ตอนที่แล้วตอนที่ 53 ปกป้องกันและกันด้วยชีวิต !
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 55 คนงามเพราะแต่ง !

ตอนที่ 54 ออกจากป่าเก้าวงกต !


 

แปลโดย : Roping

 

– – – – – – – – – – – –

 

แสงอาทิตย์อุ่นๆสาดส่องผ่านแมกไม้ลงมาที่ใบหน้าของกวนซีหลิน คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยและนิ้วมือซ้ายก็ขยับเบาๆ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ลืมตาขึ้น ตาของเขาพร่ามัวขณะจ้องลำแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องว่างของพุ่มไม้อันหนาทึบเหนือศีรษะ

 

“ตื่นแล้วรึ?”

 

เสียงนุ่มนวลและอบอุ่นดังเข้ามากระทบหูทำให้กวนซีหลินสะดุ้ง “เจ้าหนู?” เขาอยากลุกขึ้นนั่ง ทว่าการทำเช่นนั้นดึงรั้งบาดแผลของเขาและทำให้เจ็บปวดอย่างมากจนต้องหอบหายใจและล้มตัวลง

 

“แผลของเจ้ายังปิดไม่สนิทดี อย่าเพิ่งขยับมาก”

 

เฟิ่งจิ่วประคองเขาให้นอนลงดีๆ แววตาของนางปะปนไปด้วยอารมณ์อันหลากหลายขณะที่จ้องมองเขา ก่อนที่จะเอ่ยขึ้น “เจ้าไม่รู้ชื่อที่จะใช้เรียกข้าเสียด้วยซ้ำ ทำไมเจ้าต้องมาบุ่มบ่ามเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องข้าด้วย?”

 

“จะ…. เจ้าหนู เจ้า…. เจ้าโกรธงั้นหรือ?” เขามองไปที่เจ้าหนูขอทานอย่างประหม่า

 

“ตอบข้า”

 

เมื่อเห็นว่านัยน์ตาคู่นั้นเคร่งเครียดและจริงจัง เขาก็เอ่ยตอบ “ข้าอาวุโสกว่าเจ้า แล้วเจ้าก็เป็นเหมือนน้องชายของข้า เมื่อมีอันตราย แน่นอนว่าข้าก็ต้องปกป้องเจ้า”

 

เฟิ่งจิ่วประหลาดใจยิ่ง คาดไม่ถึงว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไรที่ช่างเรียบง่ายและซื่อตรงเช่นนี้

 

“เจ้าหนู…..”

 

“ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว” นางเอ่ยปากขึ้นมาอย่างฉับพลัน นัยน์ตาจ้องไปที่ใบหน้าที่กำลังตกตะลึงนั้นเงียบๆ “แล้วก็ ข้าเป็นผู้หญิง”

 

“หา? ผ… ผู้…. ผู้หญิง?”

 

คราวนี้เขาตะลึงอย่างแท้จริงและเริ่มละล่ำละลักอย่างติดอ่าง เพราะไม่ว่าจะดูจากมุมไหนเฟิ่งจิ่วก็ดูไม่มีอะไรเหมือนเป็นเด็กสาวทั้งนั้น และใครจะคาดคิดว่าจะมีเด็กสาวที่สามารถจัดการหมาป่าทั้งฝูงได้ด้วยตัวคนเดียว?

 

อีกอย่าง กวนซีหลินมองขอทานน้อยเป็น ‘เขา’ เสมอ และไม่เคยนึกแม้แต่นิดว่าแท้จริงแล้วจะเป็น ‘นาง’

 

เมื่อเห็นชายหนุ่มตกตะลึงมากถึงปานนั้น แววตานางก็เปล่งประกายอย่างขบขัน

นางกล่าวต่อว่า “เอ็นไหล่ขวาของเจ้าถูกเจ้าสัตว์นั่นกัดจนขาดสะบั้น”

“โอ้” เขากวาดตามองนางและขานตอบ

 

“ข้าหมายความว่า แขนขวาของเจ้าพิการ”

 

ครานี้เขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ “อืม”

 

“ตอนนี้รู้สึกเสียใจขึ้นมารึยังเล่า?”

 

ได้ยินดังนั้นกวนซีหลินก็มองมาทางนางและสั่นศีรษะแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เสียใจหากตอนนั้นข้าไม่ได้พุ่งตัวไปกันไว้ คนที่ถูกกัดอาจเป็นเจ้า และเจ้าอาจไม่รอดมาถึงตอนนี้ ข้าเป็นผู้ชายแถมยังตัวใหญ่กว่ามาก แค่แขนพิการข้างเดียวไม่ได้เป็นอะไรสำหรับข้า หากไม่อาจถือกระบี่ด้วยมือขวาได้ ข้าก็จะฝึกมือข้างซ้ายของข้าแทน”

 

เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นตะลึงงันไปครู่ใหญ่ เมื่อหายแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางขณะที่กล่าวว่า “โง่เง่าอย่างที่ข้าคิดจริงๆ”

 

“เจ้าหนู,  ไม่สิ ไม่สิ ไม่สิ จิ่วน้อย ข้าไม่ได้โง่นะ ข้าแค่ซื่อตรงเกินไปเท่านั้น” เขายิ้มและหัวเราะดังลั่น ดูเหมือนว่าไม่หดหู่กับการที่แขนขวาพิการเลยแม้แต่น้อย

 

“คนที่ซื่อตรงจะบอกคนอื่นด้วยเหรอว่าเขาเป็นคนซื่อตรงน่ะ?” นางเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างกังขา ตัดสินใจอย่างเงียบๆในใจว่านางจะต้องรักษาแขนของเขาให้ได้

 

“จิ่วน้อย เจ้าเจอเหตุร้ายอะไรตอนที่ไปเก็บสมุนไพรงั้นรึ? ทำไมถึงได้หายไปนานขนาดนั้น?”

 

เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาคอยอยู่ที่นั่นกว่าหนึ่งวันหนึ่งคืน ทว่าก็ไม่เห็นนางกลับมาเขาจึงคิดว่านางอาจเผชิญกับสัตว์ร้าย เลยวิ่งออกไปเพื่อตามหานาง ทว่าคาดไม่ถึงว่าเขาเองจะถูกเสือและฝูงหมาป่าจู่โจม

 

“เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหลายอย่าง และข้าก็โดนหมีสองตัวไล่กวดไปทั่วป่า เจ้าหิวรึยัง? ข้าจะไปล่าเนื้อมาย่างกินกันสักหน่อย”

 

นางพูดข้ามๆโดยไม่อธิบายอะไร สำหรับประสบการณ์ที่นางพบในช่วงหนึ่งวันหนึ่งคืนนั้นนางมิได้พูดถึงมันมากนัก

 

“หิวแล้ว แต่อย่าไปไกลนักนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

 

“ข้ารู้” นางยิ้มและตอบกลับ และเดินไปรอบๆเพื่อสำรวจบริเวณนั้น

 

หลายวันถัดมาในป่าเก้าวงกต

 

ช่วงเวลาหลายวันนี้ทำให้ทั้งสองสนิทกันมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าเฟิ่งจิ่วอยู่ตัวคนเดียว กวนซีหลินก็เอ่ยว่าเขาอยากรับนางมาเป็นน้องสาวของเขา

 

ในเมื่อไม่อาจโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจได้ กลับกันเฟิ่งจิ่วก็เริ่มรู้สึกว่าการมีเขาเป็นพี่ชายมันก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไร ดังนั้นทั้งสองจึงทำพิธีอย่างเรียบง่ายโดยสาบานต่อสวรรค์เพื่อยอมรับกันและกันเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

 

“จิ่วน้อย ไปเมืองรุกขศิลากัน!” เมื่อลิ่มเลือดในสมองสลายตัว ความทรงจำของเขาก็เริ่มกลับมา ทว่าเขาก็ไม่ได้รู้สึกอยากกลับไปที่บ้านแต่อย่างใด…...

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด