ตอนที่แล้วตอนที่ 112 เริ่ม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 114 ความพ่ายแพ้ของเหวินเฟยเฉิน

ตอนที่ 113 การตายของหล่งฮุย


ตอนที่ 113 การตายของหล่งฮุย

แม้ว่าหล่งฮุยจะเป็นคุณชายที่หยิ่งผยอง แต่เขารู้วิธีการในการกระตุ้นศัตรูให้เคืองโกรธ เพื่อสร้างโอกาสในการเอาชนะของตนเอง

เขาสามารถหลบหนีจากการโจมตีของหยางไค่ ทำให้เขากล่าวคำพูดที่เยาะเย้ยหยางไค่ตลอดเวลา

หากว่าเป็นคนอื่นๆ พวกเขาคงจะโกรธจนระเบิดความบ้าคลั่งออกมาแล้ว

หยางไค่ก็กำลังอยู่ในสภาพเช่นนั้น เพราะดวงตาของเขาแดงก่ำ พลังลมปราณเคลื่อนไหวผันผวนอย่างวุ่นวาย มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังเกรี้ยวโกรธถึงขีดสุด แต่หากจ้องมองอย่างละเอียด สามารถมองเห็นความแน่วแน่ที่มั่นคงในสายตาของหยางไค่ แม้ว่าเขาจะถูกล้อเล่นเช่นนี้ แต่ว่าความต้องการเอาชนะของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

ระยะเวลา 1 ก้านธูปผ่านไป หยางไค่โจมตีออกไปหลายคร้ง แต่ไม่เคยโจมตีถึงตัวหล่งฮุยแม้แต่ครั้งเดียว

หล่งฮุยกล่าวเยาะเย้ยจนน้ำลายเกือบจะเหือดแห้ง แต่ในใจของเขาก็มีความรู้สึกที่หวาดกลัวอยู่ภายในใจ

จากเหตุผลที่สมควร หลังจากที่พวกเขาต่อสู้เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน พลังลมปราณของหยางไค่ต้องหมดสิ้นถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ทำไมพลังการโจมตีของเขาจึงไม่เคยอ่อนแอลงแม้แต่ครั้งเดียว ? พลังลมปราณที่ดำรงอยู่ภายในร่างกายของเขาไม่สามารถสนับสนุนการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ได้

ความคิดของหล่งฮุยไม่ผิด ผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่ม เป็นความจริงที่พวกเขาไม่สามารถยื้อพลังความแข็งแกร่งได้นานเช่นนี้ แต่เพราะหยางไค่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มทั่วๆไป หลังจากที่ปะทะกับเขาเป็นเวลานาน หล่งฮุยพบว่าการวางแผนของเขาผิดพลาดอย่างมาก

ในขณะที่ครุ่นคิด หยางไค่โจมตีเข้ามาอีกครั้ง หล่งฮุยหลบหนีอย่างรวดเร็ว แต่ทันทีที่ร่างกายของเขายืนหยัดได้อย่างมั่นคง เขาได้ยินเสียงเฉือนที่ลากยาวอย่างกะทันหัน

ทันใดนั้นมีการโจมตีด้วยดาบสีแดงเลือดพุ่งเฉือนที่เอวของเขาและพุ่งบินออกไป

เขาก้มหน้าลงมอง และพบว่าเสื้อผ้าของตนเองถูกเฉือนตัดเป็นทางยาว การโจมตีเมื่อสักครู่ เหลือระยะห่างอีกเพียงน้อยนิดก็อาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ

ดวงตาประกายด้วยความตื่นเต้นแต่การแสดงออกของเขายังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม

เป็นไปได้อย่างไร ? การแสดงออกของหล่งฮุยเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

การโจมตีเมื่อสักครู่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าศัตรูสามารถเดาทิศทางของเขาได้อย่างแม่นยำ การโจมตีในครั้งแรก หากไม่เป็นเพราะโชคช่วย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่เขาคาดเดาตำแหน่งทิศทางของตนเองอย่างไร ? หรือเป็นเพราะระยะเวลาที่ผ่านไปกว่า 1 ก้านธู) ทำให้หยางไค่เข้าใจกระบวนท่าเท้าทองคลื่นวายุของตนเองอย่างชัดเจน

เป็นไปไม่ได้! เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่ม เขาจะเก่งกาจได้ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ?

ครั้งต่อไป เจ้าไม่ตายก็คงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส !! หยางไค่จ้องมองด้วยสายตาที่เยือกเย็นและกล่าวด้วยเสียงที่มั่นใจ

เรื่องตลกสิ้นดี !! หล่งฮุยเกรี้ยวโกรธ : จะทำให้ข้าหวาดกลัว มันไม่ง่ายเช่นนั้น !!

หยางไค่ไม่กล่าวต่อ แต่ยังคงเฝ้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

หล่งฮุยเกรี้ยวโกรธอย่างมาก ในครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าเท้าทองคลื่นวายุ แต่เผชิญหน้ากับหยางไค่ที่โจมตีเข้ามา

ปัง !! เสียงปะทะกันดังขึ้น ร่างกายของหยางไค่ไม่ไหวติง เสมือนก้อนขุนเขาที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง แต่หล่งฮุย กำลังรู้สึกว่ามีหมัดที่โจมตีเข้ามีพลังลมปราณที่ร้อนระอุแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขา ทำให้เขาต้องก้้าวถอยหลังออกไปหลายก้าว

เสียงกรีดร้องที่แปลกประหลาดดังขึ้น หล่งฮุยไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าโดยตรงกับหยางไค่อีก เขารีบเปิดใช้กระบวนท่าเท้าทองคลื่นวายุ เพื่อขยายระยะห่างระหว่างเขาและหยางไค่

ชู่ว หยดเลือดสีแดงเสมือนไข่มุกสีเลือดพุ่งบินออกไปในทันที มันได้ปลักเข้าไปในทรวงอกด้านซ้ายของหล่งฮุยในขระที่เขากำลังถอยหนีอย่างไม่หยุดหย่อน

มือของเขากุมอกด้านซ้ายเอาไว้ เขาหายใจอย่างหนักหน่วง ทันใดนั้นมุมปากของเขามีเลือดสีแดงสดไหลออกมา เขากล่าวด้วยเสียงที่ไม่เชื่อ : เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ !!

กระบวนท่าเท้าทองคลื่นวายุของเขาหยางไค่เข้าใจวิถีของมันอย่างชัดเจน การโจมตีของเขาโจมตีไปยังตำแหน่งที่เขากำลังจะเคลื่่อนออกไป ทำให้ตัวเขาเองไม่สามารถจะหลบหนีได้

และการโจมตีในครั้งนี้ยังเป็นการโจมตีที่เด็ดเดี่ยว รุนแรงและโหดเหี้ยม ไม่เพียงแทงทะลุสมบติวิเศษแห่งการป้องกันขั้นปฐพีระดับกลางของเขา มันยังพุ่งแทงเข้าไปในร่างกายของเขา หากพลังลมปราณของเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีในครั้งนี้ หากเป็นเช่นนั้น มันต้องแทงทะลุร่างกายของเขาออกไปอย่างแน่นอน

ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ! ใบหน้าของหยางไค่ยังคงสงบนิ่ง เขาก้าวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว หล่งฮุยเองไม่กล้าที่จะหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม เขารีบใช้กระบวนท่าเท้าทองคลื่นวายุเพื่อหลบหนีออกไป เพื่อที่จะบินไปยังทิศทางของเหวินเฟยเฉิน และเขายังตะโกนด้วยเสียงที่ดังสนั่น : ผู้นำเหวิน ช่วยข้าด้วย !!

หล่งฮุยในตอนนี้ เสมือนสุนัขจรจัดที่ตื่นตะหนก มันไร้ซึ่งความหยิ่งยะดสและควาทรนงของเขา !!

ร่างกายเพิ่งแตะลงที่พื้นดิน ด้านหลังของเขามีความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกไป ทำให้หล่งฮยล้มไปข้างหน้สในทันที

ไม่รอให้หล่งฮุยลุกขึ้น ฝ่าเท้าขนาดใหญ่เหยียบลงไปที่ลำคอของเขา

พลังของฝ่าเท้าหนักหน่วงเสมือนขุนเขาที่กดทับเขาอย่างรุนแรง หลุ่งฮุยยังคงดิ้นรนอยู่ที่พื้นดิน แต่ก็ไม่สามารถที่จะพลิกตัวหรือลุกขึ้นมาได้

ข้าเป็นหลายชายของหล่งไจ้เทียนรองประมุขแห่งนิกายโลหิต เจ้าไว้ชีวิตข้า ข้าจะให้เงิน ให้หญิงสาว เจ้าต้องการอะไรข้าจะให้เจ้าทั้งหมด เจ้าฆ่าข้าไม่ส่งผลดีต่อเจ้าแม้แต่น้อย มันจะทำให้เจ้ามีความแค้นต่อตระกูลหล่งของข้าเท่านั้น หล่งฮุยต่อต้านอย่างมาก ปากของเขากล่าวอ้อนวอนขอชีวิต แต่ดวงตาที่จ้องมองหยางไค่กลับเต็มไปด้วยความเกลียดแค้นยิ่งกว่าสิ่งใด

นายน้อยหล่ง !! หยางไค่สูดลมหายใจอย่างรุนแรง : เสียงกรีดร้องของเจ้า ไม่น่าฟังเลย !!

ใช่ใช่ใช่ ! ศิษย์น้องหยางไค่กล่าวอย่างถูกต้อง เจ้าไม่ชอบเสียงร้องของข้าข้าก็จะไม่ร้อง !! ในเมื่อเป็นฝ่ายสียเปรียบ หล่งฮุยจะไม่ยอมก้มศีรษะได้อย่างไร

งั้นเจ้าต้องเงียบปากไปตลอดกาล !! หลังจากที่กล่าวจบ หยางไค่เหยียบฝ่าเท้าไปที่ศีรษะของหล่งฮุย เขาเหยียบใบหน้าของหล่งฮุยจมลงพื้นดิน ลดตัวลงต่ำ และพุ่งรัวหมัดไปที่ลำคอของเขา

ดวงตาของเขาเบิกโพล่งซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวความเกลียดชังและความสำนึกผิด

หยางไค่ใช้มือข้างนึงยกศพของหล่งฮุยและลุกขึ้นมา จากนั้นจึงโยนไปยังพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณที่ต่อสู้

หลังจากนั้น สายตาของเหวินเฟยเฉินและเซี่ยหนิงฉางจับจ้องไปยังหยางไค่ที่กำลังเคลื่อนไหว

ในตอนนี้ การต่อสู้ของพวกเขาทั้ง 2 ยังคงเสมือ ไม่มีใครด้อยว่าใคร !!

พวกเขาทั้ง 2 มีคนหนึ่งที่ถูกปิดผนึกพลังความแข็งแกร่ง อีกคนได้รับบาดเจ็บ พลังความแข็งแกร่งยังไม่ฟื้นคืน ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาจึงไม่ได้แสดงพลังความแข็งแกร่งที่แท้จริง ดังนั้นพลังในการโจมตีของพวกเขาจึงลดลงเช่นเดียวกัน

แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่มันยังคงเป็นการต่อสู้ของยอดฝีมือ มันรุนแรงยิ่งกว่าการต่อสูุ้ที่หยางไค่เคยประสบมา

ในขณะที่ร่างกายของพวกเขาประกายไปมา มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขากำลังโจมตีซึ่งกันและกัน พลังลมปราณปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ก่อเกิดเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างมัหนต์

หลังจากที่หยางไค่เฝ้าดูสักครู่ และพบว่าหากเป็นต่อสู้ 1 ต่อ 1 กับเหวินเฟยเฉิน ความหวังในการเอาชนะคงจะหริหรี่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้มีเซี่ยหนิงฉางหากเป็นการต่อสู้ 2 ต่อ 1 คงจะเป็นเรื่องง่ายที่จะมีโอกาสเอาชนะ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ทำให้หยางไค่มีแผนการในใจ เขารีบวิ่งเข้าใกล้เหวินเฟยเฉิน และยกศพของหล่งฮุยให้สูงขึ้นและกล่าวตะโกน : ผู้นำเหวิน ดูซิ ว่าเขาเป็นใคร !!

เหวินเฟยเฉินรับรู้การปรากฏตัวของหยางไค่ตั้งแต่แรก แต่เขาไม่แบ่งความตั้งใจไปสนใจดังนั้นเขาจึงไม่ทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในตอนนี้เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวนี้ ทำให้เขาต้องหันหน้ากลับไปมอง และตะโกนด้วยเสียงที่ตื่นตะลึง : นายน้อยหล่งฮุย !!

หล่งฮุยในตอนนี้ มีบาดแผลขนาดใหญ่อยู่บนทรวงอก เสือดสีแดงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง กระดูกลำคอของเขาถูกทำลาย ศีรษะแตกกระจุยกระจาย สภาพของเขาไม่มีโอกาสที่จะฟื้นคืนแม้แต่น้อย !

หล่งฮุยตายแล้ว !! เหวินเฟยเฉินไม่กล้าที่จะเชื่อสายตาของตนเอง เพราะนายน้อยของเขามีพลังความแข็งแกร่งในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณขั้นที่ 1 นอกจากนั้นกระบวนท่าเคล็ดวิชาทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมายังอยู่ในระดับสูง พลังในการต่อสู้ของเขาจึงค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง !

เพราะเหวินเฟยเฉินเชื่อมั่นในความสามารถของเขา ดังนั้นจึงวางใจให้เขาต่อสู้กับหยางไค่เพียงคนเดียว แต่ตอนนี้ทำไมเขาถึงตาย !

แย่แล้ว !! แย่แล้ว !! เหวินเฟยเฉินร้องไห้อย่างขมขื่นอยู่ภายในใจ กลุ่มคนของนิกายโลหิตจะตายก็ไม่เป็นไร แต่หล่งฮุยจะตายไม่ได้ !! หากเขาตาย หล่งไจ้เทียนต้องเกรี้ยวโกรธอย่างมหันต์ หากยอดฝีมือที่อยู่ในเขตเทพสวรรค์เกรี้ยวโกรธ แล้วตัวเขาเองจะได้รับผลเช่นไร

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด