ตอนที่แล้วเล่ม 2 ตอนที่ 3 : นครใต้สมุทรโนเดเลส (3) [อ่านฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2) [อ่านฟรี]

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (1)

‘เฮ้อ นี่มันไม่มีหวังเลยนะเนี่ย’ อาร์คถอนหายใจแรง

เขาพยายามเข้าไปถามสุ่มกับชาวเงือก แต่แล้วมันก็ไม่ได้อะไรกลับมา การหาข้อมูลของคริสตินนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากเกินกว่าที่คาดไว้ ตัดสินจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีเพียงหนทางเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ได้ เขาจำเป็นต้องเพิ่มค่าความสัมพันธ์กับชาวเงือก

ปัญหาคือข้อมูลที่ต้องการนั้นมันอาจจำเป็นต้องใช้ค่าความสัมพันธ์ที่สูงล้ำ

ตัดสินจากท่าทีตอบสนองของทหารยามชาวเงือก การพูดเพียงแค่ไม่กี่คำนั้นไม่อาจช่วยอะไรได้เลย นอกจากนี้ เขายังไม่รู้ว่าจะเพิ่มค่าความสัมพันธ์กับเมืองใต้สมุทรที่แปลกประหลาดเช่นนี้ยังไงดี

‘อย่างแรกเลยคงต้องไปรวบรวมข้อมูลเรื่องชาวเงือกก่อนแทนที่จะเป็นคริสตินสินะ’

อาร์คตัดสินใจปล่อยวางและเดินทัวร์ชมรอบเมือง

โนเดเลสนั้นเป็นเมืองที่แตกต่างไปเล็กน้อยหากเทียบกับหมู่บ้านของมนุษย์ หมู่บ้านของมนุษย์นั้นไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างก็ต้องมีโรงเตี๊ยม โรงแรม หรือร้านขายของทั่วไป ทว่าโนเดเลส กระทั่งว่ามันใหญ่กว่าหมู่บ้านของมนุษย์สามหรือสี่เท่า แต่มันกลับมีภัตตาคารเพียงแค่แห่งเดียวกับร้านขายของทั่วไปอีกแห่ง

‘หรือตอนนี้เราควรเคลียร์ของที่มีก่อนกันนะ?’

หลังตระเวนไปทั่วท้องทะเลเกือบเดือน กระเป๋าของเขาและท้องของเจ้างูต่างก็เต็มไปด้วยไอเทม

“โอ้ นี่เจ้าเป็นมนุษย์ใช่ไหม แปลกนะเนี่ยที่มนุษย์จะมาร้านข้า ว่าไง อยากได้อะไรหรือเปล่า?”

ขณะที่เขาเข้ามาในร้าน ชาวเงือกชราคนหนึ่งพลันเข้ามาต้อนรับ ด้วยหน้าเหี่ยวย่นพร้อมหนวดประดับนั้น ชาวเงือกคนนี้ดูแปลกไปบ้าง แต่อาร์คก็ยังคงเผยรอยยิ้มเป็นมิตรให้

“ผมอยากขายของแล้วก็อยากซื้อด้วยน่ะครับ ขอดูของในร้านก่อนได้ไหมครับ?”

“ตามสะดวก”

อาร์คเริ่มเดินชมสินค้าภายในร้าน

ไอเทมทุกอย่างที่มีขายในร้านต่างเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แน่นอนว่าเพราะนี่คือเมืองใต้สมุทร และเป็นเพราะวัตถุดิบทั้งหมดล้วนหาได้จากท้องทะเล มันมีโล่ที่สร้างจากเปลือกหอย คันธนูที่ทำขึ้นจากกระดูกของวาฬ ง้าวที่ดูแล้วน่าจะทำจากปลาทูน่า และอื่น ๆ

วัสดุที่ใช้ทำมันให้ความรู้สึกหยาบกระด้างอยู่บ้าง บางทีอาจเป็นเพราะเมืองนี้ยากมาถึง หลายสิ่งมันเลยเกินกว่าจินตนาการของเขา

 

=====

โล่หอย

ประเภท : โล่

พลังป้องกัน : 190

ความทนทาน : 60

น้ำหนัก : 30

ข้อจำกัดใช้งาน : เลเวล 50, อาชีพสายนักรบ

โล่นี้ถูกสร้างขึ้นจากเปลือกหอยขนาดใหญ่ที่แข็งดุจเหล็กกล้า เช่นนั้นแล้วดาบจึงไม่อาจทำอะไรมันได้ ด้วยพื้นผิวที่เพรียวบางจึงง่ายต่อการพกพาและว่ายน้ำ

ราคา : 13,777P

=====

เกราะปลาไหลไฟฟ้า (วิเศษ)

ประเภท : ชุดเกราะหนัง

พลังป้องกัน : 70

ความทนทาน : 55

น้ำหนัก : 50

ข้อจำกัดใช้งาน : เลเวล 55

ชุดเกราะที่สร้างขึ้นจากปลาไหลไฟฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลลึก การโจมตีสามารถไหลลื่นผ่านพื้นผิวของมันไปได้ และด้วยกระแสไฟฟ้าที่ยังคงมีอยู่ มันจะสามารถส่งถ่ายกระแสไฟฟ้าทำให้เกิดอาการช็อกได้ในอัตราที่กำหนดเมื่อใช้โจมตี

การโจมตีไร้ผล : 30%

โอกาสที่สามารถโจมตีสวนกลับด้วยกระแสไฟฟ้า 10%

=====

 

กระทั่งว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันธรรมดาอย่างโล่หอย พลังป้องกันของมันยังมหาศาลถึง 190

แต่โล่เดิมทีมันก็เป็นอะไรที่มีค่าพลังป้องกันสูงอยู่แล้ว เพราะมันจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถใช้เพื่อปัดป้องการโจมตีได้ แต่นี่พลังป้องกัน 190 มันก็ถือว่าสูงเกินจะเชื่ออยู่ดี

ผลพิเศษที่ได้รับจากเกราะปลาไหลไฟฟ้าเองก็ไม่ใช่เล่น

จะเรียกมันว่าเป็นของหายากก็ไม่อาจพูดได้ว่าเกินเลย ความน่าสนใจของพวกมันทำเอาเขาอยากซื้อหาสักหนึ่งหรือสองชิ้นถ้าหากราคามันเป็นใจ แต่มันแปลกอยู่อย่าง ราคามันมีหน่วยเป็น “P”

“อะไรคือ P เหรอครับ?”

“หืม?”

เจ้าของร้านหันศีรษะมามองอาร์คที่กำลังถาม หลังเหม่อมองอาร์คสักพัก เจ้าของร้านจึงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ

“อา เจ้าเป็นมนุษย์นี่นะ P หมายถึงสิ่งนี้” เจ้าของร้านนำเอาไข่มุกขนาดใหญ่เท่าลูกตาออกมา “ที่นี่คือโนเดเลส ไข่มุกนี้ใช้แทนเงินตรา”

“ถ้าอย่างนั้น 2,500P หมายถึงต้องใช้ไข่มุก 2,500 เม็ดเพื่อซื้อไอเทม?”

“ถูกต้อง”

กรามของอาร์คแทบแข็งค้าง

เขารวบรวมไข่มุกมาได้ประมาณสามหรือสี่เม็ดระหว่างเดินทางผ่านมหาสมุทร ในตอนนั้นอาร์คก็รู้สึกดีใจมากแล้ว ในเมื่อพวกมันเป็นอัญมณีหายาก เขาจึงคิดว่ามันสมควรขายได้ราคาสูงยิ่ง อัญมณีที่เขาได้รับเป็นครั้งคราวนั้นที่ด้อยคุณภาพสมควรขายได้สัก 10 เหรียญเงิน และที่คุณภาพสูงและหายากนั้นสมควรขายได้สัก 5 เหรียญทอง

แต่นี่เขาต้องใช้ไข่มุกถึง 2,500 เม็ดเพื่อซื้อชุดเกราะเนี่ยนะ? ไม่ใช่หมายความว่าหากเขาต้องการซื้อมันในราคาที่ถูกที่สุด เขาจำเป็นต้องจ่ายเงินไปมากถึง 250 เหรียญทองหรอกหรือ? ไม่ว่ามันจะมีประสิทธิภาพดีขนาดไหนก็ตาม แต่นี่มันปล้นกันชัด ๆ

ทว่าอาร์คได้เปลี่ยนความคิดใหม่

‘ไม่ มันต้องเป็นเพราะมูลค่าของไข่มุกที่นี่มันต่ำอย่างน่าเหลือเชื่อต่างหากล่ะ’

ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่น่าเป็นอะไร หากเขาได้รับไข่มุกจำนวนมากจากสถานที่แห่งนี้และฉวยโอกาสใช้ความแตกต่างของราคาตามพื้นที่ เขาอาจได้รับโชคลาภก็เป็นได้

อาร์คคิดไปพลางขณะเปิดกระเป๋าออก

“ถ้าหากขายทั้งหมดนี่ผมจะได้ทั้งหมดเท่าไหร่เหรอครับ?”

กระเป๋านั้นเต็มไปด้วยเปลือกหอย สาหร่ายทะเล และสิ่งของที่คล้ายกับพวกเลือดเนื้อของมอนสเตอร์ใต้น้ำ

ทว่าเจ้าของร้านกลับพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ซึ่งความสนใจ “เหตุใดข้าถึงต้องซื้อพวกมันด้วย?”

“ว่าอะไร? ท่านหมายความว่ายังไง?”

“ของพวกนั้นออกไปหาตอนไหนก็ได้ ข้าไม่จำเป็นต้องซื้อพวกมันด้วยซ้ำ”

เจ้าของร้านหันศีรษะกลับอย่างหมดซึ่งความสนใจ จากนั้นเขาพลันสะดุ้งขึ้นและชี้ไปยังไอเทมชิ้นหนึ่งด้วยดวงตาเป็นประกาย

“นะ-นั่นคืออะไร?”

“ครับ? รองเท้านี่เหรอครับ?”

“รองเท้า? โอ้ มันเรียกว่ารองเท้ารึ? ดูมหัศจรรย์มาก มนุษย์สวมใส่ของพวกนี้ไว้ที่เท้า? แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นวัสดุเช่นนี้ มันทำมาจากอะไร?”

“ว่าอะไรนะครับ? เอ่อ มันทำมาจากหนังสัตว์…”

ขณะที่ตอบด้วยสีหน้ามึนงง ฉับพลันอาร์คจึงนึกขึ้นมาได้

‘ใช่แล้ว ที่นี่มันเมืองใต้สมุทร!’

เมืองใต้สมุทร เมืองของชาวเงือกที่อยู่ที่นี่มาหลายร้อยปีโดยไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอก

เช่นเดียวกับที่ไอเทมจากเมืองใต้สมุทรสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับอาร์ค ไอเทมจากบนบกก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวเงือกเช่นกัน กระทั่งว่ามันเป็นรองเท้าหนังโทรม ๆ ในเมื่อพวกเขาอาศัยอยู่ใต้น้ำแห่งนี้ พวกเขาย่อมต้องไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหนังสัตว์มาก่อนเป็นแน่

กล่าวก็คือ มันหายากมาก! ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ความหายากนั้นย่อมหมายถึงมูลค่าที่สูงล้ำ

แน่นอนว่าดวงตาทอประกายของเจ้าของร้านนั้นเปี่ยมไปด้วยความต้องการ

“น่าสนใจ! น่าสนใจมาก! เจ้าบอกว่าเป็นหนังสัตว์? เหตุใดเจ้าถึงให้ข้าดูไอ้ขยะพวกนั้นแทนที่จะให้ดูของที่น่าสนใจเช่นนี้กันเล่า? สิ่งอื่นข้าล้วนไม่ต้องการ แต่ถ้าหากเจ้าจะขายเจ้านี่หรือสิ่งอื่นที่ดีไม่แพ้กัน ข้าจะซื้อพวกมันทั้งหมด อีกทั้งยังให้ราคาที่ดีอีกด้วย”

เจ้าของร้านส่ายถุงที่เต็มไปด้วยไข่มุกขณะพูดกล่าวถึงความต้องการแลกเปลี่ยนออกมาโดยทันที

ไอเทมที่อาร์คมีตอนนี้ไม่มีอื่นใดอีก ที่มีพวกมันก็เหลือค่าความทนทานเพียงแค่ 1 เพราะผ่านการใช้งานทักษะเวทมนตร์ฟื้นฟู ถ้าหากเป็นหมู่บ้านทั่วไป ของพวกนี้คงยากจะขายแม้สักเหรียญทองแดง แต่เจ้าของร้านกลับถามออกมาด้วยความต้องการที่จะซื้อหาในราคาสูง

นี่มันขุมทรัพย์ชัด ๆ

แต่แล้วมือของอาร์คที่กำลังนำไอเทมออกมาฉับพลันต้องหยุดลง

‘เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าหากไอเทมพวกนี้สามารถขายราคาสูงที่นี่ได้ ถ้างั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องขายพวกมันที่ร้านก็ได้? เราสามารถนำไปใช้เพิ่มค่าความสัมพันธ์ขึ้นมาได้… ถ้าเราเอาไปขายให้ชาวเงือกในเมืองแทนล่ะ?’

เขาต้องการเพิ่มค่าความสัมพันธ์ อีกทั้งการจะเพิ่มค่าความสัมพันธ์ยังติดข้อจำกัดที่ทำได้เพียงแค่ต้องแลกเปลี่ยน แต่ถ้าหากเขาเพิ่มค่าความสัมพันธ์จนถึงระดับหนึ่งได้ เขาย่อมต้องได้รับความไว้วางใจจากชาวเงือก และจะต้องได้เรียนรู้สิ่งที่มีเพียงแต่ได้รับความเชื่อใจแล้วเท่านั้น

“ขอโทษด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน”

“ดะ-เดี๋ยวสิ!”

อาร์คเร่งร้อนเก็บของและออกจากร้านไป

สถานที่ที่อาร์คมองหาคือจัตุรัสที่อยู่ใจกลางเมือง ที่ซึ่งมีชาวเงือกมารวมตัวกัน จากนั้นเขาจึงหาตำแหน่งเหมาะสมจัดวางไอเทมบนบก เมื่อมีข่าวว่ามีมนุษย์คนแรกที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาขายไอเทม พวกเขาต่างก็มามุงดูกัน อาร์คในตอนนี้เป็นศูนย์กลางความสนใจของชาวเงือกไปแล้ว

“หือ? มนุษย์นี่นา”

“มาที่นี่ได้ยังไงกันน่ะ?”

“แล้วของพวกนั้นมันอะไรกัน? พวกมันทำมาจากอะไรกันน่ะ?”

“มันส่องประกายด้วยนี่? บางทีอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่าโลหะ?”

ในโนเดเลส โลหะคือสิ่งหาได้ยากกระทั่งน้อยนิดยังยากพบเจอ เป็นเพราะไม่มีเหมืองแร่โลหะและการสกัดพวกมันใต้น้ำ เปลือกหอยและหินรวมถึงกระดูกจึงเข้ามาแทนที่โลหะ

อาร์คส่งคำทักทายกับชาวเงือกที่แห่กันมารวมตัวที่นี่ ในเมื่อต้องขายของ มันเป็นสิ่งที่เขาเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในโลกแห่งความจริง

แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่ขายให้ลูกค้าที่เป็นปลา…

“ชาวเงือกที่หางเป็นประกายเงินอันงดงาม ยินดีที่ได้พบครับ ผมเป็นมนุษย์ที่มีโอกาสได้มาเยือนเมืองอันงดงามโนเดเลสแห่งนี้ เรียกผมว่าอาร์คก็ได้ครับ”

“หางเป็นประกายเงินงดงามเหรอ อืม พูดได้ถูกต้องเลยทีเดียว”

ชาวเงือกนั้นเรียบง่าย เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ที่ได้คุยกับทหารยามชาวเงือกแล้ว เพียงแค่หยอดคำหวานนิดหน่อยก็สามารถเพิ่มค่าความสัมพันธ์ได้ แต่มันก็สามารถลดได้ทันทีเช่นเดียวกัน

“วันนี้ผมจะแสดงให้ทุกท่านได้เห็นสิ่งที่สามารถพบเจอได้บนพื้นดินครับ”

อาร์คนั้นชำนาญการอธิบายราวกับคนดังตามช่องโทรทัศน์ขายสินค้าก็ไม่ปาน

“สิ่งที่ท่านเห็นอยู่ตอนนี้คือชุดเกราะที่ทำขึ้นจากหนังของสัตว์ที่ไม่อาจพบเจอได้ที่ใต้น้ำ นอกจากนี้ ยังมีอาวุธที่ทำจากโลหะซึ่งมนุษย์ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำขึ้น อา ผมรู้ว่าพวกท่านคิดสิ่งใดอยู่ พวกท่านต้องคิดว่าประสิทธิภาพของมันนั้นต่ำไปหน่อย แต่ว่า สินค้าเหล่านี้ที่ผมขายไม่ใช่เพื่อให้พวกท่านนำไปใช้งาน”

“เจ้าจะบอกว่าพวกเราควรซื้อหาของที่ไม่อาจนำไปใช้งานได้?”

“ท่านไม่เข้าใจหรือ? โปรดคิดให้ดีครับ ประสิทธิภาพของพวกมันนั้นไม่อาจเทียบได้กับอาวุธชั้นยอดของชาวเงือก แต่พวกมันคือสิ่งที่สร้างจากวัสดุที่ใต้น้ำแห่งนี้ไม่มี กล่าวก็คือ ไม่ว่าท่านจะมองพวกมันเช่นไร พวกมันก็คือสิ่งของเป็นหนึ่งไม่มีสองในโนเดเลส! มีเพียงแค่ต้องซื้อหาจากผมเท่านั้นพวกท่านถึงจะได้ครอบครองมัน”

“เป็นแบบนี้นี่เอง!”

“สำหรับท่านที่ยังคงไม่เข้าใจ โปรดหลับตาและนึกภาพตาม แดนดินที่มีมอนสเตอร์ที่พวกท่านไม่เคยเห็นในที่แห่งนี้ มอนสเตอร์เหล่านั้นล้วนถางป่าและแข่งขันกันบนท้องทุ่งและถูกไล่ล่าโดยนักรบ สิ่งของที่ได้จากพวกมันล้วนถูกแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งของเหล่านี้ พวกมันไม่ใช่เพียงแค่ไอเทมธรรมดา แต่พวกมันคือไอเทมที่มีประวัติและผ่านการผจญภัยโดยผู้ล่ามอนสเตอร์ในท้องทุ่ง ท่านสามารถนำไปตั้งแสดงในห้องนั่งเล่น ยามที่ท่านรับชมมันไม่ใช่ว่าจะเพิ่มความหรูหราในห้วงน้ำแห่งนี้หรอกหรือ?”

ดวงตาของเหล่าชาวเงือกที่มองมายังไอเทมเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนไป

มอนสเตอร์บนบกที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินในโลกใต้สมุทรแห่งนี้! ไม่ว่าพวกมันจะเป็นถุงมือหรือว่ารองเท้า กระทั่งว่าเป็นดาบ เพียงซื้อหาพวกมันมา พวกเขาย่อมสามารถจินตนาการได้ถึงโลกที่พวกเขาไม่เคยพบเห็น

ความคิดเหล่านี้ไปกระตุ้นความต้องการซื้อหาไอเทมของเหล่าชาวเงือกเข้า

แน่นอนว่าอาร์คที่มีค่าสถานะศาสตร์แห่งการสื่อสารนั้นจะช่วยให้ชาวเงือกได้รับผลกระทบจากคำพูดมากยิ่งขึ้น ศาสตร์แห่งการสื่อสารของอาร์คไม่อาจส่งผลอะไรมากหากมันเป็นร้านค้าธรรมดา แต่นี่คือสถานการณ์พิเศษที่แตกต่างออกไป

“เจ้าสิ่งนี้ทำมาจากอะไรกัน?” มนุษย์เงือกเด็กคนหนึ่งชี้ไปยังถุงมือขณะถามขึ้น

อาร์คที่ใจกว้างเผยรอยยิ้มเป็นมิตรขณะตอบคำ “อา นี่เป็นหนังของมอนสเตอร์ที่ชื่อว่า หมาป่ามากัลป์ ร่างของมันเต็มไปด้วยขนฟูหนาสีดำ อีกทั้งยังมีเขี้ยวอันแหลมคมนับไม่ถ้วนฝังเอาไว้ในปากอันกว้างใหญ่ของพวกมัน พวกมันราวกับสามารถกลืนกินคนเข้าไปได้ ลองจับดูสิ เธออาจจินตนาการถึงหมาป่ามากัลป์โดยการสัมผัสได้ ลองไหม?”

“หวา รู้สึกดีชะมัด”

“มะ-มันราคาเท่าไหร่กัน?” นายเงือกคนหนึ่งถามขึ้นโดยไม่อาจรั้งรอ

‘ติดกับแล้ว! ปลากินเบ็ดแล้ว!’

“ยังไม่มีราคาครับ เพราะจำนวนมีจำกัดโปรดเข้าใจกระผมด้วย ผมอยากที่จะส่งมอบมันให้กับผู้ที่ให้ราคาสูงที่สุด ชิ้นแรกเลยเป็นถุงมือที่เด็กน้อยผู้น่ารักคนนี้สนใจก็แล้วกันครับ!”

“50P!”

“60P!”

เมื่อเขาพูดจบ ชาวเงือกต่างเริ่มส่งเสียงร้องบอกราคาออกมา

อย่างดีที่สุด เขาคงทำเงินได้เพียงแค่ 10 เหรียญทองแดงหากขายมันบนบก แต่นี่ 60P! มุกหนึ่งเม็ดมีค่า 10 เหรียญเงิน เช่นนั้นแล้วมันก็เท่ากับ 600 เหรียญเงิน ราคาถึงสิบเท่าตัว!

อาร์คแทบจะกระทืบพื้นด้วยความยินดี

‘ถ้ารู้ว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้น เราคงเอาพวกขยะเหล่านั้นมาด้วยแล้ว…’

ไม่กี่นาทีถัดมา สินค้ากว่ายี่สิบรายการถูกขายออกไปอย่างรวดเร็ว

 

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...