ตอนที่แล้วSGS บทที่ 23 – ตัวเอกหลักดวงซวยอะไรกัน ฉันชอบที่สุดเลย!!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปSGS บทที่ 25 – สงสัย และ โดนโจมตีต่อเนื่อง!

SGS บทที่ 24 – โดนขัดจังหวะอีกครั้ง! วู่หยานฉุนขาด!


 

หลังจากผ่านอีเว้นท์ฮายาเตะล้มทับ อิสึมิก็หันไปพูดกับวู่หยาน

 

“ท่านวู่หยาน ฉันอยากขอเชิญคุณมาที่บ้าน ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาว่างบ้างไหมคะ?”

 

พร้อมๆกับเสียงอิสึมิ ทุกคนต่างก็เงียบลง คนที่กำลังทะเลาะกันก็หยุด คนที่กำลังสู้กันก็หยุด และคนบางคนที่กำลังกรีดร้องอย่างอนาถก็หยุด พวกเขามอง อิสึมิ และ วู่หยาน ด้วยสายตากำกวม แน่นอนยกเว้นบางคน .....

 

วู่หยานรู้สึกแผ่นหลังเย็นวาบ ค่อยๆหันหัวที่แข็งทื่อไปมองอย่างช้าๆ เขาเห็นฮินะงิคุที่กำลังยิ้มแฉ่งอยู่

 

เอาแล้วไง แต้มความรู้สึกของฉันกลายเป็น0แล้ว......

 

อะไรนะ? ตัวเอกหลักซวยแล้วชอบ? ชอบกับผีสิ!! วู่หยานเหงื่อแตก

 

และเมื่ออิสึมิสังเกตเห็นสายตาแปลกๆที่ทุกคนมองมา เธอรีบอธิบายอย่างลนลาน

 

“มะ...ไม่ใช่....มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะคะ ทะ...ที่ฉันเชิญท่านวู่หยานมาที่บ้านก็เพราะ.....เพราะท่านแม่และท่านย่ารู้สึกสนใจที่เขาสามารถกำจัดวิญญาณได้ ดังนั่น...ดังนั่นก็เลย......”

 

เมื่อได้ยินคำอธิบายของเธอทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจ เมื่อความรู้สึกเสียวสันหลังหายไป วู่หยานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

หลังจากผ่านวิกฤตมาได้ เขาก็เริ่มคิดถึงคำเชิญ ที่เขาสนใจไม่เพียงเพราะจะได้เจอคนเก่งๆของโลกนี้ แต่ยังเป็นเพราะภารกิจด้วย

 

ในโลกนี้ตระกูลซากิโนะมิยะ เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง บวกกับความจริงที่ว่าพวกเขาเป็นตระกูลนักปราบภูตผีปีศาจ ย่อมมีอำนาจและอิทธิพลที่กว้างขวาง มันจะฉลาดกว่าถ้าไปขอให้ช่วย เพราะมันจะไวกว่าเขาหาคริสตัลด้วยตัวองมากนัก อีกอย่างแค่ให้ช่วยหาเศษคริสตัล เขาไม่โดนปฏิเสธแน่นอน

 

คิดได้ดังนี้ เขาพยักหน้ารับคำเชิญอิสึมิ

 

“เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปบ้านเธอ”

 

อิสึมิยิ้ม “ฉันจะตั้งตารอท่านวู่หยานเลยค่ะ”

 

..................

 

หลักจากโรงเรียนเลิก ขณะที่กำลังเดินกลับบ้านซึ่งต่างจากปกติ คือวันนี้ฮินะงิคุเดินนำหน้า เขาเดินตามหลัง

 

ทุกครั้งที่เขาเร่งความเร็วฝีเท้า ฮินะงิคุก็จะเดินเร็วขึ้นเหมือนกัน เป็นนัยอย่างชัดเชนว่าไม่ให้เขาเดินข้างๆ ทำให้วู่หยานมึนงง

 

นี้ฉันทำอะไรผิดอีก?

 

ฮินะงิคุที่กำลังเดินอยู่ ในใจตีกันยุ่งเหยิงสับสนไปหมด ที่เธอเลยเดินนำหน้าเพราะเธอไม่รู้ว่าจะสู้หน้าเข้ายังไง

 

ก่อนหน้านี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเธอเลยสักคน ตอนแรกเป็นเพราะวู่หยานพูดอะไรไร้สาระอย่างอ่านหนึ่งชั่วโมงก็สอบผ่านได้ เธอเลยรู้สึกไม่ดีกับเขา

 

ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการนักเรียนฮาคุโอ ในมุมมองของเธอวู่หยานเป็นคนที่หยิ่งและอวดดีมากที่ได้ดูถูกฮาคุโอ ดังนั่นเธอเลยได้พนันกับเขาด้วยความโกรธ

 

หลังจากนั่น ในหนึ่งชั่วโมงที่พวกเขาได้พูดคุยกัน ฮินะงิคุก็ค่อยๆพบว่า วู่หยานไม่ใช่คนหยิ่งอย่างที่เธอคิด ตรงกันข้าม เขาเป็นคนเข้าหาได้ง่ายมาก นี่ทำให้เธอวางความรู้สึกไม่ดีต่อเขาไป แล้วเริ่มหันมามองเขาใหม่

 

ภายใต้ผลของการเปลี่ยนมุมมองและความทึ่งกับความจำของเขา ทำให้เธอเริ่มรู้สึกสนใจวู่หยาน หลังจากนั่นเรื่องที่เขามาเป็นพ่อบ้านของเธอ เพราะเธอคิดแค่ว่าช่วยได้เลยช่วยกับเขาที่มาจาก ‘ต่างประเทศ’ ซึ่งไร้ที่ซุกหัวนอน

 

ค่อยๆใช้เวลากับเขามากขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เริ่มเข้าในตัววู่หยานมากขึ้น เขาจะพยายามทำให้เธอหัวเราะได้ทุกวันและการที่เธอได้พึ่งพาอาหารของเขา มันทำให้เธอค่อยๆคิดว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

 

และคืนนั่นก็เกิดขึ้น เขาบุกเข้าห้องเธอและเห็นตัวเธอในสภาพเปลือย นี่ทำให้ฮินะงิคุโกรธมาก

 

เธอแคร์รูปร่างของเธอมากโดยเฉพาะตรงหน้าอก อายุเกือบจะสิบหกแล้วแต่หน้าอกเธอยังเล็กกว่าเด็กมัธยมต้นอีก นี่ทำให้ฮินะงิคุรู้สึกกังวลและยังเป็นปมด้อยของเธอ

 

ดังนั่นคืนนั่น หลังจากที่วู่หยานเห็นหน้าอกเธอ ฮินะงิคุก็คิดว่าเขาจะต้องมาล้อเธอแน่ๆ โดนล้อโดยเพื่อนสนิทที่สุด เห็นสีหน้าเสียใจของวู่หยานเธอก็ยิ่งรู้สึกแย่มากกว่าเดิม

 

จิตใจเธอไม่มันคงเหมือนจะพังทลาย เธอเลยไม่สนใจร่ายเปลือยจองตัวจะถูกเห็น เธอแค่คิดจะสอนบทเรียนให้เขา แต่วู่หยานไม่หัวเราะหรือล้อเธอ ใครจะไปคิดว่าเขาทั้งไม่ล้อแต่ยังพูดว่า ‘ฉันชอบมันมาก’

 

เธอจิตใจเธอสับสน ถึงแม้เธอจะเป็นที่นิยมในฮาคุโอ แต่เธอไม่เคยใช้เวลากับผู้ชายคนไหนเลย แล้วเธอจะไปเคยมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ยังไง ยิ่งเขาพูดว่า ‘ชอบ’ ด้วย

 

ตั้งแต่คืนนั่น ความรู้สึกที่เธอมีต่อวู่หยานก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่นานหลังจากนั่น ฮินะงิคุก็รู้สึกถึงจิตใต้สำนึกของเธอที่ปฏิเสธความรู้สึก ความรู้สึกของเธอที่มีต่อวู่หยาน......

 

เป็นครั้งแรกจริงๆที่เธอมีความรู้สึกแบบนี้กับผู้ชาย เธอไม่รู้ว่าจะทำหน้าแบบไหนเวลาเจอวู่หยาน ดังนั่นเธอเลยตัดสินใจที่จะทำตัวเหมือนที่ผ่านๆมา แต่เธอกลับทำไม่ได้ จากปกติที่สามารถหยอกล้อหัวเราะด้วยกันได้ แต่ตัวเธอตอนนี้กลับทำไม่ได้

 

ด้วยท่าทางห่างเหินและไม่พูดตอบเขา ฮิยะงิคุเริ่มรู้สังกังเวล กังวลว่าวู่หยานจะเกลียดเธอที่ทำตัวแบบนี้

 

แต่วู่หยานกัลบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงทำอาหารให้เธอ ยังคงเล่นมุขแป๊ก นี่ทำให้ความรู้สึกแปลกๆในใจเธอเริ่มเพิ่มพูนขึ้น จนมันกลายเป็นความรู้สึกที่แรงกล้า.......

 

และวันนี้เอง ฮินะงิคุก็สับสนวุ่นวาย การที่เขาปิดบังอะไรบ้างอย่างกับเธอ ทำไมเธอถึงรู้สึกเสียใจกัน? ยังถูกเขากอด เธอควรจะดิ้นให้ปล่อยถึงจะถูกสิ? ทำไมเธอถึงไม่สามารถต้านทานความอบอุ่นที่เขามอบให้?

 

แถมพอได้ยินอิสึมิเชิญวู่หยานไปบ้าน ทำไมตัวเธอถึงรู้สึกไม่ดีแบบนี้?

 

ฮินะงิคุได้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย ใจเธอไม่ค่อยสั่นไหวมากนัก แต่ภายใต้ความคิดอันไร้ที่สิ้นสุดนี่ หัวใจเธอก็ได้เกิดระลอกคลื่นเล็กๆขึ้น เวลาผ่านไปมันก็ได้กระเพื่อมไปทั่วหัวใจเธอ

 

“นี่ คุณหนูฮินะงิคุ ถ้าฉันทำอะไรผิดไปก็แค่พูดออกมาตรงๆ ฉันจะได้ไม่ต้องมากังวลแบบนี้”

 

มองดูฮินะงิคุจมไปในความคิดตน เธอได้เดินกลับบ้านผิดทาง วู่หยานพูดไม่ออกจริงๆ พวกเขาได้เดินมาถึงป่าเล็กๆ ดังนั่นเขาเลยวิ่งไปบล็อกทางด้านหน้าเธอ ด้วยสีหน้าเหมือนว่าเขาจะ ‘สละชีพเพื่อชาติ’

 

ฮินะงิคุสะดุ้งตกใจถอยหลังสองก้าวกับการกระทำของเขา แต่พอมองเห็นวู่หยานที่ทำสีหน้าโง่ๆ เธออดที่จะหัวเราะไม่ได้

 

วู่หยานยิ้มออกมาเมื่อเห็นเธอหัวเราะ “โอ้ ยิ้มแล้ว? แสดงว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วใช้ไหม?”

 

ฮินะงิคุได้ยินก็ ยิ้มฝืนออกมา “ฉะ..ฉันสบายดี นะ...แน่นอนอยู่แล้ว”

 

“จริงเหรอ?” วู่หยานจ้องฮินะงิคุก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้จนหน้าแทบจะชนกัน วุ่หยานพูดยิ้ม “มองหน้าฉัน แล้วพูดอีกครั้งสิ ว่าฉันสบายดีน่ะ”

 

หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าก็ค่อยๆแดง มองหน้าเขาที่ห่างไปไม่กี่นิ้ว เธอช่วยไม่ได้ที่จะถอยหลัง

 

เรื่องอะไรเขาจะปล่อยเธอไปละ? เห็นฮินะงิคุถอยหลัง วู่หยานก็เดินหน้า สุดท้ายเมื่อหลังฮินะงิคุถอยจนไปชนกับต้นไม้ เขาก็ยังเดินหน้าต่อไป ทำให้ใจเธอเต้นแรงกว่าเดิม ฮินะงิคุหันหน้าหนีไปทางอื่นปากก็ตะโกนว่า

 

“ฉันสบายดี สบายดีจรริงๆ”

 

วู่หยานกรอกตา “หน้าฉันเธอยังไม่กล้ามองเลย แล้วยังมาพูดว่าสบายดีอีกงั้นเหรอ? จริงๆเลย ถ้าเธอมีอะไรอยากจะพูดก็พูดออกมาเลย ไม่งั้น ฉันจะไม่ทำตามสัญญาครั้งก่อนนะ”

 

“สัญญา?” ฮินะงิคุหันหน้ากลับมาด้วยความสับสน และจ้องหน้าวู่หยาน

 

วู่หยานกรอกตา แล้วทำหน้าเสียใจมองฮินะงิคุ “ใช้สิ เธอลืมไปแล้วสินะ?”

 

เธอเกาแก้มด้วยท่าทางลำบากใจ ก่อนจะมองวู่หยานด้วยสีหน้าขอโทษ “สัญญาอะไร...”

 

“ในเมื่อเธอลืมไปแล้วก็ช่างมันเถอะ”

 

“อะไรกัน ในเมื่อนายพูดออกมาแล้วก็พูดออกมาให้หมดเลยสิ! หรือว่า....จะเป็นการเดิมพันครั้งก่อน?” เธอส่ายหัวไปมาพยายามนึก พอได้ยินคำพูดวู่หยาน เธอก็ตอบกลับมาด้วยท่าทางหัวเสีย

 

มองท่าทางฮินะงิคุด้วยยิ้มขบขัน เอื้อมไปจับมือเธอแล้วสะบัดไปมา

 

“ก็เรื่องเมื่อเช้านี้ไง ไม่ใช่ฉันเพิ่งบอกเธอไปเองเหรอว่า ฉันจะบอกความลับของตัวเองให้ถ้าถึงเวลานะ มันเพิ่งเกิดขึ้นวันนี้เองนร้า~ แล้วเธอยังกล้าเรียกตัวเองว่านักเรียนดีเด่นอีกเหรอเนีย?”

 

“อ่อ เรื่องนี้เอง” ก่อนที่เธอจะตระหนักอะไรที่สำคัญมาก เธอตะโกนเสียงดังออกมา

 

“ไม่! เดียวก่อน ช่างมันไม่ได้นะ! ไม่ใช่นายพูดเองเหรอว่าจะไม่โกหกผู้หญิงขณะที่กอดเธออยู่น่ะห๊ะ? นายต้องรักษาสัญญาสิ!!”

 

มองดูฮินะงิคุโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง วู่หยานพูดไม่ออก ถ้าฉันจำไม่ผิด คนที่ลืมสัญญาก่อนเป็นเธอเองไม่ใช่? โถ่ท่านประธาน.....

 

“เป็นเธอลืมเอง ไม่ใช่ฉันกลับคำพูดซะหน่อย.....”

 

“ไม่ได้! ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด!!” ฮินะงิคุจ้องวู่หยานเขม็งด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้วู่หยานพูดไม่ออกกับท่าทางโอเวอร์ของเธอ

 

กรอกตาไปมา วู่หยานจับคาง ก่อนที่จะแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ย์

 

“ยังไงก็ต้องรักษาสัญญาใช้ไหม?”

 

“ของมันแน่อยู่แล้ว!” เธอตอบกลับอย่างไม่ลังเล

 

ได้ยินดังนี้ วู่หยานก็มองฮินะงิคุด้วยรอยยิ้มกว้าง ทำให้เธอสะดุ้งโหยง เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

 

“ถ้างั้น คุณหนูฮินะงิคุครับ ในเมื่อเป็นคนพูดเองว่าต้องรักษาสัญญา งั้นไม่คิดว่าตัวเองก็สมควรทำตามสัญญาก่อนหน้านี้บ้างเหรอครับ?” วู่หยานแย้มยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

ฮินะงิคุตกใจ ก่อนที่จะตอบกลับด้วยความมั่นใจ “ได้! นายพูดมาเลย ฉันจะทำตามแน่นอน!”

 

ได้ยินเธอพูด รอยยิ้มวู่หยานยิ่งกว้างกว่าเดิม ก่อนที่จะค่อยๆขยับใบหน้าเข้าหาฮินะงิคุ เธอขมวดคิ้ว หน้าวู่หยานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอเหมือนคิดอะไรออก ‘ปัง’ ใบหน้าร้อนผ่าวจนเป็นไอ

 

เธอลนลานไม่รู้จะทำยังไง “นะ...นายจะทำอะไร....?”

 

วู่หยานยกยิ้ม ก่อนที่จะค่อยๆขยับปากพูด

 

“เธอพูดซิว่าฉันกำลังจะทำอะไร....”

 

ฮินะงิคุอยากจะถอยแต่ด้านหลังมีต้นไม้ ตัววู่หยานได้แนบชิดกับเธอแล้ว มองใบหน้าที่ใกล้เข้ามา ฮินะงิคุทำได้แค่ยกมือดันหน้าอกวู่หยาน ด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ไม่...อย่าทำนะ...”

 

เมินเสียงขอความเมตตาของเธอ ในใจวู่หยานกำลังโห่ร้องด้วยความดีใจ

 

โอกาสดีๆแบบนี้แถมยังมีบรรยากาศที่เป็นใจถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ทำก็ควรไปผูกคอตายใต้พริกซะ!

 

จับเอวเธอด้วยมือของเขา วู่หยานดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเขา และค่อยๆก้มหน้าไปหาริมฝีปากของเธอ ...

 

เธอเริ่มตัวสั่นด้วยความกังวล หลังจากที่เธอถูกเขากอดและสัมผัสได้ถึงไออุ่นของเขา ฮินะงิคุเริ่มหายใจถี่ระรัว ก่อนที่จะปิดตายอมรับชะตากรรม

 

ชั่วขณะที่เขากำลังจะได้สัมผัสดินแดนในฝัน  ความรู้สึกถึงวิกฤตรุนแรงระลอกหนึ่งก็ระเบิดขึ้นกลางใจเขา วู่หยานตัวเกร็ง ตาเปิดพรึบ กอดตัวฮินะงิคุกระโดดหนีออกจากจุดเดิม

 

“ปัง!!”

 

แทบจะวินาทีเดียวกับที่วู่หยานหนีออกมา จุดที่เขาอยู่เมื่อกี้ก็เกิดเสียงดังขึ้น ฮินะงิคุสะดุ้งตกใจ รีบลืมตามอง เมื่อเห็นตัวตรงหน้า สีหน้าเธอก็ขาวซีดด้วยความหวาดกลัว

 

มันตัวใหญ่กว่าคนปกติประมาณ50% สวมชุดเกราะ ในมือถือขวานสองมือขนาดใหญ่ จากรูปลักษณ์ มันดูเหมือนชุดเกราะขนาดใหญ่ที่ถือขวานยักษ์เดินได้ยังไงยังงั้น

 

มันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ยกเว้นตรงส่วนหัว ที่มันไม่มี!!

 

เขายังกอดเธอ วู่หยานเงยหน้ามองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ว่าสีหน้าเขาจะเรียบเฉย แต่นัยน์ตาและใจเขากำลังร้อนรุ่มไปด้วยไฟแห่งโทสะ!

 

ตัวเองหลักขัดจังหวะฉันยังพอทนได้ แต่กับไอ้ขยะไร้หัวอย่างแก..ฆ่า! ต้องฆ่าเท่านั่น!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด