ตอนที่แล้วบทที่ 24 ความโหดเหี้ยมอย่างไร้ยางอาย!!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
เหล่าศิษย์คนอื่นๆที่อยู่นอกลานฝึกต่างพากันตื่นตระหนกอ้าปากค้างจนพูดไม่ออก ครั้งแรกเมื่อซ่งหยูโจมตีจนชุ่ยหลิงฉวนจนต้องได้รับบาดเจ็บเจียนตาย ซึ่งหลังจากหายจากอาการตื่นตระหนกไม่นานเหล่าศิษย์คนอื่นๆ ก็ต่างพากันซุบซิบตั้งข้อสงสัยว่า อาจป็นเพราะความโชคดีของซ่งหยูหรือไม่ที่สามารถจับทางของ
ชุ่ยหลิงฉวนได้พอดี หรือว่าจะเป็นการที่ชุ่ยหลิงฉวนประเมินค่าพลังของซ่งหยูที่ต่ำเกินไปจึงได้พลาดท่าเสียที
 
แต่เหตุการณ์ครั้งที่สอง เมื่อศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูใช้เสาสัญลักษณ์เข้าเพื่อข่มขวัญซ่งหยู แต่ก็ยังคงพ่ายแพ้ต่อเขาอยู่ดี หากรวมทั้งสองเหตุการณ์แล้วนั้นคงไม่ใช่ความโชคดีเป็นแน่! แต่….นี่คือความแข็งแกร่งของเขาเสียมากว่า!
 
กลุ่มศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูใช่ว่าจะไร้ซึ่งฝีมือ พวกเขาต่างเคยผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน และมีความมานะอดทนต่ออุปสรรคในการฝึกฝนบ่มเพาะ จากการใช้เสาสัญลัษณ์แห่งสวรรค์เพื่อต่อสู้กับซ่งหยูนั้นมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ได้รับการยอมรับในศิษย์ทั้งหลาย แต่ซ่งหยูก็สามารถหักเสาและทำลายมัน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาว่าระดับพลังของซ่งหยูนั้นแท้จริงแล้วมีระดับพลังเท่าไรกันแน่!
 
“เจ้าต้องการที่จะต่อสู้อีกสิบคนเชียวรึ?เจ้าประเมินค่าตัวเองสูงเกินไปแล้ว!”
 
ซึ่งบางคนจำซ่งหยูได้ว่าเขามาจากตระกูลซ่ง ชนเผ่าซ่งชาน ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ยากจน แร้นแค้นและ
ผ่าเถื่อนที่สุด!
 
ท่ามกล่างฝูงชนที่ต่างพากันซุบซิบกันต่างๆนานาว่า เขาเป็นคนที่ผ่าเถื่อน เย่อหยิ่งยโสโอหัง เมื่อเดือนก่อน
ที่ห้องโถงไร้หมอกเขาก็ยังทำร้ายผู้อาวุโสเทียนจนอาการสาหัส และก็ยังกลั่นแกล้งตระกูลเทียนเฟิงเสมอมา มันเป็นเพียงเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นที่เขาสามารถก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้รวดเร็วเช่นนี้ และเขาจะทำลายคนในตระกูลชุ่ยถูจนกว่าจะพอใจ เพื่อประกาศความโอหังของเขาว่าเขามีพลังที่สูงกว่าเหล่าศิษย์บนทั้งหมด!
 
จากด้านข้างมีคนกระซิบว่า “ชายผู้นี้มีความเกลียดชังกับสิบเผ่าอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว! แล้วเหตุใดกันเขาถึงต้องการจะต่อสู้กับศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูถึงสิบคน?หึ! ตอนแรกตระกูลเทียนเฟิง ตอนนี้ตระกูลชุ่ยถู แล้วครั้งต่อไปจะต้องเป็นตระกูลหลิงชานเป็นแน่!”
 
“หึ! หึ!”
 
หนึ่งในศิษย์ของตระกูลหลิงชานคนหนึ่งหัวเราะเยาะเมื่อเขาได้ยินกลุ่มฝูงชนที่พากันตั้งข้อสังเกต และกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับซ่งหยู แต่คนอื่นๆที่อยู่ข้างๆก็ได้ห้ามปรามเขาเอาไว้ พวกเขาส่ายหัวและกล่าวว่า” อย่าเสี่ยงเลย! ตระกูลชุ่ยถู และตระกูลหลิงชาน เป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว แน่นอน….อีกสองเดือนเท่านั้นเราจะพบกันที่การประลองประจำปี พวกเราว่าเจ้าน่าจะใช้โอกาสนี้น่าจะดีกว่า!”
 
ศิษย์ของตระกูลหลิงชานพยักหน้าเขาก้าวถอยหลังไปและกล่าวว่า “ข้าคิดว่าในกลุ่มศิษย์บนนั้นมีแต่ผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ายังคงมีผู้ที่แข็งแกร่งอยู่! นับเป็นโอกาสดีว่าอีกสองเดือนข้างหน้าว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งสักเพียงใด?”
 
หลานหยูได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าศิษย์ของอาจารย์ปู่ และมีกลุ่มศิษย์บางคนถามถึงอาการของนาง”อาการของศิษย์พี่หลานหยูเป็นเช่นไรบ้าง?”
 
“ซี่โครงหักบางส่วนได้รับบาดเจ็บที่อวัยวะภายใน ข้าใช้ยาจิตวิญญาณรักษาอาการบาดเจ็บภายในอยู่!”
 
หลานหยูพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนมองไปที่ซ่งหยูผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางกลุ่มฝูงชนที่กำลังห้อมล้อมเขาอยู่ในขณะที่นางคิดว่า”ซ่งหยูทำตัวกร่าง โอ้อวดเกินไปแล้ว ข้ากลัวว่ามันจะเป็นที่หมั่นไส้ของเหล่าคนในตระกูลชุ่ยถู! อืมมม? แต่เขาเคยช่วยเหลือข้าเอาไว้……แล้วข้าจะเตือนเขาอย่างไรดี? หรือว่าเขาได้เลิกรากับชุ่ยชิงหยานเลยเกิดความโกรธแค้นกับตรูกูลของนางจึงพยายามแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งงั้นหรือ?”
 
แล้วอีกสิบคนของคนในตระกูลชุ่ยถูจะเป็นใคร!?
 
เหล่าศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูได้เฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องฝึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุ่ยหลิงฉวนถูกหามเข้าไปในห้องฝึกแล้วพวกเขาก็รีบนำยาเม็ดจิตวิญญาณมารักษาอาการบาดเจ็บของเขาอย่างรีบเร่ง…..
และอีกไม่นานศิษย์อีกสองคนก็ถูกหิ้วปีกเข้ามาภายในห้องฝึกด้วยอาการปางตายเช่นเดียวกัน!
 
จากคำกล่าวของซ่งหยูทำให้บรรดาศิษย์หลักของตระกูลชุ่ยถูต่างพากันโกรธแค้นในคำดูหมิ่นเหยียดหยาม
พวกเขาต่างพากันลุกขึ้นยืน และจ้องมองออกจากห้องฝึกด้วยเจตนาหมายจะสังหาร!
 
ซึ่งเหล่าศิษย์หลักของตระกูลชุ่ยถูนั้นเป็นคนที่แตกต่างจากคนธรรมดา บุคคนเหล่านี้มักเป็นทายาทของหัวหน้าตระกูลหรือผู้สำเร็จการบ่มเพาะ ทำให้ด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรีของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าพวกศิษย์ธรรมดาซึ่งพวกเขาเป็นคนที่สามารถปลูกฝังภายใต้ของผู้สำเร็จการบ่มเพาะ และอาจกล่าวได้ว่าเป็นชนชั้นสูงในหมู่ของตระกูลชุ่ยถูนั่นเอง!
 
ดังนั้นการฝึกใต้ผู้สำเร็จการบ่มเพาะของตระกูลนั้น หากหนึ่งในศิษย์ที่ไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของเคล็ดวิชาได้สำเร็จ และหากปราศจากความรู้ความสามารถในหลักคำสอนก็จะไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการฝึกฝนบ่มเพาะในขั้นต่อไปนั่นเอง!
 
นอกจากนี้ตระกูลชุ่ยถูยังเป็นหนึ่งในสิบอันดับตระกูลที่ยิ่งใหญ่ซึ่งพวกเขามียาจิตวิญญาณมากมาย ที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด แม้เพียงแค่ยาเม็ดจิตเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถเร่งรัดการบ่มเพาะให้สำเร็จลงได้ภายในเวลาไม่นาน!
 
โดยปกติศิษย์เหล่านี้จะแสดงถึงความมีอภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าคนอื่น และความเย่อหยิ่งยโสในเหล่าศิษย์บนทั้งหมด โดยคิดว่าพวกเขาเป็นผู้รู้ซึ้งและเข้าถึงแก่นแท้ในการบ่มเพาะกว่ากว่าศิษย์คนคนอื่นๆ คราวนี้พอพวกเขามาถึงลานบนเพื่อเสาะหาว่าใครเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อจะมาท้าดวลแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลชุ่ยถูนั่นเอง!
 
แต่นั่นคือความจริงที่พวกเขามาถึงลานบนเพียงไม่นาน และก็สามารถเอาชนะในการต่อสู้ของเหล่าศิษย์ลานบนทุกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้แล้วพวกเขาก็ยังไม่พบกับคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม ซึ่งพวกเขาเองต่างหากที่มีความป่าเถื่อนและเลือดเย็นยิ่งนัก!
 
แต่ตอนนี้เหล่าศิษย์หลักของตระกูลชุ่ยถู ได้มาเจอกับซ่งหยูซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวและป่าเถื่อนยิ่งกว่าเสียอีก เมื่อพวกเขาถูกท้าทายให้เหล่าศิษย์จำนวนสิบคนเข้ามาเพื่อต่อสู้กับเขา ซึ่งก็เท่ากับว่าพวกเขานั้นถูกเหยียบไปที่ใบหน้าอย่างแรง ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วนั้นมีศักดิ์ศรีและเกียรติยศของตระกูลค้ำคออยู่นั่นเอง!
 
“สำหรับศิษย์บนนั้นมักคิดว่าวิธีปลูกฝังร่างกายของพวกเขานั้นสูงส่งเลยทำตัวเย่อหยิ่งจองหองต่อหน้าเรา
ไม่แสดงความนับถือ ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย!”
 
ดวงตาของหญิงสาวผู้หนึ่งส่องประกายแวววาวขึ้นมา นางลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องฝึกอย่างห้าวหาญด้วยท่าทีน่าเกรงขาม นางเดินไปขณะที่ชุดของนางปลิวเมื่อถูกลมปะทะอยู่รอบๆตัวนางกล่าวว่า”ข้าจะเป็นคนสั่งสอนให้มันรู้ว่าความแตกต่างของนรกและสวรรค์มันเป็นอย่างไร!”
 
ด้วยอารมณ์ที่กำลังปะทุของนาง ซึ่งก่อนที่นางจะเดินออกมาจากห้องนางก็เริ่มใช้จิตวิญญาณในการแสดงภาพของลำธารที่มีสายน้ำไหลวนอยู่รอบๆร่างของนางและค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำพุที่พลุ่งพล่านขึ้นรอบๆตัวนางปรากฏร่างของมังกรที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!  
 
“กระบี่คลื่นมังกรฟ้า!” ศิษย์หญิงแห่งตระกูลชุ่ยถูตะโกนเสียงกังวาน
 
จากนั้นดาบก็ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ ทะยานขึ้นสู่อากาศเปล่งรัศมีแสงสีขาวสว่างไสวไปทั่วบริเวณ!
 
อีกทั้งนางยังเป็นคนที่มีความรอบคอบในการชั้นเชิงต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญ และไม่ประมาท ซึ่งก่อนหน้านี้
ชุ่ยหลิงฉวน และสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลชุ่ยถูประเมิณค่าของชายตระกูลซ่งผู้นี้ต่ำเกินไป และผลที่ตามมาคือความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย ดังนั้นนางเริ่มสร้างภาพก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น!
 
หนึ่งในศิษย์แห่งตระกูลชุ่ยถูยิ้มและกล่าวว่า” ศิษย์น้องชุ่ยฉิงเอ๋อเจ้าเป็นหนึ่งในศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นที่สุด
ของตระกูลเรา และเป็นที่ยกย่องของผู้อาวุโสของตระกูลเรื่องละเอียดรอบคอบแน่นอนว่านางจะต้องสั่งสอนเจ้าคนป่าเถื่อนให้รู้สำนึกเสียที!”
 
ก่อนที่นางจะพูดจบ! เมื่อบรรยากาศแห่งความน่าสะพรึงกลัวก็บังเกิดขึ้น มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นออกไปทางประตูโดยปรากฏร่างของมังกรที่ดุร้ายส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วมันกำลังส่ายหัวและหางของมันเพื่อปะทะกับศิษย์หญิงนามว่าชุ่ยฉิงเอ๋อที่อยู่นอกประตู!
 
กระบี่คลื่นมังกรฟ้าและร่างของมังกรปะทะกันและระเบิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และทันใดนั้น! ก็มีเสียงฟ้าผ่าสว่างไสวไปทั่วราวกับจะเป็นดวงอาทิตย์อีกดวงเลยทีเดียว ร่างมังกรโผล่หัวแกว่งหางโจมตีขึ้นและกระแทกเข้ากับกระบี่คลื่นมังกรฟ้าจนแผ่นดินสั่นสะเทือน!
 
ทันใดนั้น!
 
ศิษย์หญิงชุ่ยฉิงเอ๋อก็ส่งเสียงกรีดร้องขณะที่นางเสียท่าโดนหางของมังกรฟาดเข้าอย่างแรงจนร่างของนางกระเด็นไปข้ามห้องฝึกและไปชนกับกำแพง!
 
“พลั๊กก!”
 
“โอ๊ยยย!”
 
กำแพงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และชิ้นส่วนของเศษหินก็แตกพังลงขณะที่ร่างของชุ่ยฉิงเอ๋อก็ถูกฝังอติดยู่กับผนังกำแพงโดยมีแขนขาของนางที่กางออกตามรอยแตก!
 
นี่คือการระบิดของการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
 
“หากตระกูลชุ่ยถูไม่ออกมาชี้แนะข้า! ถ้าเช่นนั้นข้าจะเข้าไปข้างในเพื่อขอรับคำชี้แนะเอง!”ซ่งหยูกล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชา
 
ร่างของมังกรพันรอบร่างของเขาขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องฝึก และกวาดตามองไปรอบๆ ซึ่งเหล่าศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูต่างพากันตื่นตระหนก และโกรธแค้น!
 
“หนึ่งสองสาม … มีเพียงเจ็ดคนเท่านั้นหรือ?”
 
ซ่งหยูกล่าว “ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะมีถึงสิบคนเสียอีก!”
 
“โอหังยิ่งนัก!”
 
ทันใดนั้น! ศิษย์จากตระกูลชุ่ยถูคนหนึ่งพุ่งตัวและใช้จิตวิญญาณสร้างเสาสัญลักษณ์แห่งสวรรค์และบินออกจากด้านหน้า เขาวางเสาลงบนพื้นจนทำให้เกิดพลังของน้ำ เขาตะโกนว่า “นี่คือเคล็ดวิชาการบ่มเพาะของตระกูลชุ่ยถูของเรา!” ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้าอย่ามาโอหังที่นี่!”
 
เสาสัญลักษณ์แห่งสวรรค์บินข้ามศิษย์ทั้งหกคน จากนั้นพวกเขาทั้งหกคนก็เริ่มชปลุกเสาสัญลักษณ์ของตนเองลงบนพื้นดิน โดยเสาถูกวางไว้รวมกัน จากนั้นอิทธิฤทธิ์ของมันก็เริ่มส่งแสงเจิดจ้าเชื่อมต่อรัศมีกัน
ภาพแห่งการเชื่อมรัศมีอำนาจของเสาสัญลัษณ์ฯซึ่งปกคลุมพื้นที่ของห้องฝึกยิ่งเพิ่มพลังอำนาจให้แก่เสาสัญลักษณ์เป็นทวีคูณซึ่งทำให้พลังของพวกเขายิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้น!
 
พลังอำนาจของเสาสัญลัษณ์ฯเพียงอันเดียวก็สามารถเพิ่มพลังอำนาจให้กับเจ้าของมากมายนักแต่หากทับซ้อนกันถึงหกเสาพลังอำนาจก็จะเพิ่มมากขึ้นถึงสิบเท่า!
 
เหล่าศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูรู้ดีว่าซ่งหยูมีความแข็งแกร่งด้านร่างกายเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะตอบโต้สิ่งที่พวกเขาน่าจะได้เปรียบที่สุดเพื่อจะได้สั่งสอนชายตระกูลซ่งผู้นี้ให้รู้ที่ต่ำที่สูง!
 
“สัญลักษณ์หุบเหวนรก!
 
“ดาบแห่งพลังปราณ!”
 
“แม่น้ำเว่ยไหลลงภูผาหมอก!”
 
หลังจากเหล่าศิษย์ทั้งเจ็ดของตระกูลชุ่ยถูตะโกนเสียงดังสนั่น ห้องฝึกก็เต็มไปด้วยธารน้ำที่ไหลเต็มห้องฝึก ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านและมารวมตัวเป็นจุดเดียว พวกเขาได้สร้างแม่น้ำเว่ยที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังผสานภูเขาเข้าด้วยกันและใช้จิตวิญญาณสร้างดาบแห่งพลังปราณขึ้นมาซึ่งทุกคนต่างมองเห็นภาพหุบเหวนรกซึ่งล้วนมาจากอำนาจแห่งจิตวิญญาณนั่นเอง!
 
ฉิ้งงงง-!
 
จากนั้นอาวุญแห่งจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้นทีละอย่าง! เหล่าศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูสร้างอาวุธจิตวิญญาณเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อกอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของตระกูลและชำระหนี้แค้นที่ชายตระกูลซ่งได้กระทำต่อคนในตระกูลไว้ก่อนหน้านี้!
 
เมื่อเสาสัญลักษณ์ฯอันแรกเริ่มขึ้น จากนั้นซ่งหยูก็เริ่มเคลื่อนไหว และก่อนที่เสาสัญลักษณ์ฯจะแสดงอำนาจ
ซ่งหยูก็ได้สร้างดาบอัสนีโดยใช้จิตวิญญาณระเบิดเป็นสายฟ้าฟาด และพุ่งลงบนเสาสัญลักษณ์เข้าอย่างแรงจากนั้นมันก็เกิดรอยแตกและหักออกไปถึงเป็นส่วน!
 
ขณะที่เสาสัญลักษณ์ฯอีกหกอันก็ถูกวางลงเพื่อเชื่อมโยงพลังอำนาจให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น… แต่ทว่า…มันก็ถูกทำลายจนสิ้นก่อนที่มันจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว!
 
“จงเกิดฟ้าผ่าเดี๋ยวนี้!”
 
ซ่งหยูกระโดดลงไปในอากาศและหลบอาวุธจิตวิญญาณอย่างคล่องแคล่วหลังจากที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง!
 
อาวุธจิตวิญญาณเปลี่ยนทิศไปทางในอากาศพุ่งตรงไปที่ซ่งหยูหนึ่งในศิษย์ตระกูลชุ่ยถูกล่าวว่า
“ล้อมมันด้วยอาวุธจิตวิญญาณอย่าให้มันหลุดรอดไปได้!”
 
เปรี้ยงงง!
 
จากนั้นฟ้าแลบก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้อดังก้องกัมปนาท ในขณะที่ศิษย์ของตระกูลชุ่ยถูลอยตัวอยู่กลางอากาศเพื่อจะล้อมซ่งหยูไว้ แต่ทว่า….ทันใดนั้น! ซ่งหยูก็ใช้สายฟ้าฟาดลงไปที่ร่างของศิษย์ทั้งหกคนจนไหม้เกรียมดำตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นกรงเล็กมังกรก็จิกลงไปที่ร่างของพวกเขาและเหวี่ยงร่างจนกระแทกลงกับพื้นจนเป็นหลุมรูปมนุษย์ปรากฏบนพื้น!
 
“มังกรหมื่นลี้!” ซ่งหยูตะโกนถึงวิชาที่เขาสามารถคิดค้นขึ้นมาจนสำเร็จ
 
เสียงของมังกรคำรามแสดงถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่จนทำให้พื้นดินสะเทือน “โฮกกกกกก!”
 
เบื้องหลังของซ่งหยูมีร่างของมังกรที่กำลังค่อยๆโผล่หัวออกมา มังกรทั้งสองตัวม้วนตัวอยู่รอบ ๆ ร่างของเขา จากนั้นมันก้มตัวไปข้างหน้าคาบศิษย์สองคนเข้าไปในปาก และจับพวกเขาและชนกันอย่างรุนแรง
อีกครั้ง จากนั้นเลือดก็ไหลออกจากศีรษะของพวกเขาทั้งสองคนแน่นิ่งไป!
 
“มังกรหมื่นลี้!” 
 
ด้านนอกของห้องฝึกนั้นมีเหล่าศิษย์ที่พากันมองดูเหตุการณ์ เสียงคำรามของมังกรดังไปทั่วห้องฝึก
จากนั้นก็ปรากฏร่างของมังกรอีกตัวขึ้นที่หลังของซ่งหยู ซึ่งร่างของมังกรสองตัวคาบศิษย์อีกสี่คนที่
ยังคงมีสติอยู่กระแทกชนกันจนร่างนั้นอาบไปด้วยเลือดจนพวกเขาหมดสติแน่นิ่งไปทั้งหมด!
 
ด้านนอกมีเหล่าศิษย์หลายร้อยคนต่างมองไปที่ห้องฝึกของตระกูลชุ่ยถูเป็นตาเดียวกัน พวกเขาต่างเห็นว่าห้องฝึกนั้นเต็มไปด้วยธารน้ำและมีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าดังกึกก้องกังวานไปทั่ว และเห็นร่างของมังกรสองตัวบนหลังของชายตระกูลซ่งกำลับคาบร่างของศิษย์ตระกูลชุ่ยถูกระแทกร่างใส่กันจนเลือดอาบและแน่นิ่งไป
ในที่สุดทั้งเจ็ดคน และจากนั้นไม่นานธารน้ำ และร่างของมังกรก็ค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด และห้องฝึกก็กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง! 
 
ซ่งหยูเดินออกจากประตูด้วยท่าทีที่ขุ่นเคืองพลางส่ายหน้าและกล่าวว่า”น่าเสียดายมีเพียงแปดคนเท่านั้น!”
 
ทุกคนต่างมองไปที่ห้องฝึกและเห็นว่าร่างของศิษย์ตระกูลชุ่ยถูทั้งแปดคนกำลังนอนร่างเหยียดยาวทับกันอยู่ซึ่งทุกคนต่างมีร่างกายที่อาบไปด้วยเลือดและไร้ซึ่งสติ!
 
ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เหล่าศิษย์ทั้งแปดคนแห่งตระกูลชุ่ยถูทีี่ยิ่งใหญ่ถูกทำร้ายอย่างป่าเถื่อนโดยไร้ความปราณี!
 
………………………………………………………………………………………………….
ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...