ตอนที่แล้วตอนที่ 38   ทดลองทักษะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 40   ดีกว่าแชมป์ทำบาร์บีคิว

ตอนที่ 39   ปิ้งย่างจานแรกของฉินฟาง


ตอนที่ 39   ปิ้งย่างจานแรกของฉินฟาง

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

ขณะที่ฉินฟางกำลังยุ่งอยู่นั้น  เอฟเฟนดี้ที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย  เพราะได้ให้คำรับรองกับหลี่เฟิงลูกชายของเจ้านายแล้ว  ดังนั้นในตอนนี้เขาจะหย่อนยานได้ยังไงกันล่ะ?

 

แชมป์บาร์บีคิวสามสมัยไม่ใช่คำยกยอกันเล่นๆ  เขาทำการเตรียมอาหารแปดอย่างในคราวเดียว  การเคลื่อนไหวของเขาล้วนลื่นไหล  สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้นานนับปี

 

อีกด้านหนึ่งฉินฟางกำลังปิ้งบาร์บีคิวตามวิธีในตำราอย่างช้าๆ  เอฟเฟนดี้มองไปยังฉินฟางช่วงที่หยุดพัก  ก็พบว่าฉินฟางดูจะไม่คุ้นเคยกับการทำบาร์บีคิวและเห็นได้ชัดว่าเป็นการลงมือทำครั้งแรก  จึงอดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก  และคิดในใจว่าการส่งเขามาจัดการกับมือสมัครเล่นเช่นนี้ช่างเป็นงานที่ลดตัวจริงๆ

 

แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ?  เขาต้องทำทุกอย่างที่ลูกชายเจ้านายขอให้ทำ  ไม่งั้นก็อาจตกงานที่จ่ายเงินเดือนดีมากนี้ได้  เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงๆ แล้วก็คงต้องกลับไปขายบาร์บีคิวที่ร้านแผงลอยอีกครั้ง  อย่างไรก็ตามการกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นหลังจากที่สุขสบายในเวลานี้  เอฟเฟนดี้ไม่อาจยอมรับมันได้จริงๆ

 

เอฟเฟนดี้เริ่มทำทีหลังฉินฟาง  แต่ความเร็วในการทำของเขามากกว่าของฉินฟางเล็กน้อย  นอกจากนี้ส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นผักจึงสุกเร็วกว่า  ทำให้ไม่นานหลังจากนั้น  เขาก็วางบาร์บีคิวสองสามไม้ลงบนจานสะอาดที่เตรียมไว้  และเสิร์ฟมันให้กับหลี่เฟิงด้วยท่าทางนอบน้อม

 

“นายน้อยเฟิง  ทำเสร็จแล้วครับ  โปรดลองชิมดู”

 

อาหารบนจานส่งกลิ่นหอมยวนใจและกระทั่งสีสันก็สวยงาม  ไม่มีแม้แต่กลิ่นเหม็นเกรียมซึ่งแตกต่างไปจากพ่อครัวบาร์บีคิวมือใหม่ที่ไม่ชำนาญ

 

“ว้าว  กลิ่นหอมมาก...”

 

เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟมาที่กลุ่ม  ทุกคนสามารถได้กลิ่นของอาหารที่ดึงดูดใจ  แม้ว่าพวกสาวๆ จะไม่ชอบหลี่เฟิง  ก็ยังชื่นชมอาหารจานนี้อย่างไม่มีอคติ

 

“อืม  ฉันจะลองชิมดูก่อน...”

 

หลี่เฟิงขยับปากเพื่อต้องการจะถามถังเฟยเฟยให้ลองชิมด้วยกัน  แต่เธอบังเอิญหันหน้าไปมองฉินฟางที่ยังคงยุ่งอยู่  ดังนั้นหลี่เฟิงจึงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอและหยิบเนื้อสะเต๊ะมาชิมหนึ่งไม้

 

หลี่เฟิงคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด  และมีเพียงพระเจ้าที่รู้ว่าเขาเคยกินอาหารชั้นสูงมามากขนาดไหนแล้ว  แต่เนื้อสะเต๊ะไม้นี้ที่ก่อนจะส่งเข้าปากก็ส่งกลิ่นหอมหวน  และเมื่อทานมันเขาก็รู้สึกได้รสชาติที่ดีในทันที  ซึ่งจากที่เคยชิมมาตลอด  เนื้อสะเต๊ะไม้นี้ไม่ด้อยไปกว่าอาหารที่ปรุงโดยพ่อครัวในโรงแรมห้าดาว

 

“รสชาติไม่เลว  ไม่เลวเลยจริงๆ”

 

หลี่เฟิงเผยอยิ้ม  และชื่นชมอาหารนี้พลางผงกหัว

 

“ทุกคน  ไม่จำเป็นต้องเกรงใจนะ  ทานได้ตามที่ใจอยากเลย  เฟยเฟย  นี่ปีกไก่ของชอบเธอไง  กลิ่นของมันหอมจริงๆ  ลองทานดูสิ”

 

ขณะที่ทำการพูดเชิญชวนพวกสาวๆ  เป็นธรรมดาที่เขาจะให้ความสนใจกับถังเฟยเฟยมากที่สุด

 

“ไม่เป็นไรค่ะ  ฉันจะรอกินของฉินฟาง”

 

อย่างไรก็ตามถังเฟยเฟยส่ายหน้าและตอบปฏิเสธ  ถึงแม้ว่าปีกไกที่หลี่เฟิงยื่นให้จะมีกลิ่นซึ่งหอมหวนจริงๆ  แต่เธอรู้ถึงจุดมุ่งหมายซ่อนเร้นของหลี่เฟิง  จึงไม่ปล่อยให้เขามีโอกาส

 

“เฟยเฟย  ในเมื่อหลี่เฟิงมีน้ำใจ  อย่างน้อยเธอก็ควรจะลองทาน  จะได้เอาเปรียบเทียบกับของฉินฟางทีหลัง  เพราะถ้าฉินฟางย่างมาไม่ดี  เธอจะได้ให้เขาไปฝึกทำมากกว่านี้ไง!”

 

ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มของฟางหมินกับจางถิงพูดกับพวกเธอยังไง  แต่สองสาวที่ไม่ได้ให้ความเกรงใจใดๆ กับหลี่เฟิงเมื่อครู่นี้กำลังหว่านล้อมให้ถังเฟยเฟยไว้หน้าหลี่เฟิง

 

“ไม่เป็นไรจริงๆ ...  กะ  ก็ได้  ฉันจะลองทานดู...”

 

ถังเฟยเฟยคิดที่จะบอกปัดต่อไป  แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นเพื่อนสนิทของเธอก็คงจะไม่หยุดพูดจาหว่านล้อม  ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องไว้หน้าเพื่อนๆ และกินปีกไก่นั่นโดยไม่มีทางเลือก  อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้กินไม้ที่หลี่เฟิงหยิบมาแต่หยิบไม้อื่นจากจานแทน  ซึ่งนี่ทำให้หลี่เฟิงที่ยังคงถือปีกไก่ไม้นั้นอยู่ดูอึดอัดใจในทันที

 

แต่วันนี้หลี่เฟิงเองก็ได้รับความขายหน้ามาหลายครั้ง  จึงไม่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้  เพราะอย่างน้อยถังเฟยเฟยก็ยอมทำตามที่เขาขอ  และนั่นก็ถือว่าเป็นชัยชนะเล็กๆ ของเขา  แม้ว่าจะไม่ได้ทำตามเพราะเขาเลยก็ตาม

 

เขาเขย่ามือราวกับจะสลัดความน่าอึดอัดใจนั้นออกไป  จากนั้นก็เอาปีกไก่ไม้นั้นใส่เข้าไปในปากตัวเอง  มองไปยังถังเฟยเฟยที่กำลังทานปีกไก่ของเธอ  หลี่เฟิงเริ่มจินตนาการว่าปีกไก่ที่ถังเฟยเฟยทานอยู่นั้นคือของเขา...

 

หลี่เฟิงเป็นพวกหลงตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ  เขามองข้ามฟางหมินกับจางถิงที่ช่วยพูดให้อย่างสิ้นเชิง  คนในกลุ่มนอกจากถังเฟยเฟยแล้ว  หลี่เฟิงก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับใครอื่นเลย  ต่อให้เขาถูกคนเหล่านั้นช่วยไว้ก็ตาม  โชคดีที่ถังเฟยเฟยไม่ได้รับรู้ถึงความคิดหยาบช้าอย่างลับๆ ของหลี่เฟิง  ไม่งั้นแล้วเธอคงตบหน้าเขาอย่างแรง

 

“เป็นคนไร้ยางอายที่ไม่รับรู้ถึงความเมตตาแม้ว่าจะถูกจ้องมองอยู่ก็ตามจริงๆ!”

 

พวกสาวๆ ที่มีน้ำใจช่วยหลี่เฟิงแต่กลับถูกเขามองข้ามไปโดยสิ้นเชิงนั้น  ฟางหมินกับจางถิงกลายเป็นไม่พอใจในทันที  และจ้องเขม็งไปยังแฟนหนุ่มของพวกเธอ  พวกนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรแต่ภายในเริ่มที่จะเกลียดชังหลี่เฟิง

 

“เฟยเฟย  รสชาติเป็นยังไงบ้าง?  เธอชอบมันหรือเปล่า?  เอาอีกไม้ไหม?”

 

ปีกไก่ไม้เดียวไม่ได้มีเนื้อมากนัก  ดังนั้นในเวลาไม่นานปีกไก่ย่างไม้นั้นก็ถูกถังเฟยเฟยกินจนหมด  พอสังเกตเห็นว่าถังเฟยเฟยทานเสร็จ  จึงเป็นธรรมดาที่หลี่เฟิงจะเริ่มประจบเอาใจเธออีกครั้ง

 

“ไม่เป็นไร  ฉันพอแล้ว”

 

เมื่อสักครู่นี้ถังเฟยเฟยเพียงเพราะรักษาหน้าฟางหมินกับจางถิงเพื่อนสนิทของเธอ  สำหรับตอนนี้... เธอไม่จำเป็นต้องไว้หน้าหลี่เฟิง

 

หลังจากโดนถังเฟยเฟยตอบปฏิเสธ  หลี่เฟิงที่ไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช้สายตาของเขาจ้องตรงไปยังฟางหมินกับจางถิงอีกครั้ง  สายตาของเขาดูหยิ่งผยองมากราวกับกำลังสั่งให้คนรับใช้ของเขาทำงาน  ฟางหมินกับจางถิงที่อาฆาตแค้นอยู่แล้ว  และตอนนี้เขาต้องการให้พวกเธอช่วยอีกรอบน่ะเหรอ?  ฝันไปเถอะ!

 

“เฟยเฟย  ผมย่างปีกไก่เสร็จแล้วนะ  อยากลองชิมไหม?”

 

ในเวลานี้เอง  ตอนที่บรรยากาศภายในกลุ่มกำลังย่ำแย่  ทันใดนั้นเสียงของฉินฟางก็ดังขึ้น  เขามาพร้อมกับปีกไก่สองสามไม้ที่เพิ่งย่างเสร็จ

 

“เฟยเฟย  เธอห้ามกินสิ่งนั้น!  ดูที่ปีกไก่นั่นสิ  ด้านนอกของมันไหม้แล้ว!  ไม่รู้ว่าข้างในจะสุกหรือเปล่า  ฟังฉันนะ  ถึงแม้การทำบาร์บีคิวจะดูง่าย  แต่การทำบาร์บีคิวให้อร่อยนั้นเป็นไปไม่ได้โดยไม่ฝึกทำมาเป็นปีๆ  เอฟเฟนดี้เป็นแชมป์ทำบาร์บีคิวสามสมัยของเมืองเรา  และอาหารของเขาแน่นอนว่า...”

 

พอเห็นฉินฟางยกปีกไก่เข้ามา  ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่นหอมอยู่บ้าง  แต่เมื่อเปรียบเทียบกับของเอฟเฟนดี้แล้ว  ลักษณะภายนอกของอาหารดูน่าตกใจจริงๆ  นอกจากนี้หลี่เฟิงสังเกตเห็นว่าฉินฟางไม่ได้คุ้นเคยกับการทำบาร์บีคิวและรู้ว่าเป็นมือใหม่  แล้วเขาจะยอมพลาดโอกาสนี้ในการดูหมิ่นฉินฟางไปได้ยังไงล่ะ?

 

“อืม  ให้ฉันลอง!”

 

พอได้ยินหลี่เฟิงพูดเกี่ยวกับอาหารที่ฉินฟางทำว่ามันเป็นขยะขนาดไหน  หน้าของถังเฟยเฟยก็มืดครึ้ม  และคิ้วของเธอก็ขมวด  เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจที่หลี่เฟิงพูดเกี่ยวกับฉินฟางเช่นนั้น

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้เห็นรอยยิ้มที่มั่นใจและการไม่แยแสคำดูหมิ่นของฉินฟาง  ถังเฟยเฟยก็ยิ้มและหยิบปีกไก่ย่างที่อยู่ในมือของฉินฟางมาทานในทันที

 

“ถังเฟยเฟย  อย่าทานนะ!”

 

พอเห็นว่าถังเฟยเฟยไม่ฟังที่เขาแนะนำ  และต้องการที่จะกินปีกไก่ของฉินฟางไม่ว่ายังไงก็ตาม  หลี่เฟิงเลยแสร้งร้องอุทานออกมาเสียงดัง

 

ถึงแม้ว่าเขาส่งเสียงร้องตกใจในเชิงเย้ยหยัน  แต่เขาก็รู้สึกตกใจจริงๆ กับการกระทำของถังเฟยเฟย  ตอนที่ถังเฟยเฟยเอาปีกไก่นั่นเข้าไปในปาก  แล้วรอยยิ้มสวยของเธอก่อนหน้านี้แข็งค้าง

 

สายตาของทุกคนจับจ้องบนใบหน้าของถังเฟยเฟย  และเห็นสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาในเวลานี้  ทุกคนใช้สายตาประหลาดมองไปยังฉินฟาง  และมองเข้าไปในตาของพวกเขาก็ล้วนแสดงออกว่าต้องการที่พูดจา

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลี่เฟิง  เขาไม่ได้โกรธถังเฟยเฟยที่กินอาหารดิบเข้าไป  จริงๆ แล้วเขารู้สึกพอใจที่เธอทำ  เพราะนี่ทำให้เขามีเหตุผลที่จะใส่ร้ายฉินฟางได้มากขึ้น  และตัวเขาดูดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกัน

 

“เฟยเฟย  ถ้ามันย่างไม่สุกก็รีบคายออกมา  ถ้าท้องของเธอเสียเพราะเรื่องนี้  มันจะไม่ดีเอานะ...”

 

หลี่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ  จากการกระทำของเขา  ดูราวกับว่าเขารอคอยไม่ไหวที่จะเหยียบย่ำเกียรติของฉินฟางจนกระทั่งกลายเป็นคนไร้ค่า

 

 

……………………………..

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด