ตอนที่แล้วการผันแปรของดวงดาว เล่มที่ 10 บทที่ 15 เส้นทางมรณะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน

การผันแปรของดวงดาว เล่มที่ 10 บทที่ 16 จุดจบของฉินยู (อ่านฟรี)

(อ่านฟรี) แปลโดย iPAT

 

สายฟ้าทิ้งตัวลงมาราวกับลูกศร แต่ฉินยูไม่สามารถหลบได้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงอันหนาหนักที่กดทับอยู่ในเวลานี้ จากการประเมิน ฉินยูพบว่าสายฟ้ากำลังจะฟาดผ่าลงมากลางศีรษะเขา

เปรี้ยง!

ฉินยูรู้สึกถึงคลื่นกระแทกเมื่อสายฟ้ากลับผ่าลงมาเบื้องหน้าห่างจากเขาเพียงสามเซนติเมตรเท่านั้น

“อันตรายยิ่ง ข้าเกือบตายไปแล้ว” เขานอนราบอยู่บนพื้นด้วยขวัญที่กระเจิดกระเจิง อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปยังตำแหน่งที่สายฟ้าฟาดลงมา เขากลับต้องประหลาดใจว่าพื้นผิวของเส้นทางมรณะสายนี้ไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย

เป็นเพียงหลังจากนั้นชั่วครู ฉินยูจึงได้ปลดปล่อยพลังแห่งดวงดาวเข้าสู่มัดกล้ามเนื้อและก้าวเดินต่อไปด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง

 

ไม่เพียงแค่ฉินยู แต่คนอื่นๆที่อยู่บนเส้นทางมรณะของตนเองก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นเดียวกัน ในบรรดาพวกเขาทั้งหมด มีเพียงเยี่ยนโม่ที่สามารถรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้

“ข้าต้องผ่านไปให้ได้ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น” เยี่ยนโม่กล่าวเสียงเย็น “ตราบเท่าที่ข้าระวัง ข้าจะไม่ตายเพราะพวกมัน”

ขณะที่เยี่ยนโม่ก้าวเท้าออกไป

สายฟ้าพลันฟาดผ่าลงมา

ด้วยการระเบิดพลังภายในออกมาอย่างกะทันหัน เยี่ยนโม่หลบสายฟ้าไปได้อย่างเฉียดฉิว

มีระยะห่างเพียงหนึ่งเซนติเมตรระหว่างมันกับสายฟ้าสายนั้น

หลังจากผ่านการต่อสู้แห่งชีวิตและความตายมามากมาย การคำนวณของมันจึงอยู่ในระดับที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

มันง่ายในการหลบเพลิงสวรรค์ ขณะที่สายฟ้าหลบได้ยากกว่าเล็กน้อย

โดยไม่มีความลังเลเยี่ยนโม่เดินต่อไปข้างหน้าด้วยสายตาอันเย็นเยียบ

“ไม่ดีแล้ว”

ทันใดนั้นหมอกสีแดงที่หนาทึบกลับลอยเข้าปกคลุมรอบตัวเยี่ยนโม่และปิดบังทัศนวิสัยของมันเอาไว้จนหมดสิ้น

“หมอกหนาเกินไป ข้าไม่สามารถมองเห็นสายฟ้าได้ในระยะไกล หากสายฟ้าเข้ามาใกล้ มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับข้าที่จะหลบเลี่ยง”

แล้วมันจะทำอย่างไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ตำหนิสวรรค์?

จะดีกว่าหากยอมรับความจริงและพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้

“ข้าสามารถพึ่งพาได้เพียงโชคเท่านั้น” เยี่ยนโม่มองไปรอบๆอย่างระมัดระวังก่อนจะก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง

“ในที่สุดข้าก็ออกมา!”

หลังจากชั่วครู่เยี่ยนโม่จึงสามารถก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกสีแดงได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามในจังหวะนี้หางตาของมันกลับมองเห็นมังกรฟ้าเยี่ยนหลานที่อยู่บนเส้นทางมรณะซึ่งห่างออกไปทางด้านขวา

“เยี่ยนหลาน มันมาได้ไกลเช่นกัน” เยี่ยนโม่เผยรอยยิ้มบางก่อนจะหันความสนใจกลับมาบนเส้นทางมรณะของตนเอง

“อา…”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างกะทันัน เยี่ยนโม่เร่งหันหน้าไปทางขวาอีกครั้ง

แต่มังกรฟ้าเยี่ยนหลานกลับหายตัวไปเรียบร้อยแล้ว

“เยี่ยนหลานตายแล้วงั้นหรือ?” เยี่ยนโม่ตกใจ

ที่ดินแดนมหัศจรรย์มันได้ช่วยเหลือมังกรฟ้าเยี่ยนหลานเอาไว้ แต่ผู้ใดจะคิดว่ามันจะมาตกตายที่นี่

ดวงตาของเยี่ยนโม่ส่องประกายเย็นเยียบก่อนจะเดินต่อไปข้างหน้า

“เปลวเพลิงด้านซ้าย” ใบหูของเยี่ยนโม่กระตุกเล็กน้อยก่อนที่มันจะอาศัยแรงโน้มถ่วงกดร่างของตนให้ล้มลงบนพื้นในพริบตา

หลังจากยืนขึ้น มันกลับมองเห็นเส้นทางมรณะอีกสายอยู่ทางซ้ายมือและยังมีบุคคลที่คุ้นเคยยืนอยู่ ซึ่งมันก็คือนักพรตกันซู

นักพรตกันซูก้าวนำหน้าเยี่ยนโม่ไปเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามในจังหวะนี้เพลิงเจ็ดสายกลับพุ่งขึ้นมาในตำแหน่งของมันอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนั้นสายฟ้าอีกสายหนึ่งก็กำลังจะทิ้งตัวลงมาที่มันเช่นเดียวกัน

ใบหน้าของเยี่ยนโม่เปลี่ยนสีไปเป็นอย่างมาก

หลังจากเพลิงสวรรค์และสายฟ้าโจมตีมายังเยี่ยนโม่ ร่างของมันสูญหายไป

แต่โดยไม่คาดคิดมันกลับเปลี่ยนร่างเป็นมังกรดำที่ยาวกว่าร้อยเมตรและขดตัวในลักษณะที่แปลกประหลาดทำให้มันสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีเหล่านั้นไปได้อีกครั้ง

ในพริบตามันจงเปลี่ยนร่างกลับสู่รูปลักษณ์ของมนุษย์อีกหน

แม้เยี่ยนโม่จะแสดงออกด้วยความสงบ แต่หน้าผากของมันยังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายออกมา

อันตรายเกินไปจริงๆ!

 

เยี่ยนจี้ดูเหมือนจะโชคร้ายที่สุด

การคำนวณของเธองดงามหมดจดในช่วงแรก เธอคิดว่าด้วยการเปลี่ยนร่างเป็นเด็กน้อย เธอจะมีโอกาสหลบเลี่ยงสายฟ้าและเปลวเพลิงได้มากกว่า

แต่เธอกลับคิดผิด

แม้ทักษะการเคลื่อนไหวของเธอจะไม่เลวนักเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แต่พวกเขาคุ้นเคยกับร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ความสามารถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพขณะที่เธอใช้ความสามารถได้เพียงแปดสิบในร่อยส่วนเท่านั้น

โดยเฉพาะเมื่อแรงดึงดูดขึ้นอยู่กับพลังอำนาจที่แท้จริงของเธอ นี่จึงทำให้ร่างเด็กเธอแทบจะไม่สามารถก้าวเท้าออกไปได้

เมื่อสายฟ้าสีน้ำเงินฟาดลงมา เธอจึงต้องเปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิมเพื่อรับมือกับมัน

สุดท้ายด้วยพลังอำนาจที่เทียบเท่ากับผู้อมตะระดับหนึ่ง เธอจึงสามารถผ่านสายฟ้าไปได้อย่างยากลำบากและต้องเร่งกินยาฟื้นฟูเข้าไปในทันที

แต่ด้วยอุปสรรคที่มากมายเกินไป เวลานี้แขนของเธอจึงได้ขาดหายไปข้างหนึ่ง

แม้วิญญาณปีศาจอมตะจะสามารถกู้คืนร่างกายขึ้นมาได้ตราบเท่าที่มีพลัง แต่เธอก็ไม่ยินดีที่จะสูญเสียพลังไปในตอนนี้

 

ผู้เชี่ยวชาญที่เลือกเข้าสู่เส้นทางมรณะต่างพบกับสถานการณ์อันยากลำบาก บางคนกระทั่งตกตายไปแล้ว

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ฉินยูกลับมองเห็นภาพที่น่าตกตะลึง

บนเส้นทางมรณะที่ไกลออกไปทางด้านขวามือของเขา เขาได้เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็วและเขาก็มันใจว่าเธอก็คือ หลี่เอ๋อ

อย่างไรก็ตามในเวลานี้สายฟ้าหลายสายกำลังจะพุ่งลงมาที่ตำแหน่งของหลี่เอ๋อ

ฉินยูรู้สึกมึนงง ขณะที่หมอกสีแดงพลันเคลื่อนเข้ามาปิดบังมุมมองสายตาของเขาเอาไว้อย่างกะทันหัน

“หลี่เอ๋อ เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง? แต่เธอมีสมบัติอาคมป้องกันตัว” ฉินยูพยายามอย่างหนักเพื่อปลอบโยนจนเอง

“การป้องกันของข้าแย่กว่าเธอ เมื่อข้ายังมีชีวิต เธอก็ต้องยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกัน”

ในจังหวะนี้เพลิงสวรรค์สายหนึงกลับพุ่งตรงมายังฉินยูอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความกังวลถึงหลี่เอ๋อ มันจึงทำให้ปฏิกิริยาของฉินยูล่าช้าลงและมันก็ไร้ประโยชน์อีกต่อไปแม้ว่าเขาจะทิ้งตัวนอนลงบนพื้น คงมีเพียงต้องก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น

อย่างไรก็ตามตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่จะกล่าวสิ่งใด

ดวงตาของฉินยูเปลี่ยนเป็นดุร้าย เขาตะโกนเสียงดังก่อนจะระเบิดพลังหลบออกไปด้านข้าง แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงที่กดทับลงมาบนร่างกายของเขาอย่างรุนแรงรวมถึงเส้นทางที่คับแคบ มันจึงทำให้เขาพลัดตกลงไปในแม่น้ำลาวาโดยไม่คาดคิด 

 

คะแนน 4.3/5. จาก 3 ผู้ให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...