ตอนที่แล้วตอนที่ 5 : โรงพยาบาลร้าง (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

“พะ…พี่…พี่เจวี๋ยย, นะ..นี่มัน…” หวัง ทันจื่อถึงแม้ว่าจะสงบลงไปชั่วครู๋ ไม่นานความกลัวก็ปกคลุมเขาอีกครั้ง ตอนนี้ค่าความกลัวของเขาพุ่งไปอยู่ที่ 15 % แล้ว

 

ใบหน้าของ เฟิ่ง บู่เจวี๋ยยังคงนิ่งเงียบไร้ความรู็สึกใดๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยๆ “เรามีสองตัวเลือกแล้วในตอนนี้”

 

“อะไร…นั้นมันอะไร…?” หวัง ทันจื่อพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ”

 

“อย่างแรก ก็คือนายเอามีดเตรียมตัวไว้ เจออะไรอยู่ข้างหน้าก็เฉือดมันทิ้งซะ” เฟิ่ง บู่เจวี๋ยยังพูดต่อ “เดี๋ยวฉันจะระวังหลังให้นายเอง”

 

“ผม ผมขอตัวเลือกที่สอง,” หวัง ทันจื่อพูดอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตัวเลือกที่สองหมายถึงอะไร

 

“ที่จริง, ฉันก็ชอบตัวเลือกที่สองเหมือนกันนะ” เมื่อเขาพูดจบ เฟิ่ง บู่เจวี๋ยด้านไปตรงข้าม หวัง ทันจื่อ และดึงลูกบิดประตูทันที”

 

ทุกๆคนคงรู้ว่า ส่วนใหญ่ประตูในเกมสยองขวัญนั้น มักมีอะไรชอบโผล่มาของความน่ากลัว เพราะเราไม่รู้อะไรเลยว่ามีอะไรรอเราอยู่ที่ด้านหลังประตู ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากเปิดสุ่มสี่สุ่มห้าก็เท่ากับว่า ‘ตายได้’ มันอาจจะเป็นประตูที่พาพวกเขาไปถึงจุดที่จนมุม

 

ในกรณีนี้ คนทั่วไปปกติมักจะระมัดระวังเกี่ยวกับประตูเสมอ เขาจะให้ร่างของเขาห่างจากประตูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นก็พร้อมที่จะสับขาหนีไปให้ไกลทุกวินาที

 

แต่.. เฟิ่ง บู่เจวี๋ยเปิดประตูอย่างชิลๆเหมือนกับเปิดประตูเข้าห้องน้ำ เขาเข้ามาข้างในเรียบร้อย

 

มีเพียงแสงไฟจากด้านนอกที่สว่างๆจนถึงข้างใน เผยให้เห็นถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างน่ากลัวในห้องนี่

 

นี่เป็นห้องคนไข้ ที่มีพื้นที่อยู่สิบตารางเมตร ตูุ้ทุกมุมแม้กระทั่งถังขยะก็คว่ำลงจนหมด มีของหลายอย่างมากมายกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ทั้งหมดเป็นเศษกระดาษ ผ้าพันแผล กระดาษทิชชู่ ผ้าปูที่นอนที่สกปรกๆ และยามากมาย กลิ่นภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นยา มีรอยคราบเลือดอยู่ทั่วทุกมุมห้อง

 

“โหมดการฝึกจะเข้าสู่มองล่องหน เมื่อผู้เล่นมาถึงระดับห้า มันออกมาแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นเล่นได้ง่ายมากขึ้น”

 

ขณะที่ เฟิ่ง บู่เจวี๋ยกำลังจะพูด เขาก็เดินไปที่ตู้ที่ถูกคว้ำลง เพื่อตรวจสอบอะไรให้เรียบร้อย

 

หลังจากที่พวกเขาผ่านบททดสอบผู้เล่นใหม่แล้ว ‘ฮ็อตช็อต’ ก็จะสามารถฝึกเล่นโหมดนี้ได้เพียงครั้งเดียว บางทีพวกเขาอาจจะข้ามเพื่อเนื้อหาในโหมดทดสอบไป และเริ่มโหมดเอาชีวิตรอดแบบตัวคนเดียว เพราะบางคนก็ไม่ค่อยสนใจคำอธิบาย หรือไม่ก็พวกเขาได้อ่านมันไปแล้วก่อนเขา ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่า รางวัลของโหมดบททดสอบเป็นแค่ค่าประสบการณ์ ซึ่งห่างไกลมากสำหรับโหมดเอาตัวรอด

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยพบกล่องพวกเข็มฉีดยาที่ยังไม่ได้ถูกใช้ หลังจากดูคุณสมบัติมันหมดแล้ว เขาก็ใส่มันเข้าไปในกระเป๋า “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นรางวัลที่แย่ยิ่งกว่าโหมดฝึกไหนๆอีกนะ แสดงว่ามันน่าจะยากมากกว่าบททดสอบแน่ๆ ถ้าหากผู้เล่นคนไหนไม่กลัว พวกเขาก็ต้องแก้ไขปัญหาและสถานการณ์เหล่านี้ไปให้ได้”

 

ตอนนี้เขากำลังสูดกลิ่นอากาศของขวดยาที่แตก

 

“ที่จริง,เราไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทุกห้องก็ได้ เพียงแค่ตามเงานั้นไปตลอดทั้งเกม บางทีเราอาจใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการแทงและเตะมันเพื่อให้เรารอดชีวิต และจบสถานการณ์นี้”

 

“แล้วพี่จะเข้าห้องทำไมล่ะ?” หวัง ทันจื่อถาม

 

“ฉันก็บอกนายแล้วไง ว่ามีสองตัวเลือก นายไม่อยากเอาตัวเลือกแรกเองนี่” เฟิ่ง บู่เจวี๋ยหยิบกระดาษที่อยู่บนพื้นออกมา และยื่นไปที่ ที่มีแสงสว่างเพื่ออ่านมัน อย่างว่า “ทางเลือกที่สองคือการแก้ปริศนา”

 

“เดี๋ยวสิ..เมื่อกี้พี่พึ่งพูดไปเองว่า…”

 

“ฉันบอกไปว่า เราไม่จำเป็นต้องแก้ปริศนาเพื่อผ่านสถานการณ์ แต่ใช่ว่าจะไม่ทำมันซะหน่อย,” เฟิ่ง บู่เจวี๋ยอธิบายเพิ่ม “ถ้าหากเราแก้ไขปริศนาได้ เราก็ใช่ว่าจะได้พวกคะแนนทักษะเพิ่มหรืออะไรพวกนี้เสียหน่อย”

 

เขายังคงอ่านแผ่นเหล่านั้น, ใบหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลง

 

“แต่การแก้ปริศนา จะทำให้เราได้เปรียบได้การลดระดับความยากลง บางทีไม่จำเป็นต้องใช้พลังกายในการแก้ปัญหา เพียงแค่ใช้สมองเล็กน้อยก็ปรับสถานการณ์ให้เข้ากับเราก็ได้แล้ว” เขายื่นกระดาษให้หวัง ทันจื่อ แล้วกล่าวว่า “ลองดูสิ ไอนี่มันคืออะไร?”

 

“นี่มัน..” หวัง ทันจื่อ มองไปที่แผ่นกระดาษ และจากอ่านอย่างเรียบร้อยประมาณสองวินาที เขาก็พูดว่า “บันทึกประวัติรักษา?”

 

[ชื่อ : บันทึกทางการแพทย์ของคนไข้ที่ไม่ระบุตัวตน]

 

[ประเภท : เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง]

 

[คุณภาพ : ปกติ]

 

[การกระทำ : ไม่ทราบ]

 

[นำออกจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่ : ไม่]

 

[หมายเหตุ : เนื้อหาของแผ่นนี้เต็มไปด้วยคราบเลือด]

 

“ก็นี่มันงานของนายนะ” เฟิ่ง บู่เจวี๋ยเก็บแผ่นกระดาษที่เหลือ “ฉันจะจัดการส่วนนี้ให้”

 

หวัง ทันจื่อจ้องไปที่มัน,และเขาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที ที่ได้กระดาษในมือของ เฟิ่ง บู่เจวี๋ย เนื่องจากมีใบหน้าของมนุษย์ประหลาดถูกวาดบนในกระดาษ

 

พวกเขาทั้งสองคนเดินมาถึงจุดที่มีแสงส่องทางสว่างสไว พวกเขาพยายามอ่านและศึกษามันหลายนาที

 

หวัง ทันจื่ออ่านแผ่นกระดาษอย่างระมัดระวัง แม้ว่าจะมีคราบเลือดเปอะเปื้อนเนื้อหาที่บันทึกข้อมูลการแพทย์เอาไว้ แต่พวกเขาก็ต้องพยายามเดาเนื้อหาให้ได้ ในขณะเดียวกัน เฟิ่ง บู่เจวี๋ยสามารถวิเคราะห์และอ่านเพื่อทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว มันเหมือนกับว่าเขากำลังอ่านภาพประกอบนิตรสาร ที่ถึงแม้ว่าจะมีรูปวาดที่น่ากลัว แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร

 

“นายเสร็จยัง?” เฟิ่ง บู่เจวี๋ยถาม

 

ตาของหวัง ทันจื่อยังคงมีภาพของบันทึกการแพทย์อยู่ เขาคิดไปสักพักนึงก็ตอบมาว่า “เป็นผู้ชาย อายุ สิบสามปี ยังเป็นเด็กอยู่เลย”

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยเอามือกุมคาง “โอ้…หนึ่งในสมาชิกผู้บุกเบิกรุ่นเยาว์”(1)

 

มันเป็นไปไม่ได้แน่ที่จะรู้ว่าสมองของเขานั้นทำงานยังไง

 

“โอ้ะ… ดูเหมือนเขาจะเป็นลูคีเมียและเข้ารับการรักษาเป็นเวลานานแล้วนะ” หวัง ทันจื่ออ่านบันทึกการแพทย์ “ตามบันทึกทางการแพทย์ ดูเหมือนว่าวันที่เขารักษาของเขาได้ผ่านไปนานมากแล้ว”

 

เขาเงยหน้าขึ้นและหันไปมองที่ทางเดิน “ถ้าอย่างงั้นตอนนี้เขาก็กลายเป็นผีไปแล้ว”

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยพูดต่อ “ไม่แน่ใจเหมือนกัน มันมีสามประตูที่อยู่ที่นี่ เราพึ่งเข้าไปประตูแรก, มันเป็นห้องของคนไข้ที่เป็นเด็ก เราไม่แน่ใจว่าเงาที่ปรากฏนั้น เป็นเงาของเขารึเปล่า”

 

เขายื่นกระดาษไปให้หวัง ทันจื่อ “นายไม่จำเป็นต้องอ่านแล้ว,แค่เช็คคุณสมบัติมันก็พอ”

 

หลังจากที่หยุดไปสักพัก เขาก็กล่าวต่อว่า “มันมีรูปที่ต่างกันออกไปถึงหกภาพ แถมแผ่นกระดาษก็มีหมายเลขอยู่ที่มุมอีก”

 

[ชื่อ : ภาพสเก็ตซ์ x6 ชิ้น]

 

[ประเภท : เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง]

 

[คุณสมบัติ : ปกติ]

 

[การกระทำ : ไม่ทราบ]

 

[สามารถนำออกจากสถานการณ์ได้หรือไม่ : ไม่]

 

[หมายเหตุ : เห็นได้ชัดว่าภาพเหล่านี้ถูกวาดโดยบุคคลเพียงคนเดียว พวกเขาสามารถแยกออกออกมาได้ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นไอเท็มเพียงอย่างเดียว]

 

“ให้ตายสิ ฉันเริ่มสับสนไปหมดแล้ว” หวัง ทันจื่อกล่าว

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยพยักหน้า “ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่านี่เป็นเบาะแสที่จะไขปริศนา แม้ว่ามันจะไม่พอก็เถอะ

 

จากนั้นพวกเขาก็เดินไปที่ห้องที่สองต่อทันที “ฉันคิดว่า นี่อาจเป็นเหตุผลที่ฉันอยากจะให้จบสถานการณ์นี้โดยไวแล้วสิ ถ้าหากพบเจออะไรแล้วล่ะก็ฉันก็จะไขปริศนาได้แน่”

 

ขณะที่เปิดประตูห้องที่สอง เขาก็อธิบายเพิ่ม “ฉันเชื่อว่ามันต้องมีอุปกรณ์ใดสักอย่าง อย่างน้อยก็หนึ่งชิ้นในสามห้องนี่แน่”

 

————————————-

(1) ผู้บุกเบิกรุ่นเยาว์ : เป็นองค์กรเยาวชนที่มีเด็กอายุหกปีถึงสิบสี่ปีขึ้นไปเป็นสมาชิก ในประเทศจีน โดยผู้บุกเบิกรุ่นเยาว์ถือเป็นคอมมิวนิสต์กลุ่มเยาวชน ที่อยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ ผู้บุกเบิกรุ่นเยาว์จะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของเหล่าสมาชิกคอมมิวนิสต์ด้วยกันทั่วโลก

 

ในที่นี่,เฟิ่งบู่เจวี๋ยอยากจะกล่าวมาเล่นๆว่า เด็กน้อยที่เสียชีวิตไปอาจจะเป็นสมาชิกรุ่นเยาว์ของผู้บุกเบิกก็เป็นได้

 

บริจาคเพื่อความสนับสนุนได้ที่ truewallet 0991098008 นะครับ (บริจาคเยอะผมปั่นนิยายมาให้เยอะๆเลย)

 

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...