ตอนที่แล้วAIAG | Chapter 39 แชทกลุ่ม
ทั้งหมดรายชื่อตอน

Chapter 40 เลเวลอัพ 

  

2 ตัวเลือกใหม่ปรากฏขึ้น จาวเหยาต้องลองเปรียบเทียบ 2 ตัวเลือกนี้กับความสามารถก่อนหน้า “ตอนนี้อลิซาเบธสร้างได้แต่ภาพลวงตาที่มีเสียง แม้ว่าภาพและเสียงจะสมจริงแต่ก็เสี่ยงที่จะถูกจับได้เหมือนกัน ถ้าความสามารถของอลิซาเบธควบคุมได้ทั้ง 5 สัมผัสล่ะก็ต่อไปคงยากที่จะแยกว่าสิ่งไหนเป็นภาพลวงตา สิ่งไหนเป็นของจริง ที่น่ากังวลก็คือถ้าเลือกไปแล้วหนังสือจะสุ่มผลมาให้นี่แหละ” 

นอกจากรูปและเสียงแล้ว สัมผัสอื่นที่เหลือก็คือ รส กลิ่น และสัมผัส และสัมผัสนี่แหละที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการสร้างภาพลวงตา แต่ถ้าถูกสุ่มขึ้นมาก็ไม่แน่ว่าข้อนี้จะโดนเลือกหรือไม่

“การควบคุมระยะแน่นอนว่าก็สำคัญ แต่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์สำหรับฉันเท่าไร” หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้ว จาวเหยาตัดสินใจให้โชคนำพา 

เขาเลือกตัวเลือกแรก การสุ่มผลระหว่างสัมผัสทั้งห้า การรับกลิ่นเป็นสัมผัสที่ถูกสุ่มขึ้นมา “เฮ้อ ไม่ได้การสัมผัสแฮะ” เขาทำหน้ามุ่ย “ได้กลิ่นก็ไม่ได้แย่ นี่จะช่วยให้ภาพลวงตาของอลิซาเบธสมจริงมากขึ้น” 

 

หนังสือ : Lv2(66/1000)
เพชร : 7
สัตว์เลี้ยง (2/2) : มัจฉะ
เลเวล : Lv3(0/1000)
ความซื่อสัตย์ : 100
ความสามารถ : หยุดเวลา 6 วินาที, เวลาพัก 6 วินาที 

  

สัตว์เลี้ยง : อลิซาเบธ
เลเวล : Lv3(0/1000)
ความซื่อสัตย์ : 65
ความสามารถ : สร้างภาพลวงตาผ่านเสียง ควบคุมร่างกายผ่านการมอง พลังจะคลายเมื่อถูกตี 

 

ช่วงนี้ที่ใช้เวลาทำโน่นนี่ด้วยกัน ค่าความซื่อสัตย์ของอลิซาเบธเพิ่มมาเป็น 65 คะแนน  

ทันใดนั้นมีข้อความหนึ่งปรากฏขึ้น 

 

หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ย : ฮ่าฮ่า เจ้าลูกชาย เรียกฉันป๊ะป๋าเร็ว แล้วฉันจะช่วยนายไต่แรงค์ 

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : อย่ามาไก่แล้วกัน ชนะ 2 ใน 3 ใครแพ้เป็นหมา กล้ารึเปล่าล่ะ 

เหมียวกิ๊บสัน : มากไปหน่อยมั้ง 

เหมียวกิ๊บสัน : แค่รวมทีมกันเล่นธรรมดาไม่ได้หรอ 

หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ย : ฮิฮิ ถ้าฉันแพ้เดี๋ยวกินขี้โชว์เลย 

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : ถ้าฉันแพ้จะกลับหัวกินขี้เลย! 

หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ย : ฉันยอมกินขี้เดือนนึงเลย! 

  

เขาจะแพ้ไม่ได้ 

 

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : ฉันจะขี้กลับหัวแล้วก็กินขี้กลับหัวด้วย! 

แฟนปลาแห้งหมายเลข 1 : สู้กัน สู้กัน สู้กัน! 

หัวเสือดาว : เด็กใหม่ใจโคตรได้ 

 

เหมียวกิ๊บสันมองด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนพิมพ์ลงไป 

 

เหมียวกิ๊บสัน : ทำไมพวกนายต้องแข่งกินอึกันด้วย? 

 

จาวเหยามองบทสนทนาที่เลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ และเบ้ปาก เขานั่งอยู่ข้างมัจฉะ มองหน้าจอกำลังเลือกแมทช์แบบ 1 ต่อ 1 

ต่อมาเขาเห็นฮีโร่สองตัว หลิวปังและหลี่หยวนฟางกำลังวิ่งวนไปรอบ ๆ นอกจากโจมตีธรรมดาแล้ว ทั้งคู่ไม่สามารถใข้สกิลโจมตีใส่กันได้เลย 

“บ้าเอ๊ย เจ้านั่นไปไหนแล้วไม่รู้ เดาไม่ได้เลย” มัจฉะร้อง

“ฉันเดาพวกนายทั้งคู่ไม่ได้เลยมากกว่า…” จาวเหยาหลอกตา เคาะหัวมัจฉะไปหนึ่งที “อ่อน ๆ อย่างนายไปเล่นแรงค์โกลด์อย่างนี้ นายก็ไม่มีวันเดาได้หรอกว่าอีกฝ่ายจะไปทางไหน…” 

แม้ทั้งสองตัวจะวิ่งวนกันไปมา แต่เห็นได้ชัดว่ามัจฉะกำลังเป็นฝ่ายด้อยกว่า 

ทันใดนั้นมัจฉะกระโดดไปบนตัวจาวเหยา “จาวเหยา จาวเหยา เล่นแทนฉันที! ฉันกำลังจะแพ้แล้ว!” 

“โกงนี่นา!” จาวเหยาส่ายหัวทันที “คิดว่าฉันใจดีมากหรือไง” 

แต่มัจฉะก็ถือโทรศัพท์ไว้อย่างนั้น โน้มไปบนหัวของจาวเหยา “ถ้าฉันแพ้ต้องตีลังกาขี้ด้วยนะ แน่ใจหรอว่าจะให้ฉันทำแบบนั้นในบ้าน?” 

ลองคิดภาพตามก็รู้สึกหลังเย็นวาบขึ้นมา เกรงว่าถึงมัจฉะจะเป็นคนตีลังกาขี้หรืออะไรก็แล้วแต่ คนที่ต้องมาทำความสะอาดก็เขานี่แหละ 

“เอามานี่” จาวเหยาคว้าโทรศัพท์มาทันที 

แม้ว่าหลิวปังจะเป็นตัวที่แข็งแกร่ง ว่องไว และมีสกิลโจมตีหลากหลาย แต่เขาเพียงเดินไปรอบๆ และป้องกันการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น 

ไม่ทันไรจาวเหยากำลังจะชนะ อีกฝ่ายก็ขาดการเชื่อมต่อไป 

ทันใดนั้นก็มีข้อความจากหลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ยเด้งขึ้นมา “หมาบ้านฉันทำสายอินเตอร์เน็ตหลุด เกมนี้ไม่นับ!” 

 

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : แกล้งเน็ตหลุดเพราะกลัวแพ้เปล่า? กล้าต่ออีกตาไหมล่ะ? 

หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ย : ว่าไงนะ เห็นไม่ชัด พอดีที่บ้านอินเตอร์เน็ตแย่อ่ะ หมาโง่ที่บ้านมันดึงสายเคเบิ้ลอีกแล้ว  

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : คิดว่าฉันโง่หรอ สัญญาณไม่ดีจะเกี่ยวอะไรกับมองข้อความฉันไม่ชัด? 

หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ย : ฉันเล่นต่อไม่ได้ละ แค่รูปนายก็มองไม่ชัดแล้ว เหมือนไอ้หมาโง่ที่บ้านมันกัดสายเคเบิ้ลจนพรุน ฉันต้องไปจัดการก่อน ล็อคเอาท์ละนะ 

หลิวปังผู้แข็งแกร่ง : ไอ้บ้านี่ กลับมาเลยนะ มาเรียกฉันป๊ะป๋าเดี๋ยวนี้! 

 

จาวเหยาอ่านบทสนทนาพลางเหลือบไปมองมัจฉะที่กระโดดไปมาอย่างสนุกสนานก็ได้แต่กลอกตา 

ทันใดนั้น อลิซาเบธที่อยู่ตรงหน้าต่างถลึงตาใส่เขา “จาวเหยา โทรศัพท์มือถือ!” 

“ได้ รู้แล้ว ฉันจะซื้อใหม่ให้เธอเครื่องนึง” เขาเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อดูโทรศัพท์มือถือให้กับอลิซาเบธ 

แต่ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้อง เสียงเรอดังก้องขึ้นมาจนจาวเหยาต้องหันไปมองรอบตัว เขาเห็นโรลี่โพลี่นอนอยู่ในมุมติดผนัง อุ้งเท้าทั้งสองข้างพยายามปิดปากเอาไว้ มันเดินมาทางจาวเหยาทำท่าทางเหนียมอายและมีถุงมันฝรั่งเปล่าๆ อยู่ข้างตัว ที่จริงแล้วหมอนี่กินอาหารแมวไปไม่กี่คำเท่านั้น ก่อนจะซ่อนเอาไว้ท่าทางดูไม่พอใจ มันตะกุยตะกายพื้นไปทั่ว 

ในการประหยัดอาหารในมื้อต่อไป พวกแมวป่ามักจะซ่อนอาหารไว้ใต้พื้นและทยอยเอาขึ้นมากินเมื่อมันหิว แมวบ้านก็ทำแบบเดียวกันเมื่อมันกินจนอิ่มหรือได้กินอะไรที่ไม่ชอบ แต่ในเมื่อในบ้านไม่มีดิน ก็เลยเหมือนพวกมันกำลังขุดอากาศอยู่ 

หลังจากซ่อนอาหาร โรลี่โพลี่ก็วิ่งไปเปิดกินอาหารของจาวเหยาตอนที่เขาไม่ทันสังเกต 

“บ้าเอ๊ย!” จาวเหยาตะโกนอย่างตกใจ “นายไม่รู้หรือไงว่านายกินอาหารคนไม่ได้?” เขาทำหน้าเหนื่อยหน่ายเพราะรู้ว่าในอาหารคนมีทั้งสารกันบูดและสารอาหารก็ไม่เหมาะกับแมวเลยสักนิด 

หากกินมากเกินไปจะทั้งระบบภูมิคุ้มกันและระบบไตล้มเหลว แม้คนจะไม่เป็นอะไรแต่อันตรายกับแมวอย่างมาก 

โรลี่โพลี่ได้แต่เบ้ปากและเรอออกมาอย่างห้ามไม่ได้ “อย่าตีฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็อาหารของพวกนายมันอร่อยมาก!” มันพูดด้วยความหวาดกลัว 

จาวเหยาถอนหายใจเมือเห็นท่าทางของอีกฝ่าย “เจ้านายเก่าเลี้ยงนายมาแบบตามใจเกินไปแล้ว ตั้งแต่นี้ไปนายห้ามกินอาหารคนเด็ดขาด” 

แม้จะช่วยไม่ได้ แต่จาวเหยาต้องควบคุมแมวของเขาให้ดี ต้องห้ามไม่ให้กินอาหารคนอีก 

อีกด้านในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับบ้านของจาวเหยา เสี่ยวฉือยู่ในชุดยูนิฟอร์มและรองเท้าส้นสูง ในมือมีถุงอาหารแมวกำลังเดินไปรอบๆ หมู่บ้าน “มีมี่?” มุมหนึ่งในสวนมีเสียงร้องเมี้ยวตอบกลับมา พอได้ยินเสียงร้องของแมว เสี่ยวฉือยู่ก็เดินไปท่าทางดีใจ 

เธอเห็นลูกแมวน้อยหลายตัวร้องเรียกเธอ พวกมันอายุไม่กี่เดือนเท่านั้น ข้าง ๆ พวกมันก็มีแมวจรจัดตัวโตเต็มวัยนอนอยู่ด้วย 

แต่เธอเหลือบไปเห็นว่ามีชายคนหนึ่งนั่งยองอยู่ข้างแมวพวกนั้น เธอจึงเดินออกมา 

เมื่อเขาได้ยินเสียงเท้าของเสี่ยวฉือยู่ ชายคนนั้นก็มองรอบตัว เขายิ้มพลางถามขึ้น “คุณก็มาให้อาหารพวกมันด้วยหรอครับ?” เขาชูถุงอาหารแมวที่ถืออยู่ในมือ 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายท่าทางเป็นมิตรขณะให้อาหารแมว เสี่ยวฉือยู่ก็รู้สึกโล่งใจ 

“ค่ะ ลูกแมวพวกนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ฉันเลยเอาอาหารมาเลี้ยงพวกมัน” 

ทันใดนั้นลูกแมวสีขาวลายส้มตัวหนึ่งมาคลอเคลียเสี่ยวฉือยู่ทั้งกระโดดไปมา สายตาเหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง 

“เป็นอะไรไป? ทำไมไม่กินล่ะจ๊ะ” 

ชายวัยกลางคนมองเสี่ยวฉือยู่พลางถามต่อ “คุณก็ชอบแมวด้วยหรือครับ คุณเลี้ยงแมวไว้บ้างไหม” 

“ค่ะ ฉันคิดว่าพวกมันน่ารักดี แต่ฉันงานยุ่งเกินกว่าจะรับพวกมันไปเลี้ยง ฉันเลยทำได้แค่ให้อาหารพวกแมวจรจัดแถวนี้” 

แมวไปคลอเคลียรอบตัวเสี่ยวฉือยู่ราวกับคุ้นเคย 

สัตว์อย่างแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวจรจัดนั้นมีความระแวงและความกลัวสูงมาก 

กับคนแปลกหน้าที่แม้มีอาหารอยู่ในมือ ก็ยากที่จะจับพวกนั้นได้ 

ท่าทางคุ้นเคยของเสี่ยวฉือยู่สื่อให้เห็นว่าเธอเข้ามาให้อาหารพวกมันมานาน 

“งานหนักหรอครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม 

เมื่อเห็นลูกแมวจรจัดต่างดูมีความสุขกับอาหาร เสี่ยวฉือยู่ก็ดูผ่อนคลายลงและตอบกลับไปแบบสบายๆ “ค่ะ งานหนักด้วย คุณรู้ไหมคะว่าค่าเช่ารายเดือนของฉันราคาสองพันเลยนะคะ ไหนจะค่ากินค่าอยู่ ค่าซื้อของ ซื้อเสื้อผ้า ไหนจะเครื่องสำอางกับอาหารเสริม ฉันมีหลายสิ่งที่ต้องจ่ายจริงๆ ค่ะ แต่ละเดือนแทบไม่เหลือเงินเก็บเลย” 

ชายวัยกลางคนตอบกลับไปด้วยรอบยิ้มอันอบอุ่น “บ้านเกิดคุณล่ะ อยู่ใกล้ที่นี่ไหม” 

“ฉันอยู่ที่นี่ดีกว่าที่บ้านน่ะค่ะ บ้านเกิดของฉันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ และครอบครัวฉันก็ไม่ค่อยช่วยอะไรฉันเท่าไร ถ้าจะทำงานที่นี่นั้นค่อนข้างรับมือยากน่ะค่ะ” เสี่ยวถือยู่มองไปทางชายตรงหน้าและถามขึ้น “คุณเป็นคนแถวนี้ใช่ไหมคะ สำหรับพวกคุณอาจจะง่าย แต่สำหรับฉันกว่าจะซื้อบ้านสักหลังได้คงต้องทำงานเป็นสิบปีเลยล่ะค่ะ” 

“คุณไม่อยากกลับไปบ้านบ้างหรือครับ” ชายวัยกลางคนถามต่อ 

“กลับไป? กลับไปแล้วได้อะไรคะ ฉันร่ำเรียนมาหลายปีเพื่อกลับไปเป็นชาวนางั้นหรือคะ” เสี่ยวฉื่อยู่ตอบคำถามนั้นพลางยิ้มน้อยๆ 

ทั้งสองคนยังสนทนากันต่อไปจนสิบนาที เมื่อเสี่ยวฉือยู่จากไป ชายวัยกลางคนหันไปจ้องลูกแมวที่เข้าไปคลอเคลียเสี่ยวฉือยู่เขม็ง 

แมวตัวนั้นยังคงร้องหาเสี่ยวฉือยู่ราวกับกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ 

ชายวัยกลางคนเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม 

ถัดมา บุคคลหนึ่งซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายเสี่ยวฉือยู่แต่กำลังสวมชุดชายคนก่อนหน้าปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าลูกแมว 

“เจ้าเพื่อนตัวน้อย นายอยากจะบอกอะไรล่ะหืม?” 

คะแนน 5.0/5. จาก 1 ผู้ให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...