ตอนที่แล้วตอนที่ 14 กระถางธูป
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 16 กายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 5

ตอนที่ 15 ค้นหาสมุนไพร


หลังจากที่ฝึกฝนวิชายุทธ์จนเสร็จสิ้น หยางไค่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามในการทำหน้าที่ของตน ก่อนที่เขาจะวิ่งไปยังหอวิเศษ

แม้ว่าหยางไค่ตัดสินใจที่จะเข้าไปในเทือกเขาวายุทะมึนเพื่อแสวงหาสมุนไพร แต่หยางไค่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับดอกสามใบเถาและต้นหญ้าสลายวิญญาณ เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของดอกสามใบเถาและต้นหญ้าสลายวิญญาณ แต่ไม่เคยพบเห็นด้วยตาของตน ถ้าหากเขาพบเจอคงไม่มีทางรู้ว่ามันคือพืชสมุนไพรที่เขากำลังตามหา

 

ดังนั้นเขาต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังเทือกเขาวายุทะมึน เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ หยางไค่ไปยังหอวิเศษเพื่อจะจดจำลักษณะของสามใบเถาและต้นหญ้าสลายวิญญาณ

เดิมที่เขาต้องการให้เหรัญญิกเม้งอำนวยความสะดวก สอนให้เขาได้รู้จักกับสมุนไพรต่างๆ แต่เขาไม่คาดคิดว่าเหรัญญิกเม้งจะโยนตำราเล่มเล็กให้เขาแทน

หยางไค่รับตำราที่เหรัญญิกเม้งโยนมาให้ เขาพบว่าตำราเล่มนี้เป็นตำราที่แนะนำชื่อของสมุนไพรต่างๆ ไม่เพียงมีผลสัมฤทธิ์ของสมุนไพร ยังมีสภาพแวดล้อมการดำรงอยู่ของสมุนไพร ทุกๆ หน้าของตำรายังมีภาพเขียนประกอบ ซึ่งได้อธิบายรายละเอียดที่ชัดเจนอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้คนที่เปิดอ่านตำราเล่มเล็กนี้รู้สึกผิดหวังเพราะในตำราเล็มเล็กมีข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรธรรมาดาสามัญ ซึ่งมันไม่ข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่มากไปกว่านี้

การฝึกยุทธุ์ของมนุษย์มีการแบ่งระดับชั้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน พืชสมุนไพร อาวุธ โอสพวิเศษในใต้หล้าแห่งนั้นต่างมีการแบ่งระดับเช่นเดียวกัน จากระดับสามัญ ขึ้นไปยังระดับปฐพี ระดับฟ้าสวรรค์ ระดับลมปราณวิเศษ ระดับจิตวิญญาณศักดิ์สิทธ์ ระดับมหาจักรพรรดิ ทุกระดับจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ

โชคดีที่ดอกสามใบเถาและต้นหญ้าสลายวิญญาณที่หยางไค่ต้องการเป็นสมุนไพรที่อยู่ในระดับสามัญและอยู่ในระดับต่ำ มีผลสัมฤทธิ์ทางสรรพคุณที่ต่ำ ดังนั้นราคาของมันจึงไม่สูงมาก

เมื่อออกจากหอวิเศษหยางไค่ได้ไปยังสำนักกิจการเพื่อหยุดงาน ไม่ว่าอย่างไรเขายังเป็นผู้รับใช้ของหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว การไปเทือกเขาวายุทะมึงครั้งนี้ต้องใช้เวลามากกว่า 1 วัน ดังนั้นเขาจึงต้องแจ้งให้พวกเขาทราบ

สำนักกิจการไม่บังคับและไม่ทำให้เขาอึดอึดใจ พวกเขาให้หยางไค่ลาหยุดเป็นเวลา 3 วัน หยางไค่จึงหยุดการทำงานภาระหน้าที่ทุกอย่างของเขา

เทือกเขาวายุทะมึนห่างจากหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวประมาณ 20 ลี้ ไม่ใกล้และไม่ไกลมาก ที่ผ่านมาหยางไค่เดินทางไปยังเทือกเขาวายุทะมึนบ่อยครั้งเพื่อล่าสัตว์ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเทือกเขาวายุทะมึน

แต่การไปยังเทือกเขาค้นหาสมุนไพรไม่ง่ายเฉกเช่นการเด็ดบุพผาให้หญิงงาม หยางไค่จึงเตรียมความพร้อมอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมน้ำดื่ม เตรียมมข้าวปั้น พลั่ว และถุงผ้า

เวลาผ่านไป 1 ชั่วยาม หยางไค่มาถึงตีนเขาของเทือกเขาวายุทะมืน เขาใช้สายตามองไปยังเทือกเขาที่สูงเสียดฟ้า เทือกเขาที่ย้อมไปด้วยสีดำทะมึงเสมือนสัตว์อสูรที่อยู่ระหว่างพื้นดินและสวรรค์ เทือกเขาที่ไม่สามารถมองเห็นยอดเขาสูงสุด ภายในเทือกเขาเต็มไปด้วยป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม หินขรุขระที่มากมาย ทัศนียภาพที่งดงาม ดึงดูดมาซึ่งเสียงแห่งสายลมที่ละมุนซึ่งทำให้หยางไค่รู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่ใสบริสุทธิ์

ภายในเทือกเขาวายุทะมึนมีสัตว์ที่ดุร้ายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สัตว์ที่ดุร้ายเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ระดับสูงที่ฝึกยุทธุ์บางคนไม่สามารถต่อต้านต่อมันได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเทือกเขาวายุทะมึนต้องเป็นคนที่มีความสามารถ คนที่ไร้ความสามารถจะไม่กล้าย่างกรายเข้ามายังเทือกเขาวายุทะมึนแห่งนี้ บริเวณรอบนอกระยะ 30 ลี้ยังเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่ถ้าหากมากกว่าระยะ 30 ลี้จะเป็นสถานที่อันตรายอย่างมาก ยิ่งลึกเข้าไปยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

หยางไค่ต้องการค้นหาสมุนไรที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นธรรมาดที่เขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปในป่าลึก ดังนั้นเขาจึงไม่กังวลถึงความปลอดภัยของตนเอง

เมื่อกระชับเวลาให้มาถึงเทือกเขาวายุทะมึนภายใน 1 ชั่วยาม หยางไค่ไม่หยุดพักในทันที เขาพยายามที่จะคิดย้อนเส้นทางที่เขาเดินทางเข้ามายังเทือกเขาวายุทะมึนแล้วพบเจอกับสมุนไพร ตอนนั้นเขาไม่ทราบว่ามันคือสมุนไพรจึงไม่ได้เก็บมันมากลับมา ครั้งนี้มีการเตรียมตัวมาก่อนเขาจะไม่ปล่อยให้มันพลาดไปอย่างแน่นอน

เมื่อคิดย้อนกลับไปทำให้หยางไค่คิดถึงถึงสถานที่หลายๆแห่ง แม้กระทั่งสุมนไพรที่เขาต้องค้นหา ยังมีสถานที่ดำรงอยู่ของมันเอง

จิตใจของหยางไค่เต็มไปด้วยความหวัง และเดินเข้าไปยังเทือกเขาวายุทะมึนด้วยเส้นทางที่คุ้นเคย

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หญ้าลี่ฉือที่ซ่อนตัวอยู่ในขวากหนามถูกเก็บใส่ถุงผ้า ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ความทรงจำที่อยู่ในหัวของหยางไค่เริ่มผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทุกสิ่งที่เขาพบเจอล้วนเป็นสิ่งสมุนไพรชั้นดี เขาเดินทางไปด้วยเก็บสมุนไพรเหล่านั้นไปด้วย จนกระทั่งเวลาค่ำหยางไค่ได้เก็บสมุนไพรที่แตกต่างกันถึง 4 ชนิด

บริเวณนี้เป็นบริเวณนอกรอบของเทือกเขาทะมึน มักจะมีมีผู้คนเข้าออกที่นี้เป็นประจำ สมุนไพรจึงยากที่จะดำรงอยู่และเติบโตต่อไป ถ้าหากว่ามันเติบโตขึ้นมา มันจะถูกฝูงชนที่แวะเวียนเข้ามาเก็บไปในทันที แม้ว่าหยางไค่จะเก็บสมุนไพรได้เพียง 4 ชนิด แต่มันก็ทำให้เขาพึงพอใจถึงที่สุด

สมุนไพรทั้ง 4 ชนิดมิใช่สมุนไพรที่เขาต้องการ สมุนไพรเหล่านี้อยู่ในระดับที่ไม่สูง เป็นเพียงสมุนไพรที่อยู่ในระดับต่ำสุด แต่เมื่อนำกลับไปมันจะสามารถแลกกับแต้มแห่งชัยชนะจำนวนไม่น้อย

ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า หยางไค่เร่งฝีเท้า ในที่สุดก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับลาไป หยางไค่ได้เดินทางมาถึงบริเวณแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในควาทรางจำของเขาและมันยังเป็นสถานที่ดำรงอยู่และเติบโตของสมุนไพรหลายๆ ชนิด

บริเวณแห่งนี้เป็นบริเวณที่แปลกประหลาด รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ที่สมบูรณ์ แต่บริเวณที่อยู่ตรงหน้ากลับปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ ภายในรัศมีสามสิบเมตรเป็นบริเวณที่รกร้างเสมือนพื้นดินได้ตายจากไป มันไร้ซึ่งต้นไม้ที่มีชีวิตและยังไร้ซึ่งวัชพืชต่างๆ

แต่ในใจกลางของบริเวณพื้นดินที่เสมือนตายนั้น กลับมีต้นหญ้าสมุนไพร 3 ต้นที่คอยรับสายลมที่กระทบเข้าอย่างอ่อนโยน ต้นหญ้าสมุนไพรเป็นสีน้ำตาล เมื่อมองไปอาจจะคิดว่ามันคงเหี่ยวฉายและกำลังจะตาย แต่ในความเป็นจริงต้นหญ้าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสีน้ำตาลตามธรรมชาติของมัน

เมื่อเห็นว่าต้นหญ้าสมุนไพรยังดำรงอยู่ หยางไค่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและวิ่งเข้าไปพร้อมกับพลั่วที่อยู่ในมืออย่างรวดเร็ว

ใช้เวลาไม่นาน ต้นหญ้าสมุนไพรทั้ง 3 ต้นได้อยู่ในมือของเขา

หยางไค่รู้สึกไม่วางใจเขาจึงนำตำราเล็มเล็กที่เหรัญญิกเม้งให้มาเปิดดู เมื่อทำเช่นนี้หยางไค่จึงวางใจเพราะมันคือต้นหญ้าสลายวิญญาณ ต้นหญ้าที่อยู่ในมือนั้นตรงกับรายละเอียดที่อยู่ในตำราอย่างชัดเจนไม่มีผิดเพี้ยน และสภาพแวดล้อมในการเติบโตยังเป็นเช่นรายละเอียดในตำราที่บันทึกไว้

ต้นหญ้าสลายวิญญาณ จะเติบโตอยู่ในบริเวณที่เหือดแห้งเสมือนตาย ดังนั้นการค้นหามันจึงไม่ยาก ถ้าหากบริเวณภายในป่ามีบริเวณไหนที่เสมือนบริเวณแห่งความตาย บริเวณนั้นจะเป็นบริเวณที่ต้นหญ้าสลายวิญญาณดำรงอยู่

หยางไค่นำต้นหญ้าสลายวิญญาณ เก็บลงในถุงผ้าด้วยความระมัดระวัง จากนั้นเขาจึงนำเอาน้ำดื่มและข้าวปั้นออกมากิน

การเข้ามาในเทือกเขาครั้ง เป้าหมาที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาดอกสามใบเถาและต้นหญ้าสลายวิญญาณ แต่ในวันนี้เขาค้นหาสมุนไพรได้เพียง 1 ชนิด จำนวนของมันยังน้อยมาก ในวันรุ่งขึ้นเขาต้องพยายามให้มากกว่านี้

แต่ท้องฟ้าที่อยู่ตรงหน้าได้กลายเป็นสีดำจากความมืด ทำให้การเดินทางไม่มีความสะดวก หยางไค่จึงตัดสินใจที่จะหยุดพัก รอให้ถึงวันพรุ่งนี้จึงค้นหาสมุนไพรที่เขาต้องการต่อไป

ก่อนหน้าที่หยางไค่เข้ามาล่าสัตว์ เป็นการเข้ามาล่าสัตว์ในตอนเช้าและกลับตอนช่วงค่ำ หยางไค่ไม่เคยหยุดพักในเทือกเขาแห่งนี้ แต่สำนวนไดกล่าวไว้ ยังไม่เคยกินเนื้อหมู ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยเห็นหมู การพำพักในป่าสิ่งที่ต้องระวัง สิ่งใดที่เป็นอันตราย หยางไค่นั้นรู้ดี

ดังนั้นหยางไค่จึงเลือกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จากนั้นจึงปืนขึ้นไป หาตำแหน่งที่เหมาะสมในการหลับนอน หลับตาเพื่อนอนพัก

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามหยางไค่นอนไม่หลับเขาจึงเรียกตำราสีดำออกมา จากนั้นจึงเปิดไปหน้าที่ 3 โดยสั่งการด้วยความคิด กระถางธูปได้ลอยออกมาจากตำราสีดำ

นี้ยังเป็นความลึกลับที่หยางไค่ได้ค้นพบ สิ่งที่อยู่ในตำราสีดำสามารถกลับไปอยู่ในตำราสีดำเหมือนเช่นเคย ตำราสีดำทำมาจากหินแห่งจิตวิญญาณ หินแห่งจิตวิญญาณสามารถเปิดห้วงแห่งมิติ มีความสามารถในเก็บสิ่งของ กระถางธูปที่สามารถเก็บเข้าในตำราสีดำก็มิใช่เรื่องที่แปลก

แต่สิ่งที่ทำให้หยางไค่ไม่กระจ่างในความคิด นอกจากกระถางธูป สิ่งของอื่นๆไม่สามารถเก็บไว้ในตำราสีดำ สิ่งนี้ทำให้เขาไม่เข้าใจและสงสัยคือ ตำราสีดำที่ไร้ซึ่งอักขระเล่มนี้สามารถที่จะเลือกยอมรับและปฏิเสธสิ่งของที่ต้องการและไม่ต้องการเก็บไว้ภายใน ?

หลังจากที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับตำราสีดำ ในที่สุดก็ทำให้หยางไค่ผล็อยหลับไป เพราะวันนี้เขาเดินทางด้วยความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน

หลังจากค่ำคืนที่เงียบสงบ ในรุ่งเช้าของวันที่ 2 หยางไค่ได้ฝึกฝนตำราแห่งกายาเริงอารมณ์เป็นเวลาครึ่งชั่วยาม สิ่งที่ได้รับก็ไม่เลว ไม่เพียงสามารถออกหมัดได้มากกว่าสองวันที่แล้ว ลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายเริ่มหมุนเวียนอย่างชัดเจน หยางไค่มีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ความรู้สึกที่กำลังจะก้าวข้ามเขตแดน ลมปราณที่อยู่ในร่างกายกำลังจะถึงขีดสุด เหลีอเพียง 1 ก้าวเท่านั้นที่จะทำให้เขาก้าวข้ามเขตแดนก้าวข้ามไปยังระดับที่สูงกว่า !!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด