ตอนที่แล้วตอนที่ 7 - เธอไม่จำเป็นต้องคุกเข่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 9 - คุณจะไปซ่อนที่ใหนล่ะ..ที่รัก

ตอนที่ 8 - ข้อเสนอ


“โอ้ว โอ้ว!!” มิย่าร้องเสียงดัง ชายหนุ่มร่างสูงลากเธอลงไปบนพื้นพร้อมกับเขา ทั้งคู่ล้มลง ร่างของเขาทับอยู่บนร่างเธอ เธอเจ็บหน้าอกอย่างมาก เธอมั่นใจว่าซี่โครงเธอต้องหักแน่ๆ

จิมตกใจ

เขามั่นใจว่าหญิงสาวไม่บาดเจ็บแน่นอน ตอนที่เขารู้ตัวว่าได้คว้าตัวเธอมาด้วยอย่างไม่ตั้งใจนั้น เขาได้ใช้มือกุมหัวของเธอเอาไว้  ในเวลานั้นเขาก็ไม่ได้สนใจว่าเธอจะตัวเล็กแค่ใหน หรือเขาจะตัวใหญ่ แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของเธอ เขาก็อยากจะรีบๆ ลุกขึ้นจากหน้าอกของเธอ แต่ขาเขาขยับไม่ได้

เขามองหน้าเธออย่างหมดหนทาง

“ขาของผมชา” จิมประกาศ มิย่ามองเขาด้วยความโกรธ

จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ตระหนักว่า พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันขนาดใหน จนเมื่อเขาได้กลิ่นสบู่ราคาถูกจากตัวเธอ กลิ่นค่อนข้างแรง คล้ายๆ กลิ่นลิลลี่ เขาผงกศรีษะขึ้น จ้องมองไปที่ตาของเธออีกครั้ง

ช่างเป็นดวงตาสีดำที่สะดุดตาอะไรเช่นนี้ เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นดวงตาแบบนี้มาก่อนแน่ๆ

เขารีบถอยกลับ..

อารมณ์อย่างว่าเริ่มเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เขาไม่กล้ามองเธออีก

ระยะใกล้ขนาดนี้  เธอต้องสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ขณะนั้น จิมรู้สึกอับอายอย่างมาก เขารู้สึกเหมือนอยากร้องไห้ ให้ตาย.. เกิดอะไรขึ้นกับเขา?! เขาสบถ นี่เขาคงต้องไปพบจิตแพทย์ด่วนที่สุด!

เขาใช้มือดันพื้น พยายามยกตัวเองขึ้น แต่ขาของเขาก็ยังคงชาอยู่ เขารีบลุกขึ้นยืน และมิย่าก็ลุกขึ้นยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วย

“เธอเจ็บตรงใหนไม๊?” เขาถาม

เธอพยักหน้า รู้สึกเจ็บสีข้าง

“นิดหน่อย ขอบคุณที่ช่วยเอามือรองรับหัวของฉันไว้นะ ไม่งั้นคงเจ็บ”

จิมมี่ถอนหายใจ

“นั่นสิ กะโหลกศรีษะเป็นอวัยะวะที่สำคัญมากเลยล่ะ” เขาบอก

มิย่างุนงง..

“อะไรนะ?” เธอถาม ค่อนข้างสับสน

“กะโหลก” จิมมี่อธิบาย “มันเป็นส่วนที่ปกป้องสมอง สำคัญมาก ไม่ควรให้อวัยวะส่วนนั้นได้รับบาดเจ็บ”

เธอมองเขาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็เลิกสนใจเขา

จิมโกรธ เริ่มปัดฝุ่นตามตัวออก ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าเสื้อผ้าของเขาเปียกจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเขาสั่น เขาหยิบออกมา ดีใจที่มันยังใช้งานได้ และคนที่โทรเข้ามาคือนายปาร์ค เขากดรับสาย

“ว่าไง ชายแก่” จิมทักทายอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าสายที่เข้ามานี้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขาตอนนี้

“สวัสดี จิม” เสียงอ่อนโยนของนายปาร์คดังมาจากโทรศัพท์ “ผมแค่จะโทรมาเช็คกับคุณ นี่ก็เลยเที่ยงมาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปได้ดีไม๊ครับ?”

คำถามของเขาทำให้จิมต้องกรอกตาไปมา

ถ้าเขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้นายปาร์คฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ตามล่า “เจ้าสาวที่เพียบพร้อม” มันคงจะกลายเป็นเรื่องเล่าขาน จากรุ่นสู่รุ่นกันเลยทีเดียว ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

“ก็ไปได้สวย” เขาเลือกตอบแบบนี้แทนการบอกความจริง “ที่นี่ค่อนข้างมีเรื่องให้ผจญภัยเยอะ แต่ผมทำได้ ไม่จบแบบผิดหวังแน่นอน”

“ดีล่ะ ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้น โชคดี และเอิ่ม.. อย่าใจร้ายกับผู้หญิงมากนะ”

หา!! นี่ถ้าปาร์ครู้เรื่องทั้งหมด..

แล้วสายก็ถูกตัดไป

มิย่า ที่เริ่มเก็บเศษเชือก ได้แอบฟังบทสนทนาของจิมอย่างตั้งใจ แต่ก็รู้สึกหงุดหงิด ที่เธอไม่ได้รู้อะไรเพิ่มมากนัก ชายหนุ่มมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และก็หวังว่าจะทำสำเร็จ

เฮอะ!! ได้ข้อมูลเพิ่มมาแค่นี้

เธอมองเขาอีกครั้ง จัดการกรอข้อมูลทั้งหมดในหัวที่เธอได้รู้เกี่ยวกับเขามา แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปะติดปะต่อเรื่องเท่าไหร่ เธอก็ยังคงไม่เข้าใจว่า ชายหนุ่มมาทำอะไรที่บ้านของเธอ

นี่เธอจะเสี่ยงถามเขาดีไม๊? ใครที่เชื่อว่าอินเทอร์เนตฉลาดรู้ไปทุกเรื่อง คนคนนั้นมักโง่กว่านิดนึง

จิมมี่มองเธอวิ่งเหยาะเก็บเศษเชื่อกในห้องโทรมๆของเธอ เขาไม่เข้าใจว่าเธอทำอย่างนั้นทำไม แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขามีเวลาเหลือเพียงสิบเอ็ดชั่วโมง ที่จะเอาสมบัติของเขาคืน

ทันทีที่ นึกถึงเรื่องนี้ เขารีบมองไปที่หญิงสาว และเรียกเสียงดัง “คุณผู้หญิง.. นั่งลง!”

มิย่ามองไปที่ร่างสูงหกฟุตของเขา รีบโยนเชือกไปบนเตียง แล้วนั่งลง ขอบคุณที่เบนยังคงหลับอยู่

จิมยืนหน้าตาบูดบึ้งอยู่หน้าเธอ

“วิลสัน แฟมิลี่ มีลส์” เขาเริ่ม “เธอทำงานอยู่ที่นั่นใช่ไม๊?”

มิย่าพยักหน้า “ใช่”

“เธอทำงานที่นั่นที่เดียวหรือเปล่า?”

“ไม่ ทำไมเหรอ?”

“ไม่ต้องถาม..  เธอมีรายได้เท่าไหร่? ต่อปี หรือต่อเดือนก็ได้ เลือกที่เธอสะดวกจะเปิดเผย”

“ไม่มีรายได้”

“อะไรนะ?”

“ฉันสะดวกที่จะตอบว่า ไม่มีรายได้”

จิมจ้องมอง แต่เธอมัวแต่มองที่หัวเข่าของตัวเอง เลยไม่ทันสังเกตุเห็นว่า เขากำลังถลึงตาใส่เธอ  ผู้หญิงคนนี้นี่...!

“เอาล่ะ.. ถ้างั้นลูกชายของเธอเรียนหนังสือชั้นใหน?”

“ชั้นเหรอ?”

“หมายถึงเรียนอยู่เกรดใหน ในโรงเรียน?”

“เขาอายุห้าขวบ ฉันยังไม่ได้เอาเขาเข้าโรงเรียนเลย คุณฮันเตอร์ ฉันขอร้อง-”

“ไม่ ไม่ต้องขอร้องอะไร บอกผมมา ทำไมเด็กน้อยถึงยังไม่ไปโรงเรียน”

“ทำไม?”

“อะไร?”

“ทำไมฉันตอบด้วยล่ะคะ..ท่าน?”

จิมมี่หน้าตึง

“เอาเป็นว่า ทุกคำถามที่ผมถามคุณมิย่า คุณต้องตอบผมตามความจริงเท่านั้น และถ้าผมพอใจ ผมอาจไม่ฟ้องคุณก็ได้”

มิย่าจ้องเขาด้วยความโกรธ

“ฉันไม่มีเวลาที่จะไปส่ง และไปรับเขากลับจากโรงเรียน ไม่มีโรงเรียนประถมใกล้ๆนี้เลย”

จิมไม่พอใจ

“ฉันเห็นมีอยู่แห่งหนึ่ง แค่ข้ามถนนไป”

“มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

“แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ไปเลย”

“ไม่ทราบว่าคุณต้องการบ้าอะไร คุณฮันเตอร์?”

จิมเกือบจะยิ้มเยาะ

“ก็แค่กำลังประเมินว่า คุณมีความสามารถพอที่จะจ่ายค่าเสียหาย กับค่าชดเชยหรือเปล่า ผมหมายถึงตอนที่ผมลากคุณไปที่ศาล”

“แต่คุณเพิ่งบอกว่าคุณจะไม่ฟ้องฉัน”

“ถ้าผมพอใจ”

มิย่ากำหมัดแน่น

เธอเริ่มโมโห

ไอ้ทุเรศ.. ไอ้ควาย.. ไอ้บ้า..พันครั้ง

จิมเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขารู้สึกมีความสุข นี่เป็นการเอาคืน แค่คุ้มทุนเล็กน้อยจากสิ่งที่เขาต้องทนทรมาน

“มิย่า”เขาเริ่มใหม่อีกครั้ง คราวนี้นุ่มนวลขึ้นมานิดหน่อย “ผมมาที่นี่เพราะมีข้อเสนอ และผมอยากให้คุณยอมรับข้อเสนอของผม ถ้าคุณตกลง จะไม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น”

มิย่าเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ข้อเสนออะไร?” เธอถาม

“เรียกว่าเป็นข้อตกลงดีกว่า ผมจะส่งเสียลูกคุณให้ได้เรียนหนังสือ ในโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศนี้ ถ้าคุณต้องการ และผมจะให้เงินเดือนคุณสำหรับใช้จ่าย รับรองว่าเป็นจำนวนเงินที่มากโขทีเดียว ผมรับรอง”

คิ้วของมิย่าขมวดเข้าหากันมากขึ้น

“คุณจะทำอย่างนั้นไปทำไม แล้วข้อตกลงอะไร?”

จิมมี่สูดลมหายใจ

เขาให้โอกาสตัวเองคิดทบทวนครั้งสุดท้าย เข้าเกลี้ยกล่อมตัวเอง ให้คิดถึงเรื่องฮันเตอร์ คอร์ปอเรชั่นเท่านั้น และต้องเป็นเธอเท่านั้น เขาโพล่งออกมา แม้แต่ตัวเองก็ยังแปลกใจ:

“แต่งงานกับผมนะ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด