ตอนที่แล้วตอนที่ 146 – การไปเยือนคฤหาสน์ของแกรนด์ดยุก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 148 – ภูเขาหินที่มีชีวิตชีวา

สเติร์นมองไปที่ลอร่าและพูดว่า “คุณลอร่าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”

ลอร่ายิ้มเล็กน้อย “เรื่องเช่นนี้ ฉันเองคงจะไม่สามารถพูดเล่นๆได้ ฉันพบแหล่งอาหารใหม่จริง เว้นแต่ว่าอาหารชนิดนี้นั้นแตกต่างจากปกติ”

ลอร่าตบมือจากนั้นเซิร์ลก็นำกระสอบออกมาสองกระสอบ จากนั้นลอร่าเปิดกระสอบและอธิบายให้สเติร์นว่า “นี้เป็นอาหารที่ฉันพบใหม่ ซึ่งวิธีการปรุงเพื่อรับประทานนั้นง่ายมาก”

สเติร์นหยิบกระดาษจากมือของลอร่า ซึ่งสายตาของสเติร์นนั้นก็ไม่ละจากกระสอบข้าวโพดและแป้งข้าวโพดเลย เพราะนี้คือครั้งแรกที่เขาได้ยินอาหารชนิดนี้

สเติร์นใช้เวลาช่วงครู่ก่อนจะตั้งสติได้จากนั้นเขาก็อ่านกระดาษในมือของเขาอย่างระมัดระวัง บนกระดาษมีคำไม่กี่คำ และดูเหมือนว่าวิธีการปรุงนั้นค่อนข้างง่ายดาย

หลังจากสเติร์นอ่านจบ เขาก็วางกระดาษลงและมองไปที่ลอร่าก่อนจะถามว่า “คุณลอร่าไม่ทราบว่าอาหารชนิดนี้มีราคาเท่าไหร่อย่างงั้นเหรอ?”

ลอร่ายิ้มเล็กๆและพูดว่า “อาหารเหล่านี้นั้นมาจากเพื่อนของฉันซึ่งเขานั้นกล่าวไว้ว่าเขาไม่ต้องการที่จะเป็นผู้คนในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์ต้องเดือดร้อน ดังนั้นเขาจึงจะจัดส่งให้จำนวน 1,000 ตันโดยให้มีราคาเท่ากับข้าวไม้ไผ่ทั่วไป”

สเติร์นเริ่มหายใจเร็วขึ้นในขณะที่เขารู้สึกตื่นเต้น ทันใดนั้นเขากล่าวว่า “คุณลอร่า ไม่ทราบว่าผมจะสามารถพบเพื่อนของคุณได้หรือไม่?”

ลอร่ามองไปที่สเติร์นและเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เธอก็ส่ายหัว “ฉันขอโทษด้วยผู้อาวุโสสเติร์น เพื่อนของฉันนั้นไม่ชอบติดต่อกับผู้คนเท่าไหร่ แต่โปรดว่าใจ ฉันรับประกันว่าเขานั้นมีอาหารเหล่านี้อยู่อย่างแน่นอน”

สเติร์นยังรู้ด้วยว่าคำขอนี้นั้นไม่สุภาพและผ่านไปหัวข้ออื่นทันที “เอาล่ะ ดูเหมือนว่างานนี้จะค่อนข้างลำบาก ดังนั้นผมนั้นอยากจะทราบว่าคุณลอร่าต้องการความช่วยเหลืออะไรอย่างงั้นหรือ?

ลอร่าพยักหน้าและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสสเติร์นน่าจะรู้ดีว่าหากข่าวเรื่องของการระบาดในทุ่งราบไอค่าแพร่ออกไปแล้ว ทุกคนในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์ย่อมเกิดความตื่นตระหนก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นแล้ว ร้านค้าฮิกังบานะของเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องการให้ตระกูลเพอร์เซลล์ลงมือก่อน”

สเติร์นพยักหน้าพร้อมกับตอบว่า “ได้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องกังวลคุณลอร่า แต่คุณลอร่า เพียงแค่อาหาร 1,000ตันนั้นเกรงว่ามันจะไม่พอ”

ลอร่ายิ้ม “ผู้อาวุโสสเติร์นโปรดวางใจ หลังจากที่อาหารทั้ง 1,000 ตันขายไปแล้ว เพื่อนของฉันก็พร้อมที่จะจัดหาอาหารจำนวน 175 ตันให้ทุกๆวัน ซึ่งก็น่าจะเพียงพอใช่ไหมค่ะ? “

สเติร์นหัวเราะและพูดว่า “พอ นั้นมากพอแล้ว คุณลอร่า ช่วยส่งคำขอบคุณไปให้เพื่อนของคุณด้วย “

ลอร่ายิ้มเล็กน้อยและตอบว่า “ผู้อาวุโสไม่ต้องเป็นห่วง ลอร่าจะทำเช่นนั้นแน่นอน เราตกลงไว้ว่าอีกสามวันข้างหน้านั้นจะเป็นเวลาที่เราจะรับอาหารนั้นมา ซึ่งฉันก็อยากจะรบกวนผู้อาวุโสจัดการเรื่องความปลอดภัยด้วย “

สเติร์นเข้าใจความหมายของลอร่า ก่อนที่สายตาที่เย็นชาของเขาจะประกายขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า “คุณลอร่าไม่ต้องเป็นห่วง ในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายตระกูลของเรา”

ลอร่าพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นยืนตอบว่า “ถ้าเช่นนั้นแล้วลอร่าขอตัวลาก่อนและบอกกับผู้อาวุโสว่าไม่ต้องเป็นห่วง แม้ว่าเพื่อของฉันและตระกูลเพอร์เซลล์จะมีปัญหากันเล็กน้อย เขาก็ไม่โกหกเรื่องนี้ ฉันขอเดิมพันด้วยชีวิตเป็นประกัน”

สเติร์นรู้สึกประหลาดใจในขณะที่เขานั้นไม่เข้าใจสิ่งที่เธอนั้นพูดถึง เพื่อนของลอร่าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอนั้นมีความบาดหมางกับตระกูลเพอร์เซลล์เช่นนั้นหรือ?

คำพูดนี้เองทำให้สีหน้างของสเติร์นนั้นเปลี่ยนไปเมื่อคิดถึงคนๆหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ คนนี้นั้นอาศัยอยู่นอกเมืองคาซ่าและทำให้ตระกูลเพอร์เซลล์ต้องได้รับความพ่ายแพ้

ตอนนี้เขาเชื่อว่า คนที่มีความแค้นกับตระกูลเพอร์เซลล์นั้นเป็นเดียวกับคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลอร่าก่อนหน้านี้ ลอร่าได้ติดต่อกับคนๆนี้ และเขาก็เป็นคนที่จัดหาหัวไชเท้าเวทย์มนตร์ให้ เนื่องจากชายคนนี้นั้นช่วยเหลือลอร่าไว้ สเติร์นจึงไม่สนใจถ้าหากพวกเขาจะติดต่อกัน

ตอนนี้มันก็ปรากฏแล้วว่าแหล่งอาหารของลอร่านั้นมาจากชายคนนี้ หลังจากที่ได้ข้อสรุปแล้ว สเติร์นก็ไม่อยูเฉยและยืนขึ้นตะโกนว่า “ส่งคนไปตรวจสอบดูว่าตอนนี้ลอร่าติดต่อใครบางในช่วงเวลานี้!”

ในไม่ช้า ก็มีข้ารับใช้กับมารายงานสิ่งที่สเติร์นนั้นได้ให้ไปสืบหา ในบรรดาผู้ที่ติดต่อลอร่าสุดนั้นก็มีเพียงแค่เจ่าไห่และนักรบผู้ติดตามของเขา สเติร์นเข้าใจทันทีว่าอาหารที่ลอร่านำมานั้นมาจากเจ่าไห่

เมื่อพิจารณาสิ่งต่างๆแล้ว สีหน้าของสเติร์นก็เปลี่ยนไปจนดูน่ากลัว ตอนนี้เขารู้แล้วถึงสิ่งที่ลอร่าหมายถึงก่อนหน้านี้ เขาเข้าใจว่าลอร่าคงจะรู้ว่าเขานั้นจะต้องหาแหล่งที่มาของอาหารได้อย่างแน่นอน เธอนั้นยังบอกด้วยว่าเขานั้นไม่สามารถที่จะคุยกับแหล่งที่มาของอาหารนี้ได้ ซึ่งมันจะทำให้สเติร์นนั้นสบายใจขึ้นอย่างงั้นหรือ?

ไม่อย่างแน่นอน!

เวลานี้สเติร์นนั้นเชื่อว่าอาหารเหล่านี้นั้นมาจากคนซึ่งเป็นศัตรูกับตระกูล เขาจึงบอกกับสภาผู้อาวุโสตระกูลเพอร์เซลล์ทันที เนื่องจากว่าเรื่องนี้นั้นเกินกว่าความสามารถของเขา

ลอร่านั้นคาดเดาไว้แล้วว่าตระกูลเพอร์เซลล์นั้นจะสืบหาที่มาของแหล่งอาหาร ดังนั้นเธอจึงไม่เป็นห่วง ตอนนี้ ถ้าหากตระกูลเพอร์เซลล์นั้นไม่ร่วมงานกับเธอ พวกเขาก็ต้องมองเห็นร้านค้าใหญ่อื่นๆมาฉีกกระชากชิ้นเนื้อจากร่างกายของพวกเขา ซึ่งเรื่องนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ก็คงจะรับไม่ได้

สำหรับขุนางตระกูลใหญ่ๆแล้ว พวกเขามีความภาคภูมิใจของตน คราวนี้ร้านค้าใหญ่ๆนั้นร่วมมือกันต่อกรกับพวกเขา แม้ว่าตระกูลเพอร์เซลล์จะไม่สามารถที่จะใช้กำลังได้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจทนที่จะอยู่เฉยๆเพื่อรับความอัปยศนี้ได้ เมื่อเห็นโอกาสในการต่อสู้กลับแล้วพวกเขาจะยอมพลาดอย่างนั้นหรือ?

การตัดสินใจของตระกูลเพอร์เซลล์นั้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของลอร่าเลย แม้ว่าพวกเขานั้นจะเกลียดเจ่าไห่มากแค่ไหน แต่เมื่อเทียบกับพวกร้านค้าใหญ่ๆแล้วมันมากกว่านั้นมาก ดังนั้นตระกูลเพอร์เซลล์จึงตัดสินใจที่จะจัดการเรื่องปัญหากับค้านค้าใหญ่ๆก่อนที่จะจัดการกับเจ่าไห่ทีหลัง

ดังเช่นตระกูลใหญ่ๆอื่นๆที่ในสายตาของตระกูลเพอร์เซลล์แล้ว ไม่มีศัตรูที่ถาวรมีเพียงแค่ผลประโยชน์เท่านั้น พวกเขายอมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล แม้ว่าเจ่าไห่นั้นจะกำจัดคนของพวกเขาไปร้อยหรือเป็นพัน แต่ตราบใดที่มีผลประโยชน์มากกว่า ตระกูลก็พร้อมที่จะเป็นมิตรกับเจ่าไห่ นี้คือหลักการเพื่อความอยู่รอดของตระกูลใหญ่ๆ

ดังนั้นเมื่อลอร่าไปยังตระกูลเพอร์เซลล์ในอีกวันหนึ่ง ครั้งนี้สเติร์นก็ได้พูดคุยถึงการร่วมมือกันกับลอร่า

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสเติร์นแล้วก็ทำให้ลอร่านั้นเขาใจถึงแผนการของตระกูลเพอร์เซลล์ เธอนั้นไม่สนใจเรื่องนั้นและพูดถึงแต่เรื่องของความร่วมมือกันเท่านั้น

หลังจากที่พูดคุยกันเรียบร้อนแล้ว ลอร่าก็เดินทางไปยังภูเขาหินเพื่อรับอาหารทันที ครั้งนี้ในขณะที่พวกเขานั้นขนส่งอาหารมานั้นก็มีคนของตระกูลเพอร์เซลล์นั้นมาปกป้องด้วย

หลังจากที่ขบวนสินค้าของลอร่าออกไปแล้ว ตระกูลเพอร์เซลล์ก็ประกาศว่าการระบาดของแมลงในทุ่งราบไอค่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นและสามารถผลิตอาหารได้ตามปกติ

เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกมาก็ทำให้ทั้งโลกนั้นตกตะลึง ไม่เพียงแต่ในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์เท่านั้น แต่ยังร่วมถึงพื้นที่รอบๆด้วย คนในพื้นที่รอบๆนั้นเข้าใจว่าทำไมราคาอาหารถึงเพิ่งขึ้น นั้นก็เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ร้านค้าใหญ่ๆเริ่มที่จะกักตุนอาหาร

แต่แล้วตระกูลเพอร์เซลล์ก็ประกาศข่าวนี้ออกมา แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าที่ราบไอค่านั้นจะไม่สามารถผลิตอาหารอาหารออกมาได้ แต่ก็ยังบอกว่าพวกเขานั้นสามารถจัดหาอาหารได้อย่างไม่มีปัญหาและรับประกันว่าจะได้รับอย่างแน่นอน

แม้ว่าพวกเขาจะประกาศเช่นนี้ออกไป แต่การบริโภคอาหารในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์นั้นก็ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นแล้วราคาอาหารก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น แต่จะไม่สูงมากนัก เนื่องจากตระกูลเพอร์เซลล์และร้านฮิกังบานะนั้นลงแรงอย่างมากในการขายอาหารในราคาที่ยุติธรรม ซึ่งตระกูลเพอร์เซลล์นั้นจำกัดการขายอาหารกับร้านฮิกังบานะและร้านของตระกูลเพอร์เซลล์ทั้งหมด จะมีเฉพาะผู้ที่มีหลักฐานที่อาศัยอยู่ในเขตการปกครองตระกูลเพอร์เซลล์จะซื้อจากที่นี้ได้ และจะซื้อได้จำกัด

นี้คือวิธีการที่ลอร่าและตระกูลเพอร์เซลล์นั้นคิดออกมา พวกเขานั้นเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในทุ่งราบไอค่าก่อน จากนั้นก็เริ่มขายอาหารในราคาที่ยุติธรรม เนื่องจากกลัวว่าจะมีพ่อค้ารายใหญ่นั้นซื้ออาหารจำนวนมากเพื่อนำกลับมาขาย พวกเขาจึงต้องใช้ใบรองรับและจำกัดการซื้อเท่านั้น

ด้วยวิธีการนี้ทำให้ร้านค้าใหญ่ๆนั้นไม่ได้ทันตั้งตัว ร้านค้าเหล่านี้ไม่คิดเลยว่าตระกูลเพอร์เซลล์นั้นจะยังสามารถผลิตอาหารออกมาได้ เนื่องจากไพ่ใบนี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขานั้นคาดการณ์ไว้ ทำให้พวกเขานั้นตกอยู่ในความวุ่นวาย

ร้านค้าเหล่านี้จึงคิดว่าตระกูลเพอร์เซลล์นั้นจะใช้เสบียงที่ใช้สำหรับการรบ เมื่อพวกเขานั้นต้องการจะเพิ่มราคาอาหาร ตระกูลเพอร์เซลล์ก็จะเข้ามาควบคุมมัน

เสบียงสำหรับการรบในแต่ละพื้นที่จะมีไม่มากก็น้อย แต่มันก็มีไม่ต่ำกว่า 10 ตัน ซึ่งปกติแล้วจะไม่ใช้เสบียงในส่วนนี้เพราะว่ามันมีไว้ใช้สำหรับเตรียมการรบ ถ้าหากคุณนั้นใช้เสบียงในส่วนนี้แล้ว พวกทหารก็จะไม่มีอาหารเมื่อเกิดสงครามขึ้น ดังนั้นแล้วทหารก็จะอ่อนแอลงและทำให้ง่ายต่อการสูญเสียดินแดน

แม้ว่าจะไม่มีสงครามในช่วงนี้ ตระกูลเพอร์เซลล์ก็ไม่ควรใช้เสบียงสำหรับการรบ เขตการปกครองนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจักรวรรดิอาร์ซู ส่วนทางตะวันออกนั้นติดกับแดนทมิฬทำให้ไม่มีการรบใดๆอยู่แล้ว ซึ่งทางทิศตะวันตกและทิศใต้ก็ติดกับพื้นของสองขุนนางนั้นคือตระกูลโคซ่าและตระกูลโพแลนตอนซึ่งมีข้อห้ามไม่ให้ต่อสู้กัน อย่างไรก็ตามชายแดนทางเหนือนั้นคือทุ่งราบของเหล่าบีสต์แมนซึ่งไม่สงบสุขนัก [ผู้แปล : บีสต์แมน = Beastman หรือก็คือสัตว์ในรูปร่างของมนุษย์ ซึ่งผมของใช้ทับศัพท์นะ ไม่รู้จะแปลยังไง]

พวกบีสต์แมนนั้นชอบการต่อสู้ แม้ว่าพวกเขาจะปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อม แต่มันก็อยู่ได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ของเผ่ามนุษย์ บีสต์แมนส่วนใหญ่จะดำรงชีวิตด้วยการเลี้ยงสัตว์ แต่ยังต้องเผชิญกับภัยพิบัติ วิถีชีวิตของพวกเขานั้นลำบากอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขานั้นมักจะออกปล้นสะดม

ตระกูลเพอร์เซลล์นั้นก็เหมือนกับตระกูลใหญ่อื่นๆที่เติบโตได้เร็วก็เพราะว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าบีสต์แมนเหล่านี้ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เตรียมกองทัพขนาดใหญ่ไว้เพื่อป้องกันการปล้นของเหล่าบีสต์แมน

อย่างไรก็ตาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น สถานการณ์ในทุ่งหญ้าของเหล่าบีสต์แมนนั้นเป็นไปอย่างดี นั้นหมายถึงพวกเขาออกมาปล้นทางใต้น้อยลง ด้วยเหตุนี้ตระกูลเพอร์เซลล์จึงร่ำรวยอย่างมากกับการทำธุรกิจกับบีสต์แมนเหล่านี้

แต่อย่างไรก็ตาม ตระกูลเพอร์เซลล์ก็ไม่ใช้เสบียงสำหรับการรบอย่างแน่นอน เพราะนั้นหมายถีงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อตระกูลเพอร์เซลล์ ซึ่งถ้าหากจะใช้เพียงเพื่อรักษาเงินไว้นั้นมันคงจะไม่คุ้มค่า