ตอนที่แล้วGolden Time - ตอนที่ 10 [อ่านฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGolden Time - ตอนที่ 12 [อ่านฟรี]

ตอนที่ 11

ซูฮยอคหยุดเดินและหันหลังไปพบกับรอยยิ้มที่สดใสของชายคนนั้น

จากนั้นซูฮยอคก็เดินเข้าไปหาชายคนนั้น อายุของเขาคงราว ๆ 30 ต้น ๆได้ แต่งตัวดูเรียบง่ายสไตล์ Classic Air (แฟชั่นประเภทหนึ่ง) กับนาฬิกาข้อมือสุดหรู มากไปกว่านั้นเขาทั้งยังดูหล่อเหมือนกับดารา

“ขอบคุณ”

เสียงของเขาถ่ายทอดความรู้สึกขอบคุณที่แท้จริงออกมา ‘สิ่งที่เลวร้ายที่สุดอาจเกิดขึ้นกับแม่เรา ถ้าไม่ใช่เด็กนักเรียนที่อยู่ตรงหน้าเราคนนี้ช่วยไว้’

เขาคิดเช่นนั้น อาจเพราะตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาทางประตูห้องฉุกเฉินแล้วได้ยินซูฮยอคและหมอกำลังทะเลาะกันอยู่กัน

‘สายตาของเด็กคนนี้ที่กำลังจ้องมองหมอนั้น… เขาช่างดูเย็นชาและเด็ดขาด เด็กคนนี้มองไปที่หมอราวกับว่าเขากำลังกลืนกินหมอเข้าไป ใช่ เด็กชายคนนี้แหละที่ช่วยแม่เราไว้’

แต่แล้วก็ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่พบร่องรอยความเป็นหมอจากเด็กนักเรียนคนนี้แต่อย่างใด

“ค่อยยังชั่ว” ซูฮยอคยิ้มเล็กน้อย

“เธอรู้ได้ยังไงว่าแม่ของผมป่วย?” ชายคนนั้นถาม

“เธอแค่ดูป่วยหนักน่ะครับ” ซูฮยอคตอบ

ชายคนนั้นพยักหน้าช้า ๆ รับกับคำพูดที่เรียบง่ายและชัดเจนของซูฮยอค

“หนุ่มน้อย ถ้าเธออยากได้อะไรให้บอกฉันได้เลยตอนนี้”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก”

ซูฮยอคไม่ได้คิดถึงอะไรเลยที่เขาต้องการอยากจะได้มัน และถ้าอะไรที่ได้มาง่าย ๆมันก็อาจจะนำเขาไปสู่ปัญหาได้ง่ายเช่นกัน

“ผมต้องไปโรงเรียนก่อน ดังนั้นดูแลแม่ของคุณให้ดีนะครับ ผลการผ่าตัดของเธอจะผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน คุณไม่ต้องกังวลมากเกินไปนะครับ”

แม้ว่าไส้ติ่งอักเสบจะเป็นอันตรายการมากก็ตาม แต่มันแค่ต้องได้รับการผ่าตัดให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้อาการลุกลามไปสู่เยื่อบุช่องท้องอักเสบ การผ่าตัดของเธอจะเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว

ซูฮยอคหันหลังเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป เขาถอนหายใจเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการออกไปแต่ก็ไม่กล้า

“โรงเรียนของเธออยู่ที่ไหน?”

ชายคนนั้นถามพร้อมกับดึงบุหรี่ออกมามวนหนึ่งแล้วเดินออกไปพร้อมกับซูฮยอค

แม้ว่าโรงพยาบาลรวมถึงพื้นที่ภายในเป็นเขตปลอดบุหรี่ แต่ไม่ได้รวมตรงลานจอดรถ เขาไม่สนใจและสูบบุหรี่ที่ปากคาบอยู่ ซิปโป้เปิดออกด้วยเสียงดัง ควันจากบุหรี่ถูกสูดเข้าไปภายในปอดของเขา

“หืมมม…โรงเรียนของเธอชื่ออะไร?”

“โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังครับ”

“เธอจะกลับบ้านก่อนใช่มั้ย?”

“ใช่ครับ”

“งั้นขึ้นรถผม!”

ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาแล้วโทรหาใครซักคน จากนั้นก็มีรถหรูนำเข้าคันหนึ่งมาจอดอยู่ตรงหน้าเขาทั้งคู่ คนขับรถจอดรถและลงมาเปิดประตูให้พร้อมก้มโค้งทำความเคารพอย่างสุภาพต่อหน้าเจ้านายของเขา

“ช่วยพาเด็กนักเรียนคนนี้ไปส่งที่บ้านของเขาด้วย”

“แล้วเจ้านายจะไปยังไงล่ะครับ?”

“เรื่องนั้นฉันจัดการเองได้” ชายคนนั้นพูด

ชายคนนั้นมาที่มองซูฮยอคอีกครั้งแล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี เพราะงั้นเธอเลยขึ้นรถของฉันได้”

ซูฮยอคพยักหน้า

ดูเหมือนว่าชายคนนั้นต้องการที่จะตอบแทนซูฮยอคคืน ถึงได้ถามซูฮยอคหากว่าเขามีความต้องการที่จะอยากได้อะไร ถ้าซูฮยอคได้กลับบ้านด้วยรถของเขา เขาคงจะรู้สึกมีความสุขที่ได้ตอบแทน ซูฮยอคเองก็คงรู้สึกมีความสุขด้วยเช่นเดียวกัน

ต่อจากนั้นไม่นาน ซูฮยอคก็ขึ้นรถนำเข้าสุดหรูและเริ่มออกจากโรงพยาบาล ซูฮยอคมองไปที่ข้างนอกผ่านหน้าต่างรถยนต์ เขารู้สึกราวกับว่าเขาได้ช่วยคนสองคนไว้ในวันนี้

“เธอเป็นนักเรียนหรอ?” คนขับถาม

“ใช่ครับ ทำไมหรอ?”

“เธอชื่ออะไร?”

“ลี ซูฮยอค”

“ชื่อเพราะดีนะ อยู่ชั้นไหนแล้ว?”

“ผมอยู่ม.ปลายปีที่ 3 ห้อง 3 (ม.6)ครับ ถามทำไมหรอครับ?”

“ผมมีหลานคนหนึ่งอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังเหมือนเธอ”

แล้วหลังจากนั้นเขาก็เงียบไป

“โอ้ จักรยานผม!” ซูฮยอคพูดอย่างรวดเร็ว “ช่วยจอดรถตรงนั้นด้วย!”

“ทำไมล่ะ?”

“ฉันทิ้งจักรยานไว้ตรงนั้น”

“จักรยานหรอ?”

“ใช่ครับ จักรยาน”

คนขับรถมาถึงจุดหมายตามคำสั่งของซูฮยอค

“ทำไม…ทำไมหารถจักรยานไม่เจอ?”

ซูฮยอคยืนมองด้วยความสงสัยเพราะจักรยานของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“พ่อซื้อมันมาให้ฉันเลยนะ”

จักรยานคันนั้นเป็นสิ่งที่พ่อของเขาซื้อให้กับลูกชายหลังจากที่เห็นลูกต้องวิ่งเพื่อไปออกกำลังกาย

หลังจากถอนหายใจ ซูฮยอคก็เดินไปที่เสาโทรศัพท์ เขาเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้ายสำหรับการจัดส่งในวันนี้ ตกอยู่ที่มุมของเสา หลังจากหยิบมันขึ้นมา เขาก็เดินตรงไปที่บ้านหลังหนึ่งที่มีประตูสีฟ้าและโยนมันข้ามกำแพง

ปัง ปัง! ซูฮยอคหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินและกลับขึ้นรถไปเพื่อตรงไปบ้าน

……………………………………………………………………………………………………………………..

อัตราส่วนของผู้หญิงในโรงเรียนมัธยมปลายมยองซังมีมากกว่าผู้ชาย

แต่ถึงอย่างนั้นอัตราส่วนผู้หญิงและผู้ชายก็ถูกแบ่งไว้อย่างเท่า ๆกันในแต่ละชั้นเรียน

ม.ปลายปี 1 ห้อง 3(ม.4)

ซูฮยอคยังคงถอนหายใจเรื่อย ๆขณะนั่งมองไปที่กระดานดำที่ว่างเปล่า เพราะเรื่องจักรยานที่หายไปยังคงกวนใจเขาอยู่ ถ้ามันเป็นจักรยานที่เขาซื้อด้วยเงินตัวเองจากการทำพาร์ทไทม์เขาคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่นี่มันเป็นของขวัญจากพ่อของเขา

“เห้อออ…”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและหมดคาบเรียน

ครูประจำชั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุว่า “เหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์การสอบกลางภาคก็จะมาถึง ทุกคนฟังให้ดี ช่วงเวลาต่อจากนี้เป็นต้นไป เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอได้ เพียงแค่เพิ่มคะแนนเฉลี่ยเพียง 1 คะแนน ก็สามารถเปลี่ยนอนาคตของพวกเธอได้ ตามนั้นนะ ลี ซูฮยอค!”

“ครับครู”

“ไปพบครูที่ห้องพักนะ”

เมื่อนักเรียนทยอยออกไป ซูฮยอคก็สพายกระเป๋า ‘เป็นอะไรไป?’  ไม่ว่าจะคิดถึงเรื่องนั้นมากแค่ไหนเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมครูจึงอยากพบเขาเป็นการส่วนตัว

ซูฮยอคเข้าไปที่ห้องพักครู

“อ่ะ นี่” มันเป็นใบเสร็จรับเงินที่ครูให้แก่เขา

“นี่เป็นใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนที่ครอบคลุมถึงปีที่สามของเธอ”

ซูฮยอคทำหน้าสงสัย เขาไม่เคยได้ยินว่าโรงเรียนเสนอทุนการศึกษาดังกล่าวนั่นด้วยและเขาก็อยู่ห่างไกลจากการที่เป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาด้วย

“ใครเป็นคนจ่ายครับ?”

แม้แต่ครูก็ส่ายหัวราวกับว่าเขาไม่รู้ ที่จริงแล้วครูก็อยากถามซูฮยอคเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะนับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน

“ฉันได้ยินว่าใครบางคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้เธอที่สำนักงานกิจการทั่วไป”

ซูฮยอคเองก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้เหมือนกันหลังจากมองไปที่ใบเสร็จนั่น  มันเป็นไปไม่ได้ที่พ่อแม่ของเขาจะเป็นคนจ่าย พ่อแม่ของเขาไม่มีเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น  ขณะนั้นเองเขาก็นึกบางอย่างออกในหัว ชายคนนั้นที่เขาพบในห้องฉุกเฉิน

หลังจากแยกกับครู ซูฮยอคไปที่สำนักงานกิจการทั่วไปเพื่อถามเรื่องใบเสร็จ “คนที่มาจ่ายค่าเรียน เป็นผู้ชายรึเปล่าครับ? อายุเขาราว ๆ 30 ต้น ๆใช่มั้ย?”

พนักงานหญิงคนหนึ่งที่ออฟฟิศส่ายหัว “เป็นผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ เธอสวยมาก”

‘เธอเป็นใครกัน?’ หลังจากที่คิดเกี่ยวกับตัวตนเรื่องของผู้หญิงคนนั้นเขาก็ตรงกลับบ้านและต้องประหลาดใจอีกครั้งเพราะเห็นรถจักรยานรุ่นท็อปที่มีการออกแบบที่งดงาม จอดอยู่หน้าประตูบ้าน ดวงตาของซูฮยอคเบิกกว้างด้วยความตะลึง เนื่องจากราคาของจักรยาน มีมูลค่าถึง 15,400,000 วอน!

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...