีศาจถึงทิ้งคำสาปนี้ไว้? สาปแช่งไม่ให้ได้ใช้ดาบอีก? ทำไมเขาไม่สาปแช่งให้ตายไปเลย? หรือสาปแช่งให้พิการ?

ดูเหมือนจะตรงมากขึ้น

ฟาง เจิ้งจือ ไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง ดังนั้นเขาจึงเลิกคิดมากมาย อย่างไรก็ตาม เพราะคำสาปนี้ ทำให้ เมิ่ง เทียน ไม่สามารถใช้ดาบนี้ได้อีกต่อไป

"ถ้าข้าเรียกเจ้าว่าแผลเป็นสีม่วงเป็นไง?" ฟาง เจิ้งจือ ถามเบาๆ เขาไม่ใช่คนที่ตัดสินหนังสือจากปก อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะสมกับมันเป็นอย่างมาก

ดาบในมือเหมือนส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย เรื่องนี้ทำให้ผู้เข้าสอบโดยรอบตกใจอีกครั้ง

อย่าบอกนะว่าดาบนั้น มีความนึกคิดเป็นของตัวเองจริงๆ?!

"ข้าเข้าใจ ดูเหมือนเจ้าจะไม่ชอบชื่อนี้ งั้น ข้าจะเรียกเจ้าว่า... ไร้ร่องรอย? " ฟาง เจิ้งจือ พยักหน้าราวกับเข้าใจความคิดของดาบ

ดาบสั่นสะท้านราวกับกำลังคำรามออกมาด้วยความดีใจ "เอาละข้าจะเรียกเจ้าว่าไร้ร่องรอย!" ฟาง เจิ้งจือ ยิ้มออกมา

"ไร้ร่องรอย ?!" เมื่อผู้เข้าสอบได้ยินชื่อที่ ฟาง เจิ้งจือ ตั้งให้ พวกเขาไม่เข้าใจเลย ทำไมถึงตั้งชื่อมันว่า ไร้ร่องรอย เขามองไม่เห็นแผลเป็นสีม่วงที่ปลายดาบงั้นหรอ?

ฟาง เจิ้งจือ มองไปยังทุกคนด้วยท่าทีดูถูก เขารู้ว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนที่รู้ความต้องการของดาบมากที่สุด

มันรู้สึกถึงแผลเป็นที่มี

ก็ราวกับคน ใครจะชอบให้คนอื่นเรียกตัวเองว่าไอแผลเป็นกันละ?

ถ้ามีจริงคนคนนั้นคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่นอน

มนุษย์นั้นมีความภาคภูมิใจ

สำหรับดาบ ...

มันจะไม่มีความภาคภูมิใจได้อย่างไร?

ฟาง เจิ้งจือ ถือดาบชี้ไปที่ หยิง ซาน

"ดูเหมือนว่านี่เป็นดาบที่แท้จริง!" ตาของ หยิง ซาน หรี่ลงเล็กน้อย

"ข้าไม่ได้บอกท่านก่อนหน้านี้หรอว่าดาบนั่นเป็นของปลอม?" ฟาง เจิ้งจือ พูดโดยไม่มีร่องรอยของความอายบนใบหน้า

"..." ริมฝีปากของ หยิง ซาน สั่น

เขาไม่มีทางโต้เถียง เพราะ ฟาง เจิ้งจือ นั้นได้พูดออกมาจริงๆว่าดาบนั้นเป็นของปลอม อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์แบบนั้นจะมีใครเชื่อ?

อย่าบอกนะว่าเขารู้ว่าดาบนั้นเป็นของปลอมจริงๆ?

แล้วทำไมเขาถึงดึงดาบนั่นออกมาละ?

หยิง ซาน รู้สึกยุ่งเหยิงภายในจิตใจ เขาไม่เข้าใจจริงๆ ยังไงก็ตาม สมองของเขาว่างเปล่าอีกครั้ง เพราะไม่ว่าความจริงคืออะไร

เขาก็ต้องทำเพียงอย่างเดียว นั่นคือการฆ่า ฟาง เจิ้งจือ

ดังนั้น หยิง ซาน จึงเริ่มเคลื่อนไหว เป็นเงาพุ่งไปทาง ฟาง เจิ้งจือ  ที่มือทั้ง ข้างเต็มไปด้วยแสงสีดำ พร้อมกับดวงตาของเขาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น

พลังสีดำพุ่งไปทาง ฟาง เจิ้งจือ มันดูอันตรายอาจถึงตายได้

อย่างไรก็ตาม ...

พลังที่ร้ายแรงนี้กลับถูกปัดออกโดยดาบ

ดาบนั้นเป็นดาบที่ดูธรมดาอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ดาบนี้ได้ขวาง หยิง ซาน เอาไว้ นอกจากนี้ปลายดาบยังชี้ไปที่คอของ ฟาง เจิ้งจือ

หยิง ซาน ไม่ปล่อยให้ดาบธรรมดาบแบบนี้มาขวางทางเขา แค่เขาแตะดาบเบาๆ มันจะกลายเป็นผุยผงทันที

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า หยิง ซาน จะเข้าใกล้ ฟาง เจิ้งจือ ได้

เพราะดาบที่2 ดาบที่ 3 และ4 ...ที่ล่วงหล่นอยู่บนพื้นดิน เริ่มเคลื่อนไหว พวกมันถูกดึงออกมา และขวางหน้า หยิง ซาน ไว้

"มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!" หยิง ซาน จ้องมองดาบมากมายที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า เขาไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้

การควบคุมดาบด้วยเงา?

หยิง ซาน เชี่ยวชาญร่วมนี้ แน่นอนว่า ฟาง เจิ้งจือ ก็ด้วย

ดังนั้นเมื่อ ดาบเล่มแรกขวางทางเขาก็แค่ใช้เงาเพื่อดึงมันออก

อย่างไรก็ตาม ...

มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะดึงดาบที่มีจำนวนมากมายราวกับทะเลดาบออกไปให้หมดได้

เพจหลัก : Double gate TH

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด