ตอนที่แล้วตอนที่ 58 ตำหนักห้วงจิตวิญญาณ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 60 ราตรีมืดมิด สายลมกรรโชก !

ตอนที่ 59 ฝักกระบี่เจ็ดดารา !


 

 

แปลโดย : Roping

 

– – – – – – – – – – – –

 

นางก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ เห็นท้องฟ้าสีครามที่มีปุยเมฆสีขาวล่องลอยอยู่ ราวกับเป็นโลกเล็กๆ อยู่ภายในตัวมิติเอง ก่อนที่เขตแดนจะสลายแม้ว่านางจะสามารถมองเห็นอีกฝั่ง แต่ก็ไม่อาจก้าวข้ามมาได้ บัดนี้ทุกอย่างดูแตกต่างออกไป

 

ขณะที่มองไปรอบๆตำหนักห้วงจิตวิญญาณ นางก็ท่วมท้มไปด้วยความเปรมปรีดิ์ที่พบว่าแท้จริงแล้วแหวนมิตินั้นน่าทึ่งถึงเพียงไหน

 

“ดูนั่นสิ ตรงนั้นมีกระทั่งน้ำพุจิตวิญญาณ ข้าลองสำรวจดูแล้ว พลังของที่นี่หนาแน่นเสียจนแม้แต่แหล่งน้ำก็เปี่ยมไปด้วยพลังจิตวิญญาณ !”

 

หงส์ไฟน้อยเองก็ตื่นเต้นยินดีเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้เมื่อเขตแดนที่กั้นอยู่สลายไป เขาก็ได้มาพักผ่อนอย่างเบิกบานใจอยู่ที่นี่ได้พักหนึ่งแล้วและชอบมันจากใจจริง มิเช่นนั้นเขาคงไม่ยอมอยู่ในมิติโดยไม่บ่นหรือร้องอยากออกไปเช่นนี้ หงส์ไฟน้อยทราบดีว่าหากฝึกฝนอยู่ภายในมิตินี้พลังของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากทีเดียว

 

เฟิ่งจิ่วหัวเราะลั่นและลูบหัวเล็กๆ ของหงส์ไฟน้อยและกล่าวว่า “ถ้าอย่างงั้นเจ้าก็ทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในนี้และฝึกวิชาไปนะ ตอนนี้ข้าต้องออกไปข้างนอกก่อน คราวหน้าที่จะฝึกวิชาข้าจะเข้ามาที่นี่ แน่นอนว่าต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่งเป็นแน่”

 

“ก็ได้” หงส์ไฟน้อยบุ้ยปากก่อนจะเดินไปหาน้ำพุจิตวิญญาณเพื่อเล่นน้ำ

 

เฟิ่งจิ่วยิ้มกับภาพที่เห็น ก่อนจะรวบรวมสติอีกครั้งเพื่อออกไปภายนอก

 

ทันทีที่ออกจากห้องนางก็เห็นกวนซีหลินฝึกกระบี่อยู่ที่ลาน เมื่อเห็นว่าเขายังคงแข็งขัดกับการใช้กระบี่ด้วยมือซ้ายและยังไม่คล่องแคล่วมากนัก นางก็ปวดใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากเรียก  “พี่ชาย”

 

“จิ่วน้อย ในที่สุดก็ออกมาแล้วหรือ? เจ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ ทำไมต้องฝึกยังกับไม่มีวันพรุ่งนี้ไปได้? เจ้าเก็บตัวฝึกอยู่ตลอดสามวันเต็มเชียวนะ”

 

เขาเก็บกระบี่และเดินมาหานางและเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “จิ่วน้อย การฝึกวิชาไม่ใช่ของที่ทำกันเพียงแค่ครั้งเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะหวังถึงผลลัพธ์จากการฝึกแค่ระยะเวลาสั้นๆ เจ้าจะต้องค่อยๆฝึกไปทีละขั้นตอน”

 

ได้ยินดังนั้นเฟิ่งจิ่วก็อดยิ้มไม่ได้และขานตอบ “ก็ได้ ก็ได้ ก็ได้”

 

แม้ว่านางจะบรรลุขั้นต้นของระดับนักรบลมปราณแล้ว ทว่านางกดพลังเอาไว้ให้อยู่แค่ระดับนักรบขั้นสองเท่านั้น คนทั่วไปจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วพลังของนางอยู่ที่ระดับใด

 

การที่ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นเช่นนี้แน่นอนว่าเป็นเพราะร่างเซียนอันหาได้ยากยิ่งของนาง ยิ่งไปกว่านั้นชีพจรลมปราณของนางก็ได้ท่านอาจารย์ช่วยเปิดออก ชีพจรที่เดิมทีเป็นเหมือนแค่สายน้ำเล็กๆ ที่ไหลริน บัดนี้เป็นประดุจแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้พลังของนางนั้นก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วจนไม่อาจเทียบได้กับเมื่อก่อน

 

“จริงสิ ข้าต้องไปซื้อเข็มเงินซักชุดหนึ่ง พี่จะไปกับข้าด้วยไหม?”

 

“แน่นอน ไปกันได้เลย” เขาล้างหน้าตัวเองอย่างเร็วๆ ก่อนที่จะสะพายกระบี่ไว้ที่หลังและรีบตามเฟิ่งจิ่วออกไป

 

ขณะที่พวกเขาเดินดูอยู่ในร้านขายสินค้าล้ำค่า เฟิ่งจิ่วก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่

 

“เถ้าแก่ มีเข็มเงินซักชุดนึงขายไหม?”

 

“แน่นอน! แต่คุณภาพระดับไหนที่คุณหนูต้องการกันขอรับ? ตอนนี้เรามีอยู่สามแบบตามคุณภาพสูง กลาง และต่ำ แน่นอนว่าราคาย่อมแตกต่างกัน” เจ้าของร้านแนะนำสินค้าอย่างยิ้มแย้มและนำเอาเข็มเงินทั้งสามชุดออกมาตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว

 

“งั้นเอาอันนี้” นางเลือกเอาอันที่แพงที่สุด ความยาวของเข็มในชุดนั้นมีหลากหลายระดับไล่กันเป็นอย่างดีอีกทั้งยังถูกทำขึ้นอย่างประณีต

 

นางมองไปที่ฝักกระบี่ที่แขวนอยู่สูงบนผนัง นัยน์ตาของนางเปล่งประกายและเอ่ยถามว่า “ฝักกระบี่นั่นขายรึเปล่า?”

 

เถ้าแก่หันไปมองตามสายตาของนาง และพูดอย่างแย้มยิ้ม “คุณหนูช่างมีนัยน์ตาที่เฉียบแหลมยิ่งนัก นี่เป็นฝักกระบี่ที่เป็นเอกลักษณ์ยิ่ง มีเพียงหนึ่งเดียวไม่เหมือนฝักกระบี่อื่นใด ต่อให้หาทั่วแคว้นตะวันรุ่งก็ไม่อาจหาของที่เหมือนแบบนี้ได้อย่างแน่นอน”

 

เขายกฝักกระบี่ลงมาจากผนังและพูดต่อ “มันประดับประดาไปด้วยอัญมณีเจ็ดสีแตกต่างกัน ทั้งหมดล้วนเป็นหินล้ำค่าที่หาได้ยาก อีกทั้งการแกะสลักด้วยมือก็ทำออกมาได้อย่างประณีตบรรจง การประสานกันของแต่ละสีนั้นงดงามและหรูหรา แทนที่จะเรียกว่าฝักกระบี่ อาจเรียกมันได้ว่าเป็นเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางจิตใจและเจริญตาอย่างยิ่งยวด”

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด