ตอนที่แล้วDND.11 - ประเมินศิษย์ระดับเงิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDND.13 - ทหารที่ดี

DND.12 - ราชาระดับเงิน


“ข้าล่ะอิจฉาเจียงซื่อฉิงจริงๆ ถ้าดยุคน้อยรักข้า ข้าจะได้มีเงินไว้บ่มเพาะพลังเยอะๆ”

“นั่นสิ สองเดือนก่อนนางอยู่ระดับสองขั้นต้น ตอนนี้นางบรรลุระดับสามแล้ว! นางยังได้วิชาบ่มเพาะพลังชั้นกลางจากฉินเฟิงอีก นางเป็นม้ามืดของตำแหน่งราชาระดับเงินอย่างไม่ต้องสงสัย!”

สองสาวพูดคุยกันอย่างอิจฉา

“พวกเจ้าหยุดฝันซะเถอะ! มองตัวเองซะบ้าง!”

ศิษย์หนุ่มข้างๆเย้ยหยัน

“เฮ๊อะ! เราก็ไม่ใช่ไม่สวยซะหน่อย เจียงซื่อฉิงสวยเกินไปต่างหาก”

นางตอบอย่างไม่พอใจ

ศิษย์หนุ่มไม่สนใจและมองเจียงซื่อฉิงด้วยความชอบอย่างปิดไม่มิด แต่ก็พูดอย่างเศร้าสร้อย

“ใช่เลย นางสวยเกินไปจริงๆ ถ้าข้าไม่มีพลังหรือพื้นฐานตระกูลดีๆ ข้าจะต้องถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเหมือนกับซือหยู น่าเศร้าเกินไปแล้ว”

สองสาวเห็นดีด้วย

“ซือหยูน่าสงสารจริงๆ เขาหลงใหลนางมาก เขาคุกเข่าขอร้องให้นางกลับไปหาเขาแต่ก็ถูกนางปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แล้วคิดจบชีวิตในทะเลสาบ”

ศิษย์หนุ่มพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“มันน่าสงสารตรงไหนกัน? เขาไม่รู้ที่ต่ำที่สูง สมน้ำหน้าแล้วที่โดนแย่งผู้หญิงไป! แต่ข้าได้ยินมาว่าซือหยูชนะเฉินเฟิงได้ เป็นไปได้ว่าเขาจะต้องสู้กับเจียงซื่อฉิงในตอนประเมินนี้”

“ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าซือหยูจะคิดยังไงตอนที่แพ้เจียงซื่อฉิง! พลังของนางได้มาจากคนที่แย่งนางไป ช่างน่าอัปยศเสียจริง”

สองสาวถอนหายใจ

“ซือหยูอันน่าสงสาร เขาต้องพยายามมากไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น เขาจะทนได้ไหมนะตอนที่ต้องสู้กับนาง”

ซือหยูได้ยินเรื่องนินทาเกี่ยวกับตัวเขา แต่ก็ยิ้มเบาๆ เขาไม่ได้รักเจียงซื่อฉิงอีกแล้ว

คนสวยที่ชอบคนรวยหาไม่ยากบนโลกที่เขาเคยอยู่

ตอนที่เขาได้ทำงานเป็นผู้จัดการระดับสูงบนโลก มีผู้หญิงนับไม่ถ้วนพลีกายให้เขา มันแปลกรึไงกัน?

แม้ว่าเจียงซื่อฉิงกับฉินเฟิงจะยังไม่ได้รักกันจริงๆ ซือหยูก็เชื่อว่ามันจะเกินขึ้นในอีกไม่นาน

ซือหยูหลับตาโดยไม่สนใจคำนินทา

“นั่น! เฉินเทียนหนานมาแล้ว!”

เสียงตะโกนดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน

ซือหยูลืมตาหันไปมองทันที เขาเป็นชายผิวคล้ำหน้าดุ และผอม เขาสวมผ้าคลุมสีขาวและมงกุฎเงินที่เดินช้าๆเข้ามาอย่างกับราชา

ในแต่ละย่างก้าวของเขาทำให้คนดูหัวใจเต้นเร็วขึ้น

ราชาระดับเงิน ศิษย์ระดับเงินที่แกร่งที่สุด!

มีข่าวลือว่าเขาเคยประลองกับหลีหมิงห่าวที่เป็นศิษย์ทองคำอันดับ 30 และแพ้เพียงก้าวเดียว! เขากลายเป็นศิษระดับเงินคนแรกที่ประลองกับศิษย์ทองคำอันดับ 30 ในสำนักและเป็นราชาระดับเงินที่แกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์

บ้างก็ว่ากันว่าป้ายรหัสศิษย์ของเขาไม่ต่างจากสีทองเลย เพียงก้าวเดียวเขาก็จะได้เป็นศิษย์ทองคำแล้ว!

เฉินเทียนหนานเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่เตะตาที่สุด มันเป็นเก้าอี้ของราชาที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ มันถูกออกแบบมาเพื่อราชาระดับเงินโดยเฉพาะ! ที่นั่งตรงนั้นสามารถเห็นได้ทุกจุดในลานประลอง

“ข้างๆคือเฉินเฟิงใช่ไหม? ข้าได้ยินมาว่าแขนนางบาดเจ็บจากการต่อสู้กับศิษย์ระดับเงิน!”

ข้างเฉินเทียนหนานคือเด็กสาวที่สวมผ้าคลุมสีดำที่น่าเกลียดและแววตาดุร้าย นางกำลังมองหาศัตรูที่ไม่มีวันลืมเลือน

“ท่านพี่ มันอยู่นั่น!”

เฉินเฟิงตะโกน

ซือหยูไม่ได้ซ่อนตัวและมองไปทางอื่น ใบหน้าเขาสงบนิ่ง ยังไงนางก็ต้องมาอยู่ดี การหลบซ่อนไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

เฉินเทียนหนานมองมาที่ซือหยู ดวงตาเขาราวกับมีดที่แทงทะลุร่างซือหยู ซือหยูตัวสั่นจากรังสีคุกคามที่ไม่มีในฉวนหลีเฟย ซูเซิน และเจียงซี่อฉิง

“เฉินเทียนหนาน...กะ..กำลังมองเจ้าอยู่เหรอ? เจ้าไปทำอะไรเขา?”

“เจ้า..พะ...พูดอะไรของเจ้า? เขาน่าจะมองเจ้ามากกว่า!”

ศิษย์รอบๆตัวสั่น สายตาของเฉินเทียนหนานน่ากลัวมาก

ซือหยูไม่ได้กลัว เขากลับมาใจเย็นและไม่กลัวการถูกมอง เฉินเทียนหนานก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ยิ้มอย่างน่ากลัว

“ท่านพี่! ท่านต้องล้างแค้นให้ข้านะ!”

เฉินเฟิงขอร้อง

“อย่าห่วง เขาทำร้ายเฟิงเอ๋อของข้า พี่จะจบชีวิตมันอย่างทรมาน!”

เฉินเฟิงยิ้มอย่างเยือกเย็น พลังของพี่ชายนางน่ากลัวจนทำให้คนกลายเป็นบ้าได้

ชีวิตเจ้าจบแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงศิษย์ระดับเงินทั้งหมื่นคนจะมาถึง อาจารย์ผู้ตัดสินร้อยคนก็มาถึงแล้ว ด้วยจำนวนศิษย์ขนาดนี้ทำให้อาจารย์หลายคนถูกส่งตัวมาที่สำนัก

อาจารย์เจียงที่สอนธนูให้กับตัวตนอันงดงามผู้นั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ตัดสิน ข้างเขาคือเจียงซื่อฉี! เจียงซื่อฉีมีตำแหน่งสูงและครอบครองทรัพยากรของศิษย์ทุกคน เขาได้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตัดสินและยังมีพลังระดับสี่ขั้นสูง!

ข้างๆยังมีเจ้าสำนักมาด้วย! ส่วนคนที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดก็คือรองอาจารย์ใหญ่!

ในสำนักนี้มีอาจารย์ใหญ่และรองอาจารย์ใหญ่คอยดูแลจัดการสำนัก พลังของอาจารย์ใหญ่ไปถึงระดับเจ็ดแล้วและเขาก็คือผู้ไร้พ่ายในตำนานเซี่ยนหยู

รองอาจารย์ใหญ่มีพลังระดับหกอันน่ากลัว มีไม่กี่คนในเซี่ยนหยูเท่านั้นที่คู่ควรเป็นศัตรูของเขา

ซือหยูมองรองอาจารย์ใหญ่ เขาเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาดีสวมผ้าคลุมสีขาว และมีพลังอันน่ากลัว แต่เขาไม่แยแสสิ่งรอบข้างและเย็นชา

ซือหยูเคารพเขาในบางส่วน เขามาจากตระกูลเย่และรับหน้าดีจัดการสำนัก ศิษย์คนไหนก็ตามที่ทำผิดกฎจะต้องถูกเขาลงโทษ ทุกคนจริงเกรงกลัวเขา

เขาเป็นคนเข้มงวดและยุติธรรม เขาไร้ซึ่งอคติ แม้จะเป็นเรื่องศิษย์ทองคำเขาก็ไม่เอนเอียง นั่นทำให้ศิษย์ระดับเงินชอบและเคารพต่อเขา

อาจารย์ใหญ่เย่มองลานประลองและพยักหน้าเบาๆ

เจียงซื่อฉิงรับสัญญาณ เขามองรอบๆอย่างเยือกเย็นและตะโกน

“การประเมินศิษย์ระดับเงินเพื่อคัดศิษย์ออก เริ่มได้!”

“ทุกคนจะถูกแบ่งกลุ่มแบบสุ่มตามรหัสศิษย์ พวกเจ้าทั้งหมื่นคนจะแบ่งเป็นหนึ่งร้อยกลุ่ม ตามกฎแล้วทุกคนจะถูกทดสอบสิบครั้ง หากชนะห้ารอบ เจ้าจะผ่านการประเมิน!”

การชนะห้ารอบหมายถึงศิษย์อีกครึ่งจะชนะได้ไม่ถึงห้ารอบและจะถูกขับออกจากสำนัก!  นี่ทำให้ศิษย์ระดับเงินจำนวนมากกระวนกระวาย

การประเมินแบบนี้มีเรื่องดวงอยู่เล็กน้อย ในสิบรอบ หากเจอศัตรูที่อ่อนแอห้าคนก็จะมีโอกาสได้อยู่ในสำนักสูงมาก แน่นอนว่าโชคชะตาไม่ได้อยู่ข้างใคร ถ้าหากถูกจับกลุ่มอยู่กลุ่มเดียวกับคนใน 100 อันดับแรก ก็จะมีโอกาสถูกขับออกจากสำนักสูงมากเช่นกัน

ตามกฎเช่นนี้ เจียงซื่อฉีได้สุ่มศิษย์ทั้ง 10,000 คนตามป้ายรหัสศิษย์และแบ่งเป็น 100 กลุ่ม

ซือหยูไม่ได้โชคดีหรือโชคร้ายนัก เขาถูกจับกลุ่มอยู่กับศิษย์อันดับ 30

ซือหยูสอบถามจากศิษย์คนอื่นและรู้ว่าหลีหมิงไห่พลังอยู่ในระดับสองขั้นสูงเช่นเดียวกับเขา

“หมิงไห่ พี่จะคอยดูเจ้า ใครก็ตามที่รุนแรงต่อเจ้าจะไม่ได้การอภัยจากข้า!”

ซือหยูได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

ซือหยูเคยเห็นคนที่พูดประโยคนั้นมาก่อน เขาคือคนที่แย่งคนรักไปจากซูเซินและทิ้งนางไป เขาคือศิษย์ทองคำหลีหมิงห่าง! ซูเซินอยากจะแก้แค้นเขาแต่ก็แพ้การประลอง พลังของเขาแกร่งมาก

แต่ซือหยูประหลาดใจกับหมิงไห่มากกว่า เขาเป็นผู้ติดตามขององค์หญิงเซี่ยนหยู เขาถูกซือหยูเตะกระเด็นในวันนั้นนั่นเอง! เขาคือศิษย์ระดับเงินในสำนักด้วย!

ซือหยูเริ่มกังวล หากหมิงไห่จำเขาได้จะต้องมีปัญหาแน่

โชคดีที่ซือหยูระวังตัวและใช้เศษผ้าปิดหน้าเอาไว้ ไม่นานพวกเขาจะได้สู้กัน หมิงไห่อาจจะจำเขาไม่ได้ก็เป็นได้

เพราะยังไงซือหยูก็ไม่ใช่คนเดียวที่ใช้วิชาทลายจักรวาล เขาไม่เป็นจุดสนใจเพราะเรื่องวิชาที่ใช้แน่

เมื่อรู้สึกว่ามีคนมอง หลีหมิงไห่ก็หันมามอง เขาไม่ได้มีอะไรแปลกไปและไม่ได้มองซือหยูเป็นโจรที่ดยุคเซี่ยนหยูตามหา

“ซือหยู ประลองกับ เจิ่งลู่หมิง”

ลู่หมิงมีพลังระดับสองขั้นกลางซึ่งน้อยกว่าซือหยู แต่อย่างไรเขาก็เป็นศิษย์หนึ่งใน 100 อันดับแรก

“เจ้าคือซือหยูที่ชนะเฉินเฟิงสินะ?”

ลู่หมิงอ่านคำตอบได้จากใบหน้าซือหยู

“ดี! ข้าเขียนสารท้าประลองถึงเจ้า แต่เจ้าไม่สนใจ นี่คือโอกาสของข้าล่ะ!”

“มาเริ่มกันเถอะ!”

ซือหยูพูดรวบรัดและใช้พลังดวงตา

การต่อสู้คือโอกาสที่เขาจะได้ลับฝีมือ ดวงตาของเขาจะเพิ่มความเร็วให้เขาได้ในเวลาสำคัญ

ลู่หมิงที่พร้อมสู้อยู่แล้วเริ่มโจมตีก่อน

“หมาป่าขย้ำ!”

ลู่หมิงตะโกน หมาป่าขย้ำเป็นวิชาระดับกลางชั้นต้นที่พลังอยู่ในเกณฑ์ดีและฝึกได้ง่าย

เขาระเบิดพลังขาและพุ่งเข้ามาราวกับหมาป่ายักษ์ หมัดทั้งสองข้างอยู่ด้านหน้าราวกับเขี้ยวหมาป่า

ซือหยูไม่ขยับตัว เขาจ้องอยากเยือกเย็นและรอจนกว่าลู่หมิงจะเข้าใกล้เขาหนึ่งเมตร จากนั้นเขาก็เตะอย่างรวดเร็วราวแส้ด้วยขาขวาทันที

“ลูกเตะหยกต่อเนื่อง!”

ลูกเตะต่อเนื่องถูกปล่อยออกไป นับจากวันคืนแห่งการฝึกฝน ลูกเตะหยกได้ถูกฝึกจนถึงระดับสูง ดูถูกพลังของมันไม่ได้เลย

ลู่หมิงถูกเตะเข้าที่ลำตัวและกระเด็นลอยออกนอกลานประลองราวกับถูกเรือพุ่งชนหลายครั้ง!

ผู้ตัดสินเบิกตากว้าง ไม่แปลกใจเลยว่าลูกเตะหยกจะแข็งแกร่งขนาดนี้เพราะมันได้ถูกฝึกจนสำเร็จขั้นสูงแล้ว คนรอบๆเริ่มมาสนใจการประลองขอซือหยู

ทุกคนจับจ้องซือหยู ไม่มีใครสนใจเขามาก่อน แต่ตอนนี้ทุกคนต้องสนใจเขาแล้ว ผู้มีพลังระดับสองลงไปทุกคนมองว่าซือหยูเป็นตัวอันตราย! คนที่ชนะผู้มีพลังระดับสองขั้นกลางด้วยวิชาขาธรรมดาได้จะต้องน่ากลัวอย่างแท้จริง!

Banshee

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด