ตอนที่แล้วแผนการที่เยือกเย็นและเด็ดขาด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอาจารย์จุนซัน

ความโหดเหี้ยมของหลงอู่


ตอนที่19 ความโหดเหี้ยมของหลงอู่

 

ยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงดาว

“นายท่านกองทัพพร้อมและขอรับ”ไม่นานหลังจากการประชุมจบลงก็ถึงยามค่ำคืออย่างรวดเร็ว หลงอุสวมชุดเกราะสีดำเงินเข้มเดินเข้ามาที่พักของเทียนถาง มันกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเทียนถางพยักหน้าตอบและเข็นรถออกไปที่ด้านนอกกองทัพของตระกูลฉิง เทียนและกลุ่มจักรพรรดิฟ้ายืมรออยู่อย่างเคร่งเครียด

 

“ข้าเทียนถางต้องขออภัยที่พาพวกท่านมารำบากแต่ข้าสัญญาเมื่อจบศึกนี้เราจะร่ำรวยและแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล เพราะมีของมากมายที่นิกายกระจ่างฟ้าครอบครองอยู่ข้ามิคิดจะเก็บไว้ผู้เดียวแน่นอนเพราะเช่นนั้นเราจะต้องขยี้พวกมันให้หมดสังหารทุกสิ่งอย่างซะ”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างช้าๆและละเอียดทุกคำกล่าวเต็มไปด้วยความดุร้ายและเยือกเย็น แต่มันราวกับน้ำมันที่เติมลงไปที่กองเพลิงขนาดเล็กตอนนี้มันราวกับเพลิงที่เผาผลาญได้ทุกอย่าง

 

“เฮ้”ทุกคนคำรามออกมาอย่างดุร้ายพวกมันทั้งหมดเต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม ปรากฏรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าของเทียนถางและแน่นอนหลงอู่สังเกตเห็นนั้นทำให้มันรู้ว่านายของมันเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้นำของทุกสิ่งและกองทัพนี้คือสิ่งที่ช่วยยืนยัน เทียนถางจึงได้ลอยขึ้นจากรถเข็นและเก็บรถเข็นเข้าไปในแหวนมิติก่อนที่จะนำทัพผู้ฝึกยุทธเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็วโดนที่หลงอู่ได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงเพื่อเข้าโจมตีก่อน

 

“ตูม ตูม ตูม”เมื่อหลงอู่มาถึงยังนิกายกระจ่างฟ้าปรากฏดาบหยกทะลวงฟ้าในมือและได้ส่งพลังปราณจำนวนมากเข้าไปในศาสตราวุธของมันก่อนที่จะฟันออกไปสุดแรง คลื่นดาบเพลิงฟ้าพุ่งเข้าใส่ใจกลางนิกายและเริ่มเผาผลาญทุกสิ่งนั้นทำให้ทุกคนในนิกายกระจ่างฟ้าเต็มไปด้วยความสับสนและรีบไปในที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

 

“เจ้าเป็นผู้ใดถึงกล้าโจมตีพวกเรา”ชายชราที่สวมชุดคลุมสีฟ้าพุ่งขึ้นมาที่ด้านหน้าของหลงอู่ด้านหลังของมันมีชายชราอีกจำนวนมากตามหลังมา ชายชราที่สวมชุดคลุมฟ้ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้ายและมันมิกล้าที่จะทำสิ่งใดเพราะมันรับรู้ว่าหลงอู่แข็งแกร่งกว่ามันมาก

 

“ข้าแค่ต้องการประลองกับผู้นำนิกายของพวกเจ้า”หลงอู่กล่าวออกมาอย่างดุร้ายแววตาของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย กลุ่มชายชราเต็มไปด้วยความสับสนปรากฏชายชายชราเสื้อคลุมแดงก้าวออกมาจากด้านหลังมันมีพลังยุทธระดับผู้ยิ่งใหญ่ขั้นที่สิบเช่นกัน นั้นทำให้หลงอู่ประหลาดใจแต่มันมิได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

 

“ข้าไป๋หนานของทราบนามของเจ้าก่อนที่เราจะประลองกัน”ไป๋หนานกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้ายแววตาของมันก็เต็มไปด้วยความดุร้ายเช่นกัน หลงอู่สะบัดมือวาดเปลวเพลวสีฟ้าของมันเป็นคำว่าหลงอู่ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ไป๋หนานด้วยความเร็วสูงปรากฏร่างเงาของพยัคฆ์เพลิงขนาดใหญ่ด้านหลังของมันนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงและมันก็ฟันเข้าใส่ไป๋หนานทันที

 

“ติ้ง ฟุม ตูม”ปรากฏง้าวสีเงินสัญลักษณ์หมีขนาดใหญ่ที่ปลายง้าวฟันสวนกลับหลงอู่เมื่อพลลังของศาสตราวุธทั้งสองปะทะกัน ก็เกิดขึ้นระเบิดของปราณขึ้นด้วยพลังของหลงอู่ที่อยู่ในระดับผู้ยิ่งใหญ่ขั้นที่สิบมายาวนานกว่าไป๋หนานจึงทำให้ไป๋หนานถูกผลักออกไปแสนไกล หลงอู่พุ่งตามออกไปด้วยความรวดเร็วเหล่าชายชราที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงก็พุ่งตามออกมาไปอย่างรวดเร็ว เทียนถางและกองทัพก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที

 

“สังหารพวกมันทั้งหมดอย่างเงียบๆ”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังก่อนที่จะพากองทัพของมันแอบเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปรากฏกระบี่เยือกแข็งสิบเล่ม กงจักรหยกเย็น เทียนถางสะบัดมือออกไปอย่างรวดเร็วศาสตราวุธมากมายพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์ของนิกายต่างออกมาด้านนอกที่พักเพื่อชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้กองทัพของเทียนถางทำงานง่ายขึ้น

 

“ซวก ซวก ซวก ซวก”การสังหารทุกคนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยระดับอสูรจำนวนมากทำให้การเคลื่อนกำลังพลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว มินานก็จบปรากฏกองโลหิตมากมายเต็มไปพื้นที่ทั่งทั้งนิกายภายนอกศาสตราวุธมากมายถูกเก็บมาให้เทียนถาง แต่นั้นมิได้ทำเทียนถางสนใจแม้แต่น้อยมันควบคุมกองกำลังบุกเข้าไปภายในของนิกายอย่างรวดเร็ว

 

“สังหารพวกมันทั้งหมด”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายเมื่อเข้ามาภายในเมื่อแล้ว การสังหารเริ่มขึ้นแกครั้งอย่างรวดเร็วแต่มินานก็ปรากฏพลังปราณทุกรุนแรงกระแทกร่างกายของคนตระกูลฉิงจนปลิวออกมาด้านหลัง เทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันปรากฏกลุ่มของชายวัยกลางคนที่มีพลังยุทธระดับอสูรขั้นที่สิบทั้งหมด เดินออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

 

“ตูม ฟูม”เทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมันเรียกหอกมังกรหยกเย็นออกมาพลังปราณจำนวนมหาศาลระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึงและจ้องมองไปที่เทียนถาง แรงกดดันเริ่มผลักให้กลุ่มชายวัยกลางคนถอยออกไป เทียนถางพุ่งเข้าใส่โดยมิได้ใส่ใจกับเรื่องของระดับพลังยุทธเลย

 

“อสรพิษดำ”เทียนถางแทงหอกมังกรหยกเย็นทะลุออกมาของคนที่ดูราวกับผู้นำกลุ่มอย่างง่ายดายแต่ทั้งกลุ่มก็โจมตีเข้าใส่เทียนถางในทันที เทียนถางทำเพียงกล่าวออกมาอย่างดุร้ายปรากฏพลังปราณสีเขียวระเบิดออกมาอย่างรุนแรง อสรพิษดำโผล่ออกมาจากพลังปราณของเทียนถางและสะบัดหางของมันเข้าใส่กลุ่มชายวัยกลางคนจนปลิวออกไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงและพิษก็เริ่มกันกินพวกมันทั้งหมด

 

“พิษอสรพิษดำ”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งอสรพิษดำพ้นพิษสีดำออกมามันพ้นออกไปทุกทิศทางโดยที่มิได้สนใจสิ่งใดเลยผู้คนต่างตกตะลึงมิมีผู้ใดคิดว่าเทียนถางจะแข็งแกร่งเช่นนี้และยังมีอสรพิษดำวัยใจครอบครองเช่นนี้

 

เทียนถางสะบัดมือดึงแหวนมิติออกมาจากกลุ่มของชายวัยกลางคนถึงแม้จะมีเพียงแค่สามวงแต่มันมีโอสถและหยกที่ช่วยในการฝึกมากในระดับหนึ่งเลย เทียนถางเลิกสนใจอย่างรวดเร็วและเก็บมันเข้าไป มันได้โบกมือให้เหล่ากองทัพของมันสังหารทุกคนต้องอย่างรวดเร็ว มินานภายในนิกายชั้นในทุกคนก็ถูกสังหารจนหมด

 

“เหลือเพียงแค่ตำหนักหลักของนิกายกระจ่างฟ้า”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายและพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ผู้คนทั้งหมดพุ่งตามมันไปอย่างรวดเร็วแต่เมื่อฉิงเทียนและขุนพลทั้งสี่เข้ามาด้านหลังมันเทียนถางก็สะบัดมือชี้ไปที่ตำหนักต่างๆของนิกายและนั้นทำให้ทั้งห้าเข้าใจทันทีพวกมันโบกมือให้คนไปข้นสมบัติทั้งหมดของนิกายออกมา

 

“ท่านพ่อ”แต่เมื่อเข้ามาภายในตำหนักหลังของนิกายปรากฏกลุ่มคนที่ดูราวกับผู้ยิ่งใหญ่ของนิกายกระจ่างฟ้าคนเหล่านี้คือเหล่าอัจฉริยะของนิกายกระจ่างฟ้าเป็นแน่ ฉิงหลินที่อยู่ด้านหลังกล่าวออกมาอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่าบิดาของนางมากับกลุ่มคนจำนวนมากและทุกคนเต็มไปด้วยโลหิตมากมายเต็มไปตัว

 

“ฉิงหลินมาหาพ่อ”ฉิงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง นั้นทำให้ฉิงหลินตกตะลึงและนางตัวสั่นเพราะมิเคยเห็นบิดาของนางดุ้รายเช่นนี้มาก่อน แต่ในเวลานั้นศาสตราวุธมากมายก็พุ่งผ่านฉิงหลินไปสังหารชายสองคนที่เคยเจอกันในตอนที่เทียนถางยังอ่อนแอ นั้นทำให้โลหิตสีแดงฉานพุ่งออกไปทั่วทุกทิศ ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงโลหิตพุ่งเข้าใส่ทุกคน

 

“นี้เจ้า”ชายร่างสูงพยายามที่จะกล่าวบางสิ่งแต่กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งก็แทงหลังของมันจนทะลุ เทียนถางไร้สึกความปราณีนี้คือสิ่งที่เด็กอายุสิบหกทำได้เช่นนั้นหรือมันคือสิ่งที่ปรากฏในหัวของทุกคนในเวลานั้น แต่เทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมันสะบัดมือสูงศาสตราวุธพุ่งเข้าใส่ทุกคนเลยยกเว้นฉิงหลิน เมื่อเห็นเช่นนั้นฉิงเทียนและสี่ขุนพลพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงทันที

 

“มากับพ่อ”ฉิงเทียนจับไปที่แขนของฉิงหลินก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างดุร้ายพร้อมกับพุ่งกลับมาที่เทียนถางด้วยความเร็วสูงสี่ขุนพลพุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าอัจฉริยะแห่งนิกายกระจ่างฟ้า เทียนถางรีบเก็บศาสตราวุธของตนและผนึก ฉิงหลินเข้าไปในการบีบพลังปราณจับนางไว้ ฉิงเทียนพยักหน้าตอบก่อนที่จะพุ่งออกไประเบิดพลังปราณระดับมังกรออกมาอย่างรุนแรง

 

มินานหลังจากการที่ฉิงเทียนที่อยู่ในระดับมังกรขั้นที่สามเข้าร่วมการต่อสู้พริบตาการต่อสู้ก็จบลง เทียนถางมิประหลาดใจในความสามารถของฉิงเทียนเลย มันสะบัดมือปล่อยฉิงหลินที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวออกมาจากมือของมันและได้โบกมือให้ทหารตระกูลเทียนไปนำสมบัติทั้งหมดมาให้มัน มินานก็ปรากฏแหวนมิติหลายสิบวนใจมือของเทียนถาง

 

“นี้ของพวกท่านตระกูลฉิง นี้ของเราตระกูลเทียน และนี้ของกลุ่มจักรพรรดิฟ้า”เทียนถางตรวจสอบของในแหวนมิติมินานมันก็สะบัดมือส่งของจากแหวนหนึ่งไปอีกอันหนึ่ง และเหลือแหวนมิติเพียงแค่สี่วงเท่านั้น เทียนถางกล่าวออกมาและก็สะบัดมือส่งแหวนมิติไปให้สี่ขุนพล ฉิงเทียน และเมียงโจ อีกวงมันเก็บเอาไว้

 

แต่มิมีแต่แต่ผู้ใดเลยที่คิดว่าเทียนถางเอาเปรียบเพราะในศึกครั้งนี้เทียนถางทำงานหนักที่สุดแต่เมื่อทั้งสามตรวจสอบแหวนมิติดูก็พบกับสมบัติมากมายอยู่ด้านใน ทั้งสามต่างตกตะลึงก่อนที่จะจ้องมองไปที่แหวนมิติที่อยู่เหนือมือของเทียนถาง พวกมันทั้งสามส่งพลังปราณเข้าตรวจสอบปรากฏเพียงหนังสือหนึ่งเล่มและโอสถไม่กี่ร้อยเม็ดเท่านั้น

 

“หลานถางเจ้าให้พวกเรามากเกินไป”ฉิงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจังแววตาของมันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เมียงโจและขุนพลอันดับหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย เพราะว่าเทียนถางนั้นได้ทำงานหนักที่สุดและได้มอบทักษะชั้นยอดให้กับทุกผู้คน เห็นใดเทียนถางจึงจะได้น้อยที่สุดกัน เทียนถางมิได้สนใจมันโบกมือและเก็บแหวนมิติเข้าไปด้านใน

 

“ตอนนี้พวกเรายึดที่นี้ได้แล้วข้าต้องการให้พวกท่านจัดการที่เหลือข้าจะไปหาหลงอู่”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังและเยือกเย็นนั้นคือสิ่งที่ผู้ที่อยู่อู่กับเทียนถางจะรู้ว่ามันคือเรื่องปกติ และทุกคนรู้ว่าเมื่อเทียนถางตัดสินใจสิ่งใดแล้วมันจะมิทำพลาด เพราะเช่นนั้นจึงมิมีใครได้กล่าวสิ่งใดและปล่อยให้เทียนถางจากไป

 

ในระหว่างการเดินทางเทียนถางได้พบกับซากศพของชายชราจำนวนมากและเทียนถางสามารถที่จะรับรู้ได้ว่าคนเหล่านี้คือผู้อาวุโสของนิกายกระจ่างฟ้าเป็นแน่ เทียนถางสะบัดมือดึงแหวนมิติหาเหล่าผู้อาวุโสที่ตายเข้ามาในมือและได้รีบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เทียนถางจ้องมองไปตามทางปรากฏซากศพมากมายเต็มไปด้วยเลย

 

“ติง ตูม ฟุม”มินานเทียนถางก็มาถึงยังทะเลสาบขนาดใหญ่ที่หนึ่งปรากฏเสียงของการต่อสู้ที่รุนแรงดังขึ้นมาจากมิไกลนัก เทียนถางจึงได้สนใจมากและพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงและเมื่อมาถึงใจกลางทะเลสาบเทียนถางก็ได้พบหลงอู่ที่ต่อสู้กับชายชราชุดคลุมด้านอย่างรวดเร็ว เทียนถางจ้องมองไปที่มันทั้งสองด้วยความสนใจ

 

“หลงอู่รีบสังหารมันซะ”หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่เทียนถางที่ลอยอยู่กล่าวออกมาอย่างอย่างจริงจัง หลงอู่และไป๋หนานก็จ้องมองมาที่เทียนถาง หลงอู่รีบพยักหน้าก่อนที่จะรวบรวมปราณจำนวนมหาศาลเข้าไปในดาบหยกเย็นและพุ่งเข้าหาไป๋หนานด้วยความเร็วสูง ไป๋หนานก็มิคิดจะยอมแพ้มันรวบรวมพลังปราณจำนวนมากเข้าไปที่ง้าวสีเงินของมันเช่นกัน

 

“ดาบเพลิงครามตัดฟากฟ้า/ง้าวเงินทะลวงดารา”ทั้งสองคำรามออกมาพร้อมกันและศาสตราวุธทั้งสองชิ้นก็เข้าปะทะทะเลสาบนั้นถูกแยกออกจากกันทันที เทียนถางที่ลอยอย่างสงบมิแม้แต่ที่จะขยับเมื่อถูกพลังปราณจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ เทียนถางจ้องมองไปที่ด้านหน้าด้วยสีหน้ากล่าวออกมาอย่างดุร้ายก่อนที่จะพบว่าทั้งสองยังคงอยู่แต่ไป๋หนานกับเต็มไปด้วยโลหิตมากมายห่อหุ้มร่างกายของมันและมันยังหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า

 

“สังหารมันซะ”เทียนถางหมดความอดทนแล้วมันจึงกล่าวออกมาอย่างดุร้ายซึ่งหลงอู่เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังและพุ่งเข้าใส่ไป๋หนานอีกครั้ง จนไป๋หนานต้องตกตะลึงมันพยายามที่จะให้ง้าวสีเงินป้องกันแต่มันสายไปแล้ว หลงอู่ฟันเข้าใส่ร่างกายของมันแต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของหลงอู่มัยสามารถที่จะถอยหลังออกไปได้เล็กน้อย ดาบของหลงอู่จึงฟันเข้าได้แค่เพียงเล็กน้อย

 

“หัตวิญญาณเทพสะกด”หลงอู่สะบัดดาบเก็บเข้าไปในแหวนมิติก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาและปรากฏพลังปราณรูปร่างราวกับมือจับร่างของไป๋หนานเอาไว้ นั้นทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและมันก็มิสามารถที่จะขยับสิ่งใดภายในร่างกายของมันได้เลย ทั้งที่นี้มันมิสามารุแม้แจะขยับนิ้วหรือโคจรพลังปราณในร่างกายได้เลยแม้แต่น้อย

 

“เจ้าคือคนของตระกูลหลงผู้คอรบครอง หัตวิญาณเทพสะกดหรือ”ไป๋หนานกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึงแต่หลงอู่มิได้สนใจมันบีบมือเข้าหากันและร่างกายของไป๋หนานก็เริ่มถูกบีบจนตัวของมันแตกออกเป็นเศษเนื้อ หลงอู่สะบัดมือดึงแหวนมิติเข้ามาในมือของมันและได้ลอยมาหาเทียนถางและมอบให้เทียนถางโดยมิลังเลเทียนถางรับเอาไว้และทั้งสองก็กลับไปทันที

 

หลังจากที่เทียนถางกลับมายังพื้นที่ของนิกายกระจ่างฟ้าทุกอย่างก็ถูกเก็บกวาดจนหมดและทั่วทั้งนิกายก็กลายเป็นเปลวเพลิงอันรุนแรงเผาผลาญทุกอย่างทั่วทั้งนิกายจนทุกอย่างเริ่มกลายเป็นเถ้าถ่าน เทียนถางและกลุ่มจึงได้ออกเดินทางกลับด้วยสัตว์อสูรของนิกายกระจ่างฟ้าอยู่ถูกเก็บเอาไว้

 

“มินานพวกเราก็คงกลับถึงอาณาจักร”ขุนพลคนหนึ่งที่อยู่มันอีกายักษ์ด้วยข้างเทียนถางก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง เทียนถางพยักหน้าตอบและมันได้เรียกแหวนมิติออกมามันส่งตำราเล่มหนึ่งออกมาจากด้านในและเริ่มตรวจสอบมันทันที ตำราทักษะเล่มนี้มีนามว่าตำรา โลหิตมารร้าย ทักษะระดับเจ็ดครึ่งกล่าวก่อนแปด ซึ่งมันทรงพลังเป็นอย่างมากและส่วนใหญ่อักขระด้านในยังเขียนด้วยภาษาโบราณซึ่งเทียนถางอ่านมันมิออกแต่รู้ว่ามันจะต้องทรงพลังมากเป็นแน่

 

“นี้คือสิ่งที่ท่านได้มาหรือ”หนึ่งในขุนพลที่อยู่ใกล้ๆก็กล่าวถามออกมาอีกครั้งนั้นทำให้ทุกคนจ้องมองมาที่ตำราทักษะในมือของเทียนถาง แม้แต่ฉิงเทียน หลงอู่ เมียงโจ ก็จ้องมองไปเช่นกัน แต่กับมิมีผู้ใดอ่านชื่อของตำราออกมาเลยแท้แต่น้อยแต่เทียนถางที่เคยอ่านตำรามามากมายก็สามารถที่จะอ่านได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

“ข้ายังต้องศึกษามันอีกมาก”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้ากล่าวออกมาอย่างดุร้ายเช่นเดิมนั้นทำให้มิมีผู้ใดกล่าวออกมาหลังจากผ่านไปสิบวันด้วยการเดินทางด้วยอีกายักษ์พริบตาเดียวก็มาถึงยังอาณาจักรเขี้ยวมังกร เทียนถางพูดคุยกับคนในตระกูลของมันเล็กน้อยก่อนที่คนตระกูลฉิงส่วนใหญ่และกลุ่มจักรพรรดิฟ้าจะเดินทางกลับไปที่นิกายแสงตะวันอีกครั้ง

 

“มาถึงแล้วหรือ”เมื่อทุกคนกลับมาถึงก็มีผู้อาวุโสของนิกายแสงตะวันคนหนึ่งรออยู่นั้นทำให้ทุกคนโค้งคำนับแล้วสับสนเพราะมิคิดว่าจะมีใครรอพวกมันอยู่เช่นนี้ ฉิงเทียนรับรู้ว่าชายชราผู้นี้คือใครเขาคือ รองผู้นำนิกายแสงตะวัน จุนซันจิง เทียนถางมิได้รับรู้เลยชายชราผู้นี้คือใครรู้เพียงแค่เข้าอยู่ในระดับผู้ยิ่งใหญ่ขั้นที่เจ็ด

 

“ท่านผู้นำนิกายต้องการพบเจ้า”จุนซันจิงกล่าวออกมาและจ้องมองไปที่เทียนถาง นั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงเพราะมิเคยมีผู้ใดพบกับผู้นำนิกายมาก่อนเลยและนี้เป็นครั้งแรกเช่นกันที่มีคนพบจุนซันจิง เทียนถางเองก็ประหลาดใจแต่มันก็มิได้กล่าวสิ่งใดและโบกมือให้ทุกคนกลับไปก่อนมันตามเข็นรถตามจุนซันจิงไปอย่างช้าๆ

 

“ที่นี้คือบ้านพักตะวันฉายแสงเข้าไปสิ”จุนซันจิงกล่าวออกมาอย่างจริงจังเมื่อมาถึงยังที่พักของผู้นำนิกาย เทียนถางโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนที่จะเข็นรถเข้าไปมินานมันก็มาถึงดานในสุดของทางปรากฏสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพืชและสมุนไพรมากมาย พื้นที่นี้เต็มไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์จำนวนมหาศาลเลย

 

“เข้ามาหาข้าสิเด็กน้อยเอ๋ย”เสียงดังขึ้นอีกครั้งและเทียนถางก็ทำตามโดยมิลังเลมันเข็นรถไปตามเสียงและมินานมันก็เข้ามาถึงยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไผ่จำนวนมากอยู่และใจกลางพื้นที่มีก้อนหินขนาดใหญ่และชายวัยกลางคนก็ดังอยู่ที่นั้นและนี้เป้นครั้งแรกที่เทียนถางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้เป็นราชันย์ความสามารถของจักรพรรดิที่น้อยคนจะมีได้

 

“เจ้าคงเป็นเทียนถางผู้ครอบครองปราณถึงสามธาตุ ช่วยแสดงให้ข้าดูได้หรือไม่”ชายวัยกลางคนคนนี้เทียนถางรับรู้ได้เลยว่าเขาคือผู้นำนิกายแสงตะวันแห่งนี้เป็นแน่ ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นและจ้องมองมาที่เทียนถางด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะยิ้มและกล่าวออกมาด้วยสีหน้ามีความสุข เทียนถางปลดปล่อยพลังปราณออกมาถึงสามธาตุ อสนี เหมัน พิษ ทั้งสามทรงพลังมาก

 

“ยอดเยี่ยม”ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยสีหน้ายินดีและได้ลอยขึ้นจากก้อนหินและลอยลงมาที่ด้านหน้าของเทียนถาง ชายผู้นี้เต็มไปเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ชุดคลุมสีเขียวยิ่งทำให้มันดูหล่อเหลาขึ้นมันเดินเข้ามาและยื่นมือออกมาด้านหน้าของเทียนถาง และในมือของมันก็ปรากฏตราสัญลักษณ์รูปร่างราวกับพยัคฆ์สีทองที่กำลังเหยียบลงบนดวงตะวัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด