ตอนที่แล้วเล่ม 3 ตอนที่ 9 : กลับไปยังกิรันอีกครั้ง (2) [อ่านฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่ม 4 ตอนที่ 1 : สมาคมเวทมนตร์กิรัน (1) [อ่านฟรี]

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

==========

เล่ม 3 ตอนที่ 9 : กลับไปยังกิรันอีกครั้ง (3)

และเมื่อพิธีกรรมเริ่มต้นขึ้น จาน่าจึงเริ่มเต้นไปรอบแท่นบูชาพร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังขึ้น แมวที่ตามเข้ามาภายในวิหารต่างก็เริ่มวิ่งตามจาน่าพร้อมกับร้องเพลงออกมา

เมียว เมี๊ยว เมี๊ยว เมียว เมี๊ยว เหมียว

เขาไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดี… ภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือฝูงสัตว์ที่กำลังร้องเพลงราวกับการ์ตูนที่เคยดูสมัยยังเด็กก็ไม่ปาน

ในเมื่อเป็นเด็กสาวที่ดูสมบูรณ์แบบคนหนึ่งกระทำเรื่องพวกนี้ต่อหน้า อาร์คที่รับชมอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเขินอายออกมา แต่อย่างไรแล้วมันก็ดูสนุกร่วมไปด้วย จากนั้น หลังเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ลำแสงจึงปรากฏขึ้นในฉับพลัน มันลุกโชนอยู่เหนือแท่นบูชา เมื่อแสงสัมผัสเข้ากับอุ้งตีนแมว แสงสว่างก็เริ่มที่จะกระจายหายไป

“ฟู่ เสร็จแล้ว นี่มันก็ออกจะน่าอายอยู่บ้างแหละนะ” จาน่าพึมพำขณะปาดเช็ดเหงื่อที่เปียกโชกทั้งตัวเธอ ดังคาด เธอเองก็มีความเขินอายเช่นเดียวกันที่ต้องทำเช่นนี้

“ชิ เรื่องแค่นี้ยังบ่น ทำตัวให้สมกับเป็นชาแมนหน่อย…” ฮัสซันยื่นมือไปคว้าเอาอุ้งตีนแมวและส่งมอบมันให้กับอาร์ค “เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว เอ้านี่ ลองสวมใส่มันดูเลย เจ้าจะได้รู้ว่าเหตุใดพวกเราชาวเหมียวจึงแข็งแกร่ง”

มันดูไม่แตกต่างจากก่อนหน้านอกเสียจากแสงสว่างสีน้ำเงินที่กำลังทอประกายออกมาจากส่วนของปลายเล็บ ทว่า ในขณะที่เขาตรวจสอบข้อมูลของมัน ปากของเขาก็แทบอ้ากว้างจนต้องค้างเอาไว้

 

=====

อุ้งตีนแมวที่ได้รับพร (หายาก)

ประเภท : ถุงมือหนัง, สนับ

พลังป้องกัน : 30 (+7,8)

พลังโจมตี : 9-15 (+7,8)

ความทนทาน : 50/50

น้ำหนัก : 5

ข้อจำกัดใช้งาน : เฉพาะอัศวินแห่งแมว เลเวลอย่างน้อย 60 ขึ้นไป

อาวุธที่สามารถเป็นเครื่องป้องกันได้ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของชาวเหมียว ความสามารถใหม่จะเผยขึ้นหลังได้รับการประทานพรในวิหารแห่งเหมียว ในตอนนี้ อุ้งตีนแมวสามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ มันจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ทรงคุณค่าของผู้ค้นหาความจริง หากผู้สวมใส่แข็งแกร่งมากขึ้น อุ้งตีนแมวก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย

ออพชั่น : ความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 15%, ความคล่องตัวเพิ่มขึ้น 20, อัตราการโจมตีคริติคอลเพิ่มขึ้น 15%

ออพชั่นพิเศษ : พลังป้องกันและพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นโดยการคูณ 0.1 ต่อเลเวลผู้สวมใส่

=====

 

‘ไอเทมที่เติบโตได้!’

ค่าสถานะพื้นฐานของมันยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนที่สำคัญคือมันมีออพชั่นพิเศษที่เพิ่มเข้ามาด้วย!

มันได้เปลี่ยนเป็นไอเทมที่เติบโตขึ้นโดยมีพลังป้องกันและพลังโจมตีผันแปรไปตามเลเวลของเขา ดังนั้นแล้ว เมื่อเขาเลเวลถึง 100 ทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันของมันจะเพิ่มขึ้นถึง 10 หน่วย ในโลกแห่งเกมนี้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการหาไอเทมชั้นเลิศทุกครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้น ไอเทมที่เติบโตได้เช่นนี้ถึงกับเป็นสมบัติอันล้ำค่าถึงที่สุด

ด้วยค่าสถานะที่เพิ่มมากขึ้น พลังป้องกันของอุ้งตีนแมวจึงสามารถเทียบได้กับชุดเกราะหนังหนูหมีสีดำ อีกทั้งพลังโจมตีมันยังไม่หนีห่างจากดาบของแลนเซลมากนักอีกด้วย ที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือเผยความประหลาดใจมองไปยังพวกเขาที่อยู่ตรงหน้า

ช่วงที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้คิดหาไอเทมที่ดีและเหมาะสมกับตัวเองเลย เป็นเพราะต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับภารกิจอีเวนท์อยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มต้นจนกระทำเสร็จสิ้นไปแล้ว เขากลับได้รับผลของความพยายามและโชคของตน ภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอีกทั้งยังได้รับไอเทมที่เกินกว่าจะคาดคิดมา

‘เพราะแบบนี้สินะ นี่คงเป็นจุดประสงค์แท้จริงของภารกิจราชทูตแห่งชาวเงือก เป็นเจ้าสิ่งนี้นี่เอง!’

ในตอนที่อาร์คได้รับภารกิจที่บ่งบอกว่าต้องกลับไปยังพื้นที่เลเวลต่ำ มันก็เป็นตอนที่เขาเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวงกตแห่งวาฬขาวมาได้ ตามปกติแล้วภารกิจที่จะได้รับมันสมควรต้องมีความเหมาะสมกับเลเวล เขาก็คิดอยู่เหมือนกันว่ามีอะไรบางอย่างที่แปลกอยู่บ้าง จนกระทั่งถึงตอนนี้จึงได้รับรู้เหตุผลนั้น

ไอเทมเฉพาะของอาชีพจะถูกส่งมอบให้ก็ต่อเนื่องเสร็จสิ้นภารกิจของอาชีพ ราชทูตแห่งชาวเงือกเป็นภารกิจเนื้อเรื่องที่จะมอบรางวัลนี้ให้กับเขานั่นเอง

“นี่แหละยุทธภัณฑ์ที่แท้จริงของพวกเราชาวเหมียว เป็นไงบ้าง? ชอบมันไหม?”

“ครับ ขอบคุณมากเลยครับ มันทำให้ผมได้คิดว่าดีแล้วที่ได้มาเป็นผู้ค้นหาความจริงเช่นนี้”

“ควรเป็นเช่นนั้นแหละนะ ฮู่ฮู่ฮู่ แน่นอนว่าเจ้าต้องชอบมัน เป็นเพราะผู้ค้นหาความจริงคือผู้ทรงเกียรติ อย่างไรเสีย ข้าก็ยินดีที่เจ้าพึงพอใจกับมันนะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็ควรจบเรื่องราวได้เสียทีนะ? ที่เจ้ามาหาข้าก็เพราะหน้าที่ของราชทูตแห่งชาวเงือก ในเมื่อเจ้าฟังคำร้องขอจากข้าแล้ว ข้าก็จึงมอบรางวัลให้ ในเมื่อพวกเราทั้งคู่ต่างได้สิ่งที่ต้องการ ตอนนี้พวกเราย่อมต้องรักษาคำพูด ข้า ฮัสซัน ผู้อาวุโสแห่งชาวเหมียว ขอยอมรับต่อคำขออภัยจากชาวเงือก ชาวเหมียวที่กระจายไปทั่วทุกหนแห่งบนโลกใบนี้จะยอมรับชาวเงือกในฐานะสหายนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ทะ-ทะ-ด๊าม หน้าต่างภารกิจปรากฏขึ้นมา

 

=====

ภารกิจ ‘ราชทูตแห่งชาวเงือก’ ประสบความสำเร็จ

ท่านผู้ซึ่งร้องขอต่อชาวเหมียวในฐานะราชทูตแห่งองค์ราชินีเงือก ได้ต่อรองเจรจากับฮัสซันซึ่งเป็นผู้อาวุโสและได้บรรลุเป้าหมาย นับแต่นี้ทั้งสองเผ่าพันธุ์จึงให้สัญญาว่าจะลืมความขัดแย้งครั้งอดีตและจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ต่อกัน เนื่องด้วยท่านคือพยานของสัญญาในครั้งนี้ ท่านจึงกลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้รับการยอมรับจากทั้งสองเผ่าพันธุ์

รางวัล : อัพเกรดไอเทม, ค่าประสบการณ์ +500, ชื่อเสียง +35

=====

 

กระทั่งว่าทำภารกิจสำเร็จแล้ว ค่าประสบการณ์ที่ได้รับนั้นก็ไม่ได้มากมายอะไร ทว่า ที่เขายิ่งกว่าพึงพอใจคือการอัพเกรดอุ้งตีนแมวนี่แหละนะ

“เอาล่ะ พวกเราก็เสร็จสิ้นธุระที่นี่แล้ว ไปช่วยเหลือหมู่บ้านที่ชื่อแลนเซลอะไรนั่นกันเถอะ”

“รอเดี๋ยวครับ ผมมีอีกเรื่องที่อยากถามน่ะครับ”

“ว่าอะไรล่ะ?”

“ที่จริง ผมไปพบมรดกของผู้กล้ามาบันเข้าตอนที่ไปนครใต้สมุทรน่ะครับ”

“มรดกของผู้กล้ามาบัน?”

“ครับ มันคือสิ่งนี้”

เมื่อเขานำเอาชิ้นส่วนดวงดาวออกมาและเผยให้เห็น ฮัสซันถึงกับเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา “นี่ย่อมเป็นหนึ่งในสามสิ่งมหัศจรรย์ที่หายไปพร้อมกับผู้กล้ามาบันอย่างแน่นอน”

“ด้วยเกียรติของผู้ค้นหาความจริง ผมปรารถนาที่จะไปค้นหามรดกทั้งหมดของผู้กล้ามาบันครับ”

“ควรเป็นเช่นนั้น อย่างไรเสีย มีการกล่าวเอาไว้ว่า จุดเริ่มต้นของผู้กล้ามาบันคือการออกค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ทั้งสาม แต่แล้วในภายหลังที่เขาได้ตระหนักรู้ถึงพลังแท้จริง เขาก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือของสามสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้อีกต่อไป ทว่า สามสิ่งมหัศจรรย์นี้เดิมทีก็เป็นต้นตอแห่งพลังของผู้กล้ามาบัน ถ้าหากเจ้าเป็นผู้ค้นหาความจริง แน่นอนว่าเจ้าย่อมต้องการรวบรวมสิ่งมหัศจรรย์ทั้งสาม”

“แล้วท่านพอจะทราบไหมครับว่าสิ่งมหัศจรรย์ทั้งสามที่เหลือนั้นอยู่ที่ไหน?”

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดประสงค์ของอาร์ค สิ่งมหัศจรรย์ทั้งสามแน่นอนว่ามันคือหนทางความก้าวหน้าของผู้เดินทางแห่งความมืด ดังนั้นแล้ว มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องตั้งเป้าไปที่การค้นหาสามสิ่งมหัศจรรย์ในเกม ทว่า เบาะแสของมันในตอนนี้ออกจะขาดแคลนยิ่ง ดังนั้นแล้ว เขาจึงคิดว่าผู้อาวุโสชาวเหมียว ผู้ที่มีเผ่าพันธุ์เดียวกับผู้กล้ามาบันจะล่วงรู้อะไรมาบ้าง

“ข้ากล่าวไปแล้ว สามสิ่งมหัศจรรย์มันได้หายไปพร้อมกับผู้กล้ามาบัน ข้าเพียงแต่รู้ถึงที่มาของสามสิ่งมหัศจรรย์ แต่ข้าไม่ทราบว่ามันจะเป็นเบาะแสให้ได้หรือไม่ ถ้าหากมันช่วยได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะบอกต่อเจ้า”

“ครับ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรครับ”

“อืม… มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาวอยู่ แต่ว่า… ข้าขอเล่าโดยง่ายก็แล้วกัน อย่างแรกเลยนั้น เจ้าคงทราบแล้วว่าสามสิ่งมหัศจรรย์นี้เดิมทีพวกมันไม่ได้เป็นของผู้กล้ามาบัน พวกมันคือมรดกโบราณจากสามเผ่าพันธุ์ที่เป็นตัวแทนของสัตว์อสูร ในช่วงเวลานั้น ช่วงที่ยุคมืดเพียงเพิ่งจะเริ่มต้น ผู้กล้ามาบันได้ออกไปค้นหาพวกมัน เขาร้องขอการหยิบยืมพลังจากพวกเขาเหล่านั้น และนั่นทำให้เขาได้รับสามสิ่งมหัศจรรย์นี้มา โดยต้องผ่านการทดสอบของพวกเขาเหล่านั้นเสียก่อน มีเรื่องเล่าขานว่าผู้กล้ามาบัน ในภายหลังจากเสร็จสิ้นเป้าหมายของพลังที่หยิบยืมมาดังกล่าว เขาได้นำเอาสามสิ่งมหัศจรรย์กลับไปส่งคืนแก่เจ้าของดั้งเดิม”

“เขาส่งพวกมันคืนทั้งหมดเลย?”

“ถูกต้องแล้ว ที่จริงแล้วเรื่องราวของอเดเลียนออกจะไร้สาระไปบ้างที่ขโมยชิ้นส่วนดวงดาวไป ชาวเงือกนั้นอาศัยอยู่ในมหาสมุทรที่เป็นบริวารแห่งดวงดาว ชิ้นส่วนดวงดาวย่อมต้องเป็นสมบัติของชาวเงือกตั้งแต่ต้นแล้ว ผู้กล้ามาบันย่อมต้องตั้งใจส่งคืนมันกลับไปให้ชาวเงือกหลังสำเร็จเป้าหมายอยู่แล้ว”

“แล้วอีกสองเผ่าพันธุ์ที่มอบสมบัติของพวกเขาให้ผู้กล้ามาบันคือใครกันบ้างครับ?”

“ข้าไม่ทราบ” ฮัสซันเกาศีรษะ “มนุษย์ได้เหมารวมพวกเราทั้งหมดให้เป็นชาวสัตว์อสูร แต่ความจริงแล้ว สัตว์อสูรก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์อื่นในประเภทเดียวกันนัก อีกทั้ง พวกเรายังโดนกักขังมาเป็นเวลานานยิ่ง ดังนั้นแล้วจึงไม่อาจพูดอะไรได้มากนัก แต่ข้าได้ยินมาว่าผู้กล้ามาบันได้ออกไปพบปะเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนเมื่อครั้งอดีต อีกทั้งยังใช้เวลาอยู่ร่วมอย่างยาวนานกับพวกเขาจนกระทั่งได้พบเจอสามสิ่งมหัศจรรย์นั่นแหละ”

“งั้นท่านพอจะเคยได้ยินชื่อ โลกบาดาล มาก่อนหรือไม่ครับ?”

“โลกบาดาลหรือ?”

“ราชินีเงือกได้กล่าวเอาไว้ ว่าหนึ่งในสามสิ่งมหัศจรรย์ของผู้กล้ามาบันย่อมต้องอยู่ในโลกบาดาล”

“เป็นที่แน่นอนว่าเธอย่อมต้องรู้จักสถานที่ตั้งของสามสิ่งมหัศจรรย์ ในเมื่อเธอได้รับข้อมูลข่าวสารจากสัตว์ทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล ทว่า โลกบาดาล… ข้าจำได้ว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งนะ”

ขณะที่กอดอก ฮัสซันพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก

“ใช่ นั่นแหละ มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่พวกเราทำการค้าแลกเปลี่ยนกับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรจากโลกบาดาล แต่นั่นก็เมื่อครั้งข้ายังเยาว์วัย ในบรรดาเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรทั้งหมด พวกเขาเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม อืม พวกเรามักจะแลกเปลี่ยนกันบ่อยครั้งก็จริง แต่ข้าไม่เคยเห็นพวกเขาด้วยตาตัวเองมาก่อน แต่ว่า… สินค้าที่พวกเขาทำมีรูปร่างเหมือนกันตลอด ใช่แล้ว มันน่าจะเป็นรูปลักษณ์แบบนี้นะ”

ฮัสซันวาดภาพสามเหลี่ยมสามอันที่วางซ้อนทับกันออกมา

“ก็นะ ข้าไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้มากนัก…”

“ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกครับ ขอบคุณมากครับ”

ข้อมูลที่เขาได้รับมาแม้มันจะเป็นเรื่องเรียบง่าย แต่อาร์คก็ไม่ได้ผิดหวังแต่อย่างใด สำหรับตอนนี้ถือว่าเขาได้เบาะแสมาจำนวนหนึ่งแล้ว มันนับได้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ เพราะตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มหาจากอะไร สิ่งที่ต้องกระทำหลังจากนี้คือ การออกเดินทางไปทั่วนิวเวิลด์เหมือนที่เขากระทำมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาต้องรวบรวมข้อมูลก่อนจึงจะสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ในเมื่อมีเบาะแสแล้วสักวันเขาต้องหาทางเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันได้อย่างแน่นอน

แต่บางทีเขาก็ลืมเลือนไป ว่านี่คือเกม มันคือโลกที่สร้างขึ้นมาเพื่อผู้เล่น

* * *

 

หลังจากนั้น อาร์คจึงกลับมายังปราสาทแจ๊คสัน เมื่อเข้ามาในหอคอยของสมาคมเวทมนตร์แล้ว เอ็นพีซีนักเวทจึงเข้ามาหาเพื่อถามไถ่

“ท่านต้องการใช้บริการใดหรือครับ?”

“ผมมาเพื่อใช้งานจดหมายเคลื่อนย้ายน่ะครับ”

“ขอทราบชื่อได้ไหมครับ?”

“อาร์คครับ”

“อ๋า อาร์คนิม! ทางเรากำลังรอคอยอยู่เลยครับ”

“ครับ?”

“รอสักครู่นะครับ นี่ครับ นี่คือจดหมายที่ผมได้รับมอบหมายจากบุคคลหนึ่งที่มาใช้จดหมายเคลื่อนย้ายเมื่อหลายวันก่อน คิดว่าเขาน่าจะชื่อแชมบาร่านิมนะครับ”

‘แชมบาร่า!’

อาร์ครีบนำจดหมายฉบับนั้นออกมาอ่าน

 

=====

จาก แชมบาร่า

ฉันขอตัวก่อนนะ ภารกิจมันค่อนข้างเร่งด่วนน่ะ

ได้สู้ร่วมกับนายนี่สนุกชะมัด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองทดสอบฝีมือกับนายอีกหลายอย่างเลยทีเดียว อา ไม่ใช่หมายความว่าคิดจะเป็นศัตรูด้วยหรอกนะ ฉันไม่อยากคิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างนายจนต้องเป็นศัตรูแน่ ถ้าหากนายคิดเหมือนกัน ไว้มาเจอกันที่อารีน่าในเซเลบริดเมืองหลวงแห่งอาณาจักรชอร์เดนเบิร์ก ที่จริงฉันก็วางแผนเอาไว้ว่าสัปดาห์หน้าจะไปอยู่ที่นั่นสักพักน่ะ

ปล. เกล็ดเงือกนี่ฉันขอนะ

=====

 

‘แชมบาร่าเองก็คิดเหมือนที่เราคิดสินะ’ อาร์คเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

ขณะที่เขาได้เห็นฝีมือการต่อสู้ของแชมบาร่า เขาก็คิดว่าอยากที่จะทดสอบความสามารถของตนด้วยเช่นเดียวกัน จะอย่างไรแล้วพวกมันก็คือศิลปะการต่อสู้ พวกเขาถูกฝึกสอนให้เรียนรู้ด้วยการประมือกับคู่ต่อสู้ที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นมิตรหรือศัตรูก็ตามแต่ นอกจากนี้ ที่แห่งนี้ยังเป็นเกมเสมือนจริง พวกเขาสามารถสู้กันได้ไม่เพียงแค่หยุดอยู่ที่ศิลปะการต่อสู้เท่านั้น แต่มันมีทั้งทักษะพิเศษที่พวกเขาได้รับมาจากการเล่นเกมอีกด้วย พวกเขาย่อมสามารถรู้สึกยินดีได้ในเมื่อมันเป็นการต่อสู้ที่เหนือล้ำยิ่งกว่าปกติ เพราะสิ่งเหล่านี้ในโลกภายนอกล้วนไม่อาจกระทำ

‘อารีน่างั้นเหรอ ชักสงสัยแล้วสิ…’

อาร์คจำได้ว่าอารีน่านี้เคยมีโฆษณาตามใบปลิวที่แปะเอาไว้ตามกระดานข่าวภายในหมู่บ้าน อารีน่ามันคือสถานที่สำหรับ ผู้เล่นปะทะมอนสเตอร์ ผู้เล่นปะทะเอ็นพีซี และผู้เล่นปะทะผู้เล่น พวกเขาสามารถประมือกันได้อย่างเต็มที่ ที่นั่นจะไม่มีบทลงโทษอะไรหากต้องตายลง กระทั่งว่าบางครั้งยังอาจได้รับรางวัลเป็นเหรียญทอง ไอเทมหายาก หรือกระทั่งฉายา ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือ การต่อสู้หลายประเภทต่างถูกจัดเตรียมเอาไว้ในที่แห่งนั้น ดังนั้นแล้วเพียงแค่ผู้เล่นเลเวลสูงก็ไม่อาจพูดได้ว่าจะได้รับชัยชนะ ประเภทของทักษะทั้งหลายที่ได้เรียนรู้มาจะต้องถูกใช้ออก มันสำคัญเสียยิ่งกว่าเลเวลด้วยซ้ำ

‘เขาบอกว่าสัปดาห์หน้าในโลกจริงสินะ? ดีล่ะ ช่วงเวลาที่เหลือนี่เราต้องยกระดับฝีมือให้มากขึ้นจนกว่าจะถึงตอนนั้นให้ได้’

ที่จริง อาร์คได้คาดการณ์เอาไว้ว่าแชมบาร่าย่อมต้องเป็นผู้มีศิลปะการต่อสู้ระดับสูงอย่างแน่นอน แต่ทว่าในโลกแห่งเกมเสมือนจริง ฝีมือของศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่ทุกสิ่งอย่าง เขายังพอมีเวลาเหลืออีกเป็นเดือนในเกม ดังนั้นแล้วมันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ตามแชมบาร่าได้ทัน

อลันย่อมเป็นศัตรูสำหรับอาร์ค แต่แชมบาร่าคือคู่แข่งในทางที่ดี ขณะที่เขาตกอยู่ในความคิดนั้น นักเวทที่อยู่ตรงหน้าจึงพูดกล่าวขึ้น

“ที่จริงแล้ว ตามปกติพวกเราจะไม่ถือจดหมายของคนต่างถิ่นหรอกนะครับ ทว่า ที่ผมยอมรับฝากให้ก็เพราะผู้รับคือท่าน ผู้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในแจ๊คสัน เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องการส่งและรับจดหมายในครั้งถัดไป โปรดใช้บริการของตู้ขนส่งจดหมายนะครับ”

“ตู้ขนส่งจดหมาย?”

“ท่านไม่ทราบ? มันเป็นบริการที่ดำเนินการโดยสมาคมเวทมนตร์ ถ้าหากสนใจโปรดนำสิ่งนี้ไปพิจารณาครับ ที่จริงพวกเราเพิ่งเริ่มบริการนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง ดังนั้นแล้วจึงยังคงมีส่วนลด 20% ให้ระหว่างที่ยังจัดโปรโมชั่นอยู่ครับ ถ้าหากคุณลงทะเบียนตอนนี้ ทางเราจะมอบส่วนลดค่าธรรมเนียมการใช้บริการที่ต้องจ่ายในเดือนถัดไปให้ครับ”

พูดจาฟังแล้วคล้ายกับตัวแทนขายโทรศัพท์อย่างไรอย่างนั้น จากนั้น นักเวทคนนี้จึงชี้ไปยังกระดาษที่ติดเอาไว้บนผนัง

 

=====

ตู้ขนส่งจดหมาย

ไม่ใช่ว่าท่านกังวลหรอกหรือว่าจะติดต่อกับสหายที่อยู่ห่างไกลได้เช่นไรดี? ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป นี่คือตู้ขนส่งจดหมายที่พัฒนาขึ้นโดยสมาคมเวทมนตร์ซึ่งผ่านการค้นคว้าวิจัยมาอย่างยาวนาน!

ตู้ขนส่งจดหมายจะทำให้ท่านสามารถติดต่อกับสหายของท่านที่อยู่คนละฟากทวีปเมื่อใดก็ได้

ค่าลงทะเบียนแรกเข้าเพื่อใช้งานตู้ขนส่งจดหมายอยู่ที่ 50 เหรียญทอง ค่าธรรมเนียมการใช้งานคือ 5 เหรียญทองต่อเดือน (ข้อจำกัดใช้งาน : มีเลเวล 50 ขึ้นไป)

วิธีส่งจดหมายผ่านทางเวทมนตร์เคลื่อนย้ายของสมาคมเวทมนตร์ : ถ้าหากผู้เล่นเขียนจดหมายและใส่ลงไปในตู้จดหมายที่เตรียมเอาไว้ทั่วทุกแห่งบนทวีป มันจะทำการเคลื่อนย้ายจัดส่งไปยังสมาคมเวทมนตร์โดยทันที การขนส่งจดหมายสามารถขนส่งไปได้ทุกที่ที่มีสมาคมเวทมนตร์ตั้งอยู่และเมื่อใดก็ได้ ถ้าหากท่านจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ท่านจะสามารถส่งได้แม้กระทั่งไอเทม ทว่า การใช้งานนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อท่านมีตู้ขนส่งจดหมาย ถ้าหากผู้รับไม่มีตู้ขนส่งจดหมาย แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่สามารถส่งคำตอบกลับมาได้

=====

 

‘เอ่อ กระทั่งฟังก์ชั่นแบบนี้ก็มีมาให้ใช้เหรอเนี่ย’

จดหมายตามปกติจะสามารถส่งไปได้แค่หมู่บ้านที่ผู้เล่นมีการลงทะเบียนเอาไว้ หรือก็คือ ถ้าหากผู้รับออกไปพื้นที่อื่นแล้ว ก็หมายความว่าพวกเขาไม่มีทางที่จะได้รับจดหมายแน่ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะขอให้ใครช่วยก็ตาม มันไม่มีทางเลยที่จะส่งไอเทมไปให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้ ทว่า มันถึงกับมีวิธีเช่นนี้ออกมา… อาร์คในตอนนี้ยังรู้จักไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสิบของนิวเวิลด์อันกว้างใหญ่นี้เลยด้วยซ้ำ

แต่ว่า ที่จริงแล้วตอนนี้อาร์คก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับผู้เล่นอื่นอีกนอกเสียจากแชมบาร่า จะเรียกหาจัสติสแมนกับโรโค่ก็สามารกระทำผ่านโทรศัพท์เอาได้ อีกทั้งยังเร็วกว่าและสะดวกกว่าจดหมายนี่ ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเสียเงินถึง 50 เหรียญทองและค่าธรรมเนียมใช้งานอีก 5 เหรียญทองต่อเดือน

“ไม่ดีกว่าครับ”

ขณะที่อาร์คตอบกลับไป นักเวทจึงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเจื่อนลง “เข้าใจแล้วครับ งั้นผมขอแนะนำการใช้งานจดหมายเคลื่อนย้ายนะครับ ถ้าหากเข้าไปอยู่ในวงเวทที่อยู่ชั้นบนสุด และใช้งานลูกแก้วจดหมายเคลื่อนย้าย โดยทันที ท่านจะเคลื่อนย้ายไปยังสมาคมนักเวทที่กิรันครับ ตอนนี้มันยังเป็นเทคนิคที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ดังนั้นแล้วการทำงานอาจไม่ลื่นไหลดังที่ควรเป็นนัก โปรดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปด้วยนะครับ”

อาร์คเดินขึ้นบันไดไปและเข้าไปยืนภายในวงเวท เขานำเอาลูกแก้วจดหมายเคลื่อนย้ายออกมาและจ้องมองเจ้างูอยู่ครู่หนึ่ง เขาได้อัญเชิญมันมาอีกครั้งหลังผ่านไปยี่สิบสี่ชั่วโมง เจ้างูยิ่งดูเซื่องซึมกว่าเก่า

“อดทนอีกนิดนะเจ้างู ฉันจะต้องหาทางค้นหาข้อมูลจนช่วยเจ้าให้ได้ รอให้ถึงกิรันก่อนนะ ที่แห่งนั้นมีทั้งพ่อค้าและนักเวทระดับสูงอยู่ภายในสมาคมเวทมนตร์ ไม่ว่าจะอะไร ฉันจะต้องช่วยให้แกเสร็จสิ้นกระบวนการเปลี่ยนสัณฐานให้ได้อย่างแน่นอน”

ซื่อ ซื่อ…

เจ้างูที่กำลังขยับหัวรับคำที่เขาพูดออกไป มันพยักหน้าขึ้นลงอย่างอ่อนแรง เมื่ออาร์คยกลูกแก้วจดหมายเคลื่อนย้ายมาไว้ตรงกลางหน้าผาก ภาพฉากของกิรันจึงปรากฏขึ้นภายในจิตใจของเขาราวกับฉายภาพมุมกว้าง

ร่างของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นอนุภาคแสงขณะเคลื่อนมวลออกไปในทันที จากนั้น เขาได้ถูกดูดเข้าไปในท่อที่คล้ายกระจก ตอนนี้อาร์คกำลังเคลื่อนตัวมุ่งไปยังกิรันจากหอคอยสื่อสาร

ตัวเขาในตอนนี้ได้ถูกผลักดันให้มุ่งตรงไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

 

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...