ตอนที่แล้วGE16 หากไม่ฆ่าก็ไม่สมเป็นบุรุษ (2)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE17 สายลมและหิมะ นายน้อยผู้ทรงเสน่ห์ (2)

GE17 สายลมและหิมะ นายน้อยผู้ทรงเสน่ห์ (1)


ณ เมืองฉีเหม่ย... หนิงฝานในชุดคลุมขาวที่งดงามกำลังเดินเอื่อยๆออกจากเมือง ที่ด้านหลังห่างไปสองก้าวคือสตรีในชุดคลุมขนสัตว์ จื่อเฮ่อ

 

หนิงฝานตั้งใจจะพาจื่อเฮ่อออกมาเดินเล่นนอกเมืองและเล่นว่าว นางเก็บตัวบ่มเพาะมานานถึง 3 เดือนนางย่อมเบื่อหน่าย หากจะน่าเสียดายก็เพียงเมืองฉีเหม่ยในยามนี้อากาศหนาวทั้งยังมีหิมะตก

 

อากาศเช่นนี้ไม่เหมาะให้เล่นว่าว

 

“พี่ฝาน...เรากลับกันดีหรือไม่?” มือน้อยๆของจื่อเฮ่อถูกความเย็นกัดจนแดง แต่การที่นางต้องอุดอู้ภายในเมืองฉีเหม่ยนานๆ นางก็อยากออกมาสูดอากาสภายนอกบ้าง แต่นางเองก็กลัวว่าหนิงฝานจะเป็นหวัด

 

ดวงตาคู่กลมโตของนางจ้องมองหนิงฝาน แววตาดูเป็นกังวลกับบุรุษผู้มีร่างกายผอมบางราวกับอ่อนแอผู้นี้

 

“มือเจ้าเย็น ให้ข้าอุ่นมือให้เจ้า...” หนิงฝานหันมองจื่อเฮ่ออย่างเสียใจ พลางกุมมือน้อยๆของนางไว้อย่างนุ่มนวล

 

“พี่ฝาน... ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวมีผู้ใดเห็นเข้า” จื่อเฮ่อพยายามผละออกแต่มือของนางยังถูกกุมไว้

 

“เจ้าจะกลัวอะไร... ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวตำหนิเจ้า เจ้าเป็นภรรยาของข้า”

 

หนิงฝานหลับตา เขาชื่นชอบชีวิตที่เรียบง่ายที่เป็นอยู่ในยามนี้ ผู้คนที่อาบแสงอาทิตย์สามารถชะล้างปีศาจในใจและไม่บ่มเพาะไปในทางที่ผิด ปีศาจเฒ่าหานได้สอนไว้

 

มือน้อยๆที่เย็นเฉียบของจื่อเฮ่อทำให้ปราณสังหารภายในจิตใจของหนิงฝานลดลงและกลับคืนสู่ความสงบอย่างช้าๆ สิ่งที่ผู้บ่มเพาะฝ่ายอธรรมขาดไม่ได้คือสตรีและสุรา

 

“แต่ข้ายังไม่รับปากว่าจะแต่งงานกับท่าน...” จือเฮ่อกล่าวพึมพำจนทำให้หนิงฝานหัวเราะ

 

เจ้าเป็นของข้า...แค่นี้ยังไม่กระจ่างอีกหรือ?

 

10 ลี้ทางตอนเหนือของเมืองฉีเหม่ยมีหุบเหวอยู่แห่งหนึ่ง เป็นโลกแห่งหิมะและน้ำแข็ง น้อยคนจะไปที่นั่น หนิงฝานกางร่มกระดาษยกถือเพื่อกันสายลมและหิมะให้จื่อเฮ่อ ทั้งสองเหยียบย่ำไปบนพื้นหิมะเพื่อมุ่งหน้าไปยังหุบเหวแห่งนั้น

 

ผู้เยาว์จูงมือผู้เยาว์ก้าววิ่งและเล่นว่าวท่ามกลางหิมะ

 

“พี่ฝานดูนั่น... ว่าวบินขึ้นแล้ว...” จื่อเฮ่อมีความสุขเฉกเช่นสตรีบนโลกทั่วไป

 

ตั้งแต่ที่หนิงฝานและนางได้พบกัน นี่เป็นครั้งแรกที่นางเผยรอยยิ้มที่มีความสุขเช่นนี้

 

รอยยิ้มที่บริสุทธิ์แต่กลับทำให้จิตใจของหนิงฝานเจ็บปวด ก่อนหน้านี้หนิงฝานค้นความทรงจำของหวู่ตงหนานและได้พบกับเรื่องราวของจื่อเฮ่อ

 

นางไร้ซึ่งชีวิตวัยเด็ก ไร้ซึ่งรอยยิ้มบนใบหน้า มีเพียงชีวิตที่มืดมน

 

“พี่ฝาน ท่านช่างดีกับจื่อเฮ่อเหลือเกิน จื่อเฮ่ออยาก... อยากเป็นกระถางบ่มเพาะให้ท่าน” จื่อเฮ่อที่กำลังเล่นว่าวอยู่กล่าวออกมาด้วยความสุข

 

“เด็กโง่... เจ้าไม่ใช่กระถางบ่มเพาะ แต่เจ้าเป็นภรรยาของข้า...”

 

“แต่ข้ายังไม่ตกลงเป็นภรรยาของท่าน”

 

“เด็กโง่...”

 

“ข้ารู้...”

 

นางก้มหน้าพลางเผยสีหน้าโศกเศร้า “ก่อนข้าได้พบพี่ฝาน ข้าไม่เคยหวังว่าพรุ่งนี้ข้าจะยังมีชีวิต... ในนิกายเหอฮวน ข้าถูกข่มเหงแต่ไม่อาจร่ำไห้ ป้าผู้ชั่วร้ายกล่าวว่า หากข้ากล้าหลั่งน้ำตาแม้เพียงครึ่งหยด...ท่านจะสังหารข้า ขอท่านอย่าได้สนใจและปรารถนาในตัวคนโง่เช่นข้าเลย... นานมาแล้วข้าเคยปรารถนาถึงสถานที่สงบ การดูแลเอาใจใส่ ปกป้องข้าจากความกลัว ปกป้องข้าจากความเจ็บปวด และปลดปล่อยข้าจากชะตากรรมที่ข้าไม่อยากเผชิญ... แต่ผู้ใดจะคิดว่าผู้ที่เติมเต็มความฝันเหล่านั้นให้ข้าจะเป็นท่าน...ขอเพียงได้เป็นกระถางบ่มเพาะให้ท่านข้าก็พอใจแล้ว...”

 

“เจ้าคือภรรยาของข้า!” หนิงฝานขมวดคิ้วพลางดึงตัวนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด

 

ยามค่ำมาเยือน แสงจันทร์นวลสาดส่อง สายลมและหิมะทวีความรุนแรง ไร้ซึ่งสถานที่ให้ความอบอุ่น จะมีก็เพียงความรักที่ทดแทนไออุ่นได้

 

อ้อมกอดของหนิงานคือที่ที่อุ่นสบาย น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่งามของจื่อเฮ่อ นางสับสน แต่ฉับพลันนางสัมผัสได้ว่าหนิงฝานกำลังจะทำบางสิ่ง

 

“พี่ฝาน...ที่นี่ไม่เหมาะ...”

 

คำกล่าวของนางไม่อาจหยุดยั้งริมฝีปากที่หอมหวานของหนิงฝาน กระทั่งลิ้นที่ชุ่มช่ำและนุ่มนวลสัมผัสพัวพัน

 

“เจ้าคือภรรยาของข้า!” แววตาของหนิงฝานแสดงออกอย่างชัดเจน หนิงฝานถอดเสื้อคลุมปูลงบนพื้น สองมือประครองร่างจื่อเฮ่อนอน สัมผัสเรือนร่างของจื่อเฮ่ออย่างอ่อนโยน ปลดเปลื้องทุกสิ่งของนาง และสัมผัสบางสิ่งที่ประณีตละเอียดอ่อน

 

หนิงฝานและจื่อเฮ่อจมลงสู่ห้วงความรู้สึก มิใช่เพียงความรัก มิใช่เพียงกามตัณหา แต่เป็นชีวิตและความตาย

 

จื่อเฮ่อมีร่างทรงเสน่ห์ ด้วยหลังจากสามเดือนที่นางฝึกฝน ‘ทักษะลับประสานหยินหญิงงาม’ นางก็สะกดร่างทรงเสน่ห์ของนางได้ แต่ด้วยการเล้าโลมของหนิงฝาน ดวงตาของนางจึงค่อยๆพร่ามัวอย่างช้าๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่ากังวลหรือตระหนก มันคือความรู้ที่อธิบายไม่ได้

 

หนิงฝานและนางเคยร่วมรักกันมาสองครา คราแรกหนิงฝานไร้สติ เขารุนแรงกับนางกระทั่งทิ้งความทรงจำที่แสนเจ็บปวด คราที่สองเป็นนางที่ไร้สติ แม้นางจะจดจำความรู้สึกในยามนั้นไม่ได้ แต่นางรู้สึกสบาย

 

แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่มีสติแจ่มชัด

 

“พี่ฝาน...อย่า..” นางสัมผัสได้ว่าหนิงฝานกำลังปลดอาภรณ์ของนางออก นางพยายามขอความเมตตา แต่เมื่อนางสัมผัสได้ว่าอาภรณ์ของนางถูกเปลื้องจนหมด หน้าอกที่ขาวนวลราวกับหิมะก็ปรากฏ มันดูนุ่มละมุน เรียบลื่น น่าสัมผัส แต่เมื่อหนิงฝานเริ่มกระทำบางอย่าง นางพลันรู้สึกมึนงงและหลับตาด้วยความอาย...เพราะหว่างของนางสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด