ตอนที่แล้วตอนที่ 68 ยัดเหยียดความผิด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 70 1 ต่อ 5

ตอนที่ 69 ความแตกต่างระหว่างศิษย์และบรรพบุรุษ


“ภายในหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว ผู้อาวุโสที่หนึ่ง ผู้อาวุโสที่สี่ ผู้อาวุโสที่ห้า อยู่ในกลุ่มเดี่ยวกันพวกเขาต่างร่วมมือกัน โดยให้ผู้อาวุโสที่หนึ่งเป็นผู้นำ ในขณะที่ผู้อาวุโสที่สองและผู้อาวุโสที่สามอยูคนละกลุ่มกับพวกเขา โดยที่กลุ่มแรกต้องการยึดตำแหน่งและประมุขและตั้งตนเป็นประมุขแทน ส่วนกลุ่มที่สองคัดค้านการกระทำของกลุ่มแรกพวกเขาต้องการรักษาตำแหน่งประมุขไว้เหมือนเดิม แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาผู้อาวุโสที่หนึ่งอำนาจที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้การต่อสู้แย่งชิงอย่างเปิดเผยของผู้อาวุโสที่สองและผู้อาวุโสที่สามได้รับความลำบากและต้องสูญเสียเป็นอย่างมาก”

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากหลี่หยุนเทียน หยางไค่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ผู้อาวุโสขัดแย้งซึ่งกันและกัน ทำให้ชนรุ่นหลังต้องแย่งชิงซึงกันและกัน ปัญหาข้อขัดแย้งของซู่มู่และเหว่ยจวางเป็นผลมาจากเหตุการณ์เช่นนี้

จ้าวฮุ่หัวเราะอย่างเย็นชา : “ถ้าหากว่าเสือไม่ออกจากถ้ำ ลิงจึงทำตัวเป็นเจ้าป่า ถ้าหากว่าประมุขปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายจะไม่มีความสำคัญแม้แต่น้อย”

 

หลี่หยุนเทียนจ้องเขม่งไปที่จ้าวหู่และกล่าว : “อย่านินทาหลับหลังผู้อื่น พวกเราเป็นเยาวชนรุ่นหลังพวกเราต้องเคารพผู้อาวุโส แม้ว่าพวกเราจะไม่ยอมรับการกระทำของพวกเขาก็ตาม”

จ้าวหู่แลบลิ้นของเขาและกล่าวพึมพำ : “เจ้าก็คิดเช่นนี้ไม่ใช่หรือไง ?”

 

หลี่หยุนเทียนกล่าว : “แต่ข้าจะไม่พูดออกมา”

ด้านนอกของหอวิเศษ เซี่ยหนิงฉางพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เหรัญญิกเม้งมองไปที่เธอและกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ : “ศิษย์ของข้า วันนี้เจ้ามาเยี่ยมอาจารย์อีกครั้ง ? อืม เจ้าเปนลูกศิษย์ที่กตัญญู ข้ามีความสุขอย่างยิ่งที่มีศิษย์เช่นเจ้า !!”

 

เซี่ยหนิงฉางกล่าวด้วยความรีบร้อน : “อาจารย์ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น !!”

 

“เรื่องอะไร ?” เม้งวูหยารู้สึกสงสัย เพราะเขาไม่เคยเห็นศิษย์ของตนเองตื่นตกใจเช่นนี้มาก่อน !

 

เซี่ยหนิงฉางเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับระหว่างเหว่ยจวาง หยางไค่และคนอื่นๆ

 

เมื่อเม้งวูหยาได้ฟังใบหน้าของเขาแสดงออกอย่างอึมครึม : “เจ้ากล่าวว่า หยางไค่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3 ? นอกจากนั้นเขายังสามารถเอาชนะเหว่ยจวาง ?”

 

“ใช่ !!” เซี่ยหนิงฉางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ในใจของเธอคิดว่าเป็นเพราะเธอช่วยให้เขาจนสามารถก้าวข้ามเขตแดนถึงระดับนี้

“ดูเหมือนว่าการเข้าไปในเทือกเขาวายุทะมึนคงทำให้เขาพบกับสิ่งที่วิเศษ มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ น่าตื่นตะลึง ที่เขาสามารถฝึกฝนวิชายุทธุ์ได้รวดเร็วเช่นนี้” เม้งวูหยากล่าวด้วยความตกใจ

 

“อาจารย์ท่านอย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนั้น ท่านรีบคิดหาวิธีที่จะช่วยพวกเขาออกมา” เซี่ยหนิงฉางกล่าด้วยความร้อนใจ

 

เม้งวูหยางอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จากศิษย์ของตนเอง เขาจ้องมองไปที่เซี่ยหนิงฉางและกล่าวถามด้วยเสียงแปลก : “ศิษย์รัก !! ทำไมเจ้าต้องกังวลถึงเพียงนี้ ?”

 

เซี่ยหนิงฉางอึ้งไปชั่วขณะและกล่าวอย่างแผ่วเบา : “ข้าเป็นเช่นนั้น ?”

 

“อืม ตอนนี้เจ้ากังวลอย่างมาก” เม้งวูหยาพยักหน้า ศิษย์ของเขาคนนี้ดูแข็งแกร่งราวกับน้ำแข็งหิมะ และบริสุทธุ์เช่นหยกที่ล้ำค่า ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเท่าตนเองอีกแล้ว ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ในหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวมีศิษย์สาวกชายจำนวนไม่น้อยที่หล่งเสน่ห์ในตัวเธอ พวกเขาต่างไล่ล่าตามเธอ แต่เธอไม่เคยสนใจสนพวกเขาเหล่านั้น เธอให้ความเคารพกับพวกเขาและหนีห่างจากพวกเขา แต่วันนี้เธอกลับขอความช่วยเหลือให้แก่เด็กหนุ่มที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3 เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ

 

เซี่ยหนิงฉางกล่าว : “ข้าเพียงไม่ต้องการให้เขาถูกฆ่าในขณะที่กำลังจะประสบความสำเร็จในกฝึกฝนวิชายุทธุ์”

 

“เจ้าสนิทกับเขามาก ?” เม้งวูหยาเริ่มตื่นตัวในทันที

 

“ไม่สนิท แต่ข้าเฝ้าดูเขามาเป็นเวลา 2 ปี อาจารย์ก็รู้ว่าข้าอยู่ในหอจันทรามืดมิดข้าได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบดูแลศิษย์ในหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว บริเวณที่ข้าตรวจสอบดูแลก็คือบริเวณที่เขาอาศัยอยู่” เซี่ยหนิงฉางกล่าวความจริงอย่างตรงไปตรงมา หลังจากที่กล่าวจบเธอรีบกล่าวขอร้อง : “อาจารย์ได้โปรดคิดวิธีช่วยเหลือเขาด้วย ครั้งนี้เขาสร้างความขุ่นเคืองหแก่ผู้อาวุโสที่หนึ่ง ถ้าหากไม่มีบุคคุลระดับสูงที่มีอำนาจช่วยเหลือเขา เขาคงจะไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ ผู้อาวุโสที่สองอาจจะไม่สนใจในความเป็นความตายของเขา อาจารย์ ท่านก็คือผู้ที่มีอำนาจคนนั้นผู้ที่จะช่วยเหลือพวเขา !!”

ใบหน้าของเม้งวูหยาเต็มไปด้วยความกล้ำกลืน ในเมื่อศิษย์ของเขาเข้าร่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็ต้องเข้าร่วมด้วย เพราะอย่างไรมันก็คือคำขอร้องของศิษย์รัก

 

หลังจากที่เดือดพล่านได้สักครู่ เม้งวูหยาขมวดคิ้วและกล่าว : “ศิษย์รัก แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อาจารย์มิอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้อง เจ้าดูซิ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวภายในของหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว อาจารย์เป็นเพียงผู้ดูแลหอวิเศษ ถ้าหากอาจารย์เข้าไปยุ่งมันจะไร้ซึ่งเหตุผลอย่างยิ่ง”

คำกล่าวนี้คือความจริง แม้ว่าความรู้สึกระหว่างเขาและหยางไค่จะไม่เลวร้าย แต่เขาเป็นเพียงคนนอกเขาจะเข้าไปยุ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวได้อย่างไร ?

 

เซี่ยหนิงฉางไม่กล่าวตอบ เธอยกศีรษะและจ้องมองเม้งวูหยาด้วยดวงตาที่เอ่อร้นไปด้วยน้ำตา แม้ว่าจะมีผ้าคลุมหน้าปิดบัง แต่เม้งวูหยางมองเห็นใบหน้าที่เคืองโกรธของเธอ

 

ใบหน้าและดวงตาเช่นนี้เป็นสิ่งที่เม้งวูหยาไม่สามารถทนต่อมันได้ เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าที่ขมขื่น : “ไอ่หยา !! ศิษย์รักของข้า เจ้าอย่างโกรธเคืองไปเลย แม้ว่าข้าจะไม่ลงมือ ทางฝั่งผู้อาวุโสที่สองต้องลงมือช่วยเหลืออย่างแน่นอน เหตุการณ์ในครั้งนี้เพราะหยางไค่ต้องการช่วยเหลือซู่มู่ เขาจึงถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง หากว่าผู้อาวุโสที่สองไม่ช่วยเหลือเขา หลังจากนี้ใครกันจะให้ความเคารพแก่เขา ?”

 

“ถ้าหากว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ?” เซี่ยหนิงฉางกล่าวถามด้วยความโกรธ

 

“คงไม่มีทางที่จะไม่เป็นเช่นนั้น” เม้งวูหยางก็มีความรู้สึกที่ไม่แน่นอน เพราะมันเป็นการต่อสู้ของบุคคลระดับสูง การเสียสละศิษย์ 1 คนหรือ 2 คนที่ไม่สำคัญมิใช่เรื่องที่ผิดแปลก

 

“ฮึ่ม !!” เซี่ยหนิงฉางหันหลัง นั่งลงบนเก้าอี้ และกล่าวด้วยความโกรธเคือง : “ถ้าหากอาจารย์ไม่ช่วยเขา ข้าจะไม่ดินแดนแห่งการรวมตัวของเก้าเอียงจินเก็ง การบ่มเพาะความแข็งแกร่งแห่งศิษย์รักของอาจารย์ก็จะหยุดเพียงเท่านี้ !!”

 

เมื่อได้ยินดังนี้ เม้งวูหยาหน้าขาวซีดด้วยความตกใจ เขารีบวิ่งออกมาจากที่นั่งของเขา และก้มตัวลงที่ด้านหน้าของเซี่ยหนิงฉาง ปรนิบัติดูแลเซี่ยหนิงฉางเสมือนคุณหนูและกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ : “คำพูดเช่นนี้เจ้ากล่าวออกมาได้อย่างไร ?”

 

เซี่ยหนิงฉางหันหน้าหนี ไม่กล่าวตอบแม้แต่คำเดียว

 

เม้งวูหยารีบเปลี่ยนตัวแหน่ง เดินไปยังด้านหน้าของเซี่ยหนิงฉางอีกครั้ง : “เจ้าพูดกับข้าสิ ทำไมข้าไม่ช่วยเขาเจ้าถึงไม่ไปดินแดนแห่งนั้น ?”

 

“ในเมื่อท่านไม่สนใจความเป็นความตายของเขา ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจความเป็นความตายของข้า อาจารย์ท่านเป็นคนที่ไร้ซึ่งความยุติธรรม !!”

คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือลูกธนูที่แหลมคม พุ่งเจาะเข้าไปที่หัวใจของเม้งวูหยาอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน หัวใจและอวัยวะภายในอื่นๆต่างแหลกสะลายในทันที

 

“ศิษย์รักของข้า หากมีเรื่องอะไรเราทั้งสองค่อยๆหาหรือเจรจาก็ได้ใช่ไหม ? กระดูกที่แก่ชราของเขา ไม่สามารถทนต่อการทรมาณเช่นนี้ของเจ้า” เม้งวูหยาโค้งคำนับไปมาและกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

 

การกระทำนี้ไม่ใช่การกระทำต่อศิษย์ แต่มันคือการกระทำที่กระทำต่อบรรพบุรุษ !!

 

เมื่อเป็นเช่นนี้เซี่ยหนิงฉางจึงหันกลับมา เขาจ้องเขม่งไปที่เม้งวูหยาและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา : “วิชายุทธุ์ที่เขาฝึกฝนคือทักษะการต่อสู้แห่งพลังหยาง นอกจากนั้นร่างกายของเขายังเต็มไปด้วยพลังลมปราณที่บริสุทธุ์ที่มิอาจเทียบได้”

 

“ทักษะการต่อสู้แห่งพลังหยางและพลังลมปราณที่บริสุทธุ์ ?” เม้งวูหยาแสดงออกด้วยความสงสัย : “บริสุทธุ์ถึงขั้นไหน ?”

 

“มากกว่าคนที่ท่านหามา !! มันมากกว่า 5 เท่าขึ้นไป !!” เซี่ยหนิงฉางกล่าวตอบ

 

“เจ้าเคยลงมือทดสอบ ?” เม้งวูหยากล่าวถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง

 

“ใช่ !!”

 

“ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ห้ามเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา !!” เม้งวูหยารีบดันตัวเองขึ้นมา หลังจากที่ครุ่นคิดได้สักพัก เขาเดินออกไปด้านนอกทันที

 

เมื่อเดินไปถึงหน้าประตู เขาหยุดก้าวอย่างกะทันหันและหันหน้ากล่าวถามเซี่ยหนิงฉาง : “ศิษย์รัก เจ้าปฏิเสธเขาหรือไม่ ?”

 

“ข้าไม่ปฏิเสธเขา !!” เซี่ยหนิงฉางส่ายหัวและกล่าวตอบอย่างช้าๆ

 

“เจ้าชอบเขา ?”

 

“ไม่ได้ชอบ และไม่ได้เกลียด” ใบหน้าของเซี่ยหนิงฉางแดงก่ำเมื่อถูกถามเช่นนี้

 

“ดีดีดี เจ้าก็รู้หากว่าเจ้าไปที่ดินแดนแห่งนั้นเจ้าจะต้องทำสิ่งใด แต่ว่าเจ้าต้องสัญญากับอาจารย์ว่าเจ้าจะไม่มีวันชอบเขา อาจารย์จึงจะไปช่วยเขา !!”

 

“อาจารย์ท่านกล่าวอะไร !!” เซี่ยหนิงฉางบิดร่างกายไปมาด้วยความเขิลอายและกล่าวด้วยความประหม่า : “ข้าและเขาไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ !!”

 

คำพูดนี้ทำให้ความมั่นใจของเซี่ยหนิงฉางลดน้อยลง เธอฉุกคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น

 

“มิใช่เพราะอาจารย์ต้องการขัดขวางความรักของเจ้า แต่เพราะ.............สถานที่เล็กๆเช่นนี้ไม่ใช่สถานที่เจ้าควรอาศัย สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครจริงใจกับเจ้า ไม่ช้าหรือเร็วเจ้าจะทะยานขึ้นไปในจุดสูงสุดที่ไม่เคยมีใครก้าวข้ามไปได้ ถึงตอนนั้นเจ้าจะมีชีวิตอยู่หลายร้อยปีหรือพันปี แต่คนที่เจ้ารักจะตายอย่างช้าๆต่อหน้าเจ้า อาจารย์ไม่ต้องการให้เจ้าต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ทุกข์ทรมาณเช่นนั้น ศิษย์รักเจ้าพึงจำไว้ จุดสูงสุดขอการต่อสู้เป็นเส้นทางที่เงียบเหงา เป็นเส้นทางที่โดดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความเหน็บหนาว !!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด