ตอนที่แล้วเทพเจ้าสงคราม บทที่ 209 การต่อสู้ระหว่างราชันสงคราม (อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเทพเจ้าสงคราม บทที่ 211 ราชันเทพวายุขั้นที่สาม (อ่านฟรี)

เทพเจ้าสงคราม บทที่ 210 ฉิงเจียปะทะผู้นำพรรคตระกูลหนานกง (อ่านฟรี)

(อ่านฟรี) แปลโดย iPAT 

 

ปีกสีแดงสะบัดตัวอย่างรุนแรงและนำฉิงเจียพุ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยความเร็วสูง 

 

ยิ่งเข้าใกล้พรรคตระกูลหนานกงเท่าใด ฉิงเจียก็ยิ่งตื่นเต้นเท่านั้น ตราบเท่าที่สามารถเข้าไปในพรรคตระกูลหนานกง เขาจะสามารถใช้พลังวิญญาณค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของผู้อาวุโสวังยุทธ์อวี๋เฟิง 

 

“ครืน…” 

 

แต่ทันใดนั้นห้วงมิติด้านหน้าของฉิงเจียกลับเกิดการบิดเบี้ยวก่อนที่ร่างของชายชราผู้หนึ่งจะปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน 

 

เห็นชายชราผู้นี้ คิ้วของฉิงเจียถึงกับขมวดแน่น เพราะเขามิใช่ผู้ใดนอกจากผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ราชันทรราชขั้นสูง 

 

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบรรลุระดับราชันทรราชด้วยอายุเท่านี้ แต่เจ้าไม่ควรมาที่นี่ในวันนี้” ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงกล่าวเสียงเย็น 

 

ในฐานะผู้นำพรรคตระกูลหนานกง เขาย่อมเคยได้ยินชื่อของฉิงเจีย อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยเห็นหน้าฉิงเจีย ดังนั้นจึงมิสามารถเชื่อมโยงเด็กหนุ่มตรงหน้ากับฉิงเจีย ทั้งหมดก็คือเขาไม่เชื่อว่าฉิงเจียจะสามารถบรรลุระดับราชันทรราชได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ 

 

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ได้ยินคำกล่าวของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ฉิงเจียจึงเผยรอยยิ้มบางและถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

 

“เพราะเจ้าจะถูกทำลายอยู่ที่นี่ในวันนี้!”  

 

ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงคำรามเสียงเย็นและส่งฝ่ามือสีทองที่น่าเกรงขามพุ่งเข้าโจมตีฉิงเจียทันที 

 

“ฮืม” 

 

อย่างไรก็ตามเผชิญหน้ากับพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว ฉิงเจียยังก่นเสียงเย็นเย้ยหยันก่อนจะระเบิดพลังวิญญาณสีดำออกมาจากร่างกาย 

 

“ปัง” 

 

ฝ่ามือสีทองของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงและยังส่งคลื่นกระแทกสีทองแผ่พุ่งออกไปทุกทิศทุกทางอีกด้วย 

 

เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วยไม่ได้ที่มุมปากของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจะยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยเยาะ ในความคิดเห็นของเขา ราชันทรราชขั้นต้นมิสามารถรอดชีวิตไปจากการโจมตีนี้ 

 

“อันใด?” 

 

แต่หลังจากระลอกคลื่นกระจายหายไป ใบหน้าของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงกลับกลายเป็นตกตะลึงเมื่อมองเห็นฉิงเจียยังปลอดภัยและไม่แม้แต่จะเคลื่อนย้ายออกจากตำแหน่งเดิม 

 

“นี่เป็นไปได้อย่างไร?” 

 

มองไปยังกลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่ดูราวกับเปลวไฟสีดำปะทุขึ้นบนร่างของฉิงเจีย ใบหน้าของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงถึงกับเปลี่ยนสีไปในทันที 

 

ทักษะยุทธ์ที่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงพึ่งใช้ออกเป็นทักษะโจมตีระดับสูงสุดของพรรคตระกูลหนานกงและมันยังถูกใช้ออกโดยราชันทรราชขั้นสูง ในความเป็นจริงมันเพียงพอที่จะสังหารหมู่ราชันทรราชขั้นต้นจำนวนมาก แต่ฉิงเจียกลับไม่ได้รับผลกระทบ มันจึงช่วยไม่ได้ที่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจะรู้สึกตื่นตะลึง 

 

แน่นอนว่าผู้นำพรรคตระกูลหนานกงไม่รู้ว่าพลังงานสีดำที่ห่มคลุมอยู่บนร่างกายของฉิงเจียก็คือทักษะอาภรณ์วิญญาณและเป็นมันที่ทำให้พลังอำนาจของฉิงเจียก้าวเข้าสู่ระดับราชันทรราชขั้นกลางทันที 

 

เมื่อความแข็งแกร่งของฉิงเจียก้าวมาถึงระดับนี้ อาภรณ์วิญญาณบนร่างของเขายิ่งดูลึกลับและมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก แม้มันจะเป็นเกราะชนิดหนึ่งแต่มันกลับสามารถพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับชุดคลุมที่งดงามและหรูหราชุดหนึ่ง 

 

“ปีศาจน้อย ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป” 

 

“เจ้าคือผู้ใดและมาจากกองกำลังใดกันแน่?” 

 

เห็นฉิงเจียในเวลานี้ ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงถึงกับต้องขมวดคิ้วลึกด้วยความสงสัย ฉิงเจียสามารถทำลายการโจมตีของเขาและยกระดับพลังได้อย่างกะทันหัน นี่ทำให้ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงรู้สึกงุนงง 

 

เขาเคยได้ยินว่ามีวิธีการบางอย่างที่สามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้อย่างกะทันหันเช่นการใช้เม็ดยา แต่มันก็จำกัดอยู่ในระดับจอมยุทธ์ราชันสวรรค์เท่านั้น 

 

สำหรับตัวตนเช่นราชันทรราชที่สามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้อย่างกะทันหัน เขาไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดสามารถกระทำได้ นี่ทำให้ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงคาดเดาว่าฉิงเจียอาจมาจากเขตทะเลไร้บรรจบ 

 

อย่างไรก็ตามยิ่งคิด ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงก็ยิ่งรู้สึกว่าฉิงเจียอาจไม่ใช่คนจากเขตทะเลไร้บรรจบแต่อาจเป็นศิษย์ของกองกำลังใหญ่จากดินแดนภาคกลางของทวีปเถียนหวู่ 

 

ภาคกลางของทวีปเถียนหวู่เป็นสถานที่สำหรับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง แม้แต่ตัวตนเช่นผู้นำพรรคตระกูลหนานกงก็ยังมิสามารถยั่วยุ 

 

ดังนั้นเมื่อเห็นความสามารถของฉิงเจีย ช่วยไม่ได้ที่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจะคิดว่าฉิงเจียมาจากภาคกลางของทวีปเถียนหวู่ ดังนั้นเขาจึงต้องเปิดปากถามเป็นอันดับแรก 

 

“ศิษย์วังยุทธ์อวี๋เฟิง ฉิงเจีย!” 

 

เห็นผู้นำพรรคตระกูลหนานกงถาม ฉิงเจียเพียงเผยรอยยิ้มบางก่อนจะเงยศีรษะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ 

 

“กระไรนะ!? เจ้าคือฉิงเจียงั้นหรือ?” 

 

แต่หลังจากได้ยินคำตอบของฉิงเจีย ใบหน้าของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงยิ่งเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำและกลายเป็นน่าเกลียดน่ากลัว 

 

เพราะเขาไม่เคยคาดคิดว่าเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์อันน่าตื่นตะลึงผู้นี้จะกลายเป็นฉิงเจียที่ทำให้ศิษย์ของพรรคตระกูลหนานกงพบกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำอีกและยังเป็นต้นเหตุทั้งหมดของสงครามใหญ่ครั้งนี้อีกด้วย 

 

“ถูกต้อง คือข้า” เห็นท่าทีตกตะลึงของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ช่วยไม่ได้ที่ฉิงเจียจะรู้สึกตลกขบขันและเผยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า 

 

“ดี เด็กน้อย เมื่อมันเป็นเจ้า ชายชราผู้นี้ก็ไม่จำเป็นต้องออมมืออีกต่อไป”  

 

หลังจากได้รับการยืนยันตัวตนจากฉิงเจีย ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจึงเปลี่ยนการแสดงออกเป็นเย็นชาอย่างที่สุดจากนั้นจึงเริ่มปลดปล่อยพลังอำนาจระดับราชันทรราชขั้นสูงออกมา 

 

พลังปราณสีแดงปะทุขึ้นบนร่างของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงทำให้เขาดูราวกับปีศาจที่ดุร้าย 

 

“ข้าก็ไม่มีความตั้งใจที่จะออมมือเช่นกัน” 

 

เผชิญหน้ากับคำขู่ของผู้นำพรรคตระกูลหนานกง ฉิงเจียกลับไม่เปิดเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวและกระทั่งเผยรอยยิ้มยั่วยุก่อนจะสัมผัสแหวนประกายดาราบนนิ้วมืออย่างแผ่วเบา 

 

“หากต้องการตาย ชายชราผู้นี้จะช่วยเติมเต็มความปรารถนาของเจ้า!” 

 

เห็นการแสดงออกของฉิงเจีย ความโกรธของชายชรายิ่งปะทุขึ้นและส่งกรงเล็บขนาดใหญ่ตรงเข้าขย้ำเด็กหนุ่มทันที 

 

“ฮืม” 

 

เผชิญหน้ากับกรงเล็บสีแดงที่น่าหวาดกลัว ฉิงเจียยังก่นเสียงเย็นเย้ยหยันก่อนจะส่งสายธารแห่งดวงดวงพุ่งออกไปจากแหวนประกายดาราอย่างรวดเร็ว 

 

“ปัง ปัง” 

 

สายธารแห่งดวงดาวทำลายล้างกรงเล็บสองข้างของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงลงอย่างสมบูรณ์ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นช่วยไม่ได้ที่ใบหน้าของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงจะต้องเปลี่ยนสีอีกครั้งและรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงแกนกระดูก 

 

“เจ้า? เจ้าครอบครองสมบัติระดับสูงงั้นหรือ?” 

 

ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงแน่นอนว่ามิใช่คนธรรมดา เพียงเห็นสายธารแห่งดวงดาว เขาก็สามารถตัดสินได้ทันทีว่ามันเป็นสมบัติระดับสูง 

 

“ครืน…” 

 

ฉิงเจียดึงมือกลับทำให้สายธารแห่งดวงดาวลอยกลับมาหาเขาและยังเคลื่อนที่หมุนวนอย่างช้าอยู่รอบตัวเขาอีกด้วย 

 

หลังจากดูดซับพลังงานจากเจตจำนงแห่งสวรรค์และบรรลุระดับราชันทรราช พลังวิญญาณของฉิงเจียในเวลานี้จึงยิ่งน่าเกรงขามและสามารถควบคุมพลังอำนาจของแหวนประกายดาราได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 

“มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”  

 

เห็นสายธารแห่งดวงดาวลอยอยู่รอบๆ ฉิงเจียจึงยกมุมปากขึ้นก่อนจะชี้นิ้วไปยังผู้นำพรรคตระกูลหนางกงเป็นการออกคำสั่งให้สายธารแห่งดวงดาวพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย 

 

“ปีศาจน้อย อย่าได้ประเมินพรรคตระกูลหนานกงต่ำเกินไป” 

 

ได้ยินคำกล่าวของฉิงเจีย ช่วยไม่ได้ที่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงยิ่งโกรธเกรี้ยวมากขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าอย่างไรฉิงเจียก็เป็นเพียงราชันทรราชขั้นต้นที่ต้องพึ่งพาสมบัติ ในฐานะราชันทรราชขั้นสูง เขาย่อมไม่คิดว่าฉิงเจียจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขา 

 

มองไปยังสายธารแห่งดวงดาว ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงกัดฟันแน่นก่อนจะปลอดปล่อยฝ่ามือขนาดใหญ่ออกไป 

 

“ปัง ปัง ปัง ปัง” 

 

ฝ่ามือของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงปะทะกับแสงดาวเป็นเหตุให้เกิดระลอกคลื่นระเบิดออกไปทุกทิศทุกทาง ในเวลาเดียวกัน ร่างของผู้นำพรรคตระกูลหนานกงก็เคลื่อนที่หลบคลื่นพลังแสงดาวได้อย่างคล่องแคล่ว 

 

ฉิงเจียรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ผู้นำพรรคตระกูลหนานกงสามารถต่อต้านสายธารแห่งดวงดาวและกระทั่งพุ่งเข้าโจมตีเขาได้อย่างกะทันหัน ทั้งหมดก็คือชายชราตระหนักว่าไม่สามารถรับมือพลังอำนาจของสายธารแห่งดวงดาวโดยตรงแต่ต้องเอาชนะด้วยความเร็ว 

 

“โอ้ ดูเหมือนมันถึงเวลาที่ต้องใช้กลยุทธ์เล็กน้อย” 

 

อย่างไรก็ตามฉิงเจียกลับไม่รู้สึกหวาดกลัว ตรงข้ามเขากระทั่งยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม กล่าวคือหากเป็นการต่อสู้ด้วยความเร็ว เขาไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวผู้ใด เพราะนี่คือไพ่ตายของเขา