ตอนที่แล้วตอนที่ 1 - คุณครูกู่เฟย
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ตอนที่ 2 – กังฟูงั้นเหรอ?

 

ชายสองคนพุ่งปรี่เข้าไปตามคำสั่งในทันใด ขณะที่อีกคนเดินไปปิดทางเข้าออกของซอย เพื่อป้องกันไม่ให้กู่เฟยหลบหนีไปอย่างรู้งาน

เมื่อทั้งสองมาถึง พวกมันทั้งต่อยและเตะออกไปตามลำดับ กู่เฟยก้าวถอยหลังเล็กน้อยอย่างไม่เร่งรีบ และหลบการโจมตีจากทั้งสองด้านได้อย่างหมดจด จากนั้นเขาก็ยกขาซ้ายขึ้นและเตะไปที่ใบหน้าของชายคนที่อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ แต่เมื่อกู่เฟยกำลังจะเตะชายคนที่อยู่ทางขวามันก็ถอยออกไปด้านข้างด้วยความตกใจแล้ว

กู่เฟยหัวเราะเบาๆ ถ้าอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาคงเตะทั้งคู่ลงไปนอนกองพื้นแล้ว แต่ในตอนนี้ความเร็วของเขาถูกจำกัดไว้โดยค่าสถานะของนักเวทย์ภายในเกม นั่นทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้แค่ครึ่งหนึ่งของปกติเท่านั้น นอกจากนี้พลังของเขายังถูกลดลงเป็นอย่างมาก. หลังจากที่ถูกโจมตี,ชายทางด้านซ้ายกุมใบหน้าของตัวเองไว้และมองมาที่กู่เฟยด้วยความประหลาดใจ ถ้านี่คือเป็นเรื่องจริงลูกเตะของกู่เฟยคงจะทำให้เขาสลบไปอย่างน้อย 4 – 5 ชั่วโมง

“มันพอมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ!” สีหน้าของหัวหน้าเปลี่ยนไปแต่ก็ไม่ได้ดูตื่นตูมอะไรมาก ลูกเตะของกู่เฟยไม่ได้ลื่นไหล และเห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเขาถูกจำกัดไว้ หัวหน้าตะโกนออกมาในทันที “มันเป็นแค่นักเวทย์! ไม่ต้องไปกลัว” จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปร่วมวงหลังจากที่ตะโกนบอก

กู่เฟยเคลื่อนไหวไปรอบๆระหว่างคนทั้งสาม แม้ว่าร่างกายของนักเวทย์จะถูกจำกัดค่าพละกำลังและความอดทนไว้เป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังพอมีค่าความว่องไวอยู่ อย่างน้อยความเหลื่อมล้ำก็ไม่เด่นชัดมากภายใต้สถานการณ์ที่ทุกๆคนยังเป็นผู้เล่นใหม่และยังไม่ได้เลื่อนระดับ ไม่ว่ากู่เฟยจะเตะหรือต่อยออกไปกี่ครั้ง มันก็จะโดนเป้าหมายทุกๆครั้งเนื่องจากประสบการณ์ในการต่อสู้ที่เต็มเปี่ยมของเขา ในทางกลับกัน ทั้งสามคนต้องพยายามเป็นอย่างมากแม้แต่การสัมผัสชายเสื้อของกู่เฟย เจ้าคนหัวหน้าเริ่มหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น ชายคนนี้มีมากกว่าแค่ท่วงท่าสวยงาม ถ้ามันมีค่าพละกำลังมากกว่านี้ พวกเขาทั้งสามคงล้มลงไปนานแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่มันเป็นแค่นักเวทย์

ในตอนนี้กู่เฟยเองก็รู้สึกหดหู่เหมือนกัน กระบวนท่ากังฟูหลายๆอย่างของเขาถูกจำกัดไว้เนื่องจากข้อจำกัดของเกม กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ว่าเขาจะเลือกนักสู้ให้เป็นอาชีพของตัวเอง มันก็ยังไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพของวิชากังฟูได้อย่างเต็มที่ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะลงค่าสถานะไปที่ความว่องไว และค่าพละกำลังหลังจากที่เลื่อนระดับก่อน ในทางตรงกันข้าม มันก็หมายความว่าตราบใดที่เขาลงค่าสถานะไปที่พวกมัน เขาก็ยังมีโอกาสใช้วิชากังฟูของตัวเองได้แม้ว่าจะเป็นนักเวทย์ก็ตาม กู่เฟยอดใจชื้นขึ้นมาไม่ได้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้

ใช้เวลาไม่นานชายสามคนรอบๆกู่เฟยก็ตระหนักได้ว่าพวกมันไม่สามารถทำอะไรกับกู่เฟยได้ พวกมันยังเห็นว่ากู่เฟยเริ่มสนุกสนานมากยิ่งขึ้นในขณะที่กำลังต่อสู้ กู่เฟยถึงกระทั่งเผยรอยยิ้มที่พึ่งพอใจออกมา ดังนั้นพวกมันทั้งสามจึงเริ่มเกิดอาการหวาดกลัวอยู่ภายในใจ

ในสายตาของกู่เฟยเทคนิคข้างถนนเหล่านี้ดูฉูดฉาดแต่ก็เต็มไปด้วยช่องโหว่ กู่เฟยไม่สนใจที่จะสู้กับพวกมันอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเขาจึงกระโดดออกไปจากวงล้อม กู่เฟยหัวเราะออกมา “ยังอยากสู้ต่อไหม?”

ทั้งสามคนต่างได้รับความทุกข์ทรมานมากมายจากหมัดและลูกเตะของกู่เฟย แม้ว่าความรุนแรงจะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่เป็นฝ่ายถูกโจมตีอยู่ข้างเดียว ณ ตอนนี้, คนหนึ่งเบ้าตาซ้ายปรากฎความบวมเป่ง อีกคนหนึ่งก็มีเบ้าตาขวาที่กลายเป็นสีเขียวช้ำ ส่วนคนที่เป็นหัวหน้ายังมีเลือดไหลไม่หยุดออกมาจากจมูกที่พังยับเยิน. ด้วยความกลัวว่าเลือดจะไหลเข้าปาก หัวหน้ากลุ่มอันธพาลจึงเงยหน้าขึ้นขณะพูดและใช้มือข้างหนึ่งห้ามเลือดเอาไว้ “พวกเราถอย!”

“เดี๋ยว!” กู่เฟยพูด “นายจะออกไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ขอโทษเหรอ?”

“ขอโทษ?” เจ้าคนหัวหน้าหัวเราะ “ทำไมฉันถึงต้องขอโทษคนที่มีความสามารถแค่ทุบตีด้วย?”

มันก็จริง หลังจากต่อสู้กันมานาน กู่เฟยทำได้แค่ทำให้พวกมันทั้งสามตาเขียวและเลือดกำเดาไหลเท่านั้น มันไม่ใช่บาดแผลที่ร้ายแรงจนทนไม่ไหว และที่สำคัญมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดความตาย ความตายในเกมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ HP ของบุคคลนั้นมีจำนวนเท่ากับศูนย์ ในสถานการณ์ปัจจุบันถึงทั้งสามคนจะสะบักสะบอมไปทั้งร่างกาย แต่ HP ของพวกมันยังคงเต็มหลอด นี่อาจจะเป็นหนึ่งในบั๊กใหญ่ของเกมเลยก็ว่าได้

กู่เฟยหัวเราะเบาๆก่อนจะก้มลงไปหยิบก้อนหิน ด้วยการเหวี่ยงแขนอย่างฉับพลัน ก่อนหินก็กระแทกเข้ากับศีรษะของหัวหน้าอันธพาลอย่างจัง

หัวหน้าอันธพาลโมโหสุดขีด “แก… “

“จะเป็นยังไงกันน๊า ถ้าฉันปามันเข้าที่เบ้าตาของนายตอนนี้?” กู่เฟยพูดขึ้นลอยๆ

หัวหน้าอันธพาลถึงกับผวา ตอนแรกมันคิดว่ากู่เฟยแค่โชคดี แต่เสียงของเขาดูเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าสามารถปาโดนที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ

“ตาของนายคงมองเห็นได้ตามปกติในความเป็นจริง แต่ในเกม…นายจะกลายเป็นคนตาบอด อย่าลืมสิว่านี่เป็นเกมเสมือนจริง” กู่เฟยกล่าว

หัวหน้าอันธพาลตกใจจนเผลอขยับถอยไปสองสามก้าว แต่ไม่ช้ามันก็คิดได้ว่าตาของตัวเองจะถูกปาหินใส่ได้เพียงแค่คนผู้นั้นบอกว่ามันทำได้งั้นเหรอ ใครมันจะเก่งปานนั้น? คิดได้ดังนั้นมันก็รู้สึกโล่งใจและหัวเราะลั่นออกมา “ไอ้เด็กน้อยแกคิดว่ากำลังหลอกใครอยู่?”

ปราศจากคำพูด กู่เฟยใช้เท้าเตะหินลอยขึ้นก่อนจะใช้มือขวาคว้ามันไว้ และปาออกไปสุดแรงเกิด …

“อ๊ากกก!”หัวหน้าอันธพาลร้องเสียงหลงกุมตาขวาของตัวเองในขณะที่ล้มลงกับพื้น มันกลิ้งไปกลิ้งมาและร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด

“ไม่ต้องกังวลนายยังเหลือตาอีกข้างหนึ่ง” กู่เฟย์กล่าวกับหัวหน้าอันธพาล จากนั้นเขาก็เตะหินขึ้นมากำไว้ในมืออีกสองก้อนพร้อมกับแกว่งแขวนเล่น สายตาของกู่เฟยกวาดผ่านไปยังอีกสองคนที่เหลือแล้วพูดว่า “จะทำยังไงกับก้อนหินอีกสองก้อนนี้ดี”

“ขะ – ขอโทษ พวกเราขอโทษ!” หลังจากที่เห็นหัวหน้าของตนกรีดร้องขณะกลิ้งไปมาบนพื้น พวกมันทั้งคู่ก็รีบตะโกนขออภัยออกมาอย่างรีบร้อน

“ออกไปซะ!” เมื่อกู่เฟยโบกมือไล่ ทั้งสองก็รีบดึงหัวหน้าของพวกมันขึ้นจากพื้น ตาข้างซ้ายมีมือกุมไว้ตลอดเวลา ในขณะที่อีกข้างเจิ่งนองไปด้วยน้ำตาของความเจ็บปวด มันตะโกนเสียงสั่น “ไป…รีบพาฉันไปเร็ว..” ทั้งคู่ตกตะลึงอยู่แป๊บนึงก่อนที่จะรู้สึกตัวรีบหิ้วหัวหน้าของมันจากไป ส่วนชายอีกคนที่เฝ้าต้นทางอยู่นั้นหายตัวไปก่อนหน้านานแล้ว

ในฐานะที่เฝ้าดูทุกสิ่งทุกอย่าง อาฟ่าก็ต้องตกอยู่ในอาการตะลึง เขาพึ่งกลับมารู้สึกตัวก็หลังจากที่อันธพาลทั้งหมดหายลับไปไกล วิ่งเข้าไปในซอยก่อนที่จะจ้องมองที่กู่เฟยด้วยความทึ่งสุดๆ “ครู ครูเป็นวิชากังฟูจริงๆหรอเนี้ย?”

“แน่นอนสิ ฉันฝึกกังฟูมาตั้งแต่เด็กแล้ว” กู่เฟยใช้คำพูดเหมือนตอนที่อยู่ในโรงเรียนเป๊ะ แม้แต่น้ำเสียงและการแสดงออกยังแทบจะไม่แตกต่างกัน

กู่เฟยเป็นกังฟูจริงๆ

เขาเกิดมาในตระกูลของผู้ฝึกกังฟู ดังนั้นเขาจึงถูกฝึกกังฟูตั้งแต่ยังเด็กๆกังฟูเป็นทั้งอาชีพและความเชี่ยวชาญของครอบครัวเขา โดยทุกคนมีเป้าหมายเหมือนกันคือการเผยแผ่ศิลปะประเพณีจีน อย่างไรก็ตามกู่เฟยรู้ว่าไม่มีใครสนใจเรื่องนี้จริงๆนอกเหนือจากพ่อและตัวเขาเอง

แตกต่างจากสมัยพ่อและคุณปู่ ตอนนั้นทุกคนต่างชอบฝึกฝนวิชากังฟู พวกท่านสามารถหาคู่ฝึกซ้อมกันได้ง่ายๆ แต่สำหรับกู่เฟยแล้วไม่มีแม้แต่คนเดียว ไม่เพียงแค่นั้น ทุกคนในยุคของเขายังคงดูถูกกู่เฟยที่ฝึกกังฟูอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่เด็กๆ “ในศตวรรษนี้มีอะไรบ้าง? ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเครื่องบินและถนนเต็มไปด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ กังฟูงั้นเหรอ? คุณสามารถหาเลี้ยงชีพด้วยวิชากังฟูได้หรือไม่? “

กู่เฟยเคยต้องการพิสูจน์ว่าความคิดพวกนั้นผิด แต่มันกลับนำไปสู่การเยาะเย้ยที่มากยิ่งขึ้น

เป็นความจริงที่ไม่สามารถโต้เถียงได้ ในวันนี้และยุคสมัยนี้มันเป็นเรื่องยากมากที่จะมีอยู่มีกินผ่านการใช้วิชากังฟู

กู่เฟยพยายามนำมันไปปรับใช้ในกีฬาต่างๆ เนื่องจากอาจมีกีฬาบางชนิดสามารถใช้ประโยชน์จากลักษณะพิเศษของกังฟูได้ แต่ทว่ามันทำให้กู่เฟยต้องยิ่งรู้สึกสลดหดหู่มากกว่าเดิมเป็นเพราะกฎต่างๆของกีฬาพวกนั้นทำให้วิชากังฟูใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเช่น การห้ามเตะเหนือระดับเอวขึ้นไปในฟุตบอล หรือการห้ามกระทบกระแทกกันในบาสเกตบอล นอกจากนี้สำหรับกีฬาบางชนิดกังฟูก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความได้เปรียบใดๆ เช่น หมากรุก และบางกีฬายังเป็นจุดอ่อนโดยธรรมชาติของกู่เฟยอีกด้วย เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำและกีฬาทางน้ำอื่นๆซึ่งขอบอกเลยว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น

ส่วนจะให้เขาจัดงานการแข่งขันกีฬากังฟูขึ้นมาเองก็ไม่ได้เช่นกัน

กังฟูที่กู่เฟยฝึกเน้นการออกกำลังของร่างกายและเทคนิคการต่อสู้ต่างๆทว่ามันกลับไม่มีสถานที่ที่ให้เขาแสดงความสามารถ นอกจากนั้นพ่อของเขายังห้ามอย่างชัดเจนไม่ให้เขาใช้วิชากังฟูเต็มรูปแบบกับที่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด

“เราฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เพื่อฝึกฝนตัวเอง, เพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ ไม่ใช่สำหรับการทะเลาะวิวาท! ” พ่อของเขาพูดเอาไว้อย่างจริงจัง

“เราไม่ได้ทำลายขีดจำกัดร่างกายของมนุษย์เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามเหรอพ่อ?” กู่เฟยถามด้วยความงุนงง

“แกคิดผิดแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามคือการยิงพวกมัน! ” พ่อของเขากล่าว

“ยิงพวกมัน?”

พ่อของเขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมว่า “ถูกต้อง ยิงพวกมันด้วยปืนนี่แหละ! “

“แต่…”

ก่อนที่กู่เฟยจะได้พูดอะไรต่อ กำปั้นจากพ่อของเขาก็ประเคนลงมา ครอบครัวของผู้ฝึกกังฟู ถ้าคุยกันด้วยปากไม่เข้าใจก็ต้องคุยกันด้วยกำปั้น! ในอดีตพ่อของเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและยังเก่งกังฟูมากกว่ากู่เฟย เห็นได้ชัดว่ากู่เฟยไม่สามารถรับฝ่ามือของพ่อตัวเองได้จึงต้องถูกทุบตีตามระเบียบ และนั่นเป็นวันเดียวกับที่เขาไปโรงเรียนมัธยมหยูหลินเพื่อสัมภาษณ์งาน …

หลังตัดออกจากการแข่งขันกีฬาทั้งหมด กู่เฟยยังคงสามารถสิงตัวอยู่ในโลกของกีฬาได้ หากพวกมันนับครูพละรวมอยู่ในนั้น

หลังจากคลิปถูกทุบตีจากพ่อตัวเองถูกปล่อยกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง เขาก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นคนไร้ยางอายเมื่อใดก็ตามที่พยายามบอกคนอื่นเกี่ยวกับกังฟู

เป็นเรื่องยากสำหรับกังฟูที่จะอยู่รอดในสังคมปัจจุบันจริงๆใช่มั้ย? กู่เฟยรู้สึกเศร้าหมอง เดี๋ยวนี้เขาแทบจะไม่ไปเข้ารวมการชุมนุมของตระกูล ก่อนหน้านี้เหล่าคนรุ่นก่อนยังคงเชื่อว่ากู่เฟยพยายามอย่างหนักในการเผยแพร่วิชากังฟู พวกเขาคิดว่ากู่เฟยเป็นแบบอย่างที่ดีของตระกูล เป็นผู้ที่รุ่นเดียวกันควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ตอนนี้เขากลายเป็นเพียงครูพละศึกษา ในขณะที่คนอื่นๆแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในชีวิตในการชุมนุมของตระกูลด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา คนรุ่นก่อนก็เริ่มลังเลในความเชื่อเดิม ไม่มีใครเชื่อว่ากู่เฟยเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเดียวกันยกเว้นพ่อของเขา

อย่างไรก็ตามพ่อของเขาติดอยู่กับความเชื่อที่ว่า “กังฟูไม่ได้มีไว้ใช้สำหรับการทะเลาะวิวาท”

“พ่อไม่ยอมให้แกใช้กังฟูทำร้ายผู้คนเด็ดขาด!” พ่อของเขาพูดอย่างจริงจัง

“แม้แต่พวกคนชั่วเหรอพ่อ?” กู่เฟยถาม

“ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่พวกคนเลว! ” พ่อของเขาพูดอย่างเด็ดขาด “นั่นคือเหตุผลของการมีตำรวจ! กฎหมายจะลงโทษพวกมันเอง! “

“แล้วกังฟูจะมีประโยชน์อะไร?” กู่เฟยรู้สึกคับข้องใจเป็นอย่างมาก เขาเกลียดการที่ไม่สามารถเข้าใจทุกสิ่งเหมือนเช่นบิดาและต้องติดอยู่ในความขื่นขมเมื่อพูดถึงเรื่องกังฟู


กังฟูจอมเวทย์ – Virtual World: Close Combat Mage

 

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...