ตอนที่แล้วบทที่ 115 ตะลุยถ้ำกระบี่อีกรอบ  
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 117 นี่มันเรื่องอันใด  

บทที่ 116 หนามหยิน


 

ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของจั่วม่อดุจสายฟ้าฟาด คือไข่มุกหยิน

ไข่มุกหยินมิใช่ว่าสร้างขึ้นจากปราณหยินหรอกหรือ? ปราณหยินที่ด้านในไข่มุกหยิน ยังเข้มข้นยิ่งกว่าปราณหยินของภูตหยินเสียอีก จั่วม่อยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นทุกขณะ รีบนำไข่มุกหยินออกมาส่องดู และเริ่มศึกษาวิเคราะห์

จิตสำนึกมีความรู้สึกเฉียบไวต่อจิตสำนึกอื่น เมื่อยามที่จั่วม่อตรวจสอบก่อนหน้านี้ จึงสัมผัสจิตสำนึกในหนามสีเทาได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไข่มุกหยินไม่เหมือนปราณหยินที่ล้อมรอบกายของภูตหยิน ปราณหยินในไข่มุกหยินมีความเข้มข้นเหนือกว่าปราณหยินรอบตัวภูตหยินมาก วิธีการใช้จิตสำนึกเข้าควบคุมปราณหยินในไข่มุกหยิน จำเป็นต้องค่อยๆ ลองคลำทางหาดู

มันเรียกหนามสีเทานี้ว่า หนามหยิน

จั่วม่อหมกมุ่นอยู่ในภวังค์ความคิด มันไม่กลัวที่จะต้องควานหา เพียงหวาดกลัวว่าจะหาทิศทางไม่พบเท่านั้น ตอนนี้เมื่อพบทิศทาง ก็เท่ากับประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ผูเยาลอบมองจั่วม่ออย่างระมัดระวัง ไม่ได้กล่าววาจา เพียงแค่ลอยนำไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ จั่วม่อก็ตามติดไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

จั่วม่อไม่ทันได้สังเกต ว่าถนนที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ามัน กำลังมุ่งหน้าลง

ผูเยามุมปากจุดขึ้นด้วยรอยยิ้มลี้ลับแวบหนึ่ง

กว้าก!

จั่วม่อสะดุ้งสุดตัว ผวาตื่นจากภวังค์ เงยหน้าขึ้น เห็นภูตหยินตัวหนึ่งตรงรี่มาหามัน!

แต่มันเคยชินราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ได้แตกตื่นลนลาน ชิงซัดแผ่นจานค่ายกลที่ผนึกไว้ด้วยค่ายกลเส้นทางสับสนออกไป ค่ายกลเส้นทางสับสนก่อตั้งได้ง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบชั้นดีอันใด จั่วม่อเตรียมแผ่นจานค่ายกลชนิดนี้ไว้มากกว่าชนิดอื่น กระเป๋าร้อยสมบัติที่เอวของมันหนักมาก เต็มไปด้วยแผ่นจานค่ายกลระดับต่ำทุกประเภท หากมิใช่ว่าวัชรสูตรน้อยของมันบรรลุถึงขั้นอาภรณ์ร่างทอง ทำให้พละกำลังแข็งแกร่งขึ้นมาก เกรงว่าเพียงแค่แผ่นจานค่ายกลเหล่านี้ ก็เพียงพอจะบดขยี้มันจนตาย

จริงดังคาด ภูตหยินหยุดชะงักลงทันที

แต่อย่างรวดเร็ว ภูตหยินตัวนี้ทำให้จั่วม่อประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เห็นปราณหยินรอบกายมันพลุ่งพล่านหมุนวน จากนั้นหนามหยินสีเทาสามแท่งพลันสาดพุ่งออกรอบข้าง ค่ายกลเส้นทางสับสนไม่ต่างอันใดกับกระดาษเปื่อยยุ่ยแผ่นหนึ่ง ถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ

จั่วม่อค่อยสังเกตเห็นว่าภูตหยินตัวนี้ ปราณหยินรอบกายมันหนาแน่นกว่าตัวก่อนๆ มาก ถึงกับเข้มข้นจนปราณหยินสีเทาแทบจะเห็นเป็นสีดำ

บัดซบ! เจ้าภูตหยินตัวนี้ไม่ธรรมดา!

จากหางตา จั่วม่อเห็นผูเยาถอยหลบไปข้างหนึ่ง ยิ้มเยาะอยู่ในสีหน้า จั่วม่อไม่ต้องคิดก็ทราบ ว่านี่เป็นฝีมือของเจ้าผูเยา!

แต่ไม่มีเวลาพอจะมาคิดบัญชีกันตอนนี้ ภูตหยินเมื่อยิงแท่งหนามหยินสามแท่งออกมา กลับไม่ได้รับผลกระทบข้างเคียง มันราวกับมีภูมิคุ้มกันอย่างสมบูรณ์ ไม่บังเกิดสภาวะอ่อนแอหลังจากยิงแท่งหนามหยินดังเช่นภูตหยินตัวอื่นที่จั่วม่อเคยพบเจอมา จั่วม่ออดหัวใจเย็นเฉียบไม่ได้ ในถุงร้อยสมบัติของมันมีแต่สิ่งของเช่นค่ายกลเส้นทางสับสน สินค้าชั้นดีดังเช่นแผ่นจานค่ายกลกักมังกร มันก็ใช้หมดไปเสียแล้ว

จั่วม่อเสียขบวนรวนเร แทบไม่อาจหลบหลีกภูตหยินพ้น ภูตหยินโถมเฉียดผ่านข้างกายของมันไปพร้อมสายลมเย็นเยียบ ทำเอาเส้นผมทุกเส้นลุกตั้งชี้ชัน

ก่อนที่จั่วม่อจะทันได้ทิ้งระยะห่าง ซุ่บ!ซุ่บ!ซุ่บ! หนามหยินสามแท่งก็พุ่งตามติดมาอย่างฉับพลัน

ไม่ทันแล้ว!

ไม่มีเวลาหลบหลีก จั่วม่อได้แต่อัญเชิญโล่กระดองเต่าจากเกราะเต่าดำจันทราวารีออกมาป้องกัน!

พิ้ง!

โล่เต่าสุดแกร่งเปื่อยยุ่ยไม่ต่างจากจากฟองอากาศบางๆ แต่ยังสามารถพาหนามหยินแท่งหนึ่งตายตกไปตามกันได้สำเร็จ หนามหยินอีกสองแท่งที่เหลือพุ่งตรงดิ่งเข้ามา หนึ่งแทงใส่ใบหน้า อีกหนึ่งแทงใส่จุดสำคัญบนร่าง

จั่วม่อขวัญวิญญาณกระเจิดกระเจิง ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย จิตสมาธิจดจ่อรวมตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พลังปราณทั่วร่าง พลังจิตสำนึกทั้งหมด โคจรเร็วรี่อย่างกราดเกรี้ยว!

มันไม่มีเวลาเรียกกระบี่บิน!

ไม่มีเวลานำยันต์ทหารออกมา!

ไม่มีเวลาหยิบมุกหยินประลัยกัลป์!

ยามนี้ มีเพียงสิ่งเดียวที่มันสามารถใช้ได้

วัชรสูตรน้อย!

“เพ้ย!” จั่วม่อตวาดก้อง เห็นแสงสีทองวาบประกายผ่านร่างกาย แล้วมืดลงอย่างฉับพลัน แสงประกายยิ่งมายิ่งเร็ว และผ่านไปเร็วยิ่งกว่า ทำให้เกิดความรู้สึกหลอนว่าร่างมันกระพริบประกายแสงสีทองไม่หยุดยั้ง ขณะที่แสงสีทองปรากฏขึ้น ทั่วร่างของจั่วม่อคล้ายสร้างจากทองคำสีเข้ม ดวงตากราดเกรี้ยวถลึงกว้าง แต่ไม่มีร่องรอยของการแสดงอารมณ์บนใบหน้า มันดูไม่ต่างอันใดจากพระวัชรปาณีเสด็จลงสู่โลกหล้า พิโรธโกรธกริ้วแต่ไม่แยแส!

โดยไม่คิดออมรั้ง ไม่เหลือทางถอย ฝ่ามือสีทองสองข้างตวัดวูบ คว้าจับหนามหยินทั้งสองแท่งอย่างหักโหม!

สิ่งที่พิสดารที่สุด คือสองมือของจั่วม่อตวัดขึ้นเชื่องช้ามาก แต่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างหนักหน่วงจนแทบสัมผัสได้ นี่คือพลังของค่ายกลบนปลอกแขน...ค่ายกลสามหมื่นจิน!

ในเวลาเดียวกัน รองเท้าท่องลมระดับสามก็สาดแสงเรื่อเรืองอย่างเงียบเชียบ

สองมือของจั่วม่อตะปบใส่หนามหยินสองแท่ง

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เสียงระเบิดดังสดใส หนามหยินคล้ายถูกค้อนหวดใส่ ระเบิดออกเป็นปราณหยินซัดสาดออกไปรอบๆ จั่วม่อก็ไม่ได้มีสภาพดีเท่าใดนัก สองมือสั่นระริก สิบนิ้วปวดแปลบจับใจ วัชรสูตรน้อยในร่างแทบจะแตกสลาย แต่มันทราบดีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาผ่อนคลาย ได้แต่ขบกรามฝืนอดทนยืนหยัด!

รองเท้าท่องลมระดับสามสว่างวาบ ค่ายกลท่องลมกับค่ายกลเดินหนเริ่มสำแดงฤทธิ์ขึ้นพร้อมกัน จั่วม่อหายวูบดุจเงาภูตพราย สลับเท้าหมุนตัวติดต่อกัน ยืดระยะห่างออกจากภูตหยินในพริบตา!

พอพ้นระยะวิกฤติ จั่วม่อหอบหายใจอย่างหนักหน่วง จ้องภูตหยินที่อยู่ตรงหน้าไม่ให้คลาดสายตา

เป็นการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเพียงชั่ววูบ แต่อันตรายถึงตาย จั่วม่ออกสั่นขวัญแขวน แทบจะไม่รู้สึกตัวว่าเมื่อสักครู่ผ่านพ้นมาได้อย่างไร หัวใจเต้นกระหน่ำดุจกลองอันหนักหน่วง ก่อนหน้านี้ฉุกละหุกเร่งร้อน ยังไม่ทันมีเวลาได้หวาดกลัว แต่เวลานี้พอตั้งหลักได้ กลับพรั่นพรึงขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ความกลัวครอบงำร่างกายของมันไว้

ภูตหยินอันร้ายกาจ!

ภูตหยินก็คล้ายตระหนักถึงพลังฝีมือของจั่วม่อ เวลานี้มันไม่ผลีผลามจู่โจม เพียงรักษาสภาวะเผชิญหน้ากับจั่วม่อไว้ ปราณหยินซึ่งหมุนวนอยู่รอบร่างมันจู่ๆ ก็หยุดนิ่ง ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย จั่วม่อไม่กล้าประมาท ภูตหยินตรงหน้ามันไม่ต่างอันใดกับลูกธนูที่น้าวจนสุดล้า แค่แรงกระตุ้นสักเล็กน้อย อาจเป็นเหตุให้มันจู่โจมออกมา!

จั่วม่อมือกระชับกระบี่หยดน้ำ ความหวาดหวั่นในใจจู่ๆ ก็บรรเทาลงไม่น้อย หัวใจค่อยๆ เยือกเย็นลง

ทันใดนั้นมันคล้ายเข้าใจอยู่บ้าง ถึงความรู้สึกของเซียนกระบี่ที่มีต่อกระบี่บินคู่ชีวิต

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดถึงสิ่งเหล่านั้น มันสมควรเชือดเจ้าภูตหยินสารเลวนี้ทิ้งเสียก่อนเป็นอันดับแรก!

มีกระบี่บินอยู่ในมือ ความเชื่อมั่นของจั่วม่อลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่รีรอลังเล จู่โจมออกไปโดยไม่ออมรั้งยั้งมือ

เจ็ดวังวน!

วังวนทั้งเจ็ดถูกสร้างขึ้นจากปราณกระบี่สุดคณานับ เกิดเสาพายุหมุนล้อมรอบภูตหยินไว้อย่างแน่นหนา พลังเย็นล้นปรี่ ปราณกระบี่เคลื่อนที่สลับไปมาไม่หยุดยั้ง!

ในเวลาเดียวกัน ภูตหยินก็เปิดฉากโจมตี

ภายในกลุ่มปราณหยินมีการควบแน่นจนแข็งตัว ทันใดนั้นหนามหยินก็พุ่งกราดเป็นวงกลม ยิงใส่รอบด้านพร้อมกัน โดยมีภูตหยินเป็นศูนย์กลาง ชวนให้นึกถึงบุปผาสีเทาบานสะพรั่งอย่างกะทันหัน

หนามหยินกับเจ็ดวังวนปะทะกันอย่างดุเดือด

บึ้ม บึ้ม บึ้ม!

เสียงระเบิดดังระรัว ประหนึ่งพลุสว่างเต็มฟ้า อื้ออึงอยู่ในโสตประสาท

เจ็ดวังวนปราณกระบี่แตกกระจายทันที แต่ภายในวังวนทั้งเจ็ดประกอบด้วยปราณกระบี่ พอพังทลาย แทนที่พลังจะลดลงกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม! ทันที่ที่เจ็ดวังวนปราณกระบี่กระจัดกระจาย พื้นที่โดยรอบก็เปลี่ยนเป็นยุ่งเหยิง สับสนวุ่นวายถึงที่สุด ในความโกลาหล เศษปราณกระบี่นับไม่ถ้วนเหินขึ้น พุ่งลง ฟาดซ้าย ป่ายขวา ส่ายซัดอย่างไม่มีทิศทาง ประหนึ่งใบมีดสุดคณานับ เชือดเฉือนตัดฟันอย่างบ้าคลั่งเต็มไปหมด!

ภูตหยินผู้น่าสมเพชติดอยู่ตรงใจกลางความวุ่นวายพอดิบพอดี ถูกเศษปราณกระบี่ไร้ที่สิ้นสุดรุมทึ้งในทันที

จั่วม่อปิติยินดี นึกไม่ถึงว่าหลังจากเจ็ดวังวนแตกทลาย จะมีพลานุภาพมากขึ้นเช่นนี้

ปราณหยินรอบกายภูตหยินจับตัวหนาเป็นก้อน บาดแผลจากปราณกระบี่ยังร้ายแรงกว่าปกติ เห็นภูตหยินต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในความวุ่นวาย จั่วม่อคลายใจลงเล็กน้อย จนกระทั่งถึงยามนี้ ในที่สุดมันค่อยช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ ภูตหยินตัวนี้นับว่าน่าแตกตื่นสะท้านใจอย่างแท้จริง!

ภูตหยินที่มันจัดการได้ในกระบี่เดียวกับภูตหยินที่อยู่ตรงหน้าตัวนี้ อยู่คนละระดับชั้นกันอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้น ภูตหยินกรีดร้องเสียดหู ปราณหยินทั่วกายมันพลันหดตัวอย่างรุนแรง เริ่มควบรวมเข้าหากัน

จั่วม่ออึ้งไปวูบหนึ่ง

พลังแห่งความสับสนวุ่นวายเริ่มขาดหาย แม้แต่เศษปราณกระบี่ก็สูญเสียความแหลมคมของมันไป ปราณหยินยิ่งหดตัวเท่าใด ร่างกายของภูตหยินก็ยิ่งควบแน่นแข็งตัวมากเท่านั้น เมื่อปราณกระบี่เชือดเฉือนใส่ร่างมัน เกิดเสียงเสียดสีบาดหู ราวกับว่ากรีดใส่แผ่นหนังสัตว์หยาบหนากระด้าง

เจ้าตัวนี้มีฝีมือเช่นนี้ด้วย!

จั่วม่อตะลึงลาน ภูตหยินตนนี้มีฝีมือไม่สิ้นสุดจริงๆ ต้องลอบร้องผิดท่าในใจ แม้ไม่ล่วงรู้ว่าภูตหยินจะกระทำสิ่งใดต่อไป แต่มันตกลงใจชิงจู่โจมก่อน

กระบวนท่าที่ใช้ยังคงเป็นเจ็ดวังวนอีกครั้ง!

วังวนปราณกระบี่ทั้งเจ็ดปรากฏขึ้นรอบกายภูตหยินเป็นหนที่สอง เรื่องไม่คาดคิดพลันอุบัติ เห็นชิ้นส่วนปราณกระบี่ระลอกแรกที่กำลังจะสูญเสียพลัง ถูกเจ็ดวังวนระลอกที่สองดูดกลืนเข้าไป เจ็ดวังวนพลันขยายใหญ่ขึ้นสองเท่า ภายใต้การหมุนด้วยระดับความเร็วที่ไต่ขึ้นไปจนถึงขีดสุด เสียงตัดฝ่าอากาศสดใสดุดันกว่าเดิมมาก สะท้านสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณ

ท่ามกลางเสาน้ำวนทั้งเจ็ดและความปั่นป่วน ภูตหยินยังคงบีบอัดปราณหยินเข้าผสานกับร่างของมัน ไม่ได้แยแสสนใจสิ่งใด ในเวลานี้ ร่างกายมันหดลงจนมีขนาดเท่าตะกร้าไม้ไผ่ ตลอดทั้งร่างเป็นสีดำปนเทา ประหนึ่งลูกกลมหมึกที่มีรอยเปื้อนสีเทาเป็นแถบ

จั่วม่อกัดฟันแน่น ผนึกมุทรา บังคับพลังปราณกระแทกย้อนกลับอย่างฉับพลัน!

“อยู่!”

บูม!

มหาวังวนทั้งเจ็ดระเบิดอย่างพร้อมเพรียง สะเก็ดปราณกระบี่สุดคณานับสาดซัดไปทุกทิศทาง ไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย!

ภูตหยินอยู่ตรงจุดที่เศษปราณกระบี่หนาแน่นมากที่สุด และยังเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ชั่วพริบตานั้น เศษปราณกระบี่หลายร้อยหลายพันเล่ม กระหน่ำซัดใส่ร่างกายของภูตหยินดุจไม่มีที่สิ้นสุด

พิ้ง พิ้ง พิ้ง!

เห็นร่างที่อัดแน่นไปด้วยปราณหยินสีน้ำหมึกปรากฏระลอกนับไม่ถ้วน ภูตหยินร่างสะท้านสั่นไหวไม่หยุดยั้ง

จั่วม่อเลือดไหลปรี่จากมุมปาก การบังคับพลังปราณกระแทกย้อนทาง ทำร้ายเส้นชีพจรปราณไม่เบา อย่างไรก็ตามดวงตาของมันตื่นเต้นฮึกเหิม เจ็ดวังวนกระบวนท่านี้ แน่นอนว่าทรงพลานุภาพที่สุดเท่าที่มันเคยใช้ออกมา

ที่แท้บางครั้งทำลายกระบวนท่า ยังสามารถเพิ่มพลังจู่โจมของกระบวนท่านั้นได้ จั่วม่อคล้ายรู้แจ้งบางประการ

เจ็ดวังวนระลอกที่สองทำร้ายภูตหยินอย่างรุนแรง สามารถเห็นได้จากความมั่นคงของรูปกายของมัน ก่อนหน้านี้ภูตหยินบีบอัดร่างของตน จนคล้ายน้ำหมึกเหนียวหนึบ ลอยอย่างมั่นคงในอากาศ แต่หลังจากทนรับพายุปราณกระบี่ไร้จุดจบที่โหมซัดใส่ ร่างกายน้ำหมึกของมันวูบไหวคล้ายไม่มั่นคงอีกต่อไป บางครั้งปราณหยินจะหยดลงจากร่างของมันประหนึ่งหยดน้ำหมึก เพียงแต่หยดหมึกนี้ไม่ทันหยดลงถึงพื้น ปราณหยินเหล่านี้จะค่อยๆ กระจายหายไปในอากาศธาตุ

ถึงตอนนี้ภูตหยินก็พิโรธโกรธเกรี้ยวถึงที่สุดแล้ว!

จั่วม่อรู้สึกถึงแรงโทสะของภูตหยินได้อย่างชัดเจน ความโกรธนั้นส่งผ่านมาทางจิตสำนึกโดยตรง!

ชั่วขณะนี้เอง กลุ่มน้ำหมึกปราณหยินก้อนเล็กๆ หยดออกมาจากร่างของภูตหยิน สิ่งที่ทำให้จั่วม่อประหลาดใจ คือลูกปราณหยินเล็กๆ เหล่านี้หลังจากหลุดออกมา กลับไม่ได้กระจายหายไปในอากาศ

ทันใดนั้น จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง!

จู่ๆ มันก็รู้สึกว่าจิตสำนึกของภูตหยิน เจาะเข้าไปในปราณหยินลูกเล็กๆ เหล่านั้น!

นี่มัน...หนามหยิน!

นึกถึงพลังอันร้ายกาจของหนามหยินก่อนหน้านี้ พลางมองไปยังลูกปราณหยินสีดำดุจหมึก หากใช้ปราณหยินเข้มข้นถึงเพียงนั้นสร้างหนามหยิน พลังของมัน...

จั่วม่อตัวสั่นระริก ขวัญหนีดีฝ่อไปหมด!

มันควรใช้สิ่งใดรับมือ? เพลิงธาราผลาญฟ้า? หรือยันต์ทหาร? หรือมุกหยินประลัยกัลป์?

รอประเดี๋ยว... มุกหยินประลัยกัลป์! จั่วม่อพลันฉุกคิด ไม่ใช่ว่ามันกำลังหาหนทางใช้ปราณหยินในไข่มุกหยินมาสร้างหนามหยินหรอกหรือ แล้วไม่ใช่ว่ามันกำลังปวดเศียรเวียนเกล้า เพราะปราณหยินในไข่มุกหยินเข้มข้นเกินไป จนยากจะใช้จิตสำนึกของมันควบคุมหรอกหรือ?

จ้องเขม็งไปยังลูกปราณหยินหนาแน่นที่ลอยอยู่เบื้องหน้าภูตหยิน รวบรวมความรู้สึก หยั่งทราบการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในกระบวนการนั้น

จั่วม่อจู่ๆ ก็เลิกแตกตื่นลนลาน มันรู้สึกว่าภูตหยินตรงหน้ามันนี้ มิใช่เป็นครูที่ดีที่สุดหรอกหรือ สามารถสอนมันใช้ปราณหยินกับพลังจิตสำนึก สร้างหนามหยินออกมาแบบทีละขั้นทีละตอน

มันรีบนำไข่มุกหยินออกมา ลอกเลียนตามอย่างภูตหยิน ค่อยๆ ฝังจิตสำนึกของมันเข้าไปในไข่มุกหยิน

ผูเยาที่เฝ้ามองจากด้านข้าง เวลานี้ถึงกับตะลึงลาน อ้าปากหวอมองจั่วม่ออย่างไม่เชื่อสายตา

นี่...เจ้าบ้านี่คิดจะทำอะไร?

 

กลุ่มถึงตอนที่ 248 แล้ว คลิก

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด