ตอนที่แล้วตอนที่ 21 ข้ายอมให้เจ้า 3 กระบวนท่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 23 บางสิ่งที่น่าทึ่ง

ตอนที่ 22 เปลี่ยนแปลงบันทึกแห่งความพ่ายแพ้


นอกจากนั้น หยางไค่อยู่ในสภาพที่น่าอึดอัดใจ ลักษณะของเขาเสมือนว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ยากลำบาก จะเอาพละกำลังในการต่อสู้จากที่ไหนล่ะ ? บวกกับร่างกายที่ซูบผอมของเขา เสมือนเป็นโรคขาดสารอาหาร ทำให้คนอื่นๆต่างดูถูกและเหยียดหยามเขา

 

ฝูงชนจำนวนมากต่างเชื่อว่าหยางไค่ไม่สามารถหลบหนีออกจากภัยพิบัติในวันนี้ แม้แต่เซี่ยหนิงฉางที่นั่งอยู่บนต้นไม้ต่างคิดเช่นเดียวกับพวกเขา

เซี่ยหนิงฉางที่เป็นศิษย์แห่งหอจันทรามืดมิด นางได้เข้ามาอีกครั้ง เพื่อบันทึกผลการต่อสู้ของหยางไค่

“วิธีการนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ การที่ให้ศิษย์น้องอ่อนข้อให้” หยางไค่ลังเลเล็กน้อย

“ไม่มีอะไรที่ไม่ดีหรือต้องกังวล” จ้าวฮุ่ยืนยัน “ในฐานะที่เป็นศิษย์น้อง ยอมให้ท่าน 3 กระบวนท่าเป็นสิ่งที่ศิษย์น้องอย่างข้าควรกระทำ !! ฮ่าฮ่า !!”

“ก็ได้” หยางไค่กล่าวตอบอย่างไม่ยินยอม “ในเมื่อศิษย์น้องกล่าวเช่นนี้ ศิษย์พี่คงต้องปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น”

“ปล่อยการโจมตี ปล่อยกระบวนท่าของท่านเข้ามา !!” จ้าวฮู่ตะโกนเสียงดัง สองขายึดติดกับเพื่อนอย่างแน่นหนาเสมือนศิลาที่แนบบนพื้นดินอย่างแข็งแกร่ง เนื้อหนังที่อยู่บนร่างกายขยาขึ้นมา ซึ่งเผยให้เห็นเส้นสีเลือดที่ปูดโปนจำนวนมากมาย

 

มองไปยังหยางไค่ที่ก้าวเข้ามาทีละก้าวด้วยร่างกายที่ซูบผมและอ่อนแอ จิตใจของจ้าวฮู่หัวเราะอย่างเยือกเย็นและคิดว่าร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ เพียงลมหายใจเดียวก็สามารถเป่าพัดให้เขาปลิวลอยไป แล้วหยางไค่จะสามารถแสดงพละกำลังของเขาออกมาได้อย่างไร ?

หยางไค่ก้าวไปหาจ้าวฮู่อย่างช้าๆ เขากำหมัดของตนเองขึ้นมาอย่างช้าๆ แกว่งหมัดไปมาเพื่อให้จ้าวฮู่รู้สึกวิงเวียนก่อนจะกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ : “ศิษย์น้องจ้าว ศิษย์พี่จะโจมตีเจ้าแล้วน่ะ”

“เข้ามาเลย !!”

สิ้นเสียงคำกล่าวเหล่านั้น หยางไค่ได้พุ่งหมัดไปยังหน้าอกของจ้าวฮู่

“ปัก !! ’ มีเสียงอู้อี้แห่งความอึดอัดดังแว่วออกมา ฝูงชนที่มุงดูการประลองไม่เห็นร่องร่อยการโจมตีของหยางไค่ หมัดนี้จึงโจมตีออกไปอย่างแปลกประหลาด

ใบหน้าของจ้าวฮู่ซีดขาว เขากุมหน้าอกและถอยหลังออกไปโดยไม่สามารถโต้ตอบ

“ปัก !!” หมัดที่ 2 ได้พุ่งออกไปโจมตีไปยังช่องท้องของจ้าวฮู่ ร่างกายของจ้าวฮู่คุดคู้งอตัวลงมา เขารู้สึกเพียงว่ากรดในกระเพาะอาหารของเขากำลังจะพุ่งออกมา

“พลั่ก !!” หยางไค่เตะออกไป เตะไปยังตางของจ้าวฮู่ จ้าวฮู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปที่พื้นอย่างแน่นิ่ง

ชนะแล้ว !!

ทั่วบริเวณเงียบสงบไร้ซึ่งสุ้มเสียง เงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงหล่นของเข็ม ฝูงชนทุกคนต่างมองไปยังหยางไค่ด้วยใบหน้าที่ตะลึง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ โดยเฉพาะดวงตาของซู่มู่ที่เบิกกว้างกว่าใคร เสมือนว่าดวงตาของเขากำลังจะหลุดออกจากเบ้าตา

สองหมัด หนึ่งเตะ สามารถโจมตีผู้ที่มีวิชายุทธุ์ระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 5 จนลอยกระเด็น นี้เป็นเรื่องที่ผู้มีวิชายุทธุ์ระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 3 สามารถทำได้ ?

แม้ว่าการต่อสู้จนถึงท้ายสุด จ้าวฮู่ยังไม่ได้โต้ตอบ แต่พลังอำนาจนี้มันมากเกินไป คนที่หนักหลาย 10 จินยังลอยกระเด็นออกไปไกล หากไมมีพละกำลังที่แข็งแกร่งจะสามารถทำได้อย่างไร ? ความเร็วในการโจมตีที่แทบจะไม่สามารถจับจ้องได้ ก่อนหน้านั้นจ้าวฮู่ยังยิ้มร่าด้วยความเหยียดหยาม แต่ต่อมาเขาได้หมดสติโดยไม่สนใจฝูงชนที่อยู่รอบข้าง

ไม่เพียงฝูงชนที่อยู่ตรงหน้าไม่เชื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แม้แต่เซี่ยหนิงฉางที่นั่งอยู่บนต้นไม้ก็ไม่กล้าที่จะบันทึกผลการประลองในครั้งนี้

 

บันทึกเล่มเล็กของเธอระบุผลการประลองยุทธุ์ของหยางไค่ไว้อย่างชัดเจน 2 ปีที่ผ่านมา การประลองยุทธุ์ 147 ครั้งเขาพ่ายแพ้ทุกครั้ง ไม่มีครั้งไหนที่จะได้รับชัยชนะ แต่วันนี้กลับต้องเปลี่ยนแปลงการบันทึกอย่างกะทันหัน

นอกจากนั้นเขายังชนะอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เซี่ยหนิงฉางที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยลักษณะที่สง่างาม นางตื่นตะลึงกับชัยชนะของหยางไค่ จนไม่สามารถรักษาสมดุลของร่างกาย ทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกเบาหวิว เสียสมาธิไปชั่วคราว และร่างกายของนางยังได้ร่วงหล่นลงไปที่พื้น

ฮัว ลาลา— เสียงได้ดังขึ้น หญิงสาวที่สวมผ้าปิดหน้าได้ร่วงลงมาจากต้นไม้ที่สูงประมาณ 3 เมตร ก้นของเธอกระแทกลงไปที่พื้น เธอจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บ

โชคดีที่นางมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว ช่วงท้ายสุดนางได้ใช้พลังบางอย่างป้องกันตัวเองเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเธอคงจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ แม้จะเป็นเช่นนี้มันยังทำให้ก้นของเธอแสบร้อน มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ

นางได้อดทนต่อความเจ็บปวดและลุกยืนขึ้น เรียวขาที่สวยงามทั้ง 2 สั่นสะท้านเล็กน้อย เซี่ยหนิงฉางมองไปยังรอบๆ อย่างหงุดหงิด เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นนาง นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ถ้าหากมีคนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์นี้ คงจะอับอายอย่างมาก

การเปิดใช้พลังของเธอ ทำให้เรียวขาด้านล่างของเธอเจ็บปวด ดวงตาของเซี่ยหนิงฉางประกายด้วยความไม่เข้าใจ ไม่เจอเพียงไม่กี่วัน ทำไมหยางไค่คนนี้จึงมีความพละกำลังความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมากมายเช่นนี้ ?

ฝูงชนที่รายล้อมมีความสามารถที่ไม่สูงมาก พวกเขาไม่สามารถมองเห็นความแตกต่าง แต่สำหรับเซี่ยหนิงฉางเธอสามารถมองเห็นได้มากกว่านั้น

ในขณะที่หยางไค่ลงมือภายในพริบตา เซี่ยหนิงฉางรู้สึกได้ถึงลมปราณที่ไหลวนอยู่ในร่างกาย สามารถฝึกฝนวิชายุทธุ์จนมีลมปราณ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 4 นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่าหยางไค่อยู่ในเขตแดนที่สูงกว่ากายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 4

แต่ว่า หลายวันที่ผ่านมาเขายังอยู่ในระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 3 ?

ศิษย์น้องเหม็นเน่าคนนี้ กล้าที่จะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของตนเอง ไม่เพียงทำให้ทุกคนตกตะลึง ยังทำให้เธอตะลึงจนร่วงลงมาจากต้นไม้ ร้ายกาจยิงนัก !!

ดังนั้น เซี่ยหนิงฉางจึงโยนผิดให้แก่หยางไค่เพียงคนเดียว

หยางไค่ชำเลืองมองไปยังที่หลบซ่อนของเซี่ยหนิงฉาง เมื่อสักครู่ที่เซี่ยหนิงฉางส่งเสียงร้องแม้ว่าเสียงร้องของเธอสั้นๆ แต่หยางไค่ได้ยินเสียงร้องนั้น แต่เพราะระยะห่างระหว่างเธอและหยางไค่ไกลเกินไป ทำให้หยางไค่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทำให้เขาไม่ติดตาม เขาขมวดคิ้วและมองไปยังกำปั้นของตนเอง และรู้สึกไม่พึงพอใจ

เป็นเรื่องจริงที่หยางไค่ไม่พึงพอใจ เพราะมันเป็นการต่อสู้ครั้งแรกหลังจากที่เขาได้รับร่างกายกระดูกทองคำ เขาโจมตีจ้าวฮู่จนเขากระเด็นลอยออกไป เดิมที่เขาเพียงต้องการให้ร่างกายของฝ่ายตรงข้ามมีการขยับเขยื้อน ดูเหมือนว่าพละกำลังของเขาจะมากเกินกว่าที่เขาคิดไว้

ในเหตุการณ์ ซู่มู่เป็นคนแรกที่สามารถดึงสติกลับมาได้ เขาชี้นิ้วไปที่หยางไค่และกล่าวตะโกนเสียงดัง : “โกง”

หยางไค่หันมองไปรอบๆและมองไปที่ซู่มู่อย่างใจเย็น : “ศิษย์น้องซู่ !! จะกินข้าวที่ไหนก็ได้ แต่คำพูดนั้นไม่สามารถที่จะกล่าวอย่างเลื่อนลอย ข้าโกงอย่างไร ?”

ซู่มู่อึ้งไปชั่วขณะ ใช่สิ เขาโกงตรงไหน ? จ้าวฮู่ยืนอยู่ที่นั้นโดยไม่มีการเคลื่อนไหวหรือตอบโต้ เพราะเขากล่าวว่าจะยอมให้หยางไค่ 3 กระบวนท่า แหยางไค่ก็โจมตีจ้าวฮู่ด้วย 3 กระบวนท่าจนทำให้เขานอนหมดสติแน่นิ่งไป เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของฝูงชนจำนวนมาก จะโกงได้อย่างไร ? จะโกงได้อย่างไร ?

“นายน้อยซู่ ! ดูเหมือนว่าข้อมูลลับของเราไม่ถูกต้อง ไอ่เด็กเหลือขอคนนี้อยู่ในระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 3 คงจะเป็นเพราะเขาได้ก้าวข้ามเขตแดนไปสู่ระดับที่สูงกว่า ไม่เช่นนั้นเขาจะสามารถโจมตีจ้าวฮู่จนเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ? ใครบางคนที่มีสายตาเฉียบแหลม มีความคิดที่ชาญฉลาดได้กล่าวกระซิบที่ข้างหูซู่มู่อย่างรวดเร็ว”

“มันเป็นเช่นนี้” ซู่มู่พยักหน้า ใบหน้าเขียวคล้ำ “จ้าวฮู่ประมาทเกินไป ถ้าหากเขาตอบโต้ จะแพ้ได้อย่างไร ?”

ในความคิดของหยางไค่ เหตุผลที่จ้าวฮู่แพ้เพราะประมาทหยางไค่เกินไป ถ้าหากหยางไค่อยู่ในระดับกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 4 มีความแตกต่างที่ไม่มากเกินไป ถ้าหากจ้าวฮู่ลงมืออย่างจริงจัง หยางไค่คงพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

“ศิษย์พี่หยาง ศิษย์พี่ซ่อนความแข็งแกร่งของตนอย่างดีเยี่ยม” ซู่มู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและมองไปที่หยางไค่ด้วยใบหน้าที่ผิดหวัง เพราะการแก้แค้นของเขาล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ทำให้ความแค้นของเขาปะทุอยู่ภายในจิตใจ จนทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่เจ็บแค้นจนแทบจะสำลักออกมา

หยางไค่ยักไหล่ของเขา

“การชำระแค้นของพวกเราในวันนี้ไม่สำเร็จ ครั้งต่อไปท่านคงไม่โชคดีเช่นนี้ !!” ซู่มู่กล่าวตะโกนด้วยเสียงที่เฉยเมย เขาได้ส่งสัญญานให้คนของเขาแบกจ้่าวฮู่ที่หมดสติไป ในขณะที่เขาเดินออกไปเขายังจ้องเขม่งไปที่หยางไค่ด้วยความเคียดแค้น

แม้จะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันวันนี้ หยางไค่เองไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะสำนักมีกฏของสำนัก ถ้าหากพวกเขาจะหาเรื่อง หรือสร้างปัญหาใดๆให้แก่เขา ก็มีเพียงหนทางเดียว คือการประลองยุทธุ์

นอกจากนั้น เขายังต้องการคนมาประลองยุทธุ์กับเขาเพื่อทดสอบวิชายุทธุ์ที่เขาได้ฝึกฝนมา ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตนเองก้าวหน้าไปถึงขั้นไหน หยางไค่ยังคิดว่าความบาดหมางระหว่างเขาและซู่มู่ถือเป็นโชคดีของเขาอีกด้วย

การต่อสู้ในวันนี้ ไม่น่าตื่นเต้นและไม่สะใจเท่าที่ควร เห้อ !! หยางไค่รู้สึกไม่พึงพอใจอย่างมาก

เมื่อซู่มู่เดินจากไป การประลองยุทธุ์ได้จบลง ฝูงชนที่รายล้อมได้แยกย้ายออกไป แต่ฝูงชนจำนวนมากยังคิดว่าตนเองอยู่ในความฝัน ศิษย์ฝึกหัดที่พ่ายแพ้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมากลับได้รับชัยชนะครั้งแรกในวันนี้ แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะรวดเร็วมาก แต่หยางไค่คือผู้ที่ได้รับชัยชนะ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด