ตอนที่แล้วตอนที่ 2 ทาสผู้ภักดี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 4 ตำนานวิวาห์ของเทพเจ้าหุบเขา

ตอนที่ 3 ทางเดินแห่งวิญญาณ


ตอนที่ 3 ทางเดินแห่งวิญญาณ

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

หวังหงพูดยังกับฉันติดหนี้ชีวิตเขาไว้อย่างงั้นล่ะ ! นี่เราไม่เคยมีบุญคุณอะไรต่อกันเลยนะ

สิ่งที่เขาพูดออกมามันทำให้ฉันรู้สึกแย่มากเลยล่ะ ถ้าพูดแกมบังคับขนาดนี้ฉันว่าเขาก็ควรออกจากบ้านฉันไปซะ

“นี่อยู่เฉยๆนายจะมาลากให้ฉันไปช่วยภรรยาเธอน่ะหรอ นายจำได้มั้ยตอนเรียนสมัยมัธยม นายไม่เคยสนใจอะไรฉันสักนิด คำพูดคำเดียวยังไม่เคยจะมี นายทำตัวเหมือนนายเป็นพระเจ้าของโรงเรียน ไม่สนใจใครทั้งสิ้นนอกจากตัวนายเอง แต่ในวันนี้พอนายเดือดร้อน กลับรีบมาอ้อนวอนให้ฉันช่วย อย่างนี้มันไม่มากไปหน่อยหรอ หะ!! ออกไปจากบ้านฉันเลยนะ”

“จื้อเหว่ย ฉันขอโทษ เธอใจเย็นๆก่อนนะ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ กรุณาฟังฉันก่อน....”

ฉันเปิดประตูบ้านแล้วดันตัวเขาออกไปนอกบ้าน หวังหงพยายามที่หาคำอธิบายมาพูดให้ฉันฟัง แต่ฉันขี้กียจจะฟังคำพูดคนเห็นแก่ตัวอย่างเขาแล้ว สักพักฉันรำคาญจึงปิดประตูใส่หน้าเขา!

ปัง!!!!

แต่เดี๋ยวก่อนนะ.... ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวโยงกับหลิวหลงถิงอย่างแน่นอน ไม่งั้นเขาคงไม่เตือนฉันเรื่องหวังหงเมื่อคืนหรอก แล้วนี่ถ้าฉันไล่หวังหงไป ไม่ช่วยเหลือเขา ฉันต้องถูกหลงถิงลงโทษแน่ๆ!

ทำไมฉันต้องมาลังเลเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย เห้อ... ความคิดในหัวฉันตอนนี้มันตีกันไปหมดแล้ว ช่วยหรือไม่ช่วยดี??? ถ้าฉันไม่ช่วยเขา หลงถิงก็จะลงโทษฉัน ไม่เอาทารกงูออกจากท้องฉันด้วยแน่นอน แค่คิดว่าพอถึงกำหนดคลอดแล้วงูทะลุออกมาจากผนังท้องของฉัน แค่นี้ก็ก็รู้สึกขนลุก อยากจะอาเจียนแล้วล่ะ

ขณะที่ฉันนอนคิดเรื่องหวังหงอยู่

ฉันลังเลใจและในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะควบคุมเขาแล้ววิธีการลงโทษเขายังหาฉันตราบเท่าที่เขาไม่ได้เอางูในกระเพาะอาหารของฉันฉันจะไม่ให้เขาม้าตราบเท่าที่ฉัน คิดภายหลังการตั้งครรภ์หมดอายุงูคลานจากด้านล่างของฉากที่ฉันได้รับการฝึกฝนทั้งหมดรู้สึกคลื่นไส้และความหวาดกลัว

 

ขณะที่ฉันกำลังเอนกายดูรายการทีวีประจำของฉัน ในหัวของฉันก็มีแต่เรื่องของหวังหงวนเวียนไปมา สักพักก็มีเสียงผู้ชายเปล่งออกมาจากข้างหลังของฉัน

“ดูทีวีสนุกมั้ยล่ะ!?”

“ก็ดีนะ...”

เอ๊ะ เดี๋ยวนั้นเสียงนั่นมัน....หลงถิงนี่ ฉันรีบหันหลังกลับไปดู พอเห็นหน้าเขามันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกเลย หลงถิงทำหน้านิ่งมาก สายตาจดจ้องมาที่ฉัน

“เงียบเดี๋ยวนี้นะ!” ทันใดนั้นเอง ทีวีก็ดับลงทันทีเมื่อหลงถิงพูดออกมา ฉันนี่ตกใจแบบบอกไม่ถูกเลยล่ะ ฉันจ้องมองไปที่ทีวีจอสีดำ ไม่มีภาพใดปรากฏบนหน้าจอ แล้วเดินไปกดปุ่มเปิดที่ทีวี แต่ไม่มีการตอบสนองใดๆทั้งสิ้น ฉันดึงปลั๊กแล้วเสียบใหม่ มันก็ยังไม่ติดอยู่ดี

“หลิงหลงถิง!!!! นายทำทีวีฉันเสียแล้วเนี่ย รู้ตัวมั้ยหะ!”

“ไปเรียกให้หวังหงเข้ามาในบ้านเดี๋ยวนี้” เขาชี้ไปที่ประตูบ้าน นี่เขาออกคำสั่งกับฉันหรอเนี่ย เอ้ย ลืมไป ฉันเป็นทาสเขานี่ เจ้านายสั่ง ฉันก็ต้องทำตามสินะ...

แค่เจอเรื่องของหวังหงฉันก็หงุดหงิดจะแย่อยู่ละ นี่หลงถิงยังจะมาทำให้ทีวีฉันเสียอีก นี่ถ้าเขาไม่ได้เป็นพญางูขาวมีอิทธิฤทธิ์อะไรนะ ป่านเนี้ยเขาคงโดนฉันไล่ตะเพิดออกไปแล้ว!

“ฉันไม่เปิด! ได้ยินมั้ย ฉันไม่เปิด!!! ถ้านายอยากจะให้ฉันช่วยหวังหง นายก็รีบเอางูออกจากท้องฉันก่อนสิ ไม่งั้นยังไงฉันก็ไม่ช่วย!”

พอฉันพูดจบ หลงถิงก็รีบพุ่งตัวมาที่ฉันแล้วนั่งลงข้างๆ จับแก้มทั้งสองข้างของฉันบีบเข้าหากัน แล้วจ้องมาที่ดวงตาของฉัน หน้าแทบจะติดกันอยู่ละนะ นายทำอะไรเนี่ย!!

“เธอไม่กลัวฉันรึยังไง?”

ดวงตาของหลงถิงแม้ดูดุร้ายเหมือนงู แต่สีตาเขียวมรกตแบบนั้นมันช่างสวยเหลือเกิน เหมือนมันมีแรงดึงดูดเลย แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะแม้ตาเขาจะสวยแค่ไหน ความดุร้ายของนายมันทำให้หัวใจฉันเต้นรัวเป็นกลองแล้วนะ ฉันขัดขืนอะไรเขาไม่ได้ เจ็บหน้าไปหมดแล้วนะ ! แต่ก็ต้องฝืนทำเป็นไม่กลัว....

“ไม่ ฉันไม่กลัวนายสักนิด ถ้านายไม่เอางูในท้องออกให้ฉัน ฉันก็ไม่ให้หวังหงเข้ามาเหยียบในบ้านแน่นอน!”

หลงถิงทำสีหน้ายิ้มแบบเยาะเย้ยใส่ฉัน แล้วก้มมองไปที่ท้องของฉัน....

“ลูกพ่อ... แม่ของเจ้าไม่รักเจ้าเอาเสียเลยนะ อยากจะให้พ่อเอาเจ้าออกอยู่ตลอดเวลา แม่เขาอยากให้พ่อฆ่าเจ้า เจ้าอยากลองแสดงฤทธิ์มั้ยล่ะ แม่ของเจ้าจะได้รู้ว่าเจ้าเก่งกาจขนาดไหน”

พอหลงถิงพูดจบ มันเหมือนทารกงูในท้องจะรับรู้และได้ยินสิ่งที่หลงถิงพูด ฉันรับรู้ได้ว่าในท้องของฉันมันเริ่มมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง จนทำให้รู้สึกปวดท้องทีละนิดๆ หลงถิงมองแล้วหัวเราะที่ฉันเจ็บปวด สักพักความปวดเริ่มทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ มันปวดเหมือนมีใครเอามีดมากรีดอยู่ในท้อง ฉันไม่เคยปวดท้องอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ปวดจนล้มลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้น

“โอ๊ย....”

“เธอยังจะขัดคำสั่งฉันอยู่หรือเปล่า?” หลงถิงเอนตัวลงบนโซฟาอย่างสบายใจ แล้วมองดูฉันกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด

“ฉัน..จะ..ไม่มีทาง..ฟังนาย!!” ถึงจะเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็จะไม่ยอมนายหรอกหลงถิง

หลงถิงไม่โต้ตอบใดๆกับฉัน แต่ความเจ็บปวดภายในท้องมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนภายในท้องกำลังถูกกัดกินจากทารกงู มันเจ็บปวดอะไรแบบนี้ ถ้าจะฆ่าฉันก็รีบฆ่าเถอะ อย่าให้เจ็บปวดแบบนี้เลย!

น้ำตาแห่งความเจ็บปวดมันไหลรินออกมา ฉันร้องโอดครวญอย่างกับคนบ้าคลั่ง จนในที่สุดฉันก็ต้องยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดนี้ แล้วคลานเข้าไปเกาะขาของหลงถิง แล้วพูดว่า

“ได้โปรดเถอะ ช่วยให้มันหยุดที ฉันเจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ฉันยอมทุกอย่างแล้ว จะเชื่อฟังนายทุกอย่าง ขอร้อง...”

“แน่ใจนะ? จะไม่มีปัญหาแล้วใช่มั้ย?” หลงถิงถามฉันด้วยหน้าหยิ่งยโส

มันไม่มีทางเลือกอีกแล้ว... ฉันพยักหน้าตอบรับเขา และให้สัญญาว่าต่อไปนี้ฉันจะเชื่อฟังเขา ไม่ขัดคำสั่งเขาอีก…สักพักพอหลงถิงสั่งให้งูในท้องฉันหยุด ความเจ็บก็หายไปทันที หลงถิงค่อยๆพยุงฉันขึ้นมาจากพื้น แล้วจับหน้าฉันเงยขึ้น ค่อยๆลูบลงไปที่หัวของฉันอย่างถนุถนอม เหมือนจะเอ็นดูฉัน แต่มันไม่ใช่ล่ะมั้ง....

“ดูสิ เธอปวดจนหน้าซีดเป็นไข่ต้มหมดแล้วนะ ฉันรู้ว่าต่อไปนี้เธอจะไม่ดื้อกับฉันอีก เพราะเธอคงรู้ผลของการที่เธอดื้อ ไม่เชื่อฟังฉันแล้วนะ เอาล่ะ! ไปเปลี่ยนชุดซะ แล้วเราจะไปที่บ้านของหวังหงด้วยกัน”

หึ คำพูดทำตัวเป็นคนมีเมตตา แต่การกระทำของมันมันตรงกันข้ามกันซะจริง ฉันทำอะไรนายไม่ได้อยู่แล้วนี่ ทำได้อย่างเดียวคือทนต่อไป ฉันเดิมกุมท้องค่อยๆขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

หลงถิงตามติดฉันทุกย่างเก้า

เมื่อฉันแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาจากห้อง เปิดประตูเพื่อไปหาหวังหง ฉันมองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง ก็เพราะเขาเป็นสาเหตุให้ฉันต้องเจ็บปวดแบบเมื่อกี้ยังไงล่ะ เพราะนายแท้ๆหวังหง นี่ถ้าไม่ใช่ว่าฉันถูกหลงถิงบังคับ ฉันคงเรียกเงินจากเขาเพื่อช่วยเหลือภรรยาของเขาแล้วล่ะ ใครอยากจะทำให้ฟรีๆกันล่ะ

หวังหงก็พาฉันขึ้นรถไปเพื่อไปที่บ้านหลังนั้น แน่นอนว่า หวังหงไม่เห็นหลงถิงอย่างแน่นอน...

บ้านที่ภรรยาของหวังหงอาศัยอยู่มันอยู่ห่างจากบ้านฉันอยู่พอประมาณ ใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงมันไม่ได้ไกลจากตัวเมืองมากนัก ก็ยังถือว่าอยู่ในแหล่งคนชุกชุมและดูจากสภาพแวดล้อมทั้งหลายแล้ว มันทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า บ้านที่ทำเลดีแบบนี้ทำไมถึงขายได้ในราคาที่ถูกมากจนไม่น่าเชื่อ

เมื่อถึงบ้าน...ฉันรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา หน้าบ้านมีขนาดกว้างมาก แต่สภาพทางเดินไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นช่วงสายๆที่แสงแดดยังรำไรอยู่ แต่ภายในบ้านกลับมองดูเศร้าหมอง มืดมนไปหมด จนทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดไปหมด

ฉันเข้าไปทักทายแม่ของภรรยาหวังหง แต่เธอช่างดูเหมือนคนที่สุขภาพไม่สู้ดีนัก นั่งเหมือนคนล่องลอยอยู่บนรถเข็นคนป่วย สักพักหวังหงก็พาฉันเข้าไปในห้องที่ภรรยาเขาอยู่

“นี่ภรรยาของฉัน เธอชื่อว่าเจียวเหมย ตอนนี้เธอคงเห็นสภาพของภรรยาฉันแล้วใช่มั้ย ว่าเธอดูทรมานมากแค่ไหน...”

ฉันมองดูไปที่เจียวเหมย เธอมองดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่ นั่งอยู่บนเตียงแล้วเหม่อลอยมองไปที่หน้าต่างบานเล็กๆ ร่างกายซูบผอมราวกับอดข้าวอดน้ำมานาน ฉันล่ะอยากรู้จริงๆเธอได้กินอะไรลงท้องไปมั่งหรือเปล่านี่

“ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดีจื้อเหว่ย เธอเป็นคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ ช่วยฉันทีเถอะนะ ถือว่าสงสารลูกของฉันที่อยู่ในท้องของเจียวเหมยเถอะ”

สักพักร่างกายของฉันเริ่มรับรู้ถึงไอเย็นผิดปกติค่อยๆไล่ขึ้นมาตั้งแต่ขา จนตัวของฉันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งไปทั่วทั้งตัว ความรู้สึกตอนนี้คือฉันไม่สามารถขยับร่างกายใดๆได้เลย ฉันไม่สามารถบังคับตัวเองได้ รู้สึกเหมือนกับตอนที่หยิงกูถูกหลงถิงยึดร่างในตอนนั้นเลยล่ะ

“บ้านหลังนี้มันตั้งอยู่บนทางเดินแห่งวิญญาณ....”

 

ปากของฉันมันขยับไปเองโดยที่ฉันไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย อย่าบอกนะว่าหลงถิงกำลังยึดร่างของฉันเพื่อสื่อสารกับหวังหง!!!

หลงถิงบังคับร่างกายฉันให้มองไปรอบๆห้อง แต่ฉันก็ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติสัดนิด แต่เมื่อมองผ่านหน้าต่างไปที่ถนน ฉันกลับมองเห็นเป็นภาพที่ถนนนั้นเต็มไปด้วยขยะมากมายเกลื่อนกลาดเต็มท้องถนน ถุงพลาสติก หรือแม้แต่ร่างของสัตว์ที่เน่าเปื่อยแล้วถูกทิ้งอย่างไม่เป็นที่ ทั้งที่ก่อนหน้าที่เข้ามาบ้าน มันไม่ใช่สภาพแบบตอนนี้นะ นี่คงเป็นสิ่งที่หลงถิงอยากจะให้ฉันเห็นและรับรู้

เมื่อมองไปที่เจียวเหมย ฉันมองเห็นร่างเงาดำของเด็กหลายๆคน กำลังเกาะอยู่ที่ตัวเธอ! นอกจากจะมีร่างเงาดำของเด็กแล้ว ยังมีวิญญาณหญิงสาวแต่งกายเป็นชุดนอนสีขาวที่สกปรกๆ ผมรุงรังปิดหน้าปิดตาไปหมด วิญญาณสาวผู้นั้นกำลังยืนเอามือปิดใบหน้าของเจียวเหมยอยู่

“เส้นทางสู่สรวงสวรรค์ แค่เดินไปทีละก้าว เจ้าก็จะถึง แต่นี่! เจ้าคงไม่สามารถหลุดพ้นจากโลกใบนี้ได้สินะ ถึงต้องวนเวียนชดใช้กรรมอยู่ที่นี่ เจ้าจงกลับไปที่ๆเจ้าควรอยู่ซะ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงและคนในบ้านนี้อีก เจ้าเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนชั้นต่ำ ยังริอาจจะมาสร้างบาปเพิ่มให้แก่ตัวเจ้าอีกงั้นหรือ ไม่กลัวนรกจะลงฑัณท์เจ้าหรือยังไงกัน หากพวกเจ้ายังทำร้ายมนุษย์อยู่เช่นนี้ล่ะ อย่าหาว่าข้าโหดร้ายนะ!!!”

หลงถิงที่ยึดร่างฉันอยู่ บังคับให้ฉันพูดอะไรแบบนั้นออกมา

เมื่อเอามือแตะไปที่ไหล่ของเจียวเหมย วิญญาณหญิงสาวนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความโหยหวนทันที มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะหลงถิงแม้เป็นพญางูขาว แต่เขาก็มีพลังตบะหลายร้อยปี มันย่อมทำให้เขามีพลังในการกำจัดวิญญาณชั่วร้ายอยู่ในตัว ทันใด้นั้นเองวิญญาณที่เกาะอยู่ที่ร่างของเจียวเหมยก็กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรง เสียงโหยหวน กรีดร้องด้วยความทรมานกังวานไปทั่วทั้งห้อง เหล่าวิญญาณเงาดำทั้งหลายค่อยๆแตกสลายกันไปทีละตนๆ ทันใดนั้นเองเจียวเหมยจากที่หน้าเหม่อลอยเหมือนร่างไร้วิญญาณก็จ้องมองมาทีฉันด้วยความโกรธแค้น เหมือนฉันกับเธอมีความแค้นต่อกันมาหลายชาติ ใบหน้าของเธอกลายเป็นหน้าที่เละเทะ หนอนไชออกมาตามผิวหนัง ดวงตาสีแดงราวกับสีเลือด นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!!!

 

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด