ตอนที่แล้วตอนที่ 190: ด้วงลางหายนะ (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 192: ขึ้นฝั่ง (1)

เรือสั่นเล็กน้อย โคมไฟน้ำมันถูกผูกไว้กับเสากระโดงที่หักและเป็นเพียงแหล่งกำเนิดไฟเพียงแห่งเดียวบนดาดฟ้า

โคมไฟน้ำมันทำเป็นแก้วทรงกระบอกหนา มันเปิดได้เฉพาะข้างล่างเท่านั้น มันสามารถจัดการกับฝนได้อย่างง่ายดายตราบเท่าที่ยังไม่ตกลงไปที่พื้น

แกรนด์อัศวินสองคนกำลังทำงานอยู่ทั้งสองด้านของดาดฟ้า ทั้งสองก้มตัวอยู่ข้างราวและผูกตัวเองไว้กับเสากระโดงที่หักด้วยเชือก

ภายใต้แสงไฟสลัว ฝนได้ตกโดนใบหน้าของแองเจเล่ เขาหรี่ตาและมองไปที่ผิวของทะเล วิสัยทัศน์ต่ำแต่เขายังมองเห็นคลื่นที่รุนแรง

ด้วยเหตุบางอย่างแองเจเล่รู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อม

ผู้ติดตามเห็นแองเจเล่เดินบนดาดฟ้าและโค้งให้เขา

“ท่านกรีน พายุกำลังแรงขึ้น ข้าขอแนะนำให้ท่านอยู่ในห้องโดยสาร เราจะดูแลที่ดาดฟ้าเอง!” ผู้ติดตามของอิซาเบลแกรนด์อัศวินที่ชื่อริเวลตะโกน

ชายชราชื่อกิลพูดเสริม “ใช่ มันเป็นเพียงพายุ เราสามารรับมือกับมันให้ท่านได้ ท่านกลับไปที่ห้องโดยสารเถอะ”

แองเจเล่ขมวดคิ้ว “มีบางอย่างไม่ถูกต้อง ข้าต้องตรวจสอบบางอย่าง” หลังจากฝึกฝนเทคนิคบีบอัดพลังงานความรู้สึกของเขาก็คมมากกว่าแต่ก่อน

แอ๊ดดด

ประตูของห้องโดยสารเปิดอีกครั้งและอิซาเบลก็เดินออกมาที่ดาดฟ้า

“เกิดอะไรขึ้น เจ้าพบอะไรงั้นหรือ” เธอถาม

“มันกำลังมา” แองเจเล่ชี้ไปที่ด้านขวาของเรือ

คนอื่นๆมองไปทิศทางที่เขาชี้

มีเงาดำสูงเท่ามนุษย์กำลังพุ่งมาทางเรือจากด้านขวา มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปีกสองปีกขนาดใหญ่สะบัดอย่างรวดเร็วทำให้มันเบลอ

“ด….ด้วง?” กิลแก้ค้อนดำออกจากเข็มขัดและจับมันแน่น

ริเวลดึงขวานเงินสองคมออกมาจากหลังของเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

ในที่สุดแองเจเล่ก็มองเห็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เข้ามาอย่างชัดเจน

มันเป็นด้วงสีดำ มันมีปากรูประฆังแปลกๆบนหัวของมัน ปีกสองปีกด้านหลังของมันแกว่งอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วงวนอยู่เหนือเรือ

แสงจากโคมไฟน้ำมันสะท้อนขาที่แหลมคมหกขาของด้วง

เสียงที่เกิดจากปีกของมันดังก้องอยู่ในท้องฟ้า

“เดี๋ยวก่อน! อย่าโจมตีมัน!” อิซาเบลตะโกน “นี่เป็นด้วงลางหายะ! พวกมันจะมาเป็นกลุ่ม พวกมันจะไม่โจมตีเราก่อน!”

ผู้ติดตามทั้งสองได้ยินคำพูดของอิซาเบลและลดอาวุธลง พวกเขายืนอยู่ข้างราวและเฝ้าดูด้วงบินในท้องฟ้า

การแสดงออกของแองเจเล่เริ่มเคร่งเครียด เขาได้อ่านเรื่องด้วงลางหายนะในสารานุกรมของพ่อมด พวกมันถูกอธิบายไว้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างก้าวร้าว

“ทำไมพวกมันมาที่นี่ ข้าคิดว่าพวกมันมีอยู่ในหนังสือเท่านั้น” แองเจเล่ถามเสียงดัง

“นี่เป็นเขตอันตราย ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอะไรก็เป็นไปได้” อิซาเบลรีบอธิบาย “แม้แต่กษัตริย์แห่งท้องทะเลอย่างเมอร์โฟล์คยังไม่สามารถหยิ่งผยองในพื้นที่นี้ได้ เจ้าสามารถคาดเดาได้เลยว่าจะพบสิ่งมีชีวิตที่ก้าวร้าวและปลากลายพันธุ์ได้ที่นี่”

อิซาเบลเงยหน้าขึ้นและพูดเสริม “แต่ข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงมาหาเรา ด้วงลางหายนะจะไม่ทำอะไรถ้าเราไม่ได้คุกคามมัน”

“บางทีมันอาจจะเป็นแสงบนดาดฟ้า” แองเจเล่ลดเสียงลง

พวกเขาหยุดพูดและเฝ้าดูด้วงบินในอากาศอย่างเงียบๆ

มีจุดแสงสีน้ำเงินกะพริบข้างหน้าดวงตาของแองเจเล่

มีแถวข้อมูลอยู่ข้างร่างกายของด้วงในสายตาของเขา

[ไม่พบสนามพลัง กำลังสแกนค่าสถานะ]

[ด้วงลางหายนะ: ความแข็งแกร่งมากกว่า 7 ความว่องไวมากกว่า 11 ความอึดมากกว่า 13 พลังจิตมากกว่า 9 กำลังตรวจสอบฐานข้อมูล……ความสามารถ: คลื่นกระแทก ความต้านทานคลื่นเสียง]

[กำลังเปรียบเทียบค่าสถานะ……สูงกว่าแกรนด์อัศวินทั่วไป ต่ำกว่าพ่อมดทางการทั่่วไป]

ชิปรายงานผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

แองเจเล่รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย มันเป็นเพียงด้วงลางหายนะตัวเดียวและมันไม่เป็นภัยคุกคาม

ด้วงลางหายนะกลายพันธุ์เพราะมลพิษจากการทดลองของพ่อมดโบราณ แม้ว่ามันจะเป็นสายพันธุ์โบราณแต่เลือดของมันก็ไม่มีคุณค่า

ไม่ใช่ทุกสิ่งมีชีวิตโบราณที่มีความสามารถที่แข็งแกร่ง

“ด้วงลางหายนะมักจะพบได้บนแผ่นดิน…..ทำไมมันถึงมาที่ทะเล” อิซาเบลสงสัย

“มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว” แองเจเล่ชี้ไปทางด้านขวาก่อนที่จะพูดจบประโยค

มีเรือดำขนาดใหญ่เข้ามาใกล้เรือในสายฝน

เรือดูเหมือนเรือผีจากเรื่องเล่า มันไม่มีใบเรือและตัวเรือก็เริ่มแตกหัก แองเจเล่ไม่เห็นคนบนเรือแต่เรือก็ล้อมรอบไปด้วยเงามืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

เรือเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

เงาดำดูเหมือนผึ้งที่กำลังบินรอบๆรังของพวกมัน การแสดงออกของแองเจเล่เปลี่ยนไปหลังจากที่ตระหนักได้ว่าทั้งกลุ่มเป็นด้วงลางหายนะ

“มันเป็นรังของพวกมัน!” แองเจเล่ตะโกน “มันมีด้วงลางหายนะมากกว่าหนึ่งร้อยตัว!”

อิซาเบลขบริมฝีปากเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำพูดของแองเจเล่

พลังของกลุ่มด้วงลางหายนะสามารถทำลายเรือของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ถ้าด้วงลางหายนะโกรธพวกมันจะปลดปล่อยคลื่นกระแทก ความเสียหายของคลื่นเหล่านั้นอาจจะสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรง แองเจเล่สงสัยว่าตัวแม่มันอยู่ในรัง ตามข้อมูลตัวแม่ของด้วงลางหายนะมีพลังใกล้เคียงกับพ่อมดขั้นแก๊ส ถ้าทั้งสี่สูญเสียเรือพวกเขาก็จะตายในทะเลในเวลาไม่นาน

“เดี๋ยว มันเป็นเรือใช่ไหม มันเป็นเจ้าใช่ไหมพ่อมดมิลาโน่” ทันใดนั้นอิซาเบลก็ตะโกน เธอส่งคำพูดของเธอไปที่เรือดำขนาดใหญ่โดยใช้อนุภาคพลังงาน

อย่างไรก็ตามไม่มีการตอบสนองจากเรือ

ด้วงเหนือเรือค่อยๆบินห่างออกไปกลับไปที่รัง

“พวกมันอาจจะสร้างรังไว้ในเรือ” แองเจเล่จ้องไปที่รังของด้วงลางหายนะและพูด

“ใช่….” อิซาเบลพยักหน้า “ข้าคิดว่าพวกมันอาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของพ่อมดที่ข้ารู้จัก”

“มันเป็นข่าวดีสำหรับเราจริงๆ ด้วงลางหายนะจะนำเราไปสู่แผ่นดินเพราะพวกมันจะไม่อยู่ที่ทะเลเป็นเวลานาน สิ่งเดียวที่เราต้องทำคือตามหลังพวกมัน” เธอพูด

“เจ้าพูดแน่ใจใช่ไหม พวกมันจะไม่โมโหหรือถ้าเราตามรังของพวกมัน…” แองเจเล่ถามขณะที่ขมวดคิ้ว

“ข้าคิดว่าไม่ ด้วงลางหายนะไม่มีคุณค่าสำหรับเราและพ่อมดไม่เคยตามล่าพวกมัน นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกมันไม่ชอบรสชาติของเนื้อมนุษย์”

“ดังนั้นปัญหาก็คือเราจะต้องหาวิธีตามความเร็วเรือของลำนั้นใช่ไหม” แองเจเล่ถาม

อิซาเบลจ้องไปที่รังของด้วงและเริ่มคิด เธอเหลือบมองที่แองเจเล่ ผู้ชายคนนี้ช่วยเธออย่างไม่มีเหตุผล พวกเขาพบกันระหว่างภารกิจแต่ด้วยเหตุบางอย่างอิซาเบลชอบใช้เวลาอยู่กับแองเจเล่

อย่างไรก็ตามอิซาเบลต้องกลับไปที่ตระกูลของเธอหลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น มันแทบจะไม่มีโอกาสที่เธอจะพัฒนาความสัมพันธ์ลึกๆกับแองเจเล่

อิซาเบลรู้สึกสุขและเศร้ากับสถานการณ์นี้ เธออยากจะอยู่กับแองเจเล่นานขึ้นอีกเล็กน้อย

เธอค่อยๆหยิบลูกคริสตัลสีดำจากเข็มขัดและโยนมันขึ้นไปในอากาศ ลูกเท่ากำปั้นลอยอยู่ในอากาศและเปลี่ยนเป็นนกสีดำ

นกไม่มีตา ปากหรือขน มันเป็นเพียงเงารูปนกที่มีปีกคู่สีดำ

อิซาเบลยกมือและชี้ไปที่เรือ

นกสีดำบินรอบๆในอากาศชั่วครู่และบินไปที่รังของด้วงลางหายนะ

“มันคืออะไร” แองเจเล่อยากรู้ “มันเป็นหุ่นเชิดเวทมนต์หรือ”

อิซาเบลพยักหน้า “มันเป็นสิ่งมีชีวิตแปรธาตุ ข้าเรียกมันว่านกกระจอกเงา สิ่งมีชีวิตนี้สามารถโจมตีอะไรก็ได้ในสายตาของข้า มันสร้างด้วยโลหะ” อิซาเบลหันกลับไปมองที่แองเจเล่

“เดี๋ยวก่อน เจ้ามีคู่หูไหม” เธอถาม

แองเจเล่ส่ายหัว “ข้ายังไม่พบตัวที่ใช่ คู่หูจะกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของข้าถ้ามันไม่แข็งแกร่งพอ แต่ข้าพยายามหาตัวที่เหมาะอยู่”

“อย่างงั้นหรือ….” อิซาเบลหยุดถาม

เธอร่ายบางอย่างและมีแสงสีน้ำเงินปกคลุมตาของเธอ

แสงอยู่หลายวินาทีก่อนที่มันจะหายไป

“ข้าได้ส่งนกกระจอกไปที่รัง อัศวินริเวลเอาเชือกทั้งหมดที่เจ้าสามารถหาได้มาที่นี่” อิซาเบลหันไปหาริเวลและสั่งเขา

“ครับ” ริเวลโค้งให้และแก้เชือกจากเอวของเขา เขากลับไปที่ห้องโดยสารและเริ่มรวบรวมเชือก

กิลอยู่ด้านข้างรอคำสั่ง แองเจเล่เอาแหวนที่อิซาเบลมอบให้เขาออกมา มันยังปกคลุมไปด้วยแสงสีขาว

เขาค้นพบว่าแหวนนี้มีหน้าที่หลายอย่าง มันสามารถรักษาอุณหภูมิร่างกายของเจ้าของไว้ในระดับที่ปลอดภัยและรูนที่แกะสลักไว้จะเตือนเจ้าของเรื่องอาการบาดเจ็บหรืออวัยวะที่ได้รับความเสียหาย รูนเหล่านี้จะเปิดเผยตัวมันเองหลังจากที่แหวนสวมไว้ที่นิ้ว

แม้มันจะมีรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่แหวนเงินนี้ก็เป็นอุปกรณ์เวทมนต์ที่หายากมาก แหวนนี้สามารถเพิ่มความต้านทานของพ่อมดและช่วยพวกเขาในสถานการณ์ที่อันตราย

แองเจเล่ยื่นแหวนให้อิซาเบล

“รับไป เจ้าต้องการมันมากกว่าข้า” อิซาเบลกำลังสั่นด้วยอากาศที่หนาวเย็น ชุดคลุมของเธอเปียกโชก

อิซาเบลมองไปที่แหวนและขบริมฝีปาก

“ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง”

“เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหม รับไปสิ” แองเจเล่ยืนยัน

อิซาเบลเงยหน้าขึ้นและจ้องไปที่ดวงตาของแองเจเล่

แองเจเล่สวมแหวนไว้นิ้วกลางของฝ่ามือขวาของเธอ

ชี่

มีชั้นแสงสีขาวบางๆกะพริบอยู่บนร่างกายของอิซาเบล

เธอเปิดปากแต่ไม่ได้สามารถพูดอะไรได้

แองเจเล่ยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ข้าชอบของขวัญมากแต่ข้าคิดว่าตอนนี้เจ้าต้องการมัน เจ้าเห็นไหมว่าชุดคลุมของข้ายังแห่งและข้าก็ไม่ได้หนาว รับมันไว้เถอะ”

“เข้าใจแล้ว” อิซาเบลก้มหน้าลง

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...