ตอนที่แล้วเทพเจ้าสงคราม บทที่ 210 ฉิงเจียปะทะผู้นำพรรคตระกูลหนานกง (อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเทพเจ้าสงคราม บทที่ 212 บุกพรรคตระกูลหนานกง

เทพเจ้าสงคราม บทที่ 211 ราชันเทพวายุขั้นที่สาม (อ่านฟรี)

(อ่านฟรี) แปลโดย iPAT 

 

“ฟิ้ว…” 

 

ลำแสงสีทองพาดผ่านอากาศราวกับดาวตกที่งดงาม ด้วยพลังอำนาจของราชันทรราชขั้นสูง หากปราศจากอาภรณ์วิญญาณ ฉิงเจียอาจตกตายได้ในพริบตา 

 

มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างราชันทรรมชขั้นสูงกับราชันทรราชขั้นต้น หากไม่ใช่เพราะการคงอยู่ของแหวนประกายดารา ฉิงเจียย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง 

 

อย่างไรก็ตามเผชิญหน้ากับการโจมตีโดยตรงของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ฉิงเจียยังไม่รู้สึกหวาดกลัว ตรงข้ามเขาใช้สายธารแห่งดวงดาวเป็นแนวป้องกันก่อนจะปิดเปลือกตาลง 

 

“เด็กน้อย ต้องการตายงั้นหรือ?” 

 

ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงเคลื่อนที่หลบหลีกสายธารแห่งดวงดาวด้วยความเร็วสูงและเข้าใกล้ฉิงเจียมากขึ้นทุกขณะ 

 

แต่ถึงกระนั้นฉิงเจียยังไม่คิดหลบหนีหรือเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เขากระทั่งปิดเปลือกตาลง นี่ทำให้ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงรู้สึกงุนงง ขณะเดียวกันเพลิงโกรธในหัวใจของเขาก็ยิ่งลุกไหม้มากขึ้น เพราะการกระทำของฉิงเจียชัดเจนว่าไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย 

 

“ราชันเทพวายุ!” 

 

ทันใดนั้นฉิงเจียพลันเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องประกายออกมาจากดวงตา ในเวลาเดียวกันพายุกรรโชกแรงก็พวยพุ่งขึ้นจากปลายเท้าของเด็กหนุ่มอย่างกะทันหัน 

 

“ฮูม…” 

 

ในเสี้ยววินาทีต่อมาร่างกายของฉิงเจียจึงอันตรธานหายไปจากมุมมองสายตาของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงอย่างสิ้นเชิง 

 

“นี่เป็นไปได้อย่างไร?”  

 

แม้ฉิงเจียจะหายไปจากสายตาของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง แต่ชายชรายังสามารถสัมผัสถึงคลื่นอากาศที่ปั่นป่วนและทำให้ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงกับทักษะลึกลับที่ดูราวกับการเคลื่อนย้ายข้ามมิติของฉิงเจีย 

 

“ครืน…ครืน…”  

 

เป็นเพียงเวลานี้ที่เสียงสายลมดังขึ้นรอบตัวผู้นำพรรคตระกูลหนานกง เมื่อเขาหันหน้ามองไปรอบๆ ใบหน้าของเขากลับกลายเป็นซีดเผือดเมื่อมองเห็นสายธารแห่งดวงดาวที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง 

 

เห็นสายธารแห่งดวงดาวเหล่านี้ ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงตระหนักรู้ทันทีว่าฉิงเจียมิได้หลบหนีแต่กลับทะยานร่างเข้าต่อสู้กับเขาโดยตรง 

 

“ราชันเทพวายุ! มันคือราชันเทพวายุจริงๆ” 

 

ตระหนักถึงสายลมสีขาวที่กรรโชกแรงมาจากด้านหลัง ชายชรานึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้อย่างกะทันหันแต่ยังไม่กล้าที่จะเชื่อ 

 

ทักษะราชันเทพวายุเป็นทักษะระดับสูงสุดของวังยุทธ์อวี๋เฟิง มันเป็นทักษะท่าร่างที่ลึกลับที่สุด กระทั่งตัวชายชราที่มีประสบการณ์มากมายก็เคยได้ยินเพียงชื่อของมันเท่านั้น แต่เมื่อเห็นความเร็วอันเป็นที่สุดของฉิงเจีย ชายชราจึงมิสามารถคิดเป็นอื่น 

 

เมื่อฉิงเจียสามารถใช้ทักษะราชันเทพวายุได้โดยไม่คาดคิด ช่วยไม่ได้ที่เหงื่อนอันเย็นเยียบจะไหลลงมาจากหน้าผากของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ทั้งหมดก็คือแม้ทักษะราชันเทพวายุจะได้รับการยกย่องจากผู้คนในดินแดนภาคตะวันออกของทวีปเถียนหวู่ แต่มันกลับยากที่จะฝึกฝน จนถึงเวลานี้ มันยังไม่มีผู้ใดในวังยุทธ์อวี๋เฟิงประสบความสำเร็จและเป็นผู้เชี่ยวชาญทักษะนี้มาก่อน 

 

นั่นทำให้ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่ฉิงเจียสามารถแสดงทักษะชนิดนี้ออกมา 

 

ในความเป็นจริงก่อนหน้านี้ฉิงเจียพยายามฝึกฝนทักษะราชันเทพวายุขั้นที่สามมาตลอด อย่างไรก็ตามเขากลับไม่ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากบรรลุระดับราชันทรราช เขากลับสามารถใช้ทักษะราชันเทพวายุขั้นที่สามออกมาได้อย่างกะทันหัน นี่ทำให้ฉิงเจียเข้าใจว่าการใช้ทักษะขั้นที่สามจำเป็นต้องอาศัยพลังปราณระดับราชันทรราชเป็นอย่างน้อย  

 

ด้วยทักษะราชันเทพวายุ ฉิงเจียไม่จำเป็นต้องควบรวมปีกพลังปราณขึ้นบนแผ่นหลังอีกต่อไป เพราะเขาสามารถเหยียบย่ำอากาศได้ราวกับอยู่บนพื้นดิน อย่างไรก็ตามเมื่อเขาสร้างปีกขึ้น มันยิ่งทำให้ความเร็วของเขาเหนือล้ำยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นแม้แต่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงก็ยังมิสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเขา 

 

“ฮืม ดูเหมือนข้าจะยังประเมินเจ้าต่ำเกินไปจริงๆ” 

 

เห็นสายธารแห่งดวงดาวรอบตัว ใบหน้าของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจึงกลายเป็นน่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่สุด 

 

“ฝนดาวตก!” 

 

ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงคำรามเสียงดังและปลดปล่อยพลังปราณสีแดงออกไปรอบด้านก่อนจะกลายเป็นลูกศรแสงจำนวนมากพุ่งปะทะสายธารแห่งดวงดาวด้วยความเร็วสูง 

 

“ปัง ปัง ปัง ปัง…” 

 

ฝนดาวตกสีแดงปะทะกับสายธารแห่งดวงดาวสีเงินอย่างดุเดือดและส่งคลื่นกระแทกระเบิดออกไปรอบด้านอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงดังสนั่นราวกับสวรรค์กำลังจะถล่มทลาย 

 

“เด็กนั่นสามารถต่อต้านท่านผู้นำงั้นหรือ?” 

 

เห็นการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างฉิงเจียกับผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ช่วยไม่ได้ที่ผู้อาวุโสของพรรคตระกูลหนานกงตลอดไปถึงกลุ่มของหลี่เสี่ยวฮันจะรู้สึกตกใจ โดยเฉพาะใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสของพรรคตระกูลหนานกงที่กลายเป็นซีดเผือดและไม่อยากจะเชื่อ 

 

พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฉิงเจียที่เป็นเพียงราชันทรราชขั้นต้นจึงสามารถรับมือผู้นำพรรคตระกูลหนานกงที่เป็นราชันทรราชาขั้นสูง 

 

อย่างไรก็ตามหลังจากเห็นสายธารแห่งดวงดาว กลุ่มของหลี่เสี่ยวฮันจึงสามารถผ่อนคลาย  

 

หลังจากนั้นหลี่เสี่ยวฮันจึงเริ่มเปิดฉากการต่อสู้กับผู้อาวุโสของพรรคตระกูลหนานกงเช่นกัน 

 

“ปัง ปัง” 

 

ในความคิดของทุกคน พวกเขาเห็นเพียงพลังอำนาจอันเป็นที่สุดของสายธารแห่งดวงดาว แต่เรื่องที่ผู้คนไม่รู้ก็คือสิ่งที่ทำให้ฉิงเจียได้เปรียบฝ่ายตรงข้ามกลับเป็นทักษะราชันเทพวายุขั้นสูงสุด 

 

หลังจากเผชิญหน้ากับพลังอำนาจของราชันทรราชขั้นสูง ฉิงเจียค้นพบว่าสายธารแห่งดวงดาวยังมิสามารถเอาชนะผู้นำพรรคตระกูลหนานกงได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งพาความเร็วที่เป็นไพ่ตายของเขา 

 

“ฮืม เหตุใดเด็กนี่จึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?” 

 

ตอนนี้ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงเริ่มตระหนักว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉิงเจีย ดังนั้นเขาจึงต้องปลดปล่อยพลังอำนาจทั้งหมดและใช้ทักษะระดับสูงสุดออกมา นั่นทำให้เขายังสามารถต่อสู้กับสายธารแห่งดวงดาวได้อย่างเท่าเทียม 

 

“ปัง ปัง” 

 

แสงดาวส่องประกายไปรอบๆและเกิดการปะทะอย่างไม่รู้สิ้นสุด กล่าวได้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงและงดงามในเวลาเดียวกัน 

 

อย่างไรก็ตามยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อออกไปนานเท่าใด พลังวิญญาณของฉิงเจียก็ลดลงมากเท่านั้น ทั้งหมดก็คือการกระตุ้นใช้งานแหวนประกายดาราจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณปริมาณมหาศาล 

 

เพราะไม่ว่าอย่างไรฉิงเจียก็ยังเป็นราชันทรราชขั้นต้น ดังนั้นหากยังมิสามารถเอาชนะผู้นำพรรคตระกูลหนานกงได้เร็วๆนี้ เขาจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือกระทั่งพ่ายแพ้ในที่สุด 

 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเจียจึงกวาดตามองไปรอบๆและค้นพบว่ากลุ่มของเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน พวกเขามิสามารถเอาชนะผู้อาวุโสพรรคตระกูลหนานกงได้ในระยะเวลาสั้นๆ 

 

‘ดูเหมือนมันยังเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะราชันทรราชขั้นสูง’ 

 

ตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยไม่ได้ที่ฉิงเจียจะส่ายศีรษะและรู้สึกว่าตนเองทำเรื่องผิดพลาดไปแล้ว 

 

“ครืน…” 

 

ทันใดนั้นฉิงเจียกลับระเบิดพลังงานแสงดาวออกมาอย่างกะทันหันเป็นเหตุให้สายธารแห่งดวงดาวที่ล้อมรอบผู้นำพรรคตระกูลหนานกงยิ่งทรงพลังมากขึ้น 

 

“ฮืม ไร้เดียงสา!” 

 

แต่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงกลับก่นเสียงเย็นเย้ยหยันเพราะเขารู้ว่าฉิงเจียมิสามารถใช้งานสมบัติระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องย สุดท้ายฉิงเจียจะต้องพ่ายแพ้เขาอย่างแน่นอน 

 

“ปัง ปัง” 

 

แม้จะปลดปล่อยพลังอำนาจทั้งหมดออกมา ฉิงเจียก็ยังมิสามารถเอาชนะผู้นำพรรคตระกูลหนานกง 

 

อย่างไรก็ตามมองไปยังสายธารแห่งดวงดาวที่ระเบิดขึ้นอย่างไม่รู้จบสิ้น มุมปากของฉิงเจียกลับยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะก่อนจะโยนเม็ดยาสมบัติเข้าไปในปากอย่างไร้ความกังวล 

 

เป็นเพียงหลังจากนั้นที่เขาใช้ทักษะราชันเทพวายุขั้นสูงสุดระเบิดความเร็วพุ่งเข้าไปในพรรคตระกูลหนานกงอย่างกะทันหัน 

 

ในความเป็นจริงฉิงเจียรู้ดีว่าสายธารแห่งดวงดาวเหล่านี้มิสามารถเอาชนะผู้นำพรรคตระกูลหนานกง แต่มันเป็นเพียงสิ่งกีดขวางเพื่อให้เขาสามารถฉวยโอกาสหลบหนีออกจากการต่อสู้และเข้าไปปฏิบัติภารกิจหลักของเขาในพรรคตระกูลหนานกงเท่านั้น