ตอนที่แล้วSH – 25  วิญญาณเหยี่ยวข่าว !
ทั้งหมดรายชื่อตอน

SH – 26  กระดานแห่งความตาย !

          “ไม่เคยทำร้ายใครหนิ ? ศิษย์พี่ ‘เต๋าเฟิง’ เคยทำงานร่วมกับเขาด้วยครั้งหนี่ง สิ่งเดียวที่ผมสามารถบอกคุณได้ คือเขาเป็นคนที่มาจากภาพวาด “

 

          “คนจากภาพวาด … . ” เหยี่ยซ่าวหยางเข้าใจทันทีว่าทำไมอสูรกายตัวนี้จึงสามารถเข้าสู่ภาพวาดต่างๆได้ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่อสูรกายจะสร้างจากภาพวาดอันเนื่องมาจากความบังเอิญแปลก ๆ หรือบางทีอาจเป็นจิตรกรที่เก่งมาก ๆวาดมันขึ้นมา คนในภาพวาดเหล่านี้มักจะออกจากภาพมาใช้ชีวิตเฉกเช่นคนทั่วไป !

 

          อสูรกายเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความโกรธ ดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้ก่อปัญหาอะไร พวกเขามักจะอยู่เพียงเพื่อฝึกฝนและบ่มเพาะความสามารถของพวกเขา นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ทำให้เหยี่ยซ่าวหยางรู้สึกงงงวย ว่าทำไมอสูรกายที่ไม่เคยทำร้ายใครถึงพยายามฆ่าเสี่ยวหม่า?

 

          แล้วเหยี่ยซ่าวหยางถามว่า “ผมจะหาเขาเจอได้อย่างไร?

 

          ฉางตอบว่า “เขามีที่ซ่อนอยู่ในภูเขาด้งฮัว แต่เขาไม่เคยอยู่ที่นั่นจริงๆหรอก จากที่ผมได้ยินมา เขามักเดินทางไปรอบ ๆ เมื่อใดก็ตามที่เขาพบภาพวาดที่สวยงามเขาก็จะเข้าไปสิงสู่ภาพนั้น “

 

          “มีอีกหนึ่งเงื่อนงำและผมจะบอกให้คุณฟรีๆ สามปีก่อนเขาได้ใกล้ชิดกับนักศึกษาหญิงที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยในเมืองนี้ แต่หลังจากที่เด็กหญิงคนนี้ตาย เขาก็หายตัวไปสักพักหนึ่ง “

 

          จากนั้นเหยี่ยซ่าวหยางถามขึ้นทันทีว่า “มหาวิทยาลัยไหน?”

 

“มหาวิทยาลัยสโตนล์ !”

 

          คำตอบนี้ทำให้เสี่ยวหม่าตกใจและเขาถามว่า “หญิงสาวที่เสียชีวิตชื่อของเธอคือ เฉินหลิง ?”

 

          ฉางเริ่มคำนวณผลกำไรขาดทุนและพูดว่า “นี่เป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ถ้าคุณต้องการทราบคำตอบโปรดชำระอีก 10 ชุดของบันทึกนรก “

 

          เหยี่ยซ่าวหยางตอบอย่างไม่เต็มใจว่า “ตกลง !”

 

          ข้อตกลงนี้ทำให้ฉางพอใจมากยิ่งขึ้นและเขากล่าวว่า “ใช่เธอชื่อ เฉินหลิน

 

          ขากรรไกรของเสี่ยวหม่าตกอ้าค้างและเขาอยู่ในอาการช็อก เขาเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ของเขาและเอารูปถ่ายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกมา จากนั้นเขาก็พึมพำว่า “นี่คือเธอ … ”

 

          ภาพถ่ายนี้แสดงหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีชมพูในกลุ่มนักเรียน เธอหันหน้าเข้าหากล้องและดูรำคาญเขาไปกล้องไปพร้อมๆกัน

 

          “ผมแอบถ่ายภาพนี้” เสี่ยวหม่ากล่าวด้วยความอับอายขณะที่เขาเกาหัว “ผมชอบเธอมากในตอนนั้น หลังจากที่ผมถ่ายรูปเธอ ผมก็เก็บรูปเธอไว้ในกระเป๋าสตางค์ของผม ผมอยากจะโยนมันออกไป แต่ผมมักจะลืมโยนเสมอ “

 

          เหยี่ยซ่าวหยางไม่ต้องการให้เสี่ยวหม่าร้สึกแย่ไปกว่านี้เขาจึงถามว่า “เธอเป็นแฟนของคุณหรือ?”

 

          “ไม่ใช่ เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมในปีแรกและผมแค่แอบชอบเธอเท่านั้น จะมีใครชอบเธอได้แบบที่ผมชอบเธอล่ะ … “โทนของเสี่ยวหม่ามีความเศร้าแฝงอยู่

 

          จากนั้นเหยี่ยซ่าวหยางบอกฉางว่า “ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลของคุณ ฉางผมหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง “

 

          “อย่าลืมจ่ายค่าตอบแทน ผมเรียกเก็บเงินหลังจากนี้สามวัน “ ฉางเตือนเหยี่ยซ่าวหยางอย่างสุภาพ ในขณะที่เขาค่อยๆจางหายไป

 

          หลังจากที่เขาส่งฉางกลับไป เหยี่ยซ่าวหยางก็เอนตัวนอนลงบนเตียงและรวบรวมความคิดของเขาไว้ จากนั้นเขาก็ถามเสี่ยวหม่าว่า “เด็กผู้หญิงคนนี้เธอมีแฟนหรือไม่?”

 

          ตอนแรกเสี่ยวหม่าส่ายหัวแต่แล้วหลังจากนั้นเขาก็พยักหน้า “เธอชอบที่จะอยู่คนเดียว ในตอนนั้นผมมักจะแอบตามเธอไป … ”

 

          เมื่อเสี่ยวหม่าเห็นว่าคนทั้งสองมองหน้าเขาแปลกๆ เขารีบอธิบายอย่างรวดเร็วว่า “อย่าเข้าใจผิด  ผมไม่เคยทำอะไรเธอแค่เฝ้าดูเธอเท่านั้น เธอมักจะเดินไปตามลำพัง บางครั้งผมเห็นเธอเหมือนพูดคุยกับใครบางคนอยู่ แต่ไม่มีใครอยู่ข้างเธอเลย ดังนั้นผมรู้สึกว่าเธอมีปัญหาทางจิตบ้าง แต่เธอก็จะแสดงออกมาเป็นปกติตอนอยู่กับคนอื่น ๆ เมื่อผมได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องของเธอ ทุกคนบอกว่าพวกเขาคิดว่าเธอมีแฟน แต่ไม่มีใครเคยเห็นแฟนหนุ่มของเธอ “

 

          เรื่องราวของเสี่ยวหม่าช่วยยืนยันว่าความคิดของเหยี่ยซ่าวหยางถูกต้องมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและกล่าวว่า “ถ้าผมคิดไม่ผิด เธอเป็นแฟนกับอสูรกายตัวนั้น !”

 

          “อะไรนะ?!” ข้อสันนิฐานนี้ของเหยี่ยซ่าวหยางทำให้เสี่ยวหม่าตกใจมาก  “เขาไม่ใช่ผีเหรอ? ผมหมายถึง………เฉินหลิงจะเป็นแฟนกับอสูรกายได้อย่างไร? “

 

          เหยี่ยซ่าวหยางตอบว่า “เรื่องนี้ทำให้ผมสับสนมาก ทำไมเธอตกหลุมรักอสูรกาย ตนนั้น? แต่จากสิ่งที่คุณพูดดูเหมือนว่าเธอไม่ได้พูดกับตัวเอง แต่พูดคุยกับอสูรกายข้างๆเธอ โดยปกติแล้วอสูรกายจะไม่ยอมให้คุณเห็น จนกว่าเขาจะอยากให้คุณเห็นจริงๆ “

 

          จากนั้นเสี่ยวหม่าถามว่า “เดี๋ยวนะ  บางทีอสูรกายตัวนั้นจะโกรธผม? แต่เฉินหลิงฆ่าตัวตายซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมเลย นอกจากนี้เรื่องนี้ผ่านมานานแล้ว ดังนั้นทำไมอสูรกายตัวนี้ถึงพยายามฆ่าผมในตอนนี้ล่ะ ? “

 

          “บางทีอสูรกายตัวนี้ก็แค่อยากจะเจอกับเธออีกครั้ง ” เหยี่ยซ่าวหยางกล่าว จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่รูปถ่าย “อย่าลืมอสูรกายตัวนี้สามารถเข้าไปในภาพวาดได้ ภาพถ่ายของคุณก็ถือเป็นภาพเหมือนกัน ! “

 

          “แต่ทำไมเขาถึงพยายามจะฆ่าผม?” เสี่ยวหม่าถาม

 

          ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเสี่ยวหม่าเริ่มสั่น พวกเขาทั้งหมดหยุดการสนทนาและเป็นเสี่ยวหม่าที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและถามว่า “ลีตู? ทำไมคุณโทรหาผมตอนนี้? “หลังจากคำถามนี้ เสี่ยวหม่าก็ไม่ได้พูดอะไร การแสดงออกของเขาเต็มไปด้วยความกังวลมากขึ้น ก่อนที่เขาจะวางสายเขากล่าวว่า “ไม่มีปัญหาอะไร เดี๋ยวเสี่ยวเหยี่ยจะไปช่วย พวกคุณช่วยรออีกสักครู่นะ ! “

 

          เขาวางโทรศัพท์ลงและพูดว่า “เสี่ยวเหยี่ย เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้ มีบางอย่างเกิดขึ้น!”

 

          “เกิดอะไรขึ้น?”  เหยี่ยซ่าวหยางถาม

 

          “ลีตู แฟนสาวของเขาและสาว ๆ บางคนไปหอพักสี่ เพื่อเล่นกระดานฉานปู่ ตอนนี้พวกเขาบอกว่ามีวิญญาณอยู่ที่นั่นและพวกเขาต้องการให้คุณช่วย! “

 

          คำพูดเหล่านี้ทำให้เหยี่ยซ่าวหยางตกใจ” ทำไมพวกเขาต้องการผม? พวกเขารู้ความสามารถของผมได้อย่างไร? “

 

          “ผมเป็นคนบอกพวกเขาเอง พวกเขาเข้าใจคุณผิดจากเหตุการณ์เมื่อตอนบ่าย? ดังนั้นผมจึงโทรหาเขาและอธิบายให้เขาทราบว่าคุณทำอะไรและคุณเป็นใคร ตอนแรกเขาไม่เชื่อผม แต่ผมคิดว่าตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น ไปกันเถอะ ถ้าเราไปช้าจะมีใครบางคนต้องตาย! ” เสี่ยวหม่าดึงเหยี่ยซ่าวหยางไปพร้อม ๆ วิ่งลงบันไดพร้อมกับศิษย์พี่กัวตามมาติดๆ

 

          “กระดานฉานปู่ สามารถทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากได้อย่างไร?  เหยี่ยซ่าวหยางยังคงไม่เชื่อ แม้ว่ากระดานฉานปู่มีความสามารถในการเรียกวิญญาณ แต่ถ้าทำอย่างถูกต้องก็จะไม่ส่งผลให้คนถึงขึ้นเสียชีวิตทันใดนั้นเสี่ยวหม่าตอบกลับไปว่า “นายไม่รู้หรอกว่าสถานที่แห่งนั้นแย่แค่ไหน หลายคนเสียชีวิตในหอพักสี่ ทุกสองถึงสามปีจะมีคนฆ่าตัวตายที่นั่น แค่นั้นไม่พอ ทุกคนที่ฆ่าตัวตายจะกระโดดจากห้อง 404 นั่นเป็นวิธีที่เฉินหลิงตายด้วย ลีตูและคนอื่น ๆ คิดว่าการไปที่นั้นเป็นการแสดงความกล้าหาญ แต่จริงๆเป็นเรื่องที่โง่มากที่ไปที่นั่น! “

 

          จากนั้นเหยี่ยซ่าวหยางคิดว่า ‘ช่างเป็นความบังเอิญที่น่าสนใจอะไรแบบนี้’

 

          “นี่มันแย่มาก ๆ ” กัวพูดขึ้นในขณะที่เขามองไปที่เหยี่ยซ่าวหยาง “หอพักสี่แห่งเป็นสถานที่ที่ถูกผีสิงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองสโตน์ อาคารหลังนี้มีประวัติอันยาวนานและช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีคนตายที่นั้นเป็นร้อยคนแล้ว! “

 

          ขณะที่พวกเขาขับรถไปโรงเรียน เหยี่ยซ่าวหยางขอให้พวกเขาบอกเล่าประวัติเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น กัวเรียบเรียงความคิดของเขาและอธิบายอย่างช้าๆว่า “ชาวญี่ปุ่นสร้างอาคารดังกล่าวขึ้นในระหว่างการล่าอาณานิคมของพวกเขา เป็นโรงพยาบาลที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อดูแลทหารญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อกองทัพจีนกลับเมืองสโตน์พวกเขาสั่งให้ชาวญี่ปุ่นในโรงพยาบาลยอมแพ้ อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้ พวกเขาทั้งหมดจึงฆ่าตัวตายแทน !

 

          “จากสิ่งที่ผมได้ยินกองทัพจีนเข้ายึดครองอาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนไม่สามารถหาดาบมาคว้านท้องได้ทัน ดังนั้นหลายคนจึงกระโดดตึกหรือเชือดคอตัวเองด้วยมีดผ่าตัดเพื่อฆ่าตัวตาย บางคนก็ราดตัวเองด้วยแอลกอฮอล์และเผาตัวเอง …  เวรเอ๊ยย……ความเจ็บปวดแบบนั้นพวกเขาต้องบ้าแน่ๆ! ไม่นานหลังจากนั้น สถานที่แห่งนี้ก็เริ่มจะกลายเป็นที่ผีสิง ผมไม่เคยได้ยินหรือพบเห็นผีด้วยตัวเองหรอก แต่คนอื่น ๆ เคยได้ยินเสียงกรีดร้องอันโหยหวนจากที่นั่นตอนกลางคืน “

 

 

          หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องนี้  เหยี่ยซ่าวหยางรู้สึกตกใจจริงๆ สถานที่ที่คนจำนวนมากเสียชีวิตจะมีความเข้มข้นของพลังหยินจำนวนมาก ถ้าไม่มีใครทำลายหรือยับยั้งพลังงานนั้น มันจะกลายเป็นแหล่งรวมวิญญาณร้ายไม่ช้าก็เร็ว!

 

          “แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น? ไม่มีใครทำอะไรเลยเหรอ? ” เหยี่ยซ่าวหยางถาม

 

          “ตอนแรกรัฐบาลไม่เชื่อในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นพวกเขาจึงส่งทีมสืบสวนเข้ามาในอาคาร แต่ … ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ”

 

          จากนั้นกัวก็ถอนหายใจและพูดว่า “หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ ข่าวของการเสียชีวิตของทีมสืบสวนของสถานที่นั้นก็หลุดออกมา รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจ้างหมอผีเพียงไม่กี่คนเพื่อจัดการกับมัน แต่น่าเสียดายที่ทุกคนที่มาเสียชีวิตอย่างน่ากลัวภายในอาคารนั้น รัฐบาลเคยนึกจะระเบิดอาคาร แต่หมอผีเตือนพวกเขาว่า ถ้าวิญญาณไม่มีที่อยู่อาศัยพวกเขาจะเดินเตร่และข่มขวัญในพื้นที่อื่น ๆ “

 

          เหยี่ยซ่าวหยางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

          “หลังจากนั้นรัฐบาลก็ปิดผนึกอาคารเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปยุ่มย่าม แต่ก็ยังคงมีการตายอยู่ในพื้นที่นั้น ในท้ายที่สุดก็มีนักบุญที่มีพลังที่เก่งกล้าท่านหนึ่ง ท่านมาจากจิ่วฮวาซานเพื่อเสียสละตัวเองและปิดผนึกอาคารทั้งหลัง “

 

          “เขาปิดผนึกมันได้อย่างไร?” เหยี่ยซ่าวหยางถาม  การปิดผนึกอาคารทั้งหลังที่มีวิญญาณที่มีอายุเก่าแก่และมีแหล่งที่อยู่ของวิญญาณมากมายขนาดนั้น มันเป็นงานที่ยากมาก

 

          กัวส่ายหัวและกล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกอย่างที่ผมรู้มาจาก หัวหน้าฉางที่ทำงานอยู่ในกรมตำรวจ เขากล่าวว่าเขาได้รับข้อมูลจากเอกสารเก่าดังนั้นผมจึงเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ต้องเป็นความจริง “

 

          หลังจากกัวเล่าเรื่องนี้เสร็จ เหยี่ยซ่าวหยางรู้สึกตกใจมากที่มีสถานที่ที่ชั่วร้ายมากขนาดนั้นอยู่ในเมืองสโตน์ เหยี่ยซ่าวหยางไม่อยากจะคิดเลยว่า พวกโง่ลีตูและคนอื่น ๆ ต้องได้รับการเข้าไปอยู่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้เพื่อเล่นกระดานฉานปู่แล้วจะมีสภาพเป็นเช่นไร ที่แห่งนั้นแม้แต่หมอผียังไม่อยากเข้าไปยุ่งไม่อยากคิดเลยว่าพวกนั้นจะเจออะไรบ้างในตอนนี้ เหยี่ยซ่าวหยางคิดว่าพวกเขารีบไปจะดีที่สุด !

 

          ติดตามตอนต่อไป…….. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/?ref=bookmarks

 

 

คะแนน 5.0/5. จาก 1 ผู้ให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...