ตอนที่แล้วTXV –  79 หยิ่งยโส !
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปTXV –  81 ความขัดแย้ง !

TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !


TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !

          จู้งเหว่ยกลับเข้ามาที่สำนักงานพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ

 

          “โทรแล้วหรือ? หรือมันไม่มีสัญญาณตอบรับ บางทีบริษัทของคุณอาจจะอยู่ไกลเกินไปและหัวหน้าของคุณก็คงจะไม่มีอำนาจที่นี่  ใช่ไหมล่ะ?” ลี่หยู่หลานพูดเยาะเย้ย

 

จู้งเหว่ยมองไปที่ลี่หยู่หลานแล้วยิ้ม “คุณคือลี่หยู่หลานใช่ไหม? ผมจะจำชื่อคุณไว้”

 

          ลี่หยู่หลานยักไหล่ “แล้วคุณจะทำอะไรถ้าหากจำชื่อฉันได้?”

 

          “รอดูล่ะกัน !” จู้งเหว่ยพูด

 

          ทันใดนั้นเองโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น

 

          เหลี่ยวเตอเชิงกำลังจะหยิบมันขึ้นมา แต่จู้งเหว่ยก็ชิงหยิบก่อนและกดปุ่มเปิดลำโพง

 

          เสียงของผู้ชายดังออกมาจากลำโพง “เหลี่ยวเตอชายหนุ่มชื่อเซี่ยเหล่ยอยู่ที่นั่นไหม?”

 

          ท่าทางของลี่หยู่หลานเปลี่ยนไปในทันที

 

          “เซี่ยเหล่ยได้จดทะเบียนอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าไว้ที่สำนักงานการค้าและพาณิชย์หรือไม่?” เสียงของนายกเทศมนตรีหู่ กล่าว

 

          “ชะ ใช่ครับ” เหงื่อมากมายซึมออกมาบนหน้าผากของเหลี่ยวเตอเชิง

 

           “คุณกำลังขัดขวางเขาและไม่ยอมปล่อยให้เอกสารของเขาได้รับการอนุมัติใช่ไหม?”

 

          “ผม…”

 

          “ไอ้บ้าเอ๊ย! ผมจะให้เวลาคุณครึ่งชั่วโมงเพื่ออนุมัติขั้นตอนทั้งหมด รีบจัดการเรื่องให้เสร็จแล้วให้ใบอนุญาตของบริษัทกับเซี่ยเหล่ยซะ!”

 

          “ครับ ครับ ผมจะรีบดำเนินการทันที”

 

          “มาที่สำนักงานของผมหลังจากที่คุณจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้วด้วยล่ะ ผมต้องคุยกับคุณ!” นายกเทศมนตรีหู่วางสายไปด้วยการวางโทรศัพท์เสียงดังขณะที่เขาพูดจบ

 

          เหลี่ยวเตอเชิงเช็ดเหงื่อและหันไปพูดกับเซี่ยเหล่ย “คุณเซี่ย ได้โปรดรอสักครู่ ผมจะรีบจัดการให้คุณโดยทันที ใช้เวลาแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดอะไร เขาเอาแต่จ้องมองเหลี่ยวเตอเชิง ฟังจากสิ่งที่นายกเทศมนตรี หู่พูด เหลี่ยวเตอเชิงคงได้ทำงานที่นี่ถึงแค่วันนี้เท่านั้น......

 

          เหลี่ยวเตอเชิงคงถูกไล่ออก สถานที่นี้เคยเป็นที่ๆเขาเป็นเจ้านายของหลายๆคนแต่มันกำลังจะกลายเป็นสถานที่ๆเขาไม่สามารถทนทำงานอยู่ได้อีกต่อไป.....

 

          ลี่หยู่หลานหยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมาและเดินไปที่ประตู

 

          เซี่ยเหล่ยขวางทางเธอไว้และพูดอย่างเย็นชา “รอก่อนสิ”

 

          ลี่หยู่หลานถอยกลังกลับด้วยความวิตกกังวล “คุณต้องการอะไร?”

 

          “ส่งข้อความไปบอกสามีของคุณ ถึงแม้ว่าเขาจะหลบซ่อนตัวได้ดีแต่ผมจะตามจับเขาให้ได้ เพื่อนของผมจะต้องไม่ตายเปล่า เขาและคุณจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกคุณทำ !” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ฉัน ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร” สีหน้าของเซี่ยเหล่ยทำให้ลี่หยู่หลานรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่สามารถอธิบายได้

 

          “รีบไปซะสิ” เซี่ยเหล่ยไล่ และปล่อยเธอไป

 

          “คุณ!!” ความโกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลี่หยู่หลาน เธอเกลือกตาใส่เซี่ยเหล่ยก่อนจะหยิบกระเป๋าและเดินออกไปจากสำนักงาน

 

          เธอมาเพื่อขัดขวางและทำลายความหวังของเซี่ยเหล่ยที่จะก่อตั้งบริษัทใหม่ภายใต้คำสั่งของฮวงยี่หู่และนี่มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ยังไงก็ตามเซี่ยเหล่ยสามารถพลิกเกมกลับได้ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เรื่องที่เขาทำยังสามารถตบหน้าเธอและฮวงยี่หู่ได้อีกด้วย...

 

          เซี่ยเหล่ยมองจู้งเหว่ยและเจียงซิน เขายิ้มและพูด “ขอบคุณมาก ผมคงจะไม่ได้ใบอนุญาตของบริษัทถ้าไม่ได้พวกคุณช่วยเอาไว้”

 

          “อย่าพิธีรีตองอะไรมากเลยเซี่ยเหล่ย เป็นเกียรติของเรามากที่สามารถช่วยคุณได้” จู้งเหว่ยพูด

 

          เจียงซินยิ้ม “คุณเซี่ย คุณเป็นคู่ค้าที่สำคัญมากต่อบริษัทของเรา และตัวคุณเองก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมากในประเทศของเรา คำขอของคุณถูกต้องและยังเป็นไปตามกฏหมาย เพราะฉะนั้นแล้วเหลี่ยวเตอเชิงก็ไม่ควรมีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาขัดขวางคุณ”

 

          “พวกคุณเมตตาผมมาก ผมขอขอบคุณจากใจจริง แต่ผมคงต้องขอความกรุณาจากพวกคุณอีกครั้งหลังจากได้ใบอนุญาตแล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          จู้งเหว่ยและเจียงซินมีท่าทางที่เปลี่ยนไป

 

          “คุณต้องการให้พวกเราช่วยเรื่องอะไรคุณเซี่ย? กรุณาบอกความต้องการของคุณมาได้เลย” เจียงซินพูด

 

          “หลังจากที่บริษัทได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผมได้มองหาที่ดินสำหรับสร้างบริษัทไว้ที่หนึ่งอยู่ติดกับถนนเติสริงส์ ขนาด 13 แปลง ผมอยากจะขอให้พวกคุณช่วยติดต่อซื้อที่ดินผืนนั้นให้ผม” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “เรื่องนี้มัน…” จู้งเหว่ยและเจียงซินมีท่าทางลำบากใจ

 

          “ผมขอแค่เรื่องนี้ และผมจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกคุณหรือบริษัทของพวกคุณอีก ถ้าคุณช่วยผม ผมจะผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นที่พวกคุณต้องการให้ผมทำ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          จู้งเหว่ยยิ้มอย่างเป็นกังวล “คุณเซี่ย พวกเราไม่มีปัญหาอะไรกับการที่ช่วยให้คุณได้รับใบอนุญาตของบริษัท แต่กับเรื่องที่ดินนี่มัน…”

 

          เจียงซินพูดขึ้นมาเช่นกัน “บริษัทของเราตั้งอยู่ในชิงตู่ อำนาจของเราที่นี่เองก็มีอยู่อย่างจำกัด เราสามารถช่วยทำตามคำของ่ายๆของคุณได้ แต่การได้มาซึ่งที่ดินเป็นอีกเรื่องหนึ่งและเราไม่มีอำนาจในเรื่องนี้”

 

          “คุณถ่อมตัวกันเกินไปแล้ว ผมรู้ว่าพวกคุณมีอำนาจมากแค่ไหน คุณต้องช่วยผม” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ถ้าอย่างงั้นนะคุณเซี่ย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ช่วยคุณ?” จู้งเหว่ยถามเพื่อลองเชิง

 

          “ผมจะผลิตชิ้นส่วนพวกนั้นหลังจากที่ดำเนินการเรื่องที่ดินนี้เสร็จแล้ว และผมจะไม่รับคำสั่งซื้อที่มาจากบริษัทของพวกคุณเพิ่มอีก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณเซี่ย คุณ…” จู้งเหว่ยดูเป็นกังวล “คุณทำตัวเหมือนเด็กๆเลยนะ”

 

          “ใช่ คุณเซี่ย คุณจะมาเอาแต่ใจแบบนี้ได้ยังไง? เราได้เสนอราคาสูงที่สุดให้คุณแล้ว ในฐานะเจ้าของกิจการคุณจะมาปฏิเสธคำสั่งซื้อของพวกเราได้ยังไง?” เจียงซินพูด

 

          “คุณบอกว่าผมเหมือนเด็ก ใช่ ผมเหมือนเด็กจริงๆ ถ้ามีใครมาตีผมและผมไม่ได้ตีเขากลับ ผมคงไม่มีอารมณ์จะไปโรงเรียน ไม่มีอารมณ์ที่จะทำงาน คุณคงเพิ่งเห็นแค่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ลี่หยู่หลานและสามีของเธอ ฮวงยี่หู่ มาระรานผม คุณคิดว่าพวกเขาสร้างปัญหาให้ผมแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือ? คุณคิดผิดแล้วล่ะ เธอกับสามีฆ่าเพื่อนของผม!” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “เรื่องนี้…” สีหน้าของเจียงซินดูเจ็บปวด “คุณเซี่ย พวกเราเป็นบริษัทไม่ใช่ตำรวจ สิ่งที่คุณพูดอยู่นอกเหนืออำนาจของเรา การขอความช่วยเหลือสำหรับเรื่องนี้…”

 

          เซี่ยเหล่ยตัดบทเขา และพูดอย่างช้าๆ “ในตอนแรกผมวางแผนไว้ว่าจะหาโอกาสไปต่างประเทศ อาจจะเป็นอเมริกาหรือเยอรมนีเพื่อไปดูเครื่องกลึงที่ทันสมัยที่สุดของพวกเขาและนำกลับมาปรับปรุงบริษัทของตัวเองให้ได้มาตรฐานเดียวกับของพวกเขา แต่ดูเหมือนมันคงไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป”

 

          “เดี๋ยวก่อน” จู้งเหว่ยพูดอย่างตื่นเต้น “คุณเพิ่งพูดอะไรออกมา? คุณบอกว่าสามารถปรับปรุงเครื่องกลึงธรรมดาๆให้มีมาตรฐานเดียวกันกับอเมริกาและยุโรปได้งั้นหรือ?”

 

          “มันจะยากแค่ไหนกันล่ะ? ผมก็แค่ต้องไปดูแบบพิมพ์เขียวและเครื่องกลึงของจริงเพื่อที่จะมาปรับปรุงเครื่องกลึงของผมเอง และเมื่อพวกมันได้รับการปรับปรุงแล้ว ผมก็สามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนได้มากเท่าที่พวกคุณต้องการ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณทำได้จริงๆหรือ?” เจียงซินยังคงดูตื่นเต้นมาก

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นฝ่ามือของเขาออกมา “พวกคุณจะมาตามหาผมไปทำไมถ้าผมไม่มีความสามารถ? คุณจะช่วยให้ผมได้ใบอนุญาตบริษัทก่อตั้งบริษัทไปทำไม?”

 

          “นั่นมัน…” เจียงซินพูด “เราจะเตรียมกำหนดการไปต่างประเทศให้กับคุณ คุณจะเลือกไปยุโรปหรืออเมริกาก็ได้ ได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ เรามีช่องทางที่ทำให้คุณสามารถดูพิมพ์เขียวและเครื่องกลึงของจริงได้ เมื่อคุณกลับมาและปรับปรุงเครื่องกลึงสำเร็จเราจึงจะซื้อที่ดินนั้นให้คุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหน้า “ซื้อที่ดินแล้วผมจะไปต่างประเทศ”

 

          “จะให้เราจะทำอย่างนั้นได้ยังไงคุณเซี่ย?” จู้งเหว่ยพูด

 

          “ซื้อที่ดินแล้วผมจะไปต่างประเทศ” เซี่ยเหล่ยพูดซ้ำ

 

          เจียงซินยิ้มอย่างเซ็งๆ “คุณเหมือนเด็กจริงๆคุณเซี่ย ก็ได้ จู้งเหว่ยและผมไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้เองได้ เราจะบินกลับไปชิงตู่ เราต้องเอาเรื่องนี้ไปคุยกับหัวหน้าและให้เขาตัดสินใจ แล้วเราจะรีบติดต่อคุณกลับมา”

 

          รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยเหล่ย “ขอบคุณมากครับ แล้วผมจะรอฟังข่าวดี”

 

          “เอาล่ะ เรื่องนี้มันไม่ควรล่าช้า เราจะไปสนามบินตอนนี้ ไว้เจอกันนะคุณเซี่ย” จู้งเหว่ยจับมือกับเซี่ยเหล่ย

 

          เจียงซินจับมือกับเซี่ยเหล่ยเช่นกัน “คุณเซี่ย จำสิ่งที่คุณสัญญาไว้ให้ดี ปรับปรุงเครื่องกลึงของคุณให้ได้มาตรฐานระดับโลกและให้ทันสมัยที่สุด”

 

          “ผมรับประกันได้ว่าถ้าคุณช่วยผมคุณจะได้เห็นเครื่องกลึงแบบนั้นแน่” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          เจียงซินและจู้งเหว่ยจากไปอย่างรวดเร็ว

 

          เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของเซี่ยเหล่ยสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนไม่ใช่ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูงซึ่งมีเฉพาะยุโรปและอเมริกาเท่านั้นที่ผลิตได้ อีกทั้งพวกเขายังสามารถหาชิ้นส่วนที่ต้องการได้จากช่องทางอื่นๆอีก อย่างเช่นจากประเทศอิสราเอล อย่างไรก็ตาม หากเซี่ยเหล่ยสามารถปรับปรุงเครื่องกลึงแบบธรรมดาให้มีมาตรฐานและความทันสมัยเทียบเท่ากับฝั่งยุโรปและอเมริกาได้ก็จะเป็นผลดีอย่างมากต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีน

 

          เซี่ยเหล่ยกล้าที่จะเรียกร้องสิทธิ์ในหลายๆเรื่อง เพราะเขามั่นใจว่าตัวเขาเองมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนปฏิเสธไม่ได้!

 

          หลางซือเหยามองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างแปลกใจ “คุณเซี่ย คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าพวกเขาจะตอบรับคำขอของคุณ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณศึกษาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ คุณรู้ความหมายของคำว่า ‘สินค้าที่มีคุณค่า’ ใช่ไหม? ผมเป็นเพียงคนเดียวที่มีสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาจะต้องให้ในสิ่งที่ผมต้องการแน่”

 

          “ฉันรู้แนวคิดของสินค้าที่มีคุณค่า แต่นั่นมันคือที่ดิน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะช่วยให้คุณสามารถถือโฉนดที่ดินนั่นได้ แต่คุณมีเงินมากพอจะซื้อมันหรือ?” หลางซือเหยาพูด

 

          ที่ดินบริเวณถนนเติสริงส์มีมูลค่าหลายล้านและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นป้ายประกาศบอกราคาสูงถึงหลักพันล้านหากที่ดินผืนนั้นอยู่ใกล้ท่าเรือ เธอรู้ว่าเซี่ยเหล่ยแค่มีกิจการเป็นของตัวเองและยังคงอยู่ระหว่างการจดทะเบียนเป็นบริษัท เขาจะมีเงินมากพอสำหรับซื้อที่ดินได้อย่างไร ?

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “คุณหลาง กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนเป็นบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของ ธุรกิจนี้เป็นของประเทศเราและมันมีความสำคัญมาก มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนที่จะซื้อที่ดินนั้นหากพวกเขาต้องการ ผมพูดจากใจจริงเลยนะว่าผมไม่มีเงิน และผมคงให้ได้แค่หนึ่งหรือสองล้านเท่านั้น แม้ว่าที่ดินผืนนั้นจะมีราคาสูงถึงห้าสิบล้านก็ตาม”

 

          “ห๊ะ ?”หลางซือเหยากลอกตามองเซี่ยเหล่ย “คุณไม่ได้…”

 

          “คุณขอมากเกินไป?” เซี่ยเหล่ยพูด “พวกเขาได้พูดแบบนั้นหรือยังล่ะ? เขาบอกว่าผมเหมือนกับเด็ก แล้วเด็กๆไม่เหมาะกับการทำแบบนี้หรอกหรือ?”

 

          หลางซือเหยายกนิ้วโป้งให้เซี่ยเหล่ยและหัวเราะคิกคัก “คุณเซี่ย ฉันศึกษาเรื่องธุรกิจแต่กลับพบว่าตัวฉันเองเป็นแค่เด็กนักเรียนตัวเล็กๆเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ คุณนี่มันเป็นนักธุรกิจระดับหัวกะทิจริงๆ”

 

          “ไม่ต้องมาพูดยกย่องผมหรอก ผมถูกบีบบังคับให้ทำแบบนี้ ผมต้องการทวงความยุติธรรมให้เพื่อนของผมและถ้าหากมัวแต่ทำตามกฏหมาย อีกห้าสิบปีผมก็คงยังตามหาความยุติธรรมไม่เจอ เอาล่ะ ลงไปดูข้างล่างกันดีกว่า แล้วจากนั้นก็ไปดูที่ดินกัน ดีไหมล่ะ?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “แน่นอน ฉันก็ต้องการไปดูที่ดินผืนนั้นเหมือนกัน” หลางซือเหยาพูด

 

          พวกเขาออกจากสำนักงานและยังเดินไปไม่ถึงห้องโถงเมื่อเหลี่ยวเตอเชิงขึ้นมาหาพวกเขา และถือกองเอกสารมากมายไว้ในมือ

 

          “เรียบร้อยแล้วล่ะคุณเซี่ย” เหลี่ยวเตอเชิงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ไปคุยกันที่ห้องทำงานเถอะ ผมจะชงชาให้คุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยหยิบเอกสารมาจากมือเหลี่ยวเตอเชิง แล้วชำเลืองมองเขาและพูดเบาๆ “หัวหน้าเหลี่ยว สำหรับผมชาของคุณอร่อยมาก แต่ผมคงไม่เหมาะกับมันหรอก คุณควรชงให้แก่คนที่น่าเคารพยกย่องอย่างเช่นฮวงยี่หู่หรือลี่หยู่หลานนะ”

 

          “คุณเซี่ย…” เหลี่ยวเตอเชิงมองมาอย่างน่าสงสาร “คุณช่วยพูดกับผมดีๆต่อหน้าเพื่อนทั้งสองคนของคุณได้หรือเปล่า? ดูนี่สิ ผมทำทุกอย่างตามที่คุณขอเสร็จหมดแล้ว”

 

          “ไม่ ผมทำไม่ได้หรอก จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้สนิทกับพวกเขามากนัก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณ…” เหลี่ยวเตอเชิงยืนรู้สึกโกรธมากแต่ไม่สามารถทำอะไรได้......

 

          ติดตามตอนต่อไป....

         

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด