ตอนที่แล้วตอนที่ 179: ซากปรักหักพัง (2)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 181: ซากปรักหักพัง (4)

“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!” ทันใดนั้นเสียงของเมลิสซ่าก็ดังมาจากอีกฟากหนึ่ง

“ทางเข้าถูกใครบางคนเปิดแล้ว”

เธอกำลังยืนอยู่ข้างเส้นชั่วโมงเส้นหนึ่งด้วยความหดหู่

พ่อมดทุกคนตกใจ พวกเขารีบรวมตัวกันข้างเมลิสซ่า

เธอชี้ไปจุดสีขาวบนเส้นชั่วโมงสีดำและพวกเขาก็มองเห็นจุดสีขาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทา

อินเฟ้นมีสีหน้าเคร่งเครียด

“เครื่องหมายนี้หมายถึงทางเข้าถูกเปิดไม่นานมานี้ จุดจะเปลี่ยนเป็นสีขาวก่อนและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทา มีบางคนหรืออะไรบางอย่างได้เข้าไปในซากปรักหักพัง…….”

“บางอย่างงั้นหรือ เจ้าหมายถึงสิ่งมีชีวิตใช่ไหม” เบเล็มถาม

“ข้าไม่แน่ใจ พื้นที่ที่เราผ่านมาถูกปกคลุมไปด้วยหินดำแต่อีกครึ่งของเกาะเป็นทะเลต้นไม้สีดำ เราได้สำรวจเกาะแล้วเมื่อครั้งที่แล้วแต่เราไม่ได้พบสิ่งมีชีวิตใดๆ”

เมลิสซ่าย่นคิ้ว

“แปลก ไม่มีใครตามเรามาที่นี่…….ซึ่งหมายความว่ามีคนอื่นรู้ตำแหน่งเกาะนี้ด้วยตัวเอง” อินเฟ้นพูดเสียงเบา

“เป็นไปได้อย่างไร เราไม่เคยเปิดเผยข้อมูลๆ”

เมลิสซ่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทันใดนั้นการแสดงออกของเธอก็เปลี่ยนไป

“ย้ายออกจากนาฬิกาแดด!” เธอตะโกนออกมา

เกาะเริ่มสั่นและมันเกือบจะรู้สึกเหมือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว

ทีมรีบเดินออกจากนาฬิกาแดด

มีควันดำปรากฏด้านบนสุดของโนมอน (เป็นวัตถุที่ตั้งอยู่บนฐานนาฬิกาแดด เมื่อแสงแดดตกกระทบโนมอนจะทำให้เกิดเงาทอดลงไปบนฐาน แล้วอ่านค่าเวลาจากฐานนั้นซึ่งมีขีดบอกเวลากำกับอยู่ นาฬิกาแดดอาจสร้างขึ้นโดยยึดอยู่กับที่หรือสามารถเคลื่อนย้ายก็ได้)

มันดูเหมือนมีงูปีนขึ้นไปและหลังจากผ่านไปหลายวินาทีงูก็เปลี่ยนเป็นจุดแสงสีดำขนาดเล็ก

มีควันสีขาวค่อยๆออกมาจากผิวของนาฬิกาแดดเมื่อแผ่นดินหยุดสั่นจากนั้นก็ลอยอยู่ในอากาศ

มีเสียงน่าอัศจรรย์ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง มันดูเหมือนผู้หญิงกำลังร้องโอเปร่ามีเสียงสูงและเสียงต่ำ

(ตรงนี้แปลใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษโดยไม่ได้เกลา ยังไงก็ลองอ่านแล้วไล่เสียงกับจังหวะดู ถ้าไม่ไหวก็ลองอ่านธรรมดาเอา)

“บ้านเกิดที่รักของฉัน

ฉันจะกลับในสักวันหนึ่ง

ฉันได้หลงทางมานานแล้ว

ฉันคิดถึงฤดูใบไม้ผลิที่มีหมอกที่สวยงาม

เราเพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงแมลงด้วยกัน

มีเสียงกรัดร้องที่น่าหลงใหล เรามีงานเลี้ยง งานเต้นรำและร้องเพลง

ท้องฟ้าสีแดงเหมือนเลือดและแผ่นดินที่อบอุ่นเหมือนลาวา

เลือดในแก้วนั้นละมุนและอร่อย

เราหัวเราะ เราดึงลูกตาของเราออกมา…..

เราเคี้ยวพวกมันขณะที่เราร้องเพลง…”

“เพลงห่*อะไรเนี่ย”

แองเจเล่มองไปรอบๆ มันดูเหมือนว่าเสียงจะมาจากทุกทิศทุกทาง มันดังก้องอยู่เหนือเกาะที่โดดเดี่ยวและว่างเปล่า

“ข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยเรียนภาษานี้แต่ข้าก็เข้าใจความหมายของเนื้อเพลง” อิซาเบลพูดขณะที่ขมวดคิ้ว

“ข้าไม่ชอบ”

อินเฟ้นส่ายหัว

ผู้ติดตามทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดบนใบหน้าของพวกเขาขณะที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อม เพลงมันร้องซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งก่อนที่มันจะหยุด

แคร๊ก

อุโมงค์ทางเข้าที่มืดมิดสามแห่งเปิดขึ้นในนาฬิกาแดด แต่ละแห่งกว้างประมาณหนึ่งเมตรและเมื่อแองเจเล่มองไกลออกไปเขาก็เห็นบันไดหินสีขาวภายในที่ไร้ที่สิ้นสุด

น่าแปลกที่ทางเข้าทั้งสามเริ่มเบลอและเกือบจะเหมือนกับว่าพวกมันกำลังหายไป

“กำลังรออะไร เข้าซากปรักหักพัง มีใครบางคนติดกับดักข้างในและมีอะไรบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง!” เมลิสซ่าตะโกนเสียงดังและชี้ไปที่ทางเข้าทั้งสาม

มีลำแสงสีขาวออกมาจากปลายนิ้วของเธอและเปลี่ยนเป็นสายพลังงานสีขาวสามเส้น พวกมันติดกับทางเข้าอย่างรวดเร็ว

อุโมงค์เริ่มมั่นคงอีกครั้งและมันยังเสถียรอยู่

เมลิสซ่าพุ่งเข้าไปทางเข้าที่ใกล้ที่สุดของเธอโดยไม่ได้พูดอะไรและหายตัวไปในความมืด

“วิ่ง!” อินเฟ้นตะโกนออกมาและตามเมลิสซ่าเข้าไปในทางเข้าเดียวกัน ผู้ติดตามของเขาตามเขาด้วยเช่นกัน

เคอร์แมนมองไปรอบๆและเข้าทางเข้าอื่น แองเจเล่มองไปที่เขาชั่วครู่และตรวจสอบทางเข้าที่คนอื่นเข้าไป

“อืมมมม”

เขาก้าวไปข้างหน้าและรีบพุ่งเข้าไปในอุโมงค์เดียวกับเคอร์แมน

อุโมงค์มันมืดมิด แองเจเล่รู้สึกเหมือนเขาเพิ่งเข้าห้วงอวกาศที่ไร้ที่สิ้นสุดขณะที่เขาเดินเข้าไปข้างใน มีเพียงสิ่งเดียวในสายตาของเขาคือบันไดหิน

เขาเริ่มเดินลงบันไดและมีเสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในอวกาศ

แองเจเล่มองไปรอบๆและยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีอะไรอยู่รอบๆ เขายกมือขวาขึ้นและสร้างมีดเงินในฝ่ามือของเขา

ชี่

เขายิงมีดไปทางขวาและมันถูกดูดกลืนโดยความมืดมันไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ แองเจเล่ไม่ได้ยินเสียงมีดโดนอะไรดังนั้นเขาจึงสันนิษฐานว่าทางขวาและทางซ้ายมันไม่มีที่สิ้นสุด

เขาไม่รู้ว่าบันไดยาวนี้ยาวแค่ไหน เขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

ตึกตึก ตึกตึก

มีเพียงสิ่งเดียวที่แองเจเล่ได้ยินคือเสียงฝีเท้าของเขาและความรู้สึกเย็นยะเยือกข้างหลังของเขา

เขาหันหัวไปข้างหลังแต่ทางเข้าได้หายไปแล้ว มันถูกแทนที่ด้วยเงาดำ

แองเจเล่มองลงไปและตกใจ เขาค่อยๆก้าวไปข้างหน้าแล้วก็หยุดลง

บันไดสีเทาหายไปขณะที่แองเจเล่ขยับเท้าออกจากมัน

เขาพยายามที่จะก้าวลงตรงที่บันไดหายไปอีกครั้งแต่ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น

“สถานที่นี้….”

หัวใจของแองเจเล่กำลังสูบฉีด

ด้วยการดีดนิ้วของเขามันก็มีลูกไฟสีแดงปรากฏทางด้านซ้ายของเขา แสงของมันทำให้พื้นที่รอบๆเขาสว่างขึ้น

แองเจเล่ยืนนิ่งและสังเกตสภาพแวดล้อมโดยใช้แสงสว่างช่วย

อย่างไรก็ตามเขามองเห็นเพียงบันไดที่อยู่ข้างหน้าพื้นที่อื่นๆปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายความมืดแปลกๆ

“ฮ่า” แองเจเล่ส่งเสียงและมีจุดแสงสีน้ำเงินปรากฏในดวงตาของเขา

‘ซีโร่ เจ้าสามารถสแกนสภาพแวดล้อมให้ข้าได้หรือไม่’

[สร้างงาน กำลังสแกน……กำลังประมวลผล….เสร็จสิ้น……กำลังถ่ายโอนข้อมูล…] ซีโร่รายงานอย่างรวดเร็ว

ชี่

มีเสียงแปลกๆดังก้องอยู่ในหูของแองเจเล่ เสียงของมันฟังเหมือนงูกำลังแลบลิ้นและทันใดนั้นก็มีแสงสีน้ำเงินปกคลุมดวงตาของเขา

ตูมมม

สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป สายตาของแองเจเล่เบลอและต่อมาเขาก็ยืนอยู่บนบันไดเปียกของอุโมงค์

ลูกไฟยังลอยอยู่ใกล้ๆหน้าของเขาและมันก็ทำให้สถานที่สว่างขึ้น

ผนังถูกสร้างด้วยอิฐสีเหลืองอ่อนขณะที่พื้นปกคลุมไปด้วยหินชนวนสีดำ แองเจเล่ได้ยินเสียงฝีเท้าข้างหน้าเขา มีคนอื่นอยู่ที่นี่

[ระวัง! …….ตรวจพบสนามพลังที่ไม่รู้จัก! ชิปกำลัง…..ชี่…..ขัดจังหวะ! สนามพลัง…..คือ…..]

แองเจเล่แทบไม่เข้าใจว่าซีโร่กำลังรายงานอะไร เสียงเหมือนถูกเสียงที่ไหนสักแห่งแทรกเข้ามาและเสียงของมันก็ไม่เหมือนเครื่องจักรอีกต่อไป

สายตาของแองเจเล่เบลออีกครั้ง มุมมองของเขาขยับไปมาระหว่างแสงสว่างและความมืด เขาคิดว่าเขากำลังยืนอยู่ในอุโมงค์แต่วินาทีต่อมาเขาก็เห็นห้วงอวกาศที่ไร้ที่สิ้นสุดข้างหน้าเขาอีกครั้ง

“บัดซบ! สถานที่นี้มันคืออะไรกันแน่” แองเจเล่สบถเสียงเบา

เขาหันไปและเริ่มวิ่งกลับ

เขาวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ในขณะที่อุโมงค์และอวกาศที่มืดมิดก็ยังคงกะพริบในสายตาของเขา หลังจากผ่านไปหลายนาทีเขาก็มาถึงทางออกและเขามองเห็นท้องฟ้าสีขาวสดใสข้างนอก

แองเจเล่วิ่งออกไป

“ข้าอยู่ที่ไหน…” เขาสงสัย เขามองไปรอบๆ

มีต้นไม้สีเขียวที่มีชีวิตชีวาและสายลมก็ทำให้ใบไม้สั่นไหวในอากาศ

“อุโมงค์ยังอยู่ที่นี่หรือ” แองเจเล่หันหัวกลับไปและมองเข้าไปในอุโมงค์ มันยังมืดอยู่

เขาวางแผนในใจดังนั้นเขาจึงกลับไปที่อุโมงค์

ชี่

ไม่มีอะไรขัดขวางชิปของเขาอีกต่อไป เขาเดินกลับไปที่บันไดหินและเขาก็มองเห็นหินสีดำที่ด้านนอกทางออก มันแสดงให้เห็นว่าทางออกนี้นำไปสู่นาฬิกาแดด

‘มันเป็นภาพลวงตางั้นหรือ’

แองเจเล่ยกมือซ้ายและมองเห็นปีกบนฝ่ามือกำลังกระพือ มันดูเหมือนว่ามันใหญ่กว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย

[สนามพลังที่ไม่รู้จักไม่มีอีกต่อไป] ซีโร่รายงานด้วยเสียงจักรกล

ตราร้อนขึ้น มันดูดซับพลังงานบางอย่างที่ไม่รู้จักจากอากาศอย่างช้าๆ มันดูเหมือนว่าเลือดของฮาร์ปี้ช่วยแองเจเล่ต่อต้านภาพลวงตา อย่างไรก็ตามตราต้องใช้เวลาในการพัฒนาความต้านทานต่อภาพลวงตาที่ส่งผลต่อเขาที่นี่

แองเจเล่สงบลงและเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว

อุโมงค์เปียกและเขาได้กลิ่นเชื้อราในอากาศ

หลังจากผ่านไปชั่วครู่เขาก็เห็นชายที่คุ้นเคยปรากฏตัวในสายตาของเขา

มันเป็นเคอร์แมน มันมีแสงมาจากคบเพลิงของเขาที่เป็นเงากะพริบอยู่บนชุดคลุมสีเขียวของเขา มันดูเหมือนว่าชุดคลุมได้รับการออกแบบพิเศษและเคอร์แมนกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนและหันหัวกลับไปมองแล้วเห็นแองเจเล่ยืนอยู่และกำลังจ้องที่เขา

“เจ้ามาหาข้าด้วยตัวเองหรือ” เคอร์แมนดูแปลกใจ “เจ้ารู้ว่าเจ้าไม่สามารถเอาชนะข้าได้ใช่ไหม เจ้าโง่หรือเปล่า เจ้าเป็นพ่อมดทางการได้อย่างไร” เคอร์แมนล้อเลียนและเยาะเย้ย

“ตาย!”

แองเจเล่ไม่อยากเสียเวลาและโยนระเบิดหัวใจสีน้ำเงินไปที่เคอร์แมน

ตูมมม

มีหยดของของเหลวแช่แข็งสีน้ำเงินนับไม่ถ้วนกระจายผ่านอุโมงค์เมื่อระเบิดหัวใจระเบิดในอากาศ หลังจากผ่านไปหลายวินาทีผนังและพื้นก็เป็นสีน้ำเงิน

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...