ตอนที่แล้วตอนที่ 76 โฮลี่เเองเจิล
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 78 ค้อน กรรไก กระดาษ

หนึ่งในคนคุ้นหน้าคือเฟิงจินซี หานเซิ่นไม่เคยเจอเขาอีกเลย ตั้งแต่ที่เล่นเกมมือแดง และหานเซิ่นดูแปลกใจมากที่เห็นเฟิงจินซีวันนี้

ขณะที่อีกคน หานเซิ่นรู้สึกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่เขาอยู่ในชุดปกคอยาว สวมหมวกและแว่นกันแดด ซึ่งยากที่หานเซิ่นจะบอกได้ว่าเขาเป็นใคร

ชายคนที่สวมแว่นโบกมือมาทางเขา แต่หานเซิ่นพบว่าเขาไม่ได้โบกมือมาที่หานเซิ่น แต่เป็นที่ฉวี้หวังเกอที่อยู่ข้างๆ

ทันทีที่หานเซิ่นกับฉวี้หวังเกอเดินออกจากประตูโรงเรียน เฟิงจินซีกับเพื่อนของเขาก็เดินเข้ามา ชายสวมแว่นกันแดดพูดคุยกับฉวี้หวังเกอเหมือนพวกเขาจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

เฟิงจินซียิ้มให้หานเซิ่นอย่างลังเล
“หานเซิ่น ฉันไม่ได้คิดว่าจะพบนายที่นี่ เด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักคนนั้นเป็นใคร?”

“นี่คือน้องสาวของผมเอง หานเหยี่ยน ผมมาเพื่อรับเธอกลับบ้าน” หานเซิ่นตอบ

“เธอจะไม่ไปบนยานเหาะของฉันหรอ? ให้ฉันไปส่งพวกเธอดีกว่า”
ฉวี้หวังเกอพูดเมื่อเห็นหานเซิ่นกำลังจะเดินจากไป

“เนื่องจากพวกเราก็อยู่รู้จักกันหมด น่าจะไปกินอาหารเย็นด้วยกันสักหน่อย” ชายสวมแว่นกันแดดพูด

“ผมไม่อยากรบกวน และผมเองก็มีงานที่ต้องกลับไปทำ ดังนั้นผมขอกลับก่อนดีกว่า..” หานเซิ่นพูด

“ไม่ได้… เดียวพ่อแม่ของเธอมาตำหนิฉันทีหลัง”
ฉวี้หวังเกอไม่ได้เห็นหานเซิ่นเป็นผู้ใหญ่จริงๆ หานเซิ่นอายุ 17 ปี ซึ่งถึงเกณฑ์ที่จะเป็นผู้ปกครองหานเหยี่ยนได้แล้ว แต่ฉวี้หวังเกอยังเห็นเขาเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา

“เธอกับเหยี่ยนมากินข้าวกับพวกเราก่อนก็ได้ และเดียวฉันไปส่งพวกเธอที่บ้านเอง”
ฉวี้หวังเกอ ต้องการทำหน้าที่ครู เธอยืนกรานจะไปส่งพวกเขาให้ได้

“หานเซิ่น เนื่องจากคุณฉวี้พูดถึงขนาดนี้ แค่มากินอาหารด้วยกันก่อน ยังไงพวกเราทั้งหมดก็เป็นเพื่อนกัน”
เฟิงจินซียิ้มและแนะนำ เหมือนว่าเขาเกิดความคิดบางอย่าง

ความจริงหานเซิ่นอยากจะปฏิเสธฉวี้หวังเกอ แต่เพราะเธออุ้มหานเหยี่ยน และเดินไปที่ยานเหาะของเธอแล้ว

ชายสวมแว่นกันแดดเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ แต่เขาไม่กล้าแสดงออกมาต่อหน้าฉวี้หวังเกอ

หานเซิ่นกับหานเหยี่ยนอยู่บนยานเหาะของฉวี้หวังเกอ ขณะที่ชายสวมแว่นกันแดดอยู่บนยานเหาะของเฟิงจินซี เมื่อเขานั่งลง เขาก็ถามเฟิงจินซีทันที
“จินซี เด็กหนุ่มนั่นเป็นใคร? ทำไมหวังเกอเหมือนจะสนใจเขานัก?”

“บางทีเขาอาจจะเป็นเด็กใหม่ของหวังเกอก็ได้มั้ง หมอนั่นยิ่งชอบผู้หญิงอายุมากกว่าอยู่ด้วย” เฟิงจินซีแกล้งพูดไป

“จินซี ดาวรูก้าเป็นถิ่นของนายนะ นายจะปล่อยให้เจ้าหนุ่มนั้นมาหลอกหวังเกองั้นหรอ?” ชายสวมแว่นกันแดดพูด

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง? พวกเราทั้งคู่ก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันไม่อยากรังแกเด็กหรอกนะ และฉันกลัวว่าหวังเกอจะมองฉันไม่ดีด้วย” เฟิงจินซียักไหล่และพูด

“นายมันใจอ่อนเกินไป! เดียวคอยดู ฉันจะขู่หมอนั่นเองแต่จะไม่ทำร้ายเขา”
ชายสวมแว่นกันแดดพูด ในที่สุดเขาก็ถอดแว่นกันแดดออก เขาคือถังเตียงลิ่ว ผู้ถูกเลือกที่ได้ลำดับ 5 ของก็อตแซงชั่วรี่เขต 1 เมื่อปีก่อน

“เยี่ยม ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่านายจะทำยังไง”
แววตาของเฟิงจินซีเปล่งประกาย เขาในคิด ‘ไอ้เด็กเหลือขอ นายทำฉันเจ็บแสบมากเมื่อคราวก่อน ส่วนนายเตียงลิ่ว เดียวนายก็จะได้รู้ซึ่งถึงความร้ายกาจของเจ้าหนุ่มนั่น’

ตั้งแต่เฟิงจินซีได้รับความทรมานจากการเล่นเกมมือแดงครั้งก่อน เขาก็กลัวหานเซิ่นไปเลย ครั้งนี้เขาจะให้หานเซิ่นเจอกับถังเตียงลิ่ว

ถ้าถังเตียงลิ่วกับหานเซิ่นสู้กัน เฟิงจินซีไม่คิดว่าหานเซิ่นจะชนะได้ แต่ถ้าแค่เล่นเกมกันละก็ เฟิงจินซีคิดว่าถังเตียงลิ่วน่าจะเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก

เฟิงจินซีเองก็ต้องการให้ถังเตียงลิ่วเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน เขาจะได้เลิกทะนงตัวว่าเป็นผู้ถูกเลือก

สถานที่ที่กำลังมุ่งหน้าไปนั้นเป็นที่สำหรับผู้มีชื่อเสียงและผู้มีเกียรติเท่านั้น หานเซิ่นกับหานเหยี่ยนยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าไปได้ แต่เนื่องจากคนที่เหลือเป็นบุคคลระดับ VIP ทำให้หานเซิ่นกับหานเหยี่ยนสามารถเข้าไปได้

ภายในห้องอาหารส่วนบุคคล ถังเตียงลิ่วถอดแว่นและหมวกออก เขายิ้มให้หานเซิ่นพร้อมกับยื่นมือออกไป
“ฉันยังไม่ได้แนะนำตัว ฉันชื่อ ถังเตียงลิ่ว”

ถังเตียงลิ่วคิดในใจ ‘ฉันคือซุปเปอร์สตาร์ นายจะต้องตกตะลึงที่เห็นฉันปรากฏตัว และมันจะดีมากถ้าเกิดนายกับน้องของนายเป็นแฟนคลับของฉันอยู่ก่อนแล้ว และพยายามขอลายเซ็นต์ฉัน’

“ผมชื่อหานเซิ่น” หานเซิ่นจับมือกับถังเตียงลิ่ว และพูดอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เขาจำถังเตียงลิ่วได้ แต่เขายุ่งอยู่กับการหาเงินและล่ามอนสเตอร์ ทำให้เขาไม่มีเวลาไปสนใจพวกดารามาก เมื่อเขาเจอถังเตียงลิ่วจึงรู้สึกเฉยๆมาก

ถังเตียงลิ่วรู้สึกเฟลนิดหน่อย ถึงแม้หานเซิ่นจะไม่ใช่แฟนคลับของเขา เขาก็ควรจะมีปฏิกิริยาที่ดูตกตะลึงมากกว่านี้ แต่เขากลับทำเหมือนว่าเห็นคนธรรมดาคนหนึ่ง

‘หมอนี่มันเป็นเอเลี่ยน? ไม่รู้จักฉันจริงดิ ฉันคือถังเตียงลิ่วนะเฟ้ย!’ ถังเตียงลิ่วต้องการจับมือกับหานเซิ่นและบอกชื่อกับเขาอีกรอบ แต่เขาไม่กล้าทำมัน เพราะฉวี้หวังเกอนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย
เฟิงจินซีเกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขารู้ว่าถังเตียงลิ่วกำลังคิดอะไรอยู่

ไม่นานพนักงานก็นำอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากมาเสิร์ฟ เป็นอาหารที่ดูหรูมาก หานเซิ่นกับหานเหยี่ยนไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อน

เนื่องจากมีคนเลี้ยงหานเซิ่นก็ไม่เกรงใจ เขาเริ่มกินอย่างไร้มารยาททันที เขาเลือกอาหารดีๆและตักมันให้เหยี่ยน ส่วนเหยียนไม่ได้กินแบบตะกละแบบพี่ของเธอ แต่เธอมีความสุขกับอาหารตรงหน้ามาก

ฉวี้หวังเกอไม่ค่อยชอบใจกับความไร้มารยาทของหานเซิ่น แต่เธอชอบหานเหยี่ยนมากขึ้นเรื่อยๆ

‘โชคดีที่หานเหยี่ยนถูกส่งเข้าเซนท์พอลและได้มาเป็นนักเรียนของฉัน ไม่งั้นเด็กผู้หญิงดีๆแบบนี้จะต้องถูกครอบครัวของเธอทำลายแน่’ ฉวี้หวังเกอคิดในใจ เธอตัดสินใจที่จะสอนหานเหยี่ยนให้ดีและจะพยายามให้เธออยู่ห่างๆพี่ชายของเธอ