ตอนที่แล้วตอนที่ 1 ฟางหยวน (ทีมเเปลเรื่อง Super God Gene )
ทั้งหมดรายชื่อตอน

กลางดึกคืนที่มีพระจันทร์สุกสว่าง

ที่ท้ายหุบเขามีเส้นทางลับซ้อนอยู่ หลังจากที่เดินผ่านพุ่มไม้ไปก็จะเห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยพืชและสัตว์

นี่ทำให้หลินและหยู่ชิวเหลิ่งรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากพวกเขามาถึงที่นี่แล้วจะไม่เข้าไปดูก็กระไรอยู่

เมล็ดข้าวที่นี่ใหญ่พอๆเม็ดไข่มุก พวกมันกำลังเปล่งประกายภายใต้แสงจันทร์
ที่นี่มีต้นไม้ที่เต็มไปด้วยผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เหอโส่วอูต้นที่ปลูกที่นี่จะมีสีม่วงคล้ำ และที่นี่ยังมีต้นแก้วมังกร ว่านตาลเดี่ยว และยังมีพืชที่ไว้ใช้ทำเป็นยาหรืออาหารอีกจำนวนมาก มันเหมือนกับว่าสถานที่นี่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงที่ดินได้อย่างน่าตกใจมาก

แน่นอนว่าถ้ามีใครเจอสถานที่นี้เข้าละก็ พวกเขาจะต้องหาประโยชน์จากมันแน่ มีเพียงแค่ในตำนานถึงจะมีสถานที่ที่แสนวิเศษแบบนี้! และสถานที่นี่ก็เป็นของนิกายการกลับมาของจิตวิญญาณ

ถ้าฟางหยวนรู้เกี่ยวกับสถานที่นี้ เขาคงจะไม่ได้คิดว่ามันวิเศษอะไร เพราะเขารู้ดีว่าถึงมันจะอุดมสมบูรณ์ แต่มันยังไม่สามารถเทียบได้กับที่กล่าวไว้ในตำนาน

“อาจารย์…” ฟางหยวนยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพที่ว่างเปล่าด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

เขาคือเด็กกำพร้าที่ถูกอาจารย์เหวินซินเก็บมาเลี้ยง อาจารย์เหวินซินคือคนที่มีพรสวรรค์สูง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์

ก่อนเสียชีวิต เขาสั่งให้ฟางหยวนเผาศพของเขาและเอาขี้เถ้าไปโรยให้ทั่วภูเขา แต่ฟางหยวนต้องการแสดงความเคารพ เขาเลยสร้างหลุมศพนี้ขึ้นมา

หลังจากสั่งเสียฟางหยวนเสร็จแล้ว อาจารย์เหวินซินก็หลบตาลงเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งฟางหยวนไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ชีวิตคนเดียว เขาสงสัยว่าอาจารย์เหวินซินอาจจะมีศัตรูจำนวนมาก และกลัวว่าพวกเขาจะมาหาหลังจากที่เขาตาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสั่งให้เผาศพของเขา

“ผมจะปลูกดอกไม้ชาที่อาจารย์ชอบไว้ให้.. และธัญพืชสีม่วง 9 เมล็ดก็เริ่มงอกแล้ว…”
ฟางหยวนพึมพำอยู่หน้าหลุมศพที่ป้ายว่างเปล่า “โอ้… และอาหลินก็มาที่นี่เพื่อถอนหมั่นด้วย แต่เขาก็ให้ของชดเชยกับเรามามากมาย รวมถึงข้าวหยกแดงที่อาจารย์เคยพูดถึงด้วย ผมจะปลุกมันคืนนี้!”

หลังจากสวดภาวนาหน้าหลุดศพเสร็จ ฟางหยวนก็เดินไปที่แปลงดินว่างเปล่าที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ

ดวงจันทร์กำลังลอยอยู่กลางศีรษะ และแสงจันทร์ก็สุกสว่างมาก ทำให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน

ด้วยการช่วยเหลือจากแสงจันทร์ ฟางหยวนใช้จอบขุดหลุมอย่างระมัดระวัง และหว่านเมล็ดข้าวหยกแดงลงไปในหลุม

“เมล็ดข้าวหยกแดงนี้ต้องปลูกตอนกลางคืน และน้ำจะต้องเป็นน้ำจากท้องฟ้าโดยตรง แค่น้ำจากน้ำพุในหุบเขาคงจะไม่เพียงพอ หลังจากหว่านเมล็ดพืชครั้งแรกก็ต้องมาพรวนดินทุกๆ 6 ชั่วโมง”
ฟางหยวนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ภายใต้คำชี้แนะจากอาจารย์เหวินซิน แต่เขายังขาดการลงมือทำด้วยตัวเอง

แม้การปลูกพืชแค่นี้จะดูเหมือนไม่ต้องใช้แรงมาก แต่ฟามหยวนก็เหงื่อไหลออกมามาก

พืชศักดิ์สิทธิบอบบางกว่าพืชชนิดอื่นๆมาก ดังนั้นการปลูกจะต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ

เมื่อฟางหยวนทำการปลูกเสร็จ ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นเรียบร้อยแล้ว มีแสงสว่างสาดส่องมาจากเส้นขอบฟ้า

“ในที่สุดก็เสร็จสักที…”
ฟางหยวนปาดเหงื่อบนหน้า และก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เนื่องจากครั้งนี้เราปลูกพืชศักดิ์สิทธิ ระดับทักษะ[พฤกษศาสตร์]ของเราจะพัฒนาขึ้นรึเปล่านะ?”

ลึกลงไปในจิตใจของฟางหยวนมีความลับซ่อนอยู่ ตั้งแต่เด็กบ่อยครั้งที่เขาจะเข้าไปในความฝัน ในความฝันมันแปลกที่เหมือนจะสัมผัสทุกอย่างได้จริง ภายในฝันเขารู้สึกว่าเขากำลังได้รับประสบการณ์จากอีกชีวิตหนึ่ง

การอาศัยอยู่ในหุบเขาที่โดดเดี่ยวจากโลกภายนอกแบบนี้ มันก็น่าแปลกที่การกระทำของเขาดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยและยังฉลาดกว่าคนปรกติ

ยิ่งกว่านั้น เมื่อฟางหยวนใช้สมาธิหรือความคิด มันก็จะมีสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่เขาสามารถมองเห็นคนเดียวปรากฏข้างหน้าของเขา

ชื่อ : ฟางหยวน
Essence: 1
Spirit: 1
Magic: 1
อายุ : 18
Cultivation : ไม่มี
Technique : ไม่มี
skills [การแพทย์ เลเวล 1] , [พฤกษศาสตร์เลเวล 2]”

ความฝันที่เหมือนกับเกมของฟางหยวนคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

มันเป็นเหมือนความสามารถพิเศษของเขา เมื่อเขามองที่ ‘skill’ ก็จะมีข้อมูลประกฎขึ้นมาเพิ่มเติม
“[การแพทย์ (เลเวล 1)] สามารถรักษาบาดแผลง่ายๆได้ และถ้าใช้พืชหรือสมุนไพรผลลัพธ์ก็จะดีขึ้น”
“[พฤกษศาสตร์ (เลเวล2)] นักพฤกษศาสตร์ผู้มีทักษะ สามารถปลูกพืชทั่วไปให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของพืชนั้นๆ!”

เหมือนว่า[พฤกษศาสตร์]จะเป็นเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความอุดมสมบูรณ์ของหุบเขาแห่งนี้

“Essence, Spirit, Magic คือสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ขณะที่techniques และ cultivation น่าจะต้องมาจากการฝึกฝนและการคิดริเริ่ม สุดท้ายคือ skills ก็คือความสามารถติดตัว..”
หลังจากคิดเรื่องนี้มาตลอดหลายปี ฟางหยวนก็เริ่มเข้าใจร่างกายของเขามากขึ้น

เขาตระหนักว่า skills เป็นสิ่งที่ต้องการประสบการณ์และการฝึกฝนเพื่อให้มันพัฒนาขึ้น ซึ่งการฝึกที่เข้มข้น จะช่วยทำให้เลเวลเพิ่มขึ้นได้

อย่างเช่น [การแพทย์] แม้อาจารย์เหวินซินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ที่หาตัวจับยาก และเขาก็ทุ่มเทเวลาในการสอนฟางหยวน แต่โชคไม่ดีที่ระดับทักษะของเขามีจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญแบบอาจารย์เขาได้ เนื่องจากเขาขาดการปฏิบัติ ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้เขายังติดอยู่ที่เลเวล 1 แม้เขาจะได้รับคำชมจากอาจารย์เหวินซิน และเขาคิดว่าเขาน่าจะมีทักษะประมาน 3 ใน 10 ส่วนของอาจารย์เหวินซินก็ตาม

ตรงกันข้ามกับ [พฤกษศาสตร์] ที่พัฒนาขึ้นมาหลังจากอาจารย์ของเขาจากไป โดยผ่านการลงมือปฏิบัติและฝึกซ้อมอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็ได้รับเลเวล 2 [พฤกษศาสตร์] และผลลัพธ์นี้ทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชที่หาตัวจับได้ยาก

ตามความคิดของฟางหยวน แม้แต่อาจารย์เหวินซินก็อาจจะมีทักษะด้านพฤกษศาสตร์ดีไม่เท่าเขา

หลังจากได้รับเลเวล 2 มันเหมือนก็ว่าการพัฒนาใน [พฤกษศาสตร์] ของเขาหยุดชะงักลง แม้เขาจะปลูกพืชจำนวนมาก แต่มันก็ยากที่จะทำให้เลเวลเพิ่มขึ้นได้ หลังจากที่พยายามนับครั้งไม่ถ้วน ฟางหยวนก็ตัดสินใจลองปลูกพืชศักดิ์สิทธิและพืชเทวะดู

เนื่องจากพืชพวกนั้นมันหายาก แม้แต่หลินเองก็ยังต้องรอให้ลูกสาวของเขาเลื่อนขั้นในนิกายก่อนที่เขาจะได้รับพืชชนิดนี้มาเป็นของขวัญ

“แม้ข้าวหยกแดงจะเป็นพืชศักดิ์สิทธิระดับต่ำ แต่ภายในนิกายเองก็คงมีแค่หวูจ่ง และผู้สืบทอดของเขาที่จะได้รับพืชชนิดนี้..”
เมื่อหลินให้เมล็ดข้าวหยกแดงกับฟางหยวน เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสามารถทำให้ฟางหยวนพัฒนาอะไรได้ มันก็จริงถ้าหากฟางหยวนไม่ได้มีทักษะพิเศษ [พฤกษศาสตร์] การที่ได้รับเมล็ดข้าวหยกแดงมา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเขา

ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะได้เห็นผลลัพธ์! ฟางหยวนจ้องมองดินที่ปกคลุมเมล็ดข้าวหยกแดง

พร้อมๆกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมา มีแสงสีขาวๆที่เขาเห็นเพียงคนเดียวปรากฏอยู่บนพื้น และค่อยๆร่วมตัวกันรอบๆ ‘skill’
ข้างหลัง ‘พฤกษศาสตร์’ คำว่า ‘เลเวล 2’ เริ่มจางไป และมันก็เปลี่ยนเป็น ‘เลเวล 3’! แทน
[พฤกษศาสตร์] เลเวล 3!

ฟางหยวนขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ความฝัน เขายิ้ม
“ฮาฮา..ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จ!!”

เหตุผลที่เขาดีใจมากขนาดนี้ก็เพราะข้างหลังคำบรรยายของ[พฤกษศาสตร์]มันเปลี่ยนไป

“[พฤกษศาสตร์ (เลเวล3)] คุณคือผู้เชี่ยวชาญอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยทักษะการปลูกอันไร้ขีดจำกัดของคุณ มีโอกาสเล็กน้อยที่พืชที่คุณปลูกจะวิวัฒนาการเป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษ!”

โอกาสน้อยนิดไม่ใช่ปัญหาสำหรับฟางหยวน แต่อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าเลเวล skill เพิ่มขึ้นได้จากการฝึกฝนอย่างหนัก!

ความคิดของเขาถูกพิสูจน์แล้ว มันแสดงว่าฟางหยวนได้รับความสามารถพิเศษที่แสนวิเศษ

มันอาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ทักษะ[พฤกษศาสตร์]พัฒนา แต่นั่นคือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก ลองจินตนาการดูว่าถ้าทักษะอย่างอื่นหรือศิลปะการต่อสูงสามารถพัฒนาได้เหมือนกันจะเกิดอะไรขึ้น?

“วิวัฒนาการเป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษ?”
หลังจากสงบลง ฟางหยวนก็สำรวจดูความสามารถใหม่ของเขา

“บางทีพืชธรรมดาๆ อาจจะวิวัฒนาการไปเป็นพืชศักดิ์สิทธิด้วยมือของเรา?”
เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ถ้าการคาดการณ์ของเขาถูกต้อง ความสามารถใหม่ของเขาจะแพรกระจายออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเขาอาจจะถูกตามจับตัว และถูกบังคับให้เป็นเหมือนกับหนูทดลอง

“หลังจากยืนยันความสามารถใหม่แล้ว เราควรต้องเรียนวิชาศิลปะป้องกันตัวไว้บ้างแล้ว…”

หลังจากสงบลงฟางหยวนก็ทำอาหารเช้า ทรัพยากรในหุบเขาแห่งนี้อุดมสมบูรณ์มาก และอาหารที่ฟางหยวนกินก็ไม่มีข้อยกเว้น

เมนูหลักก็คือปลาที่ถูกจับมาทำเป็นบาร์บีคิว เขาลมควันมันจนข้างนอกกรอบ แต่ข้างในยังนุ่มอยู่ มันไม่มีกลิ่นคาวเหลืออยู่เลย และมันยังละลายในปากของเขา และให้ความรู้สึกที่นุ่นละมุ่นมาก

เขาดื่มน้ำจากน้ำพุในภูเขา รสชาติของมันหวานและสดชื่นมาก
“อืมม.. อร่อยจริงๆ! ได้ยินว่านิกายการกลับมาของวิญญาณคือนิกายที่ใหญ่ที่สุดในรัศมี 100 ไมล์ ชักสงสัยแล้วสิว่าที่นั่นบรรยากาศเป็นยังไง หวูจ่งจะเป็นคนยังไงนะ? คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกภายนอกเป็นยังไง! น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้อะไรให้เราเลย คนระดับอาจารย์ต้องมีวิชาอะไรดีๆบ้าง “

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขามาตลอด 18 ปี ฟางหยวนก็รู้สึกอยากจะออกไปดูโลกภายนอก
“ตอนนี้เราควรเพิ่มศักย์ภาพทางร่างกายก่อน โลกภายนอกน่าสนใจ แต่ก็เป็นที่ที่มีอันตรายเช่นกัน เราควรจะต้องฝึกซ้อมร่างกายให้ดีเสียก่อน!”

หลังจากกินอาหารเสร็จ เขาก็กลับไปที่ห้องของเขา และเขาก็หลับไปในทันที ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เข้าไปในความฝันของเขา

*** ช่วงเเรกๆอาจจะคำทับศัพท์หลายคำ  เเปลไปไกลๆเเล้วจะกลับมาเกลาให้ใหม่ครับ***

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...