ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 87 ทักษะวิญญาณผนึกมังกรวายุ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 89 ตามรอยตระกูลหยาง

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่ห้า

แปลโดย iPAT

 

ในยามค่ำ เมื่อความหนาวเย็นเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะ ฉูมู่พักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้

 

เขาไม่ได้นอนหลับแต่กลับนั่งบ่มเพาะพลังวิญญาณของตนเอง อย่างไรก็ตามหลังจากเขาให้อาหารอสูรฝันร้ายสีขาวเรียบร้อยแล้ว เขากลับพบว่าพลังวิญญาณของเขายังหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง

 

“ข้าเข้าสู่ขอบเขตที่ห้าของนักรบจิตวิญญาณอสูรแล้ว!?” เขารู้สึกปิติยินดีอยู่เต็มหัวใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

นักสู้จิตวิญญาณอสูรและอสูรวิญญาณของพวกเขามีการเชื่อมต่อกันทางจิตวิญญาณ หากอสูรวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นก็จะส่งผลต่อตัวนักสู้จิตวิญญาณอสูรผู้นั้นด้วย ดังนั้นการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของโมเซี่ยในครานี้จึงทำให้พลังจิตตานุภาพวิญญาณของฉูมู่ยกระดับขึ้นเช่นกัน

 

“ไม่เพียงข้าจะอยู่ในขอบเขตที่ห้า แต่มันยังอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตที่ห้าอีกด้วย เมื่อใดที่เจ้าหญิงหิมะเข้าสู่ขอบเขตที่สาม ข้าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่หกได้ในทันที” ฉูมู่ตรวจสอบพลังจิตตานุภาพวิญญาณของตนเองอย่างรวดเร็วและต้องพบกับความประหลาดใจเมื่อร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังงาน

 

ตราบใดที่เขาสามารถสร้างระยะห่างจากอสูรฝันร้ายสีขาว เขาจะสามารถใช้ทักษะวิญญาณได้อย่างอิสระมากขึ้น

 

นอกจากนั้นหากเขาเข้าสู่ขอบเขตที่เจ็ดเมื่อใด เมื่อนั้นเขาจะสามารถทำสัญญาณวิญญาณกับอสูรวิญญาณเพิ่มได้อีกหนึ่งตัว แม้ว่าเขาจะสามารถเรียกอสูรวิญญาณของเขาออกมาได้เพียงทีละตัว แต่ตราบเท่าที่เขามีพลังวิญญาณเพียงพอเขาก็จะสามารถสลับสับเปลี่ยนพวกมันออกมาต่อสู้ได้ตลอดเวลา

 

ฝนที่หยุดตกเมื่อวานทำให้เช้าวันนี้เต็มไปด้วยความสดชื่น กลิ่นดินที่สะอาดล่องลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกน้อยใหญ่ขับขานอยู่บนยอดไม้ บรรยากาศรื่นเริงเบิกบานปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อแสงอาทิตย์เล็ดรอดผ่านกลุ่มเมฆหมอกลงมายังพื้นเกาะแห่งนี้

 

“เจ้าโง่ เพียงเจ้าหญิงหิมะขอบเขตที่สองระดับหกตนเดียวก็ทำให้เจ้าหวาดกลัวกระทั่งทำแผนที่หล่นหายเชียวหรือ?”

 

จางเค่อจงและเจียงเหลียง พวกเขามีความสัมพันธ์ราวกับพี่น้อง ทั้งสองเคยทำงานให้กับปราสาทฝันร้ายแต่หลังจากที่พวกเขาขโมยสมบัติบางอย่างของปราสาทฝันร้าย พวกเขาจึงถูกโยนลงมาที่เกาะแห่งนี้

 

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าหญิงหิมะตนนั้นแข็งแกร่งหรือไม่ ที่นั่นทั้งมืดและหนาวเย็น เมื่อข้าเห็นทักษะดาบน้ำแข็งของมัน ข้าจึงคิดว่ามันอาจจะอยู่ในขอบเขตที่สี่…” เจียงหลียงถกเถียง

 

“ฮืม…”

 

“อันใด?”

 

“เจ้าเห็นรอยเท้านั่นหรือไม่!?”

 

จางเค่อจงขมวดคิ้วและชี้ไปยังรอยเท้าบนพื้น

 

“มันต้องเป็นรอยเท้าของเขา พวกเราควรระวังตัวให้มากขึ้น” จางเค่อจงกล่าว

 

ทั้งสองเรียกอสูรวิญญาณออกมาอย่างเงียบเชียบและเดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไป

 

“เพียงสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง อย่าพึ่งเข้าโจมตี” จางเค่อจงเรียกวิหคสีเลือดขอบเขตที่สามระดับสองออกมาเพื่อค้นหาตำแหน่งของฉูมู่จากบนยอดไม้

 

วิหคสีเลือดและวิหคสวรรค์เป็นอสูรวิญญาณที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน อย่างไรก็ตามวิหคสีเลือดกลับเป็นสายพันธุ์ที่ต่ำชั้นกว่า ขณะที่วิหคสวรรค์สามารถควบคุมสายลม ด้านวิหคสีเลือด มันมีความสามารถในการควบคุมไฟ

 

จางเค่อจงได้รับบาดเจ็บภายในจิตวิญญาณจากการสูญเสียอสูรวิญญาณของเขาไปก่อนหน้านี้ทำให้ในขณะนี้เขาสามารถเรียกอสูรวิญญาณออกมาได้ครั้งละตัวเท่านั้น

 

สำหรับอสูรวิญญาณที่เจียงเหลียงเรียกออกมายังคงเป็นแรดเหล็กและปีศาจไม้ดำเช่นเดิม ดังนั้นการเคลื่อนไหวของพวกมันจึงเชื่องช้ากว่าวิหคสีเลือดเป็นอย่างมาก

 

“อี้…”

 

ทันใดนั้นวิหคสีเลือดได้ส่งข้อความผ่านพลังจิตตานุภาพวิญญาณมาหาจางเค่อจงเพื่อบอกว่าค้นพบบางสิ่ง

 

“ดี มันต้องตายในคราวนี้ เจียงเหลียงให้ปีศาจไม้ดำของเจ้าควบคุมพื้นดินรอบๆบริเวณนี้เอาไว้ อย่าให้มันหนีไปได้อีก” จางเค่อจงกล่าว

 

เจียงเหลียงสั่งให้ปีศาจไม้ดำเข้าไปซ่อนตัวในป่าทึบจากนั้นจึงส่งรากของมันออกไปครอบคลุมพื้นที่ในบริเวณนั้นเอาไว้ทั้งหมด สำหรับแรดเหล็ก เขาจะสั่งให้มันเข้าโจมตีโดยตรงในเวลาที่เหมาะสม

 

“ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กสารเลวนั่นยังนอนหลับอยู่ อย่าส่งเสียงดัง…”

 

จางเค่อจงพบว่าฉูมู่ปิดเปลือกตาเอนกายพิงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างนัก ขณะที่ในมือของเขากำลังอุ้มจิ้งจอกน้อยน่ารักตัวหนึ่งเอาไว้

 

“ใช้รากไม้มัดเขาเอาไว้” เจียงเหลียงออกคำสั่งปีศาจไม้ดำทันที

 

รากของปีศาจไม้ดำค่อยๆเคลื่อนที่เข้าใกล้ฉูมู่มากขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะเริ่มบิดตัวราวกับอสรพิษและเข้ารัดพันรอบขาของฉูมู่เอาไว้

 

เมื่อเห็นว่าฉูมู่และจิ้งจอกน้อยไม่ได้ตอบสนองสิ่งใด รอยยิ้มจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสอง

 

อย่างไรก็ตามเพียงเมื่อพวกเขากำลังจะดื่มด่ำกับความสุข เปลือกตาของฉูมู่และโมเซี่ยพลันเปิดตัวขึ้นในทันที!

 

“วู้…”

 

โมเซี่ยกระโดดลงมาจากอ้อมแขนฉูมู่ก่อนที่ขนของมันจะพลิ้วไหวขึ้นสู่อากาศแม้จะไม่มีสายลมพัดผ่าน จากนั้นกลิ่นอายปีศาจของมันจึงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง

 

เพลิงปีศาจถูกจุดขึ้นที่อุ้งเท้าของโมเซี่ยก่อนที่มันจะเหยียบลงไปบนรากไม้สีดำและเผาผลาญมันไปในพริบตา

 

หลังจากรากของปีศาจไม้ดำถูกเผา มันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและไม่กล้าที่จะเข้าโจมตีฉูมู่กับโมเซี่ยอีก

 

“ช่างเป็นโอกาสดีนักที่จะกำจัดสองคนนี้” ฉูมู่จ้องมองไปยังคนทั้งสองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปีศาจขึ้นบนใบหน้า

 

ปกติแล้วฉูมู่จะบ่มเพาะพลังของเขาในยามค่ำคืนกระทั่งถึงเช้าเขาจึงจะงีบหลับเป็นระยะเวลาสั้นๆ

 

แต่ในเวลาที่ฉูมู่หลับ โมเซี่ยจะคอยระวังภัยให้กับเขา นอกจากนั้นก่อนหน้านี้มันยังได้ใช้กลิ่นอายปีศาจขับไล่อสูรวิญญาณในบริเวณนี้ออกไปจนหมดสิ้น ดังนั้นหากมีการเคลื่อนไหวใด ชัดเจนว่าต้องมีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

 

แท้จริงแล้วความสามารถในการรับรู้ของโมเซี่ยก็ไม่ได้อ่อนแอ มันสามารถรับรู้ถึงการปรากฏตัวของวิหคสีเลือดได้ตั้งแต่แรกเริ่ม อย่างไรก็ตามมันฉลาดพอที่จะแกล้งหลับต่อไปในขณะที่ส่งข้อความทางจิตปลุกฉูมู่ให้ตื่นขึ้น

 

การเปลี่ยนแปลงของโมเซี่ยทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่งขึ้น ขณะนี้พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงกลัวนักโทษทั้งสองอีกต่อไป

 

“ฆ่ามัน!!” จางเค่อจงออกคำสั่งวิหคสีเลือดของเขาในทันที

 

“อี้…” วิหคสีเลือดส่งเสียงกรีดร้องก่อนที่มันจะโฉบลงมาจากยอดไม้พร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นบนร่างกายของมัน มันดูราวกับดาวตกเพลิงที่กำลังพุ่งตัวมาลงหาฉูมู่

 

เผชิญหน้ากับดาวตกเพลิงของวิหคสีเลือด ภายในดวงตาของโมเซี่ยพลันส่องประกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายปีศาจที่ระเบิดออกมา

 

หางทั้งหกของมันเริ่มจุดเพลิงปีศาจขึ้นห่มคลุมร่างกายทั้งหมดของมันเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

เมื่อทักษะปลอมแปลงถูกยกเลิก มันจึงกลายเป็นจิ้งจอกหกหางเพลิงปีศาจไปในทันที

 

เปลวเพลิงบนร่างกายของโมเซี่ยขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับปุยหางที่ทั้งยาวและใหญ่โตของมันสะบัดตัวขึ้นกลางอากาศราวกับกำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง

 

การแสดงออกของโมเซี่ยเปลี่ยนเป็นหยิ่งยโส มันไม่สนใจสิ่งใดในขณะที่มันสะบัดหางฟาดไปยังดาวตกเพลิงดวงนั้น

 

“ตูม!”

 

เปลวเพลิงของวิหคสีเลือดไม่ได้สร้างความเสียหายใดให้กับโมเซี่ย แต่กลับเป็นวิหคสีเลือดที่ถูกฟาดจนร่างของมันพุ่งไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างรุนแรง

 

“ตึง” เมื่อมันตกลงมามันยังกลิ้งต่อไปบนพื้นดินอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

 

ตั้งแต่แรกเริ่มจนจบกระบวนการ โมเซี่ยไม่ได้ชำเลืองมองมันแม้แต่หางตาและตบวิหคสีเลือดราวกับตบยุงที่น่ารำคาญเท่านั้น

 

หยิ่งยโส ทรงพลัง และไม่แยแส!