ตอนที่แล้วบทที่ 137 อยากเป็นเลขา (อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 139 พัดลมไร้ใบพัด (อ่านฟรี)

EG บทที่ 138 ชีวิตที่มั่นคงและสงบสุข (อ่านฟรี)


“คืนนี้ เราจะออกไปกินข้าวเย็นและดูหนังกันใช่มั้ย? ดีเลย สัปดาห์นี้พี่สาวเธอก็ทำงานกะกลางคืนด้วย ฝีมือการทำอาหารของพี่หลี่แย่มาก” พอได้ยินเรื่องของกิน เหวินตงจวินก็ตื่นเต้นทันที

เฝิงหยู่ยิ้มเยาะ “เดี๋ยวฉันจะไปฟ้องพี่เขย”

ฝีมือแย่งั้นหรอ? แล้วเจ้าโง่ยังคงกินได้เยอะมากทุกมื้อได้ยังไง? เฝิงหยู่สงสัยจริงๆ ว่าในโลกของเหวินตงจวินมีอาหารเพียงแค่สองประเภทเท่านั้น ก็คืออาหารอร่อยมากกับอาหารอร่อย

แน่นอน  เหวินตงจวินแปลงร่างกลายเป็นปีศาจหิวโหยในเย็นวันนั้นระหว่างที่รับประทานอาหารเย็นกัน และคอยหยิบอาหารใส่ปากอยู่เรื่อย เฝิงหยู่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนๆ หนึ่งขยันกินเข้าไปแบบนั้นได้อย่างไร? หลังจากที่เห็นแรงบันดาลใจ เฝิงหยู่พยายามกินเพิ่มมากขึ้นนิดนึง แต่ลีน่าและจางฮั่นก็กินไม่เยอะ ช่วงนี้ลีน่าไม่ค่อยอยากกินอาหารเท่าไร ส่วนจางฮั่นก็อยู่ในช่วงควบคุมอาหาร

เมื่อก่อนจางฮั่นกินได้เยอะกว่าเหวินตงจวินเสียอีกโดยเฉพาะขนม แต่หลังจากช่วงฤดูหนาว เฝิงหยู่ก็ไม่เห็นจางฮั่นกินขนมอีกเลย การควบคุมจิตใจตัวเองของเธอช่างน่ากลัวจริงๆ

พอถึงช่วงดูหนัง พวกเขาได้ที่นั่งต่างกัน มีคนจำนวนมากไปดูหนังในวันนั้น เฝิงหยู่อยากโอบกอดลีน่า แต่เขารู้ว่าลีน่าไม่ยอมแน่ๆ

หลังจากที่ดูหนังจบ เฝิงหยู่มองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่า ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรออกและรีบขับรถไปที่ริมแม่น้ำทันที

“เราจะไปไหนกันหรอ?” ลีน่าถามอย่างสงสัย

“วันนี้อากาศดีมาก เราไปเดินเล่นที่ริมแม่น้ำดูแสงจันทร์กันเถอะ เดี๋ยวผมค่อยขับไปส่งคุณที่หอพัก”

“ดูพระจันทร์เนี่ยนะ? เราจะไปชื่นชมดวงจันทร์โดยที่ไม่มีอาหารได้อย่างไรกัน?” เหวินตงจวินตะโกนถาม

ให้ตายสิ เจ้าตะกละนี่ เราเพิ่งกินอาหารกันเสร็จ นี่คิดถึงอาหารอีกแล้วหรอเนี่ย!

“ไม่มี ที่นั่นไม่มีอาหาร” เฝิงหยู่ตะคอกใส่

“ถ้าคุณไม่มีอาหาร แต่ผมมี ผมยังมีเมล็ดเมลอนอยู่ คุณจะเอามั้ย?” อย่างกับนักมายากล เหวินตงจวินหยิบห่อเมล็ดเมลอนออกจากกระเป๋าของเขา เฝิงหยู่อยากปาเมล็ดเมลอนพวกนี้ใส่หน้าเหวินตงจวินจริงๆ

“ไม่เอา!”

……

พอรถจอดบนถนนร้างแห่งหนึ่งใกล้ๆ ริมแม่น้ำ ทั้งสี่คนก็ลงจากรถ ริมฝั่งแม่น้ำตอนนี้ไม่ครึกครื้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สมัยก่อนแถวนี้ยังมีคนพลุกพล่านจนถึงสี่ทุ่ม

ริมฝั่งแม่น้ำยังไม่มีเสาไฟเหมือนริมถนน และไม่มีหญิงวัยกลางคนมาเต้นรำ มีคู่รักวัยรุ่นสองสามคู่นั่งอยู่ริมฝั่งหัวร่อต่อกระซิกกันไปมา ตรงบริเวณพื้นที่ว่าง มีกลุ่มวัยรุ่นใส่กางเกงขากระดิ่งพร้อมด้วยวิทยุเครื่องใหญ่กำลังเต้นเบรคแดนซ์กันอยู่

เฝิงหยู่จับมือลีน่าและเดินไปด้านข้าง เขาปูหนังสือพิมพ์บนพื้นและนั่งลงพร้อมกับลีน่า มือขวาของเขาโอบไหล่ของลีน่าโดยไม่รู้ตัว “ผมกลัวว่าคุณจะหนาว”

ลีน่าหันมามองหน้าเฝิงหยู่แต่ก็นิ่งเงียบ เธอรู้ดีว่ามันคือคำโกหก แต่เธอไม่อยากจะแสดงออก เธอค่อยๆ เอียงศีรษะไปที่ไหล่ของเฝิงหยู่และนั่งมองสายน้ำที่ไหลไปตามทางด้วยกันอย่างเงียบๆ

น้ำในแม่น้ำไม่ได้ใสมากนัก แต่ก็ยังทำให้มองเห็นเงาสะท้อนของพระจันทร์ได้ บนท้องฟ้าไม่มีเมฆเลย และเต็มไปด้วยดวงดาว แสงไฟสลัวจากเรือหาปลาส่องมาทำให้เห็นหน้าอันสวยงามของลีน่า

“เมื่อวาน เสี่ยวอวิ๋นที่หอพักของฉันเขียนกลอนบทหนึ่ง ดีมากเลย....”

“เมื่อวานซืน อิงอิงจากหอพักข้างๆ ก็ได้รับจดหมายรักฉบับหนึ่งจากหัวหน้าชั้น แต่ลายมือของหัวหน้าชั้นแย่มาก....”

“นายลองทายสิว่าเมื่อตอนบ่ายฉันเจออะไร ผีเสื้อ ตอนนี้มีผีเสื้อแล้ว ตัวมันใหญ่และสีสวยมาก แต่มันบินหนีไปก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ...”

เฝิงหยู่นั่งเงียบๆ ฟังลีน่าพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของเธอ มีหลายเรื่องที่ไม่น่าสนใจเลย แต่ว่าเฝิงหยู่ก็ไม่ได้สนอะไร ถ้าเธออยากเล่า เขาก็พร้อมจะฟัง

การฟังเรื่องต่างๆ ที่ลีน่าเล่าช่วยทำให้เฝิงหยู่ลืมเรื่องที่กังวลลงไปได้บ้าง และยังทำให้เขาลืมเป้าหมายในการหาเงินจำนวนมากด้วย เขาบิดขี้เกียจและค่อยๆ หลับตาลง

ลีน่าดึงหญ้าขึ้นมากระจุกหนึ่งและปัดบนใบหน้าของเฝิงหยู่เบาๆ เฝิงหยู่ลืมตาและเห็นรอยยิ้มของลีน่า โดยมีฉากหลังเป็นกิ่งต้นวิลโลว์พร้อมแสงไฟสลัวๆ จากเรือหาปลาตรงริมแม่น้ำ เป็นอีกครั้งที่เฝิงหยู่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปอยู่ในภาพวาดที่สวยงาม

“ดูสิ นั่นมันดาวชายเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า นายยังจำกลอนได้หรือเปล่า?” ลีน่าชี้ไปที่กลุ่มดาวและมองหน้าเฝิงหยู่อย่างกระตือรือร้น

“แน่นอน จำได้สิ นานมาแล้วมีชายเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า สาวทอผ้าเลื่อนนิ้วมือไปมาเพื่อทอผ้าทั้งวันแต่ก็ยังไม่เสร็จ น้ำตาเธอไหลราวกับฝนตก ที่ทางช้างเผือกพวกเขาจะไม่แยกจากกัน ทั้งสองมองหน้ากันแต่พูดอะไรไม่ออก”

เฝิงหยู่กล่าวถึงกลอน และด้วยบรรยากาศตอนนี้ ทำให้กลอนบทนี้สวยงามมากขึ้น

“นายเก่งมากเลย จำกลอนนี้ได้ด้วย บนท้องฟ้าจะมีชายเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าอยู่จริงๆ มั้ย? เจ้าแม่บนสวรรค์ช่างใจร้ายที่อนุญาตให้เขาได้เจอกันแค่ปีละครั้ง” ลีน่ากล่าวอย่างเศร้า

“ถ้าบนสวรรค์มีชายเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าอยู่จริง เจ้าแม่บนสวรรค์ก็ทำแบบนี้กับลูกสาวถูกแล้วละ”

“ทำไมละ? เธออนุญาตให้พวกเขาเจอกันปีละครั้งเองนะ” ลีน่าตอบอย่างโมโห เธอรู้สึกหงุดหงิดกับคำตอบของเฝิงหยู่

“ก็ถ้าตำนานนี้เป็นเรื่องจริง หนึ่งวันบนสวรรค์จะเท่ากับหนึ่งปีบนโลกมนุษย์ ชายเลี้ยงวัวได้เจอสาวทอผ้าปีละครั้งแต่สาวทอผ้าได้เจอชายเลี้ยงวัวทุกวันเลยนะ ดังนั้นขนาดเจ้าแม่บนสวรรค์ไม่ชอบลูกเขยตัวเอง แต่ก็ยังยอมให้ลูกสาวได้พบ ก็ถือว่าดีแล้ว”

ลีน่าถึงกับอึ้ง เธอไม่เคยมองตำนานนี้จากมุมมองแบบนี้มาก่อนเลย

เธอเอานิ้วหยิกเฝิงหยู่อย่างแรง ชายคนนี้ช่างกวนประสาทจริงๆ ตำนานอันน่าปะทับใจ แต่พอมาได้ยินเฝิงหยู่พูด เรื่องราวกลับต่างออกไปเลยทีเดียว

เฝิงหยู่รู้สึกช่วยไม่ได้ ก็มันเรื่องจริงนิหน่า การพูดเรื่องจริงมักทำให้คนไม่พอใจ....

“ไม่ได้ๆ นายต้องท่องกลอนอื่นให้ฉันฟัง และห้ามตีความตามเหตุผลไร้สาระของนายด้วย” หลังจากที่รอสักพัก และเธอเห็นว่าเฝิงหยู่ยังคงเงียบอยู่ ลีน่าเลยถามว่า “นายกำลังคิดอะไรอยู่? อย่าบอกนะว่าจำกลอนอื่นๆ ไม่ได้”

“จำกลอนอื่นไม่ได้เนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ยังไง ผมกำลังคิดถึงกลอนโบราณ กำลังนึกว่ากลอนไหนที่จะเหมาะกับบรรยากาศแบบนี้ คนอัจฉริยะอย่างผมไม่มีทางลืมหรอก” เฝิงหยู่คุยโม้

ลีน่าหัวเราะ “นายเนี่ยนะอัจฉริยะ? อัจฉริยะแค่ไหนกัน? นายก็แค่รู้วิธีจำกลอนได้ แค่ท่องกลอนที่นายจำไดให้ฉันฟัง แต่ห้ามท่องกลอน”คืนบนสะพาน“นะ”

“จริงๆ แล้วกลอน”คืนบนสะพาน“เอามาร้องเป็นเพลงได้เลยนะ แต่เพลงนี้ไม่เหมาะที่จะร้องตอนนี้ ขอผมคิดดูก่อน คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าผมจะแต่งกลอนใหม่ให้คุณตอนนี้เลย”

เมื่อลีน่าพูดถึงกลอน “คืนบนสะพาน” สิ่งแรกที่เฝิงหยู่นึกถึงก็คือเพลง “เสียงของคลื่นที่ยังคงอยู่” แต่เพลงนั้นไม่เหมาะที่จะร้องเพราะว่าเป็นเพลงเกี่ยวกับการบอกเลิกกันและกลับมาคืนดีกันใหม่อีกครั้ง

เมื่อก่อนมีกลอนบนอินเตอร์เนตที่น่าสนใจมากมายซึ่งลีน่าไม่เคยได้ยินมาก่อนแน่นอน บางกลอนยังคงตราตรึงอยู่ในใจผู้อ่าน เฝิงหยู่อยากเอากลอนมาผสมกันเพื่อ “เรียบเรียง” เป็นกลอนใหม่ที่เหมาะกับบรรยากาศในตอนนี้

“พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ดอกไม้บาน ดอกไม้เหี่ยว ลมเย็นๆ ในฤดูใบไม้ผลิพัดโชยผ่านต้นวิลโลว์ผ่านไปอีกปี กระแสน้ำเปลี่ยนเหมือนเช่นวันวาน พิณอยู่ในมือ ชีวิตที่มั่นคงและสงบสุขตลอดไป”

ลีน่ามองหน้าเฝิงหยู่อย่างหลงรัก เธอประทับใจกับกลอนนี้มาก

เฝิงหยู่มองหน้าลีน่าและท่องกลอนจากอินเตอร์เนตบทถัดไปว่า “ดวงตาและคิ้วอันสวยงาม รูปลักษณ์อันละเอียดอ่อน เก่งและมีความสามารถยากที่จะลืมเลือน”

ลีน่ากำลังหลงอยู่ในวังวนและคิกว่าเฝิงหยู่มีความสามารถมาก เฝิงหยู่มองที่ริมฝีปากอันน่าดึงดูดของลีน่าและค่อยๆ ก้มตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ.....

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโวยวายดังขึ้นข้างๆ พวกเขา “สองคนนี้กำลังทำอะไรกัน?”

ภายในใจของเฝิงหยู่คำรามด้วยความโกรธ เหวินตงจวิน เจ้าโง่เอ้ย นายคิดว่ามันง่ายมากนักหรือไงที่กว่าจะสร้างอารมณ์อันสุดแสนสมบูรณ์แบบแบบนี้ขึ้นมาได้? เกือบสำเร็จแล้วเชียว ฉันอยากจะฆ่าแกจริงๆ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด