ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 69 สัตว์ประหลาดลึกลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 71 ความโกรธเกรี้ยวของหนอนน้อย

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 70 อสูรวิญญาณสายพันธุ์นักรบชั้นกลาง

แปลโดย iPAT

 

พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างอีกครั้ง เมื่อเข้าใกล้พื้นเกาะมากขึ้นหัวใจของฉูมู่จึงเริ่มสงบลงได้อีกครั้ง หลังจากผ่านชั้นเมฆหมอกหนาทึบลงมา ฉูมู่จึงเริ่มเห็นสีเขียวของพืชพันธุ์

 

เสียงนานาชนิดของอสูรวิญญาณดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้างก็เป็นเสียงโห่ร้องยินดี บ้างก็เป็นเสียงแห่งความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน แต่เพียงเมื่อพยัคฆ์เหมันต์ทมิฬพุ่งตัวลงไปใกล้กับพื้นเกาะ เสียงเหล่านั้นกลับเงียบไปอย่างรวดเร็ว

 

พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬกางปีกออกเมื่อมันเข้าใกล้พุ่มไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง การกระพือปีกของมันสร้างสายลมอันรุนแรงพุ่งออกไปรอบด้าน อสูรวิญญาณที่อยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรต่างหวาดกลัวและพยายามถอยหนีออกไป

 

“โฮก”

 

พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬเงยศีรษะขึ้นก่อนที่จะคำรามเสียงต่ำไปยังฉูมู่

 

ฉูมู่ไม่เคยเรียนภาษาอสูรวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าพยัคฆ์เหมันต์ทมิฬต้องการบอกสิ่งใด อย่างไรก็ตามเขาสามารถคาดเดาได้ว่าพยัคฆ์เหมันต์ทมิฬกำลังไล่ให้เขาลงจากแผ่นหลังของมัน

 

อสูรวิญญาณสายพันธุ์ชั้นสูงต่างมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด อสูรวิญญาณบางตนกระทั่งมีสติปัญญาเทียบเคียงได้กับมนุษย์ ดังนั้นพวกมันจึงมักจะมีความเย่อหยิ่งและถือดีอยู่ในตัวของพวกมันเองเสมอ

 

สามารถกล่าวได้ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำสัญญาวิญญาณกับอสูรวิญญาณสายพันธุ์ชั้นสูงเช่นพยัคฆ์เหมันต์ทมิฬตัวนี้ แม้พวกเขาจะจับมันได้แต่การทำสัญญาวิญญาณกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬรับคำสั่งจากเซี่ยกวงฮั่นให้นำตัวฉูมู่มาส่งบนเกาะแห่งนี้ ดังนั้นเมื่อมันทำงานสำเร็จ มันจึงต้องการย้อนกลับไปในทันที เพราะมันไม่มีความจำเป็นที่มันต้องปกป้องฉูมู่อยู่บนเกาะแห่งนี้

 

“โฮก”

 

หลังจากฉูมู่กระโดดลงจากแผ่นหลังของมัน พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬจึงส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่ปีกขนาดใหญ่ของมันจะกางออกเผยให้เห็นเส้นขนอันแหลมคมราวกับใบมีดของมันเรียงตัวกันอยู่อย่างประณีตและส่งให้มันดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

“ซูม”

 

พยัคฆ์เหมันต์ทมิฬกระพือปีกสร้างสายลมมรณะขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะพุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับเข้าไปในชั้นเมฆหมอกที่หนาทึบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

“รอบเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยแนวโหดหินโสโครกและวังน้ำวน กระทั่งอสูรวิญญาณธาตุน้ำก็ยังไม่สามารถผ่านไปได้ บนท้องฟ้าเป็นอาณาเขตของอสูรวิญญาณสัตว์ปีกที่น่าหวาดกลัว มีเพียงอสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะออกไปจากเกาะแห่งนี้ได้ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะหลบหนีออกไป มันคือเกาะคุกอย่างแท้จริง” เห็นพยัคฆ์เหมันต์ทมิฬบินจากไป ฉูมู่จึงกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกโศกเศร้าเล็กน้อย

 

เพื่อความปลอดภัยเขาจึงเรียกโมเซี่ยออกมาและเดินทางไปพร้อมกัน นอกจากนั้นโมเซี่ยในขณะนี้ก็มีพลังอยู่เต็มเปี่ยม ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บมันไว้ภายในพื้นที่จิตวิญญาณของเขา

 

“เกาะแห่งนี้ค่อนข้างแตกต่าง ข้าแน่ใจว่ามันจะต้องมีอสูรวิญญาณที่ลึกลับและล้ำค่าอยู่มากมาย” ฉูมู่กล่าว

 

“วู้…วู้…” โมเซี่ยยังคงแสดงตัวเป็นอสูรวิญญาณที่อ่อนแอ มันไม่ต้องการแม้แต่จะเดินด้วยเท้าของตนเอง เพียงมันปรากฏตัวออกมามันก็กระโดดขึ้นไปเอนกายนอนอยู่บนไหล่ของฉูมู่พร้อมทั้งเอาหางพาดลำคอของฉูมู่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“โมเซี่ย ครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า ในเวลาเพียงสิบวัน เจ้าก็สามารถวิวัฒนาการได้ถึงสองครั้ง แล้วเหตุใดตอนนี้มันจึงไม่เกิดขึ้นอีก?” ฉูมู่กล่าวขณะที่เขาเดินตรงเข้าไปในป่าลึก

 

“วู้…วู้…” โมเซี่ยส่งเสียงออกมาอย่างคับข้องใจ มันเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใดมันจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก ตั้งแต่แรกเริ่มมันเพียงกินและนอน เมื่อมันตื่นขึ้นมันก็เปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว

 

“บางทีมันอาจขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด ในเวลานั้นมันจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง” ฉูมู่ลูบขนของโมเซี่ยอย่างแผ่วเบา

 

“วู้…วู้…” โมเซี่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้

 

“ดูเหมือนว่าข้าจำเป็นต้องรวบรวมคริสตัลจิตวิญญาณมาให้เร็วที่สุด” ฉูมู่กล่าวต่อ

 

เมื่อฉูมู่กล่าวถึงคริสตัลจิตวิญญาณ น้ำลายพลันไหลเยิ้มลงมาจากปากของโมเซี่ยในทันที มันดูเป็นการแสดงออกที่ตะกละตะกลามเล็กน้อย

 

คริสตัลจิตวิญญาณเป็นอาหารอันโอชะของอสูรวิญญาณทุกตน โดยเฉพาะคริสตัลจิตวิญญาณที่มีคุณสมบัติเดียวกันกับพวกมัน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะต่อต้านความต้องการที่มาจากจิตวิญญาณของพวกมันได้

 

“ช่าช่าช่า”

 

ขณะที่เขากำลังเดินอยู่ หนอนน้อยสีฟ้ากลับส่งเสียงเตือนออกมาอย่างกะทันหันอีกครั้ง

 

โมเซี่ยน้อยยังคงอยู่ในสภาวะปลอมแปลง ขนาดร่างกายของมันยังเล็กกว่าปกติอยู่มาก มันเล็กพอที่จะสามารถนอนอยู่บนไหล่ของฉูมู่ได้ สำหรับหนอนน้อยสีฟ้ามันเกาะขนของโมเซี่ยเอาไว้อย่างแน่นหนาและพร้อมที่จะหลบหนีได้ทันทีเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น

 

เสียงแจ้งเตือนของหนอนน้อยบ่งบอกว่ามีศัตรูอยู่เบื้องหน้า ดังนั้นฉูมู่จึงต้องระวังตัวมากขึ้นขณะที่เดินตรงไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

 

เมื่อฉูมู่ผลักพุ่มไม้เบื้องหน้าออกไป เขามองเห็นพื้นที่ปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งและเมื่อเขาเดินเข้าไปยังในบริเวณนั้น น้ำแข็งจึงเริ่มแตกร้าวและส่งเสียงดังออกมาในทันที

 

ฉูมู่เดินหน้าต่อไป เพียงไม่นานเขาก็พบกับศพของมนุษย์ผู้หนึ่ง ศพร่างนี้ถูกผนึกไว้ในก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่โต ช่วงเอวและท้องน้อยของเขาปรากฏบาดแผลที่ถูกฉีกกระชากออกอย่างรุนแรง

 

“ธารน้ำแข็ง มันเป็นผลกระทบของทักษะธารน้ำแข็งขั้นสูงสุด บางทีนักโทษผู้นี้อาจไม่สามารถเรียกอสูรวิญญาณของเขาออกมาได้ทันเวลาจึงถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนี้” ฉูมู่สำรวจบริเวณที่ศพถูกแช่แข็งแต่ก็ไม่สามารถค้นพบสิ่งใดเพิ่มเติมได้อีก

 

“ช่าช่าช่า”

 

ทันใดนั้นหนอนน้อยก็ส่งเสียงขึ้นอย่างเร่งรีบอีกครั้งและมันหมายถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา

 

เสาน้ำแข็งพุ่งลงมาจากยอดไม้และจู่โจมมายังตำแหน่งที่ฉูมู่ยืนอยู่ในทันที

 

“โมเซี่ย เนตรเปลวเพลิง!”

 

ฉูมู่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและออกคำสั่งโมเซี่ยในทันที

 

เปลวเพลิงสีแดงลุกโชนขึ้นภายในดวงตาสีเงินของโมเซี่ย เนตรเปลวเพลิงขั้นกลางส่งพลังความร้อนพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับเสาน้ำแข็งกลางอากาศ เป็นผลให้น้ำแข็งแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกลายเป็นหยดน้ำสาดกระเซ็นลงบนพื้นเบื้องล่าง

 

“เหยี่ยวน้ำแข็ง!  ไม่ต้องเดาเลยว่ามันเป็นผู้สังหารนักโทษผู้นี้” สายตาของฉูมู่จ้องมองไปตามทิศทางของเสาน้ำแข็งและได้พบกับอสูรวิญญาณที่หลบซ่อนอยู่บนยอดไม้ในที่สุด

 

เหยี่ยวน้ำแข็ง อสูรวิญญาณประเภทอสูร กลุ่มสัตว์ปีก ตระกูลเหยี่ยว สายพันธุ์นักรบชั้นกลาง

 

มันงดงามราวกับรูปปั้นน้ำแข็งแกะสลัก สิ่งที่ทำให้มันดูแตกต่างจากเหยี่ยวทั่วไปก็คือหางของมันที่ยาวกว่าลำตัว นอกจากนั้นมันยังเป็นส่วนที่บ่งบอกระดับของมันได้อีกด้วย

 

หางสีขาวยาวเป็นสามเท่าของลำตัว นี่บ่งบอกได้ว่ามันอยู่ในขอบเขตที่สาม

 

“อสูรวิญญาณสายพันธุ์นักรบชั้นกลางขอบเขตที่สามระดับหนึ่ง โมเซี่ยระวังตัวด้วย” ฉูมู่มองไปยังเหยี่ยวน้ำแข็งที่ดุร้ายตัวนั้นพร้อมกับเริ่มบริกรรมคาถา

 

“วู้…วู้…วู้…” เผชิญหน้ากับอสูรวิญญาณที่แข็งแกร่ง โมเซี่ยไม่มีความเกรงกลัว ตรงข้ามมันเห่าหอนออกมาเพื่อยั่วยุศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของมันด้วยความก้าวร้าว

 

เมื่อฉูมู่ร่ายคาถาจบสิ้น บอลเพลิงสีแดงจึงได้ปรากฏขึ้นระหว่างฝ่ามือทั้งสองของเขาก่อนที่จะลุกโชกขึ้นสู่อากาศและพุ่งตรงไปยังโมเซี่ยพร้อมกับที่ห่มคลุมร่างกายของมันเอาไว้ทั้งหมด เปลวเพลิงโหมกระหน่ำขึ้นภายในดวงตาของโมเซี่ยอย่างรุนแรง

 

“โมเซี่ย ทำให้มันบาดเจ็บ ข้าต้องการจับมัน” หลังจากใช้ทักษะวิญญาณผนึกเปลวเพลิง ฉูมู่รีบออกคำสั่งโมเซี่ยในทันที