ตอนที่แล้วGolden Time - ตอนที่ 16 [อ่านฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGolden Time - ตอนที่ 18 [อ่านฟรี]

Golden Time - ตอนที่ 17 [อ่านฟรี]


ตอนที่ 17

“มันคือหมอ!”

เธอสวมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเมื่อมองมาที่ซูฮยอค

“หมอ ได้โปรดเอาลูกอมให้ฉัน! ลูกอม!”

จากนั้นเธอก็หันไปจ้องดงซู ดวงตาทั้งคู่ของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

ทันใดนั้นเธอก็ประสานมือสองข้างเข้าหากันและก้มตัวไปข้างหน้าเขา

“หลวงพี่”

ดงซูเกาหัวและพูดขึ้นว่า “เอ่อ...ผมไม่ใช่พระครับ”

“วันนี้ทำตัวเหมือนพระไปก่อนนะ” ซูฮยอครีบบอกดงซู

เธอยังคงอยู่ใกล้ ๆกับดงซูที่กำลังนับลูกประคำที่เธอซื้อมาจากที่ไหนซักแห่ง

มากไปกว่านั้น เธอยังท่องคัมภีร์พระไตรปิฎกได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย คิม ฮยอนอู ส่งยิ้มผ่านสายตา ก่อนที่เธอจะมีอาการผิดปกติทางสมอง เธอเคยไปที่วัดในวันสุดสัปดาห์เพื่อหาความสงบและความผาสุกกับครอบครัว เธอไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้นแม้ว่าตอนนี้เธอจะมีอาการป่วยด้านจิตใจอยู่ก็ตาม

“ฉันคิดว่าแม่ของฉันคงรู้สึกดีกับเพื่อนนายมากกว่านายซะอีกนะ”

ซูฮยอคยิ้มออกมากับคำพูดของคิม และจดจ้องไปที่แม่ของเขา

“การผ่าตัดของเธอเป็นไปได้ด้วยดีมั้ยครับ?”

มันช่างเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ๆสำหรับเธอ

“ใช่ มันผ่านไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณนายเลย ฉันได้ยินมาว่าคงมีบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเธอหากได้รับการผ่าตัดที่ช้ากว่านั้นไปอีกนิดเดียว” คิมพูด

ซูฮยอคพยักหน้า

“แต่ยังไงก็เถอะ ยังคงสบายใจไม่ได้ มันจะดีถ้าพาเธอไปตรวจเช็คทางการแพทย์ที่ครอบคลุมเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่มีความผิดปกติทางสมองเช่นเธอ”

เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าอวัยวะส่วนไหนหรือจุดใดที่ทำให้เธอป่วย เพราะเธอไม่เก่งเรื่องการแสดงออกต่อหน้าผู้คนสักเท่าไร เว้นก็แต่ตอนที่เธอเหมือนเด็ก ทำอารมณ์เกรี้ยวกราดและเล่นเป็นเด็ก

อาการป่วยของเธอหากไม่ได้รับการดูแลมันจะค่อย ๆเริ่มแย่ลงอย่างช้า ๆ

ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้น หากหมอได้ตรวจอาการเธออย่างเอาใจใส่สักหน่อยพวกเขาคงเจอสาเหตุของอาการนี้และหาทางยับยั้งมันได้ นี่ไม่ใช่เรื่องจริงแค่สำหรับผู้มีอาการทางสมองแต่ยังรวมทั้งบุคคลที่เริ่มแก่ตัวอีกด้วย มนุษย์เกิดมาเริ่มจากเป็นทารกไม่สามารถทำอะไรได้เลยด้วยตัวเอง จากนั้นพวกเขาก็เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาแก่ขึ้น พวกเขาก็กลับไปสู่ภาวะที่ไรซึ่งความสามารถเช่นกัน หลังจากได้มอบทุกอย่างให้กับครอบครัวของพวกเขา พวกเขากลับไปสู่ภาพทารก ดูไปราวกับนี่คือครั้งแรกที่พวกเขาได้ลืมตาดูโลก เพราะฉะนั้นการเอาใจใส่ดูแลเหมือนเด็ก ๆถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนวัยนี้

“หลวงพี่ ได้โปรดรับนี่ไว้ด้วย”

สิ่งที่เธอได้มอบให้กับดงซูนั้นมันคือฮู้ดคลุมผม

………...………...………...………...………...………...………...………...………...……

3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วตอนนั้นเองดงซูก็ได้ยินเสียงระฆังกับเสียงคาถาแปลก ๆ จากนั้นเขาก็รีบเดินออกห่างจากเธอมา

หลังจากนั้นผ่านไปครึ่งชั่วโมง เธอก็หลับอยู่ในห้อง และก็มีแขกที่มาเยี่ยมบ้านของคิม

เธอเป็นสาวต่างชาติผมบลอนด์ที่มีผิวเปล่างประกาย

เธอดูเหมือนเพิ่งจะอายุ 20 ต้น ๆ ดวงตาทั้งคู่ของเธอเป็นสีฟ้าเหมือนบุศราคัม เธอสวยมากจริง ๆ นอกจากนั้นหุ่นของเธอยังดูสะดุดตาและดูยังดูสมส่วนถึงแม้ว่าเธอจะผอมมากก็ตาม

เธอเปิดปากพูดขึ้น ขณะที่ดงซูไม่อาจละสายตาจากเธอได้ “สวัสดีค่ะ”

ดงซูพึมพำตาม “สวั...สวัสดีครับ”

ขณะนั้นเอง คิม ฮยอนอูก็ทักทายเธอ “โอ้ เธอมาแล้วหรอ?”

“มันนานมากเลยนะ” เธอตอบกลับด้วยภาษาเกาหลีที่สำเนียงชัดเจน และกอดกับคุณคิมอย่างนุ่มนวล จากนั้นเธอก็มองมาที่ซูฮยอคที ดงซูที

“นี่หรอเด็กผู้ชายที่คุณพูดถึง?”

“ใช่ เธอต้องสอนพวกเขาให้พูดภาษาอังกฤษให้ได้อย่างเจ้าของภาษาเลยนะ นี่คืองานของเธอ เจสสิก้า”

เธอหัวเราะอย่างสุภาพและพูดว่า “ไม่ต้องห่วงค่ะ”

ฟันที่เรียงสวยของเธอนั้นทำให้ความสวยของเธอนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทันที

………...………...………...………...………...………...………...………...………...……

ต่อมา การสอนภาษาอังกฤษก็เริ่มขึ้น ดงซูเอามือกุมหัวล้าน ๆของเขาและกระพริบตาอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ซูฮยอคตั้งใจฟังที่เธอสอนมาก เขาเข้าใจทุกๆอย่างที่เจสสิก้าสอน เห็นได้ชัดว่ามันมีข้อดีอันยอดเยี่ยมที่ได้รับมาจากการช่วยเหลือจากการสอนพิเศษส่วนตัว

“ดงซู นายโอเครึเปล่า?” เจสสิก้าถามราวกับว่าเธอกังวลกับดงซูที่ถอนหายใจบ่อยมาก

เขายักไหล่ และโบกมือว่าไม่เป็นไร

“โอเค โอเค๊! ไม่มีปัญหา! ผมโอเค”

ซูฮยอคช่วยอะไรไม่ได้แต่หัวเราะคิกคักกับท่าทางที่ดงซูที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาถึงกับรู้สึกปวดหัวเพราะเนื้อหาที่ยาก แต่ดวงตาที่เป็นประกายของเขาทั้งคู่ยังคงบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตชีวาอยู่ ชี้ให้เห็นว่าเขายังมีความตั้งใจที่จะเรียนไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

2 ชั่วโมงที่นั่งเรียนกับเจสสิก้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เธอกลับบ้านไปด้วยข้อความว่าจะมาพบพวกเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็มีใครอีกคนเข้ามาที่บ้าน เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขายาว สวมแว่นตา ใครก็ตามที่ได้พบเขาคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคงเป็นพวกเด็กเรียน มาที่นี่เพื่อสอนภาษาเกาหลี

จากนั้นพวกเขาก็เรียนภาษาเกาหลีเสร็จหลังจากที่นั่งเรียนมา 2 ชั่วโมง

“กินอะไรก่อนไปสิ” คิม ฮยอนอูพูด

ซูฮยอคและดงซูนั่งลงที่โต๊ะอาหาร แม่บ้านกลับกันหมดแล้วเพราะนี่ก็เลย 4 ทุ่มมานิดหนึ่ง

ดังนั้น คิม ฮยอนอูจึงทำอาหารด้วยตัวเอง ราเมงกับกิมจิ มันก็ไม่ได้จำเป็นที่ว่าบ้านรวยแล้วจะได้กินอาหารที่หรูหาในทุก ๆวัน มากไปกว่านั้นตอนที่เขาต้มเส้นราเมงทำให้ทั้งคู่ความน่าประทับใจนั้นทำให้เขาดูเหมือนพี่ชายคนโตที่ดูแลน้อง ๆ จริง ๆแล้วเขาไม่ใช่แค่เหมือนแต่ใช่เลยต่างหาก และนั่นคือวิถีชีวิตของคิม ฮยอนอู ไม่ได้สำคัญว่าเขาจะกินอะไร เขาแค่ต้องการจะหาอะไรมาเติมเข้าไปในท้องที่ว่างอยู่ให้เต็มก็แค่นั้น

ซึ่งผิดกับครอบครัวที่รวยครอบครัวอื่น ยึดติดกับฐานะและภาพลักษณ์เป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการ เมื่อพวกเขาใกล้จะกินราเมงเสร็จ เขามองไปที่ซูฮยอคและดงซู แม่ของเขาช่างน่าเป็นห่วงที่หลายครั้งพยายามจะหนีออกจากบ้าน แต่เขาก็ต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้เมื่อทั้งคู่มาที่บ้าน

หลังจากที่นั่งมองดูซูฮยอคกับดงซูอย่างเงียบ ๆ เขาก็เปิดปากพูดขึ้น

“พวกนายเรียนโรงเรียนไหนกัน?”

“โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังครับ”

“โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังน่ะหรอ มยองซัง...”

เป็นโรงเรียนที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นั่นก็คงเพราะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆหลังหนึ่งเท่านั้น

คิม ฮยอนอูที่เอาแต่จ้องมองทั้งคู่นั้นก็เริ่มพูดกับดงซูอีกครั้ง “ความฝันของเธอคืออะไร?”

ดงซูเกาที่แก้มของตัวเอง

เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อนเลย เขาก็แค่อยากจะทำเงินให้มากเพื่อความฝัน

แล้วเขาก็หันมาถามซูฮยอค “แล้วของเธอล่ะ?”

ซูฮยอคสวยคำตอบกลับทันที “เป็นหมอครับ”

เขาตอบอย่างกับไม่เคยมั่นใจอะไรเช่นนี้มาก่อน

เขาดูมีความตั้งใจเพื่อมุ่งไปสู่อาชีพที่เขาจะพยายามให้สุดความสามารถ

“หมอ?”

“ใช่ครับ”

คิม ฮยอนอู พยักหน้าอย่างช้า ๆ

คำตอบจากซูฮยอคก็เป็นสิ่งที่เขาเดาเอาไว้แล้วเพราะซูฮยอคก็คือคนที่หาอาการป่วยของแม่เขาเจอ

“นายคิดว่านายควรถูกรับเลือกให้เข้าโรงเรียนแพทย์มั้ยในฐานะที่เป็นนักเรียนของมยองซัง” คิมถาม

ซูฮยอคแสดงสีหน้าราวกับว่าเขากำลังพยายามตีความกับสิ่งที่คิมหมายถึง

เขาหัวเราะอย่างสุภาพแล้วเสริมว่า “ฉันหมายถึง นายจะต้องเจอกับเด็กอีกระดับที่เก่งมากจากหลาย ๆโรงเรียน ถ้านายต้องการที่จะเข้าโรงเรียนแพทย์อ่ะนะ”

แน่นอน ว่านั่นก็จริงแต่...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด